ธปท. หั่น จีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 3.8% จากเดิมคาดโต 4% หลังมอง ศก.โลก อาจชะลอตัวกว่าคาด ฉุดส่งออกปีนี้หลุดเป้าคาดเหลือโต 0.8% จาก1%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มี.ค. 58 15:23 น.
ธปท. หั่น จีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 3.8% จากเดิมคาดโต 4% หลังมอง ศก.โลก อาจชะลอตัวกว่าคาด ฉุดส่งออกปีนี้หลุดเป้าคาดเหลือโต 0.8% จาก1% นำเข้า 0% จาก 4% ส่วนเงินเฟ้อปี 58 แย้มยังมีแววติดลบ เบื้องต้นหั่นเป้าเหลือ 0.2% พร้อมย้ำยังไม่ใช่สัญญาณเงินฝืด ส่วนกรณีรัฐบาลคง VAT 7% ชี้ไม่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะที่ปี 59 คาดจีดีพีโต 3.9%ส่งออกโต 4% นำเข้าโตถึง 8.8%
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนมีนาคม 2558 ว่า ที่ประชุมได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ปี 58 ลงเหลือ 3.8% จากเดิมที่ 4% ส่วนจีดีพีปี 59 คาดว่าขยายตัว 3.9%
สำหรับสาเหตุที่มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจ เนื่องจาก เศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวกว่าคาดตามเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรและจีนและการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจน้อยกว่าคาดจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบลงทุน “เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวล่าช้าบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มรายได้ในอนาคตของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลให้ครัวเรือนและธุรกิจยังไม่เร่งใช้จ่ายแม้ว่าค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งจะลดลงตามราคาน้ำมัน ขณะที่สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ”นายเมธี กล่าว
ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแม้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า แต่การเบิกจ่ายยังมีข้อจำกัดส่วนหนึ่งเป็นผลจากประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็ว สอดคล้องกับการปรับงบประมาณที่เน้นเพิ่มสัดส่วนการลงทุน โดยคณะกรรมการปรับลดอัตราเบิกจ่ายของรัฐบาลกลางในปี 2558 จาก 93% เหลือ 91.2% นายเมธี กล่าวว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.1% ( จากเดิมคาดโต 7.2% )ส่วนปี 59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8% ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะอยู่ที่ 8% และปี 59 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.1%
ทั้งนี้ ธปท.ปรับลดประมาณการส่งออกปี 2558 ลงเหลือ 0.8% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1% ส่วนปี 2559 คาดว่าโตได้ 4% สำหรับสาเหตุที่ส่งออกชะลอตัวลงจากการส่งออกสินค้ายังถูกกดดันในระยะข้างหน้า จากเศรษฐกิจคู่ค้าขยายตัวต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะจากจีนและเอเชีย ราคาสินค้าส่งออกต่ำลง จากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่การส่งออกบริการขยายตัวดี ตามการที่นักท่องเที่ยวจากจีนยังมีความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศรวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มอื่นๆ เช่น ยุโรป
ส่วนการนำเข้าปี 2558 เหลือโต 0% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 4% เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนปี 2559 คาดว่านำเข้าจะเติบโต 8.8% นายเมธี กล่าวว่า ธปท.ปรับลดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2558 ลงเหลือ 0.2% จากเดิมที่ 1.2% และถือว่าต่ำกว่ากรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่วางไว้ที่ 2.5% บวกลบ 1.5% โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันแม้จะต่ำกว่าประมาณการแต่ยังไม่ใช่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากราคาสินค้าอื่นๆ ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว ประกอบกับค่าเช่าบ้านที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2558 ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2%
สำหรับปี 2559 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.2% จากข้อสมมติฐานราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรกลุ่มอาหารสดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2558 และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2% ธปท. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2558 มีโอกาสติดลบได้ ทั้งนี้ โดยต้องจับตาเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกว่าจะต่ำกว่าสมมติฐานที่ " ธปท. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2558 มีโอกาสติดลบได้ ทั้งนี้ ต้องจับตาเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกว่าจะต่ำกว่าสมมติฐานที่ ธปท.ประมาณไว้ที่ 59.5% หรือไม่ รวมถึงต้องติดตามความสามารถในการเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐ " นายเมธี กล่าว
ด้านปรับเป้าหมายการลงทุนภาคเอกชนปี 58 เหลือ โต 3.1% จากเดิมที่คาดโต 7.2% ส่วนปี 2559 คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ 8% ทั้งนี้การชะลอตัวการลงทุนของภาคเอกชน เป็นผลจากการรอความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐ และนโยบายต่างๆของภาครัฐด้วย
นอกจากนี้ ธปท.ปรับลดข้อสมมติฐานค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันในตลาดโลกลงเหลือ 59.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าปี 2559 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สอดคล้องกับราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาที่ลดลงค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาน้ำมันจะค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง และทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2558 ต่ำกว่าประมาณการเดิม การใช้จ่ายภาคเอกชนปรับดีขึ้นผ่านค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่ลดลง นายเมธี เปิดเผยด้วยว่า ธปท.ประเมินถึงการที่รัฐบาลคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ไว้ที่ระดับ 7% นั้น คงไม่ได้ช่วยการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน หรือภาคครัวเรือนมากนัก เนื่องจากเป็นการเก็บที่อัตราเท่าเดิม
รายงาน โดย ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ธปท. หั่น จีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 3.8% จากเดิมคาดโต 4%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มี.ค. 58 15:23 น.
