เพื่อนคนนี้ สามีเคยมีชู้ เคยนำเล่าในกระทู้ก่อนๆนี้
ซึ่งในตอนนั้น ผู้หญิงอ้างว่าท้อง แต่ไม่ต้องรับผิดชอบ เธอศักดิ์ศรี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ก็เอาลูกในท้องมาอ้างให้ไปดูแล ผู้ชายก็แสดงความเป็นลูกผู้ชาย
โดยการจะหย่ากับเมีย(เป็นเพื่อนกับเรา) เพื่อไปรับผิดชอบ เพื่อนรักสามีมาก
มาถามเราว่าควรทำอย่างไร เราก็เลยให้เพื่อน ขอดูผลตรวจการตั้งครรภ์
และบัตรฝากภรรค์โรงพยาบาลอะไร พวกบัตรนัด ถ้าเค้าท้องจริง ก็ควรจะปล่อยเค้าไป
อย่าไปพรากลูกพรากพ่อเค้าเลย ถือว่าทำบุญ ทำกรรมมากันแค่นี้
ฝ่ายชู้ก็แถไปเรื่อย จนมันนานเข้า เธอก็ไลน์มาหาสามีเพื่อนเราว่า เธอแท้ง
แต่ชู้ก็ทำไลน์ปลอมมาด่าเพื่อนเราอยู่เรื่อยๆ แต่เพื่อนเราก็ไม่โต้ตอบ
เมื่อทำอะไรไม่ได้ ชู้ก็เริ่มเล่าเรื่องความเลวของสามีให้เธออ่านแทน
ด้วยความที่ได้ผัวคืนกับมา เธอจึงไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น และไม่โต้ตอบ
ผ่านมาหลายเดือน ชู้คนน้ันก็เงียบหายไป เรื่องนี้เกินขึ้นเมื่อปี สิงหาคม 2556
ปัจจุบัน เพื่อนเรากับสามี ก็อยู่กินกันตามปกติ พึ่งมีลูกน้อยๆ 1 คน ตอนนี้ อายุประมาณ 3 เดือน
ปัญหาคือ ทั้งคู่ฐานะปานกลางทำงานเลี้ยงตัวเอง แต่วันดีคืนดี สามีถูกจ้างออกจากงาน
ได้รับเงินชดเชย+เงินสะสม ประมาณ 6 แสนบาท ประเด็นคือ สามีคิดว่าจะไม่เป็นลูกจ้างอีกต่อไป
จะออกมาขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพจากอเมริกา ที่ราคามันแสนแพง โดยยังไม่เคยขายให้ได้เงินรายได้มาก่อน
เพื่อนเราจึงตัดสินใจจะย้ายมาอยู่บ้านแม่ตัวเอง เพื่อให้แม่ช่วยเลี้ยงลูกหลังจากที่ครบกำหนดลาคลอด
แม่เพื่อนจึงตกแต่งบ้านรอ จัดห้องใหม่ ทาสีใหม่ ติดแอร์ให้ ทำห้องน้ำให้ใหม่ และ 3 ชีวิตก็ย้ายเข้าไป
ทำให้บ้านมีสมาชิกเพิ่มเป็น 6 คน ปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้นดังนี้
1. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนเป็นวัยรุ่น ชอบร้องเพลงเล่นกีต้าร์
2. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนมากินน้ำในตู้เย็นของแฟนกับสามีพึ่งซื้อเข้ามา โดยน้ำนั้นเป็นน้ำของแม่เพื่อนเรา
3. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนอาบน้ำเสียงดัง และอาบน้ำไม่ยอมรองน้ำให้เต็ม พอตนต้องใช้ก็ต้องมาเปิด ตนไม่ใช่คนรับใช้นะ
4. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนมาขอน้ำร้อนที่ห้อง โดยที่กระติกน้ำร้อนนั้นเป็นของ แม่ของเพื่อนให้ยืมมาใช้
5. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนไม่ค่อยชวนคุยก่อน ต้องรอให้สามีเป็นฝ่ายเริ่มชวนคุยก่อน
6. สามีไม่พอใจที่ ขับรถพาไปกินข้าว แต่ตอนเอารถไปจอด ไม่มีใครรอเดินออกมาพร้อมกัน อารมณ์ไปกินร้านซ้ง จอดรถในซอย
7. สามีไม่พอใจที่ เวลาน้องชายของเพื่อน เอาข้าวมาให้กิน ไม่ยิ้มแย้ม เอามาให้เหมือนถูกบังคับ
7. ......
