พวกเราได้วางแผนล่วงหน้ากันว่าจะไปทำบุญที่เชียงราย จึงได้วางแผนทัวร์ไร่ชาไว้ด้วย ถึงแม้จะมีเวลาที่ค่อนขางจำกัดในการเยี่ยมชมไร่ชาแต่ละที่ แต่ก็ประทับใจกับการเดินทางตามรอยไร่ชาที่เมืองเหนือครั้งนี้มากๆ ไม่คิดว่าอากาศบนดอยจะดีขนาดนี้ ทำให้อยากกลายเป็นเด็กดอยแฝงตัวในไร่ชาไปเลยคะ ^_^
เมื่อวันเวลาที่เราวางแผนการเดินทางมาถึงคือต้นมีนาคม พวกเราได้ออกเดินทางจากกรุงเทพมาถึงเชียงรายประมาณเที่ยงครึ่ง ได้แวะทานข้าวและนมัสการพระที่นับถือ ไหว้พระธาตุต่างๆซึ่งถือเป็นมงคลสำหรับพวกเราเป็นอย่างมากในทริปนี้ และหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย ในช่วงบ่ายต้นๆ พวกเราก็ออกเดินทางไปดูไร่ชาตามแผนที่วางไว้ในการดูไร่ชา 2 ที่คือ ไร่ชาฉุยฟง และไร่ชา 101 (ว้าว ... ตื่นเต้น

) มาร่วมตามรอยด้วยกันเลยคะ
ที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่เพาะปลูกชารวมกันเกือบ 100,000 ไร่ ถือว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกชาอันดับ 14 ของโลก เป็นการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ 85% และขายในประเทศเพียง 15%
ไร่แรกที่ไปคือ
ไร่ชาฉุยฟงคะ
บริษัท ฉุยฟงที จำกัดเป็นเจ้าของไร่ชาฉุยฟง ตั้งอยู่ที่ บ้านพญาไพร ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่กว่า 1,000 ไร่ ทำการปลูกชาบนสันเขาที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได เป็นระเบียบสวยงาม ทำให้ไร่ชาแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเชียงราย เพราะนักท่องเที่ยวจะมาสูดอากาศดีๆ ชมไร่ชาสวยๆ ชิมชาหอมๆ และซื้อชาเป็นของฝากกลับบ้านไปด้วย
พวกเราไปถึงช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงแล้ว ถึงแม้จะเป็นช่วงแดดกำลังดี แต่พวกเราไม่ร้อนเลยคะ มีลมโชยๆตลอด อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 24 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วสภาพภูมิอากาศบนดอยนั้นจะเย็นตลอดปี และจะเย็นมากในช่วงหน้าหนาว (โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 0-10 องศาเซลเซียส)
พวกเรามีเวลาน้อยไปนิดคะ เลยเข้าไปชมและชิมชากันให้ได้ชื่อว่ามาถึงแล้ว

เราชิมจากขวาสุดค่ะเป็นชาอู่หลงเบอร์ 12 รสอ่อนนุ่ม หอมหวาน
ตัวกลางเป็นอู่หลงเบอร์ 17 รสเข้ม
ตัวซ้ายสุดเป็นอู่หลงหมื่นลี้กลิ่นดอกไม้ หอมดอกไม้มากค่ะ ส่วนใหญ่สาวๆชอบกลิ่นนี้
เวลาชิม เขาจะเทใส่ถ้วยให้เราแบบนี้นะคะ
ได้ของฝากมานิดหน่อย อิอิ