ธปท. หั่น จีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 3.8% จากเดิมคาดโต 4% หลังมอง ศก.โลก อาจชะลอตัวกว่าคาด ฉุดส่งออกปีนี้หลุดเป้าคาดเหลือโต 0.8% จาก1% นำเข้า 0% จาก 4% ส่วนเงินเฟ้อปี 58 แย้มยังมีแววติดลบ เบื้องต้นหั่นเป้าเหลือ 0.2% พร้อมย้ำยังไม่ใช่สัญญาณเงินฝืด ส่วนกรณีรัฐบาลคง VAT 7% ชี้ไม่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะที่ปี 59 คาดจีดีพีโต 3.9%ส่งออกโต 4% นำเข้าโตถึง 8.8%
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนมีนาคม 2558 ว่า ที่ประชุมได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ปี 58 ลงเหลือ 3.8% จากเดิมที่ 4% ส่วนจีดีพีปี 59 คาดว่าขยายตัว 3.9%
สำหรับสาเหตุที่มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจ เนื่องจาก เศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวกว่าคาดตามเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรและจีนและการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจน้อยกว่าคาดจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบลงทุน “เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวล่าช้าบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มรายได้ในอนาคตของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลให้ครัวเรือนและธุรกิจยังไม่เร่งใช้จ่ายแม้ว่าค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งจะลดลงตามราคาน้ำมัน ขณะที่สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ”นายเมธี กล่าว
ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแม้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า แต่การเบิกจ่ายยังมีข้อจำกัดส่วนหนึ่งเป็นผลจากประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็ว สอดคล้องกับการปรับงบประมาณที่เน้นเพิ่มสัดส่วนการลงทุน โดยคณะกรรมการปรับลดอัตราเบิกจ่ายของรัฐบาลกลางในปี 2558 จาก 93% เหลือ 91.2% นายเมธี กล่าวว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.1% ( จากเดิมคาดโต 7.2% )ส่วนปี 59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8% ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะอยู่ที่ 8% และปี 59 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.1%
ทั้งนี้ ธปท.ปรับลดประมาณการส่งออกปี 2558 ลงเหลือ 0.8% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1% ส่วนปี 2559 คาดว่าโตได้ 4% สำหรับสาเหตุที่ส่งออกชะลอตัวลงจากการส่งออกสินค้ายังถูกกดดันในระยะข้างหน้า จากเศรษฐกิจคู่ค้าขยายตัวต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะจากจีนและเอเชีย ราคาสินค้าส่งออกต่ำลง จากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่การส่งออกบริการขยายตัวดี ตามการที่นักท่องเที่ยวจากจีนยังมีความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศรวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มอื่นๆ เช่น ยุโรป
ส่วนการนำเข้าปี 2558 เหลือโต 0% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 4% เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนปี 2559 คาดว่านำเข้าจะเติบโต 8.8% นายเมธี กล่าวว่า ธปท.ปรับลดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2558 ลงเหลือ 0.2% จากเดิมที่ 1.2% และถือว่าต่ำกว่ากรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่วางไว้ที่ 2.5% บวกลบ 1.5% โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันแม้จะต่ำกว่าประมาณการแต่ยังไม่ใช่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากราคาสินค้าอื่นๆ ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว ประกอบกับค่าเช่าบ้านที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2558 ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2%
สำหรับปี 2559 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.2% จากข้อสมมติฐานราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรกลุ่มอาหารสดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2558 และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2% ธปท. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2558 มีโอกาสติดลบได้ ทั้งนี้ โดยต้องจับตาเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกว่าจะต่ำกว่าสมมติฐานที่ " ธปท. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2558 มีโอกาสติดลบได้ ทั้งนี้ ต้องจับตาเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกว่าจะต่ำกว่าสมมติฐานที่ ธปท.ประมาณไว้ที่ 59.5% หรือไม่ รวมถึงต้องติดตามความสามารถในการเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐ " นายเมธี กล่าว
ด้านปรับเป้าหมายการลงทุนภาคเอกชนปี 58 เหลือ โต 3.1% จากเดิมที่คาดโต 7.2% ส่วนปี 2559 คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ 8% ทั้งนี้การชะลอตัวการลงทุนของภาคเอกชน เป็นผลจากการรอความชัดเจนของการลงทุนภาครัฐ และนโยบายต่างๆของภาครัฐด้วย
นอกจากนี้ ธปท.ปรับลดข้อสมมติฐานค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันในตลาดโลกลงเหลือ 59.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าปี 2559 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สอดคล้องกับราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาที่ลดลงค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาน้ำมันจะค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง และทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2558 ต่ำกว่าประมาณการเดิม การใช้จ่ายภาคเอกชนปรับดีขึ้นผ่านค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่ลดลง นายเมธี เปิดเผยด้วยว่า ธปท.ประเมินถึงการที่รัฐบาลคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ไว้ที่ระดับ 7% นั้น คงไม่ได้ช่วยการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน หรือภาคครัวเรือนมากนัก เนื่องจากเป็นการเก็บที่อัตราเท่าเดิม
รายงาน โดย ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน