'สมเกียรติ' กระทุ้งรัฐบาลควรสร้างความชัดเจนในการประมูล4G เผยประหลาดใจทำไมให้ประมูลความถี่ 2600 MHz ทั้งที่มีความถี่ 1800 MHz พร้อมอยู่แล้ว หวั่นต้องเสียเงินชดเชยในการขอคืนความถี่ อาจได้ไม่คุ้มเสีย ด้าน 'หมอลี่' ยันเจตนารมณ์ ต้องการประมูล 1800 MHz ขอรอหนังสือตอบรับจาก คสช.เพราะเป็นคำสั่งทางกม.ลั่นหากต้องประมูล 2600 MHz ต้องศึกษาข้อมูลใหม่ เพราะใช้งานคนละธุรกิจกัน อาจประมูลไม่ทันภายในส.ค.นี้
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมการเตรียมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาให้ข่าวว่าพร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการประมูล 4G ได้ภายในเดือนส.ค.นั้น โดยให้กสทช.นำความถี่ย่าน 2300 MHz และ 2600 MHz มาพิจารณาในการประมูลด้วย เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยมีการพูดถึงทั้ง 2 ความถี่ดังกล่าวมาก่อน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าแผนการประมูล 4G จะเป็นอย่างไร ทำให้ผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถวางแผนในการลงทุนได้ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นคณะกรรมการเตรียมการระหว่างรอ พ.ร.บ.คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีผลบังคับใช้ จึงไม่มีอำนาจทางกฎหมายแต่ทำไมถึงมีคำสั่งให้กสทช.กลับไปทำการบ้านพิจารณา ความถี่อื่นๆนอกเหนือจากคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่กสทช.มีความพร้อมในการนำมาเปิดประมูลอยู่แล้ว
ดังนั้นรัฐบาลควรสร้างความชัดเจนมากกว่านี้ว่า แผนการประมูลความถี่ 4G จะมีอย่างไรบ้าง ควรเปิดประมูลในความถี่ที่มีอยู่แล้ว คือ 1800 MHz และ 900 MHz ก่อน ส่วนจะนำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาประมูลต้องรอให้กสทช.สามารถนำความถี่กลับมาให้ได้ก่อน ซึ่งขณะนี้ความถี่ 2300 MHz เป็นความถี่ที่อยู่กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ ความถี่ 2600 MHz อยู่ที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งอสมทเป็นทั้งรัฐวิสากิจและเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบริษัทเอกชนถือหุ้นอยู่ จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะนำขอความถี่คืนกลับมา
'การที่ระบุว่า ให้นำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาประมูลนั้นยังมีประเด็นเรื่องการจ่ายเงินชดเชยในการขอความถี่คืนซึ่งได้ระบุ ไว้ในร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ด้วย ถามว่าต้องใช้เงินชดเชยเท่าไหร่ ทั้ง 2 องค์กรถึงจะยอมและจะคุ้มกับเม็ดเงินที่ได้มาจากการประมูลหรือไม่ ขณะที่หากกฎหมายกสทช.ฉบับใหม่ผ่าน ซึ่งตามที่รมว.ไอซีทีคาดว่าจะผ่านและประกาศใช้ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้จะมีผลทำให้การประมูลเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะกว่าจะประมูลใช้เวลาอีกตั้ง 5 เดือน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ รัฐบาลไม่มีความชัดเจน และรับรองว่าต่อไปจะมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกไม่รู้จบแน่นอน'
อย่างไรก็ตามการนำ ความถี่ใดๆมาประมูลนั้นไม่ควรมองเพียงแค่เรื่องเทคโนโลยีว่าดีกว่าอย่างไร แต่ควรคำนึงด้วยว่าความถี่นั้นๆเป็นของใคร และการที่คณะกรรมการชุดนี้เปิดกว้างให้มีการประมูลหลายๆความถี่ ทั้ง 1800 MHz ,900 MHz ,2300 MHz และ 2600 MHz ขณะที่ตราบใดในประเทศยังมีผู้ร่วมประมูลไม่เกิน 3 ราย เท่ากับว่าไม่ได้สร้างให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งมีผลต่อรายได้ของการประมูลน้อยลง
