ผมจะเป็นหมอไปทำไม ในเมื่อคนในบ้านป่วยแล้วไปรักษามั่วๆไม่ถามกันสักคำ

ถอดล็อกอินมานะครับ
ตอนนี้ผมเป็นแพทย์อยู่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่ง พักอยู่ที่บ้านร่วมกับแม่และหลานอายุ 6 ขวบ
หลานผมเป็นหวัดมาตั้งแต่วันอาทิตย์ ผมตรวจเองแล้วเป็นไข้หวัดธรรมดาครับ
แต่เมื่อเช้า (ไข้วันที่ 3) แม่พาหลานไปกวาดคอเองโดยไม่บอก ไม่ปรึกษาเลย
กวาดคอคือให้คนแก่ๆ เอานิ้วทาสมุนไพรบ้างเกลือบ้าง แล้วเอาไปล้วงให้สุดคอ กวาดนิ้วไปทั่วๆ
ทีนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ครับ ผมไม่เห็นด้วย
เพราะมือเขาจะสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ในช่องปากก็มีเชื้อโรคเยอะอยู่แล้ว
แล้วถ้าเล็บไปข่วนช่องคอเป็นแผล มันก็จะทำให้เป็นหนองลึกในลำคอ (deep neck abscess) ต้องรักษาด้วยการผ่ากรีดหนองออก
ผมก็เลยบอกแม่ไปว่าไม่ควรนะ อยู่บ้านด้วยกันแท้ๆ เลี้ยงหลานด้วยกันแท้ๆทำไมไม่บอกกันก่อน
อันนี้บทสนทนาคร่าวๆนะครับ
ผม : ทำไมแม่ไม่ถามกันก่อน
แม่ : ก็เลี้ยงมา รู้ดีว่าต้องทำ ถ้าไม่ทำมันไม่หายหรอก
ผม : ตรวจดูแล้ว มันเป็นไข้ธรรมดา ให้นอน เช็ดตัว กินน้ำเยอะๆเดี๋ยวก็หาย
แม่ : ก็มันไข้สูง เจ็บคออีก ไอก็เยอะ
ผม : แล้วไข้สูงนี่ให้เช็ดตัวหรือเปล่า ถ้าไม่อยากเช็ดก็บอกเดี๋ยวเช็ดให้เอง
       แล้วไอเจ็บคอไข้หวัดธรรมดามันก็เป็นได้ ส่องดูเองแล้วมันก็ไม่มีหนองอะไร ทำไมต้องไปกวาดคอด้วย
       ถ้ากวาดคอแล้วเป็นหนองติดเชื้อขึ้นมา เดี๋ยวก็ต้องผ่ากรีดหนองอีก รับได้มั้ย
แม่ : ก็ไม่เช็ด ไม่อะไรทั้งนั้นแหละ ไม่เชื่อ บางทีหมอแถวนี้ก็ไม่ได้ถูกไปเสมอหรอก
ผม : (เริ่มหงุดหงิดแล้ว) แล้วทำไมไม่ถามกันก่อน ไม่เชื่อก็พาไปรพ.ก็ได้
แม่ : ก็มันไม่หายซักที เป็นมาตั้งสองวันแล้ว
ผม : ก็มันเพิ่งจะเป็นมาสองวัน จะรีบไปไหน หวัดมันก็สามวันห้าวันกว่าจะหายทั้งนั้นแหละ
แม่ : (ประโยคคลาสสิค ใช้ประจำ) ใช่สิ ทำอะไรมันก็ผิดอยู่แล้วนี่
แล้วจากนั้นแม่ก็รำพึงรำพันประโยคเดิม ไปนั่งน้อยอกน้อยใจอยู่ครึ่งค่อนวัน
พยายามใช้คำที่อารมณ์เย็น มีเหตุผลแค่ไหน ก็จะไม่ยอมฟัง เอาแต่จะบอกว่าชั้นมันผิดตลอด อยู่นั่น

มาระบายให้ฟังเฉยๆครับ
ไม่รู้จะทำยังไงให้คนที่บ้านไว้ใจให้เราดูแลบ้าง ทั้งๆที่ความรู้ก็มี เวลาก็พอหาได้บ้างแล้ว
แล้วกับประโยคน้อยออกน้อยใจแบบนั้น ไม่รู้จะทำยังไงดี
เหนื่อยใจครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่