ก่อนรีบวิ่งขึ้นรถตู้เพราะคุณลุงคนขับกลัวว่าไร่ 101 จะปิดเสียก่อน เลยได้ภาพมาฝากแบบเบาๆไม่กี่ภาพ จะสังเกตเห็นว่าท้องฟ้าไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่ภาคเหนือเจอกับมลภาวะหมอกควันไฟป่าปกคลุม แต่วิวบนดอยก็ยังสวยอยู่ (ปล. สงสารคนในเมืองที่เจอกับมลภาวะแบบเต็มๆ)
เอารูปที่ถ่ายกับวิวสวยๆของไร่ชาฉุยฟงมาเติมคะ
หากใครสนใจไปเที่ยวที่ไร่ชาฉุยฟงแนะนำให้ไปตอนเช้านะคะ เพราะจะเจอชาวบ้านกำลังขมักมะเม้นเก็บชากันอยู่ที่เดียวคะ เสียดายที่มีเวลาพักแวะอยู่ที่นี่ไม่นาน เนื่องจากเราต้องเดินทางขึ้นไปไร่ชา 101 อีก หากช้าไป ไร่จะปิดซะก่อน
ถ้าต้องการข้อมูลเรื่องที่พักแลละการท่องเที่ยวของไร่ฉุยฟง สามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ โทร. 053-771563, 081-3033800
หลังจากทีแวะชิม และเยี่ยมชมไร่ชาฉุยฟงแล้ว เรามุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลองไปอีก โดยใช้เวลาวิ่งรถขึ้นเขาไปอีกประมาณเกือบชั่วโมงก็มาถึงไร่ชา 101 ทางขึ้นมาคดเคี้ยวพอสมควรคะ ถนนแค่สองเลนสำหรับรถวิ่งสวนทาง คุณลุงคนขับรถก็ซิ่งเหลือเกิน เพราะตอนออกจากไร่ชาฉุยฟงก็เกือบสี่โมงแล้ว ทำให้ระหว่างทางที่คดเคี้ยวนั้นทำให้สาวๆต้องควักยาดมขึ้นสูดแก้วิงเวียงตลอดทางกันเลยทีเดียว
ในที่สุด ก็มาถึง ....
ไร่ชา 101
ไร่ชา 101 ตั้งอยู่เลขที่ 29/1 ม.1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 5 ถือเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนดอยแม่สลองที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและถ่ายรูป มีการนำเสนอเรื่องราวของชาได้อย่างน่าสนใจ และยังได้รับรางวัลในการประกวดชาหลายรางวัล เช่น รางวัลชนะเลิศ การประกวดคุณภาพใบชา งานเทศกาลชาโลก และ รางวัลชนะเลิศชาอู่หลงก้านอ่อน ชาอู่หลงเบอร์ 2 ในปี พ.ศ. 2544
พวกเราก็มาถึงไร่ชา 101 เวลา 16.30 น. นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีแล้ว มีแต่กลุ่มของพวกเรากับคนต่างชาติที่มาชิมชาแบบจริงจังอยู่คนสองคน สงสัยจะมาสั่งซื้อชาล็อตใหญ่ไปขายคะ พวกเรารีบเดินชมไร่ชาและดูขั้นตอนการชงชาและชิมชากันอย่างใคร่รู้ทีเดียวคะ ที่นี่เขาอธิบายถึงชาแต่ละชนิดที่ปลูก การเก็บเกี่ยว และการค้าขายค่อนข้างละเอียด แบบว่าน้องถามมาพี่ก็ตอบให้ได้ทุกคำถาม เจ้าหน้าที่เขาฝึกมาดีจริงๆ
มาดูลีลาการชงชาของพี่เขากันคะ

1. ขั้นแรกให้เราเทน้ำร้อนลงในใบชาที่เราเรียกว่าน้ำแรก ซึ่งหลายคนเคยได้ยินมาแล้วและเชื่อว่าเป็นการทำความสะอาดใบชา แต่จริงๆแล้วเป็นการกระตุ้นใบชา จากใบที่ม้วนๆนั้นจะคลายอออก ซึ่งจะให้ทำให้ชามีกลิ่นและรสชาติที่ดียิ่งขึ้น