ด้านนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกสทช.กล่าวว่า แผนของกสทช.คือต้องการเปิดประมูล 2 ความถี่คือ 1800 MHz กับ900 MHz เนื่องจาก1800 MHz ถูกชะลอออกไป 1 ปี ซึ่งกำลังจะครบกำหนดคำสั่งจากคสช.ในเดือนก.ค.นี้ กสทช.จึงต้องการหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการจากคสช.ว่าให้กสทช.เตรียมการประมูลได้ เนื่องจากคำสั่งของคสช.มีผลทางกฎหมาย ส่วนผลการประชุมของคณะกรรมการดีอี คือการเสนอความเห็น ทำให้กรรมการกสทช.บางคนไม่กล้าดำเนินการเตรียมการประมูลหากไม่ได้หนังสือ ตอบกลับอย่างเป็นทางการ ขณะที่ความถี่ 900 MHz ที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานกับ ทีโอที ในเดือน ก.ย.นั้น กสทช.ไม่ต้องการนำเรื่องเข้าสู่มาตรการเยียวยา เพราะที่ผ่านมามาตรการการเยียวยาที่เกิดขึ้นกับความถี่ 1800 MHz นั้นกสทช.ไม่เคยได้รับรายได้เลย ขณะที่เอกชนมีรายได้แต่อ้างว่ายังขาดทุนและไม่ยอมจ่ายเงิน จึงเกรงว่าจะมีปัญหาซ้ำรอยเดิมกับมาตรการเยียวยาของความถี่ 900 MHz
ทั้งนี้หากรัฐบาลจะนำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาให้กสทช.ประมูลก็ต้องสร้างความชัดเจนถึงสิทธิในการเป็นเจ้าของความถี่เสียก่อนว่าเป็นของใคร ยกตัวอย่างเช่นความถี่ 2600 MHz ที่อยู่กับอสมทนั้นก็ยังมีปัญหาการตีความทางกฎหมายกันอยู่เนื่องจากอสมทได้ใบอนุญาตไปซึ่งอายุของใบอนุญาตยังไม่หมดแต่การให้บริการตอนที่ขอใบอนุญาตไม่มีการให้บริการแล้ว ดังนั้นก็สามารถนำความถี่คืนมาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ส่วนความถี่ 2300 MHz ที่อยู่กับทีโอทีนั้น ทีโอทียังให้เหตุผลว่ายังใช้งานอยู่ ก็ต้องมานั่งคุยกันให้ชัดเจนทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากต้องนำความถี่ 2600 MHz มาจัดการประมูลจริง คิดว่าภายในเดือนส.ค.นี้ คงเตรียมการประมูลไม่ทันแน่นอน เพราะเป็นความถี่ที่นำไปใช้ในเชิงธุรกิจที่แตกต่างจากความถี่ 1800 MHz ที่กสทช.ได้ศึกษาไปแล้ว โดยความถี่ 2300 MHz และความถี่ 2600 MHz จะเหมาะสำหรับใช้ในการให้บริการไว-แม็ก และอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือยังไม่รองรับ ดังนั้นจึงต้องประเมินราคากันใหม่
ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.กล่าวว่า กสทช.ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเปิดประมูลได้เดือนไหนต้องรอมติการประชุมของคณะกรรมการดีอีตอบกลับมาก่อน
ขณะที่แหล่งข่าวจาก กสทช.อธิบายว่า มติที่ประชุมดีอี หมายความว่าไม่สามารถทำการประชาพิจารณ์เงื่อนไขต่างๆของการประมูลได้ก่อนวันที่ 17 ก.ค. 58เพราะยังไม่พ้นประกาศคสช.ที่ให้ชะลอการประมูล และคำสั่งดังกล่าวถือเป็นกฎหมาย มติฝ่ายบริหารไม่สามารถหักล้างได้ จึงต้องรอหนังสือตอบกลับจาก คสช.อย่างเป็นทางการก่อนดังนั้นหากจะเริ่มประมูลน่าจะเริ่มได้ในเดือนพ.ย. เพราะต้องใช้เวลาประชาพิจารณ์ 4 เดือน ส่วนความถี่ 2600 MHz หากได้มาเมื่อไหร่ก็นับต่อไปอีก 4 เดือนจึงจะสามารถเปิดประมูลได้
ขณะที่นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงแผนงานในอนาคตของการจัดสรรคลื่นความถี่ว่า หากต่อไปมีจำนวนผู้ใช้ดาต้ามากขึ้นเรื่อยๆความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 2 ย่านรวมกันมีแบนด์วิธ 45 MHz เท่านั้น จึงได้พูดถึงความถี่ 2600 MHz ที่ว่างอยู่และอสมทไม่ได้ใช้งาน และมีแบนด์วิธมากถึง 128 MHz ดังนั้นจึงเป็นความถี่ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการเดินตามนโยบาย Digital Economy ของประเทศ จะได้ไม่ต้องประมูลบ่อยๆ แต่ไม่ได้จะนำความถี่ดังกล่าวมาแทนที่ 1800 MHz และ 900 MHz ที่จะเปิดประมูลในแผนของกสทช.
Manager.co.th
พวกมิงไปคุยกันก่อนไหม? ส่อแววล่ม คาด ประมูลคลื่น 2600 Mhz ไม่ทันภายในปีนี้
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมการเตรียมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาให้ข่าวว่าพร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการประมูล 4G ได้ภายในเดือนส.ค.นั้น โดยให้กสทช.นำความถี่ย่าน 2300 MHz และ 2600 MHz มาพิจารณาในการประมูลด้วย เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยมีการพูดถึงทั้ง 2 ความถี่ดังกล่าวมาก่อน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าแผนการประมูล 4G จะเป็นอย่างไร ทำให้ผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถวางแผนในการลงทุนได้ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นคณะกรรมการเตรียมการระหว่างรอ พ.ร.บ.คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีผลบังคับใช้ จึงไม่มีอำนาจทางกฎหมายแต่ทำไมถึงมีคำสั่งให้กสทช.กลับไปทำการบ้านพิจารณา ความถี่อื่นๆนอกเหนือจากคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่กสทช.มีความพร้อมในการนำมาเปิดประมูลอยู่แล้ว
ดังนั้นรัฐบาลควรสร้างความชัดเจนมากกว่านี้ว่า แผนการประมูลความถี่ 4G จะมีอย่างไรบ้าง ควรเปิดประมูลในความถี่ที่มีอยู่แล้ว คือ 1800 MHz และ 900 MHz ก่อน ส่วนจะนำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาประมูลต้องรอให้กสทช.สามารถนำความถี่กลับมาให้ได้ก่อน ซึ่งขณะนี้ความถี่ 2300 MHz เป็นความถี่ที่อยู่กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ ความถี่ 2600 MHz อยู่ที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งอสมทเป็นทั้งรัฐวิสากิจและเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบริษัทเอกชนถือหุ้นอยู่ จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะนำขอความถี่คืนกลับมา
'การที่ระบุว่า ให้นำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาประมูลนั้นยังมีประเด็นเรื่องการจ่ายเงินชดเชยในการขอความถี่คืนซึ่งได้ระบุ ไว้ในร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ด้วย ถามว่าต้องใช้เงินชดเชยเท่าไหร่ ทั้ง 2 องค์กรถึงจะยอมและจะคุ้มกับเม็ดเงินที่ได้มาจากการประมูลหรือไม่ ขณะที่หากกฎหมายกสทช.ฉบับใหม่ผ่าน ซึ่งตามที่รมว.ไอซีทีคาดว่าจะผ่านและประกาศใช้ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้จะมีผลทำให้การประมูลเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะกว่าจะประมูลใช้เวลาอีกตั้ง 5 เดือน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ รัฐบาลไม่มีความชัดเจน และรับรองว่าต่อไปจะมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกไม่รู้จบแน่นอน'
อย่างไรก็ตามการนำ ความถี่ใดๆมาประมูลนั้นไม่ควรมองเพียงแค่เรื่องเทคโนโลยีว่าดีกว่าอย่างไร แต่ควรคำนึงด้วยว่าความถี่นั้นๆเป็นของใคร และการที่คณะกรรมการชุดนี้เปิดกว้างให้มีการประมูลหลายๆความถี่ ทั้ง 1800 MHz ,900 MHz ,2300 MHz และ 2600 MHz ขณะที่ตราบใดในประเทศยังมีผู้ร่วมประมูลไม่เกิน 3 ราย เท่ากับว่าไม่ได้สร้างให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งมีผลต่อรายได้ของการประมูลน้อยลง