และเมื่อวานนี้สามีก็ไปตำหนิแม่ของเพื่อนเราว่า ให้ไปว่าลูกชายด้วยหัดมีมารยาทมากกว่านี้
หรือว่าบ้านนี้เป็นกันแบบนี้ไม่มีมารยาทกันทั้งบ้าน แล้วจะให้เล่นไปทำไมกีต้าร์น่ารำคาญ
จะหากินได้หรือเปล่า แล้วพวกนักดนตรีก็มีแต่พวกติดยาเสพติต สุดท้ายพ่อแม่ก็ต้องมาเป็นภาระของเพื่อนกับสามี
แล้วจริงๆ ก็ไม่ได้อยากมาอยู่หลอกนะบ้านนี้ ติดแต่ว่าลูกต้องกินนม ไม่งั้นมาหลอก และก็พูดว่าอีกหลายอย่าง
โดยเฉพาะเรื่องเช็ดก้นให้หลาน(ลูกของสามี) แล้วเก็บกระดาษที่ถังขยะไปไม่หมด สามีต้องมาเอาไปทิ้งเอง ไม่ใช่คนรับใช้นะ
ซึ่งแม่ของเพื่อนก็ได้บอกว่า มีอะไรก็พูดกับน้องชายเค้าตรงๆเลยก็ได้ว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ผู้ชายคุยกันได้อยู่แล้ว
ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ อะไรพอแก้ไขได้ ก็แก้ แต่บางเรื่องอยู่ด้วยกันก็แบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน แม่ไม่เห็นว่าการที่
แม่ทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำให้ลูกสาวและลูกเขย แล้วแม่จะเป็นคนรับใช้เลย มาเลี้ยงหลานให้ก็เต็มใจ
สามีเพื่อนก็เถียงไปว่า ลูกชายใครก็ต้องไปสอนเอาเอง ...... แม่ของเพื่อนจึงไม่อยากจะคุยต่อ เพราะไม่มีประโยชน์แล้ว
พอตอนเย็น แม่ของเพื่อนจึงเล่าเรื่องที่มีปัญหากันให้ลูกสาวฟัง ให้ใจเย็นและให้อดทน แล้วค่อยคิดว่า
จะทำยังไงต่อไป แม่อดทนได้เพื่อลูกเพื่อนหลาน แต่การจะให้คนอื่นทุกคนเปลี่ยนเพื่อคนๆ เดียวเป็นไปไม่ได้
แม่ก็ไปตำหนิน้องชายแล้ว แต่มันคงยากสำหรับน้องเหมือนกัน และได้ตำหนิเป็นลายลักษณ์อักษรทางไลน์ไป
ให้แคปหน้าจอไปได้เลย
เพื่อนไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง เพราะก่อนหน้านี้ก็พยายามพูดคุยหลายๆครั้งกับสามี แต่สามีก็ไม่พอใจ
เพื่อนโทรมาปรึกษาเรา เราก็ตอบยากเหมือนกัน ผู้ชายเค้าคิดกันยังไง มองปัญหาแบบนี้ยังไงกันค่ะ
เรามองว่าสามีเพื่อนเรื่องเยอะพอสมควร แต่ที่สำคัญแสดงออกแบบไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่ ไม่มีความอดทน
เพื่อนอยากจะเลิกกับสามี เราก็คิดว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ขนาดนั้น ตอนนี้เพื่อนบอกว่า ถ้าตอนนั้นปล่อยไป
ก็คงไม่ต้องมาทุกข์ใจหลายเรื่อง และบ่นว่าสามีเป็นคนเห็นแก่ตัว เพื่อนก็ไม่ค่อยอยากคบ แต่ไม่ยอมรับตัวเอง