2. หลังการกระตุ้นใบชาจากน้ำแรกแล้วก็จะเป็นน้ำที่สอง หากต้องการชาแบบอ่อนๆไม่เข้มมากก็ใช้แช่ไว้แค่ประมาณ 40 นาที หากต้องการเข้มก็แช่ไว้ที่ 1 นาที หรือถ้าต้องการเข้มมากก็ 2 นาที จะได้รสชาที่เข้มถึงใจนักดื่มชารุ่นใหญ่ทีเดียวคะ
3. ชาที่ใส่ไป 1 ช้อนโต๊ะนั้นจะชงได้หลายน้ำ หากชอบรสกลางๆไม่เข้มมากก็จะชงได้ถึง 7 ครั้ง หากชอบรสเข้มก็จะชงได้ 5 ครั้งคะ
4. หลังจากแช่ไว้ไม่ถึง 1 นาทีเราก็จะมาชิมชากันคะ ซึ่งจะสังเกตว่าจะมีแก้วสองอันคือแก้วยาวกับแก้วแบน อ้อแต่ก่อนเริ่มพี่สาวเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากแก้วชาที่โดนความร้อนของน้ำนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก 3 ข้อได้อีกคือ
4.1 เราสามารถเอามืออังถ้วยชาเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายในช่วงเวลาอากาศหนาวได้
4.2 แก้วยาวเอาไว้สูดหรือทดสอบกลิ่นชา
4.3 นำไออุ่นๆจากถ้วยชามาอังบริเวณดวงตาเพื่อช่วยรักษาโรคตาแดงได้ด้วย เพราะไออุ่นๆจากแก้วชาจะช่วยฆ่าเชื้อโรค โดยต้องใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับทีปลายถ้วยและปากถ้วยคนละด้าน ไม่อย่างนั้น มือเราจะทนความร้อนไม่ไหวนะคะ
5. ก่อนดื่มชาจริงจังก็ต้องมีไข่ต้มน้ำชาเป็นสูตรสมุนไพรมาควบคู่ด้วยคะ เพราะเวลาประมาณ 5 โมงเย็นนี่ทิ้งช่วงจาก มื้อกลางวันมาพอสมควร (ตามที่เคยโพสลงในเพจว่าเราไม่ควรดื่มชาเวลาท้องว่าง เพราะในใบชาจะมีสารคาเฟอีนอยู่ซึ่งหากดื่มในขณะท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะได้) พอรู้ความดังนี้คุณพ่อเพื่อนแสนดีเลยสั่งไข่ต้มชามา 10 ใบ ได้ทานแก้หิวและแก้ท้องว่างพร้อมชิมน้ำชากันคนละลูกสองลูกเลยค่ะ แฮะ แฮะ
ขอบอกว่าเนื้อไข่นุ่มมากๆ หยอดแม็กกี้และพริกไทยเพิ่ม ทานคู่กับชานั้น จะสามารถต่อไข่ลูกที่สามกันได้ทีเดียวถ้าไม่กลัวคลอเรสตอรอลขึ้นซะก่อน
เนื่องจากตอนนี้ใบชาขาดตลาดเจ้าหน้าที่เขามีนำมาให้ชิม 2 ตัวคือชาเขียว ชาแดง ตามรูปนี้
มาย้อนดูขั้นตอนอีกครั้งนะคะเทชาเสร็จแล้ว
ต้องคว่ำถ้วยอีกที
ยกมาให้ตรงหน้าแบบนี้
ถ้วยชายาวร้อนมาก แต่ต้องดึงออก จะได้หน้าตาชาแบบนี้คะ
ต้องกินกับไข่ต้มถึงจะฟินนมากก
ใครสนใจต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเยี่ยมชมไร่ชา 101 สามารถโทรสอบถามได้ที่ โทร. 053-710029, 081-8849088 คะ
กระทู้ต่อไปจะมาส่งภาพสวยๆจากที่พักบนดอยให้ดูกันนะคะ ^_^
อันนี้เป็นกระทู้แรก หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ
ปล. หากใครสนใจเรื่องราวน่ารักๆเกี่ยวกับชา สามารถมาตามดู ตามไลท์กันที่เพจได้นะคะ
https://www.facebook.com/pages/Just-Tea/638068086277685
ขอบคุณมากคะ
[CR] รีวิวเที่ยวไร่ชาฉุยฟงและไร่ชา 101
เมื่อวันเวลาที่เราวางแผนการเดินทางมาถึงคือต้นมีนาคม พวกเราได้ออกเดินทางจากกรุงเทพมาถึงเชียงรายประมาณเที่ยงครึ่ง ได้แวะทานข้าวและนมัสการพระที่นับถือ ไหว้พระธาตุต่างๆซึ่งถือเป็นมงคลสำหรับพวกเราเป็นอย่างมากในทริปนี้ และหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย ในช่วงบ่ายต้นๆ พวกเราก็ออกเดินทางไปดูไร่ชาตามแผนที่วางไว้ในการดูไร่ชา 2 ที่คือ ไร่ชาฉุยฟง และไร่ชา 101 (ว้าว ... ตื่นเต้น
ที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่เพาะปลูกชารวมกันเกือบ 100,000 ไร่ ถือว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกชาอันดับ 14 ของโลก เป็นการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ 85% และขายในประเทศเพียง 15%
ไร่แรกที่ไปคือไร่ชาฉุยฟงคะ
บริษัท ฉุยฟงที จำกัดเป็นเจ้าของไร่ชาฉุยฟง ตั้งอยู่ที่ บ้านพญาไพร ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่กว่า 1,000 ไร่ ทำการปลูกชาบนสันเขาที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได เป็นระเบียบสวยงาม ทำให้ไร่ชาแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเชียงราย เพราะนักท่องเที่ยวจะมาสูดอากาศดีๆ ชมไร่ชาสวยๆ ชิมชาหอมๆ และซื้อชาเป็นของฝากกลับบ้านไปด้วย
พวกเราไปถึงช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงแล้ว ถึงแม้จะเป็นช่วงแดดกำลังดี แต่พวกเราไม่ร้อนเลยคะ มีลมโชยๆตลอด อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 24 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วสภาพภูมิอากาศบนดอยนั้นจะเย็นตลอดปี และจะเย็นมากในช่วงหน้าหนาว (โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 0-10 องศาเซลเซียส)
พวกเรามีเวลาน้อยไปนิดคะ เลยเข้าไปชมและชิมชากันให้ได้ชื่อว่ามาถึงแล้ว
เราชิมจากขวาสุดค่ะเป็นชาอู่หลงเบอร์ 12 รสอ่อนนุ่ม หอมหวาน
ตัวกลางเป็นอู่หลงเบอร์ 17 รสเข้ม
ตัวซ้ายสุดเป็นอู่หลงหมื่นลี้กลิ่นดอกไม้ หอมดอกไม้มากค่ะ ส่วนใหญ่สาวๆชอบกลิ่นนี้
เวลาชิม เขาจะเทใส่ถ้วยให้เราแบบนี้นะคะ
ได้ของฝากมานิดหน่อย อิอิ
ก่อนรีบวิ่งขึ้นรถตู้เพราะคุณลุงคนขับกลัวว่าไร่ 101 จะปิดเสียก่อน เลยได้ภาพมาฝากแบบเบาๆไม่กี่ภาพ จะสังเกตเห็นว่าท้องฟ้าไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่ภาคเหนือเจอกับมลภาวะหมอกควันไฟป่าปกคลุม แต่วิวบนดอยก็ยังสวยอยู่ (ปล. สงสารคนในเมืองที่เจอกับมลภาวะแบบเต็มๆ)