ด้านนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกสทช.กล่าวว่า แผนของกสทช.คือต้องการเปิดประมูล 2 ความถี่คือ 1800 MHz กับ900 MHz เนื่องจาก1800 MHz ถูกชะลอออกไป 1 ปี ซึ่งกำลังจะครบกำหนดคำสั่งจากคสช.ในเดือนก.ค.นี้ กสทช.จึงต้องการหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการจากคสช.ว่าให้กสทช.เตรียมการประมูลได้ เนื่องจากคำสั่งของคสช.มีผลทางกฎหมาย ส่วนผลการประชุมของคณะกรรมการดีอี คือการเสนอความเห็น ทำให้กรรมการกสทช.บางคนไม่กล้าดำเนินการเตรียมการประมูลหากไม่ได้หนังสือ ตอบกลับอย่างเป็นทางการ ขณะที่ความถี่ 900 MHz ที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานกับ ทีโอที ในเดือน ก.ย.นั้น กสทช.ไม่ต้องการนำเรื่องเข้าสู่มาตรการเยียวยา เพราะที่ผ่านมามาตรการการเยียวยาที่เกิดขึ้นกับความถี่ 1800 MHz นั้นกสทช.ไม่เคยได้รับรายได้เลย ขณะที่เอกชนมีรายได้แต่อ้างว่ายังขาดทุนและไม่ยอมจ่ายเงิน จึงเกรงว่าจะมีปัญหาซ้ำรอยเดิมกับมาตรการเยียวยาของความถี่ 900 MHz
ทั้งนี้หากรัฐบาลจะนำความถี่ 2300 MHz และ 2600 MHz มาให้กสทช.ประมูลก็ต้องสร้างความชัดเจนถึงสิทธิในการเป็นเจ้าของความถี่เสียก่อนว่าเป็นของใคร ยกตัวอย่างเช่นความถี่ 2600 MHz ที่อยู่กับอสมทนั้นก็ยังมีปัญหาการตีความทางกฎหมายกันอยู่เนื่องจากอสมทได้ใบอนุญาตไปซึ่งอายุของใบอนุญาตยังไม่หมดแต่การให้บริการตอนที่ขอใบอนุญาตไม่มีการให้บริการแล้ว ดังนั้นก็สามารถนำความถี่คืนมาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ส่วนความถี่ 2300 MHz ที่อยู่กับทีโอทีนั้น ทีโอทียังให้เหตุผลว่ายังใช้งานอยู่ ก็ต้องมานั่งคุยกันให้ชัดเจนทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากต้องนำความถี่ 2600 MHz มาจัดการประมูลจริง คิดว่าภายในเดือนส.ค.นี้ คงเตรียมการประมูลไม่ทันแน่นอน เพราะเป็นความถี่ที่นำไปใช้ในเชิงธุรกิจที่แตกต่างจากความถี่ 1800 MHz ที่กสทช.ได้ศึกษาไปแล้ว โดยความถี่ 2300 MHz และความถี่ 2600 MHz จะเหมาะสำหรับใช้ในการให้บริการไว-แม็ก และอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือยังไม่รองรับ ดังนั้นจึงต้องประเมินราคากันใหม่
ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.กล่าวว่า กสทช.ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเปิดประมูลได้เดือนไหนต้องรอมติการประชุมของคณะกรรมการดีอีตอบกลับมาก่อน
ขณะที่แหล่งข่าวจาก กสทช.อธิบายว่า มติที่ประชุมดีอี หมายความว่าไม่สามารถทำการประชาพิจารณ์เงื่อนไขต่างๆของการประมูลได้ก่อนวันที่ 17 ก.ค. 58เพราะยังไม่พ้นประกาศคสช.ที่ให้ชะลอการประมูล และคำสั่งดังกล่าวถือเป็นกฎหมาย มติฝ่ายบริหารไม่สามารถหักล้างได้ จึงต้องรอหนังสือตอบกลับจาก คสช.อย่างเป็นทางการก่อนดังนั้นหากจะเริ่มประมูลน่าจะเริ่มได้ในเดือนพ.ย. เพราะต้องใช้เวลาประชาพิจารณ์ 4 เดือน ส่วนความถี่ 2600 MHz หากได้มาเมื่อไหร่ก็นับต่อไปอีก 4 เดือนจึงจะสามารถเปิดประมูลได้
ขณะที่นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงแผนงานในอนาคตของการจัดสรรคลื่นความถี่ว่า หากต่อไปมีจำนวนผู้ใช้ดาต้ามากขึ้นเรื่อยๆความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 2 ย่านรวมกันมีแบนด์วิธ 45 MHz เท่านั้น จึงได้พูดถึงความถี่ 2600 MHz ที่ว่างอยู่และอสมทไม่ได้ใช้งาน และมีแบนด์วิธมากถึง 128 MHz ดังนั้นจึงเป็นความถี่ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการเดินตามนโยบาย Digital Economy ของประเทศ จะได้ไม่ต้องประมูลบ่อยๆ แต่ไม่ได้จะนำความถี่ดังกล่าวมาแทนที่ 1800 MHz และ 900 MHz ที่จะเปิดประมูลในแผนของกสทช.
Manager.co.th