ที่ถูกจ้างให้ออกจากก็ไม่มาคิดว่า เพราะอะไร ตัวเองมีข้อบ่งพร่องตรงไหน คิดแต่ว่า ตัวเองดี เก่ง มีความสามารถ
ถูกกลั่นแกล้ง เราบอกเพื่อนว่าตอนนี้ ถ้าคิดว่าสติยังไม่พร้อมก็อย่าพึ่งคุย เพราะจะทะเลาะเปล่าๆ คิดให้ถี่ถ้วน
แล้วค่อยคุย แต่ควรจะคุยตามประเด็นที่สามีคุยเป็นข้อ ๆ แล้วค่อยเอาน้องมาคุยพร้อมกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันถูกต้องหรือเปล่า
ใครมีปัญหาคล้ายๆ กัน โปรดชี้ทางสว่างด้วยค่ะ
ปัญหาของเพื่อน เค้าอยากให้ช่วย
ซึ่งในตอนนั้น ผู้หญิงอ้างว่าท้อง แต่ไม่ต้องรับผิดชอบ เธอศักดิ์ศรี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปัจจุบัน เพื่อนเรากับสามี ก็อยู่กินกันตามปกติ พึ่งมีลูกน้อยๆ 1 คน ตอนนี้ อายุประมาณ 3 เดือน
ปัญหาคือ ทั้งคู่ฐานะปานกลางทำงานเลี้ยงตัวเอง แต่วันดีคืนดี สามีถูกจ้างออกจากงาน
ได้รับเงินชดเชย+เงินสะสม ประมาณ 6 แสนบาท ประเด็นคือ สามีคิดว่าจะไม่เป็นลูกจ้างอีกต่อไป
จะออกมาขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพจากอเมริกา ที่ราคามันแสนแพง โดยยังไม่เคยขายให้ได้เงินรายได้มาก่อน
เพื่อนเราจึงตัดสินใจจะย้ายมาอยู่บ้านแม่ตัวเอง เพื่อให้แม่ช่วยเลี้ยงลูกหลังจากที่ครบกำหนดลาคลอด
แม่เพื่อนจึงตกแต่งบ้านรอ จัดห้องใหม่ ทาสีใหม่ ติดแอร์ให้ ทำห้องน้ำให้ใหม่ และ 3 ชีวิตก็ย้ายเข้าไป
ทำให้บ้านมีสมาชิกเพิ่มเป็น 6 คน ปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้นดังนี้
1. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนเป็นวัยรุ่น ชอบร้องเพลงเล่นกีต้าร์
2. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนมากินน้ำในตู้เย็นของแฟนกับสามีพึ่งซื้อเข้ามา โดยน้ำนั้นเป็นน้ำของแม่เพื่อนเรา
3. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนอาบน้ำเสียงดัง และอาบน้ำไม่ยอมรองน้ำให้เต็ม พอตนต้องใช้ก็ต้องมาเปิด ตนไม่ใช่คนรับใช้นะ
4. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนมาขอน้ำร้อนที่ห้อง โดยที่กระติกน้ำร้อนนั้นเป็นของ แม่ของเพื่อนให้ยืมมาใช้
5. สามีไม่พอใจที่ น้องชายของเพื่อนไม่ค่อยชวนคุยก่อน ต้องรอให้สามีเป็นฝ่ายเริ่มชวนคุยก่อน
6. สามีไม่พอใจที่ ขับรถพาไปกินข้าว แต่ตอนเอารถไปจอด ไม่มีใครรอเดินออกมาพร้อมกัน อารมณ์ไปกินร้านซ้ง จอดรถในซอย
7. สามีไม่พอใจที่ เวลาน้องชายของเพื่อน เอาข้าวมาให้กิน ไม่ยิ้มแย้ม เอามาให้เหมือนถูกบังคับ
7. ......