เอารูปที่ถ่ายกับวิวสวยๆของไร่ชาฉุยฟงมาเติมคะ
หากใครสนใจไปเที่ยวที่ไร่ชาฉุยฟงแนะนำให้ไปตอนเช้านะคะ เพราะจะเจอชาวบ้านกำลังขมักมะเม้นเก็บชากันอยู่ที่เดียวคะ เสียดายที่มีเวลาพักแวะอยู่ที่นี่ไม่นาน เนื่องจากเราต้องเดินทางขึ้นไปไร่ชา 101 อีก หากช้าไป ไร่จะปิดซะก่อน
ถ้าต้องการข้อมูลเรื่องที่พักแลละการท่องเที่ยวของไร่ฉุยฟง สามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ โทร. 053-771563, 081-3033800
หลังจากทีแวะชิม และเยี่ยมชมไร่ชาฉุยฟงแล้ว เรามุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลองไปอีก โดยใช้เวลาวิ่งรถขึ้นเขาไปอีกประมาณเกือบชั่วโมงก็มาถึงไร่ชา 101 ทางขึ้นมาคดเคี้ยวพอสมควรคะ ถนนแค่สองเลนสำหรับรถวิ่งสวนทาง คุณลุงคนขับรถก็ซิ่งเหลือเกิน เพราะตอนออกจากไร่ชาฉุยฟงก็เกือบสี่โมงแล้ว ทำให้ระหว่างทางที่คดเคี้ยวนั้นทำให้สาวๆต้องควักยาดมขึ้นสูดแก้วิงเวียงตลอดทางกันเลยทีเดียว
ในที่สุด ก็มาถึง .... ไร่ชา 101
ไร่ชา 101 ตั้งอยู่เลขที่ 29/1 ม.1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 5 ถือเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนดอยแม่สลองที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและถ่ายรูป มีการนำเสนอเรื่องราวของชาได้อย่างน่าสนใจ และยังได้รับรางวัลในการประกวดชาหลายรางวัล เช่น รางวัลชนะเลิศ การประกวดคุณภาพใบชา งานเทศกาลชาโลก และ รางวัลชนะเลิศชาอู่หลงก้านอ่อน ชาอู่หลงเบอร์ 2 ในปี พ.ศ. 2544
พวกเราก็มาถึงไร่ชา 101 เวลา 16.30 น. นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีแล้ว มีแต่กลุ่มของพวกเรากับคนต่างชาติที่มาชิมชาแบบจริงจังอยู่คนสองคน สงสัยจะมาสั่งซื้อชาล็อตใหญ่ไปขายคะ พวกเรารีบเดินชมไร่ชาและดูขั้นตอนการชงชาและชิมชากันอย่างใคร่รู้ทีเดียวคะ ที่นี่เขาอธิบายถึงชาแต่ละชนิดที่ปลูก การเก็บเกี่ยว และการค้าขายค่อนข้างละเอียด แบบว่าน้องถามมาพี่ก็ตอบให้ได้ทุกคำถาม เจ้าหน้าที่เขาฝึกมาดีจริงๆ
มาดูลีลาการชงชาของพี่เขากันคะ
1. ขั้นแรกให้เราเทน้ำร้อนลงในใบชาที่เราเรียกว่าน้ำแรก ซึ่งหลายคนเคยได้ยินมาแล้วและเชื่อว่าเป็นการทำความสะอาดใบชา แต่จริงๆแล้วเป็นการกระตุ้นใบชา จากใบที่ม้วนๆนั้นจะคลายอออก ซึ่งจะให้ทำให้ชามีกลิ่นและรสชาติที่ดียิ่งขึ้น
2. หลังการกระตุ้นใบชาจากน้ำแรกแล้วก็จะเป็นน้ำที่สอง หากต้องการชาแบบอ่อนๆไม่เข้มมากก็ใช้แช่ไว้แค่ประมาณ 40 นาที หากต้องการเข้มก็แช่ไว้ที่ 1 นาที หรือถ้าต้องการเข้มมากก็ 2 นาที จะได้รสชาที่เข้มถึงใจนักดื่มชารุ่นใหญ่ทีเดียวคะ
3. ชาที่ใส่ไป 1 ช้อนโต๊ะนั้นจะชงได้หลายน้ำ หากชอบรสกลางๆไม่เข้มมากก็จะชงได้ถึง 7 ครั้ง หากชอบรสเข้มก็จะชงได้ 5 ครั้งคะ
4. หลังจากแช่ไว้ไม่ถึง 1 นาทีเราก็จะมาชิมชากันคะ ซึ่งจะสังเกตว่าจะมีแก้วสองอันคือแก้วยาวกับแก้วแบน อ้อแต่ก่อนเริ่มพี่สาวเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากแก้วชาที่โดนความร้อนของน้ำนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก 3 ข้อได้อีกคือ
4.1 เราสามารถเอามืออังถ้วยชาเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายในช่วงเวลาอากาศหนาวได้
4.2 แก้วยาวเอาไว้สูดหรือทดสอบกลิ่นชา
4.3 นำไออุ่นๆจากถ้วยชามาอังบริเวณดวงตาเพื่อช่วยรักษาโรคตาแดงได้ด้วย เพราะไออุ่นๆจากแก้วชาจะช่วยฆ่าเชื้อโรค โดยต้องใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับทีปลายถ้วยและปากถ้วยคนละด้าน ไม่อย่างนั้น มือเราจะทนความร้อนไม่ไหวนะคะ
5. ก่อนดื่มชาจริงจังก็ต้องมีไข่ต้มน้ำชาเป็นสูตรสมุนไพรมาควบคู่ด้วยคะ เพราะเวลาประมาณ 5 โมงเย็นนี่ทิ้งช่วงจาก มื้อกลางวันมาพอสมควร (ตามที่เคยโพสลงในเพจว่าเราไม่ควรดื่มชาเวลาท้องว่าง เพราะในใบชาจะมีสารคาเฟอีนอยู่ซึ่งหากดื่มในขณะท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะได้) พอรู้ความดังนี้คุณพ่อเพื่อนแสนดีเลยสั่งไข่ต้มชามา 10 ใบ ได้ทานแก้หิวและแก้ท้องว่างพร้อมชิมน้ำชากันคนละลูกสองลูกเลยค่ะ แฮะ แฮะ
ขอบอกว่าเนื้อไข่นุ่มมากๆ หยอดแม็กกี้และพริกไทยเพิ่ม ทานคู่กับชานั้น จะสามารถต่อไข่ลูกที่สามกันได้ทีเดียวถ้าไม่กลัวคลอเรสตอรอลขึ้นซะก่อน
เนื่องจากตอนนี้ใบชาขาดตลาดเจ้าหน้าที่เขามีนำมาให้ชิม 2 ตัวคือชาเขียว ชาแดง ตามรูปนี้
มาย้อนดูขั้นตอนอีกครั้งนะคะเทชาเสร็จแล้ว
ต้องคว่ำถ้วยอีกที
ยกมาให้ตรงหน้าแบบนี้
ถ้วยชายาวร้อนมาก แต่ต้องดึงออก จะได้หน้าตาชาแบบนี้คะ
ต้องกินกับไข่ต้มถึงจะฟินนมากก
ใครสนใจต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเยี่ยมชมไร่ชา 101 สามารถโทรสอบถามได้ที่ โทร. 053-710029, 081-8849088 คะ
กระทู้ต่อไปจะมาส่งภาพสวยๆจากที่พักบนดอยให้ดูกันนะคะ ^_^
อันนี้เป็นกระทู้แรก หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ
ปล. หากใครสนใจเรื่องราวน่ารักๆเกี่ยวกับชา สามารถมาตามดู ตามไลท์กันที่เพจได้นะคะ
https://www.facebook.com/pages/Just-Tea/638068086277685
ขอบคุณมากคะ