และเมื่อวานนี้สามีก็ไปตำหนิแม่ของเพื่อนเราว่า ให้ไปว่าลูกชายด้วยหัดมีมารยาทมากกว่านี้
หรือว่าบ้านนี้เป็นกันแบบนี้ไม่มีมารยาทกันทั้งบ้าน แล้วจะให้เล่นไปทำไมกีต้าร์น่ารำคาญ
จะหากินได้หรือเปล่า แล้วพวกนักดนตรีก็มีแต่พวกติดยาเสพติต สุดท้ายพ่อแม่ก็ต้องมาเป็นภาระของเพื่อนกับสามี
แล้วจริงๆ ก็ไม่ได้อยากมาอยู่หลอกนะบ้านนี้ ติดแต่ว่าลูกต้องกินนม ไม่งั้นมาหลอก และก็พูดว่าอีกหลายอย่าง
โดยเฉพาะเรื่องเช็ดก้นให้หลาน(ลูกของสามี) แล้วเก็บกระดาษที่ถังขยะไปไม่หมด สามีต้องมาเอาไปทิ้งเอง ไม่ใช่คนรับใช้นะ
ซึ่งแม่ของเพื่อนก็ได้บอกว่า มีอะไรก็พูดกับน้องชายเค้าตรงๆเลยก็ได้ว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ผู้ชายคุยกันได้อยู่แล้ว
ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ อะไรพอแก้ไขได้ ก็แก้ แต่บางเรื่องอยู่ด้วยกันก็แบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน แม่ไม่เห็นว่าการที่
แม่ทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำให้ลูกสาวและลูกเขย แล้วแม่จะเป็นคนรับใช้เลย มาเลี้ยงหลานให้ก็เต็มใจ
สามีเพื่อนก็เถียงไปว่า ลูกชายใครก็ต้องไปสอนเอาเอง ...... แม่ของเพื่อนจึงไม่อยากจะคุยต่อ เพราะไม่มีประโยชน์แล้ว
พอตอนเย็น แม่ของเพื่อนจึงเล่าเรื่องที่มีปัญหากันให้ลูกสาวฟัง ให้ใจเย็นและให้อดทน แล้วค่อยคิดว่า
จะทำยังไงต่อไป แม่อดทนได้เพื่อลูกเพื่อนหลาน แต่การจะให้คนอื่นทุกคนเปลี่ยนเพื่อคนๆ เดียวเป็นไปไม่ได้
แม่ก็ไปตำหนิน้องชายแล้ว แต่มันคงยากสำหรับน้องเหมือนกัน และได้ตำหนิเป็นลายลักษณ์อักษรทางไลน์ไป
ให้แคปหน้าจอไปได้เลย
เพื่อนไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง เพราะก่อนหน้านี้ก็พยายามพูดคุยหลายๆครั้งกับสามี แต่สามีก็ไม่พอใจ
เพื่อนโทรมาปรึกษาเรา เราก็ตอบยากเหมือนกัน ผู้ชายเค้าคิดกันยังไง มองปัญหาแบบนี้ยังไงกันค่ะ
เรามองว่าสามีเพื่อนเรื่องเยอะพอสมควร แต่ที่สำคัญแสดงออกแบบไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่ ไม่มีความอดทน
เพื่อนอยากจะเลิกกับสามี เราก็คิดว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ขนาดนั้น ตอนนี้เพื่อนบอกว่า ถ้าตอนนั้นปล่อยไป
ก็คงไม่ต้องมาทุกข์ใจหลายเรื่อง และบ่นว่าสามีเป็นคนเห็นแก่ตัว เพื่อนก็ไม่ค่อยอยากคบ แต่ไม่ยอมรับตัวเอง
ที่ถูกจ้างให้ออกจากก็ไม่มาคิดว่า เพราะอะไร ตัวเองมีข้อบ่งพร่องตรงไหน คิดแต่ว่า ตัวเองดี เก่ง มีความสามารถ
ถูกกลั่นแกล้ง เราบอกเพื่อนว่าตอนนี้ ถ้าคิดว่าสติยังไม่พร้อมก็อย่าพึ่งคุย เพราะจะทะเลาะเปล่าๆ คิดให้ถี่ถ้วน
แล้วค่อยคุย แต่ควรจะคุยตามประเด็นที่สามีคุยเป็นข้อ ๆ แล้วค่อยเอาน้องมาคุยพร้อมกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันถูกต้องหรือเปล่า
ใครมีปัญหาคล้ายๆ กัน โปรดชี้ทางสว่างด้วยค่ะ