สวัสดีค่ะ เป็นครั้งแรกที่เขียนเรื่องราวลงกระทู้ ตอนนี้อายุ23ปี ขอเรียกแทนตัวเองว่า ดิฉัน นะคะ ถ้าข้อความต่างๆมีความผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี้ก่อนเลยนะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเดือนกันยายน ปี2556 ตอนนั้นดิฉันเป็นนักศึกษาฝึกงาน ดังนั้นจะไม่มีงานประจำและรายได้ที่แน่นอน แต่ขายเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้ามือสองทางอินสตาแกรม และมาอยู่คอนโดเพราะต้องฝึกงาน วันนั้นมีพนักงานมาขายประกันชีวิตของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตที่ข้างล่างตึกที่ดิฉันอยู่ ซึ่งดิฉันกำลังเดินออกไปทำผม เมื่อเดินผ่าน ก็มีพนักงานเข้ามาคุย (ขอแทนชื่อว่านายโอ) และขอเวลาแปปเดียวเพื่อที่จะพูดเรื่องประกัน ด้วยความเกรงใจดิฉันจึงหยุดฟัง นายโอก็อธิบายว่าเป็นประกันแบบใหม่ เงินประกันคุ้มครอง 1,000,000 บาท ฝาก20ปี เดือนละ 2248 บาท โดยคุ้มครองไปจนอายุ 90ปี !! ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่ได้สนใจทำเพราะมีประกันชีวิตของธนาคารอื่นอยู่แล้ว1เล่ม และนายโอก็พูดจูงใจตลอด ดิฉันจึงถามนายโอไปว่าแล้วถ้ายกเลิกจะได้เงินคืนยังไง นายโอบอกว่า ต้องเสียค่าเล่มกรมธรรม์ 500 บาทและค่าเบี้ยเดือนละประมาณ 20บาท (คำนี้จำได้ดีจำมาถึงทุกวันนี้เพราะเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด) ดิฉันจึงตกลงทำ เพราะเห็นว่าได้เงินคืนหากเรายกเลิกในอนาคต และนายโอก็ถามว่าทำอาชีพอะไร จึงตอบไปว่าเรียนอยู่ มีขายเครื่องสำอางค์ทางเน็ตบ้าง และนายโอก็พูดว่า ขายเครื่องสำอางค์ทางอินเตอร์เน็ตนะครับ (ก็เลยกลายเป็นอาชีพที่กรอกรายละเอียดในใบประกันไปเลย) พอทำเอกสารเสร็จ นายโอก็พูดว่าถ้าน้องเอ(นามสมมุติ)เดินออกไปข้างนอกเกิดอุบัติเหตุรถชน ทางประกันจะรับผิดชอบทันที (นั่นหมายถึงประกันอุบัติเหตุด้วยใช่มั้ยคะ) เราก็ยิ้ม แล้วนายโอก็บอกว่าเดี๋ยวจะเอาเล่มกรมธรรม์เข้ามาให้เราก็โอเค จ่ายเงินล่วงหน้าไป2เดือนพร้อมใบเสร็จแล้วออกไปธุระเลย จากนั้นผ่านไปเกือบ2อาทิตย์ นายโอหรือใครไม่รู้เพราะไม่ได้เจอหน้า นำเล่มกรมธรรม์มาฝากไว้ข้างล่างคนโดเพราะดิฉันไม่อยู่ และดิฉันก็ไม่ได้เปิดดูเลยเพราะคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรจนล่วงเลยมาเป็นเวลา 13 เดือน และเมื่อเดือนพฤษจิกายน 2557 ดิฉันคิดว่าควรยกเลิกกรมธรรม์นี้เพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ป่วยก็จ่ายเอง ไม่เคยยุ่งกับประกันนี้เลย จึงนำเล่มกรมธรรม์ไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้จัดการพูดว่าไม่รู้จักและไม่มีฝากนานขนาดนี้และคุ้มครองนานขนาดนี้ ดิฉันจึงอธิบายไปเรื่องทำประกันยังไงและจะได้รับเงินคืนยังไง ซึ่งผู้จัดการธนาคารพูดว่า เป็นไปไม่ได้ เขาก็เปิดเล่มดูและพูดอีกว่า ได้เงินคืนไม่เกิน500 ดิฉันตกใจมากน้ำตาแทบไหล TT ดิฉันจึงกลับไปอ่านเล่มกรมธรรม์ คือต้องบอกก่อนว่าอ่านยังไงก็ไม่รู้เรื่องข้อความวนไปวนมา เงินที่จะเวรคืนก็ไม่ชัดเจน ดิฉันจึงตัดสินใจไลน์ไปหานายโอว่า พี่โอ สะดวกเจอเมื่อไหร่คะ อยากยกเลิกกรมธรรม์ เข้าไปหาที่ธนาคารก็ได้ (ตอนนั้นไม่รู้ว่าธนาคารไทยพาณิชย์กับบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตไม่ใช่บริษัทเดียวกัน) นายโอก็ตอบประมาณว่า ทำไมถึงอยากยกเลิก เปลี่ยนเป็นตัวอื่นมั้ย มีแบบรายปี ซื้อเพิ่มอันนั้นอันนี้มั้ย (คือไม่ให้ยกเลิกละยังจะขายเพิ่มให้อีก เฮ้อ) ดิฉันจึงตอบไปว่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย อีกอย่างโดนแม่ด่าด้วย ทำอะไรไม่ปรึกษา นายโอจึงโทรมาและน้าวโน้มใหม่อีกครั้ง ดิฉันจึงบอกไปว่าเอากรมธรรม์เข้าไปถามที่ธนาคารมา เค้าบอกได้เงินคืนไม่ถึง500 นายโอบอกใช่ ดิฉันจึงบอกไปว่า อ่าวแล้วไหนบอกว่าเสียแค่ค่าเล่ม500กับค่าเบี้ยเดือนละประมาณ20บาทไง เค้าบอกเค้าไม่ได้พูด อันนั้นหมายถึงภายใน15วันหลังทำรึเปล่า คือตอนที่ดิฉันถามเค้าไม่ได้บอกแบบนี้เลย ทำไมเป็นแบบนี้ ดิฉันจึงถามอีกว่าแล้วประกันอุบัติเหตุนี้ประกันยังไงบ้าง เห็นมีบัตรประกันอยู่ท้ายเล่ม นายโอตอบมาว่า มีไว้เฉยๆ ถ้าจะให้ประกันต้องซื้อเพิ่ม คือมันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราโดนแล้วใช่มั้ย ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับตัวเองแบบนี้ และนายโอก็ยังคงโน้มน้าวให้ทำประกันแบบรายปีจะได้ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ถูกลง เราจึงตัดบทไปว่าเดี๋ยวคิดดูก่อนตอนนี้มาเที่ยวต่างจังหวัด พอกลับจากต่างจังหวัดก็ไลน์ไปหานายโอ ว่าอยากเจออยากคุยรายละเอียด นายโอก็ถามกลับมาว่าจะยกเลิกหรือจะเปลี่ยนมาทำรายปี ดิฉันเลยตอบไปว่ายังไม่รู้ เพราะดิฉันกลัวว่าถ้าบอกยกเลิกเค้าจะไม่มาเจอ แต่ด้วยความที่สุดท้ายยังไงก็คุยไม่เป็นผลไม่เป็นไปตามที่เค้าได้บอกไว้ จึงให้แม่โทรไป แม่ก็โทรไปสอบถามและคุยเรื่องทั้งหมด ประมาณว่าถ้าไม่เป็นไปตามที่พูดไว้คงต้องแจ้งทางบริษัทและดำเนินเรื่อง โดยนายโอขอว่าไม่อยากมีปัญหาจะชดใช้ให้2000 บาท แต่แม่ไม่ยอม นายโอจึงบอกว่าชดใช้5000 บาท โดยจะเอาเงินตัวเองชดใช้ให้เพราะบริษัทคงไม่คืน แม่จึงบอกงั้นแม่ไปถามน้องดูก่อน เงินที่ดิฉันจ่ายไปแล้วประมาณ 29,000 บาท แต่มันจำเป็นมั้ยที่ดิฉันจะต้องเสียเงินไปแบบนี้ ทั้งๆที่ดิฉันถามรายละเอียดแล้ว ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ดิฉันไม่ทำแน่นอน ดิฉันไม่รับเงิน5,000บาทนั้น และนำเรื่องราวทั้งหมดไปแจ้งกับบริษัทสาขาใหญ่โดยตรง โดยพนักงานพูดดีดูเข้าข้างและเข้าใจผู้เสียหาย พนักงานรับเรื่องและพูดว่าภายใน 45 วันทำการรู้ผลค่ะ ดิฉันก็โอเครอ ผ่านไป1เดือนพนักงานรับเรื่องก็โทรมาถามเรื่องต่างๆและบอกว่าฝั่งนู่น(ฝั่งนายโอ)รับเรื่องและเขียนเรื่องแล้วเช่นกัน โดยไม่ยอมรับข้อกล่าวหาใดๆ และพูดเห็นอกเห็นใจดิฉันและเข้าใจเรื่องเนื้อหาในกรมธรรม์ที่เขียนวนไปวนมา เพราะตัวพนักงานเองก็บอกว่าไม่เข้าใจรวมทั้งผู้เสียหายคนอื่นๆเช่นกัน หลังจากน้ันก็ไม่มีการติดต่อมาจนปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดิฉันเป็นคนติดต่อไปเองเพราะคิดว่าเกิน45วันแล้ว เมื่อโทรไปพนักงานแจ้งว่ายังไม่ทราบผลจากทางผู้ใหญ่และได้แจ้งว่าฝั่งนายโอได้ติดต่อกลับไปตกลงเรื่องกรมธรรม์แล้วแต่เราไม่โอเคตามเงื่อนไขเค้า โดยโทรหาคุณแม่ ทั้งๆที่ไม่มีการติดต่อใดๆตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนที่แม่ของดิฉันโทรไป ดิฉันจึงบอกไม่มีการติดต่อและบอกว่าแล้วอย่างนี้เค้าโกหกแล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง พนักงานกลับตอบไม่ได้ ครั้งนี้จึงทำให้รู้ว่าพนักงานของบริษัทก็ต้องเข้าข้างบริษัทตนเองอยู่แล้ว ไม่มีทางจะมาเข้าใจหรือช่วยเหลือผู้เสียหายที่จะมาเอาเงินบริษัทเค้าหรอก และวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา พึ่งทราบผลว่าไม่ได้คืน
ผลสรุปคือว่าดิฉันควรทำอย่างไรต่อไป ทำใจปล่อยเรื่องเงียบไปไม่ได้ บางคนอาจจะมองว่าเงินจำนวนไม่ได้เยอะคงปล่อยไป แต่ดิฉันกว่าจะหาเงินมาได้จำนวนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องที่จะเสียมันไปแบบนี้ มีใครเคยแจ้งกับ คปภ แล้วได้เงินคืนมั้ยคะ เราต้องมีเอกสารอะไรไปยื่นบ้าง ต้องแจ้งความก่อนมั้ย คือเครียดและหมดหนทางมากๆเลย
เสียความรู้สึก (เสียโง่) ให้พนักงานไทยพาณิชย์ประกันชีวิต สุดท้ายเสียทั้งความรู้สึกเสียทั้งเงิน
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเดือนกันยายน ปี2556 ตอนนั้นดิฉันเป็นนักศึกษาฝึกงาน ดังนั้นจะไม่มีงานประจำและรายได้ที่แน่นอน แต่ขายเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้ามือสองทางอินสตาแกรม และมาอยู่คอนโดเพราะต้องฝึกงาน วันนั้นมีพนักงานมาขายประกันชีวิตของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตที่ข้างล่างตึกที่ดิฉันอยู่ ซึ่งดิฉันกำลังเดินออกไปทำผม เมื่อเดินผ่าน ก็มีพนักงานเข้ามาคุย (ขอแทนชื่อว่านายโอ) และขอเวลาแปปเดียวเพื่อที่จะพูดเรื่องประกัน ด้วยความเกรงใจดิฉันจึงหยุดฟัง นายโอก็อธิบายว่าเป็นประกันแบบใหม่ เงินประกันคุ้มครอง 1,000,000 บาท ฝาก20ปี เดือนละ 2248 บาท โดยคุ้มครองไปจนอายุ 90ปี !! ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่ได้สนใจทำเพราะมีประกันชีวิตของธนาคารอื่นอยู่แล้ว1เล่ม และนายโอก็พูดจูงใจตลอด ดิฉันจึงถามนายโอไปว่าแล้วถ้ายกเลิกจะได้เงินคืนยังไง นายโอบอกว่า ต้องเสียค่าเล่มกรมธรรม์ 500 บาทและค่าเบี้ยเดือนละประมาณ 20บาท (คำนี้จำได้ดีจำมาถึงทุกวันนี้เพราะเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด) ดิฉันจึงตกลงทำ เพราะเห็นว่าได้เงินคืนหากเรายกเลิกในอนาคต และนายโอก็ถามว่าทำอาชีพอะไร จึงตอบไปว่าเรียนอยู่ มีขายเครื่องสำอางค์ทางเน็ตบ้าง และนายโอก็พูดว่า ขายเครื่องสำอางค์ทางอินเตอร์เน็ตนะครับ (ก็เลยกลายเป็นอาชีพที่กรอกรายละเอียดในใบประกันไปเลย) พอทำเอกสารเสร็จ นายโอก็พูดว่าถ้าน้องเอ(นามสมมุติ)เดินออกไปข้างนอกเกิดอุบัติเหตุรถชน ทางประกันจะรับผิดชอบทันที (นั่นหมายถึงประกันอุบัติเหตุด้วยใช่มั้ยคะ) เราก็ยิ้ม แล้วนายโอก็บอกว่าเดี๋ยวจะเอาเล่มกรมธรรม์เข้ามาให้เราก็โอเค จ่ายเงินล่วงหน้าไป2เดือนพร้อมใบเสร็จแล้วออกไปธุระเลย จากนั้นผ่านไปเกือบ2อาทิตย์ นายโอหรือใครไม่รู้เพราะไม่ได้เจอหน้า นำเล่มกรมธรรม์มาฝากไว้ข้างล่างคนโดเพราะดิฉันไม่อยู่ และดิฉันก็ไม่ได้เปิดดูเลยเพราะคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรจนล่วงเลยมาเป็นเวลา 13 เดือน และเมื่อเดือนพฤษจิกายน 2557 ดิฉันคิดว่าควรยกเลิกกรมธรรม์นี้เพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ป่วยก็จ่ายเอง ไม่เคยยุ่งกับประกันนี้เลย จึงนำเล่มกรมธรรม์ไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้จัดการพูดว่าไม่รู้จักและไม่มีฝากนานขนาดนี้และคุ้มครองนานขนาดนี้ ดิฉันจึงอธิบายไปเรื่องทำประกันยังไงและจะได้รับเงินคืนยังไง ซึ่งผู้จัดการธนาคารพูดว่า เป็นไปไม่ได้ เขาก็เปิดเล่มดูและพูดอีกว่า ได้เงินคืนไม่เกิน500 ดิฉันตกใจมากน้ำตาแทบไหล TT ดิฉันจึงกลับไปอ่านเล่มกรมธรรม์ คือต้องบอกก่อนว่าอ่านยังไงก็ไม่รู้เรื่องข้อความวนไปวนมา เงินที่จะเวรคืนก็ไม่ชัดเจน ดิฉันจึงตัดสินใจไลน์ไปหานายโอว่า พี่โอ สะดวกเจอเมื่อไหร่คะ อยากยกเลิกกรมธรรม์ เข้าไปหาที่ธนาคารก็ได้ (ตอนนั้นไม่รู้ว่าธนาคารไทยพาณิชย์กับบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตไม่ใช่บริษัทเดียวกัน) นายโอก็ตอบประมาณว่า ทำไมถึงอยากยกเลิก เปลี่ยนเป็นตัวอื่นมั้ย มีแบบรายปี ซื้อเพิ่มอันนั้นอันนี้มั้ย (คือไม่ให้ยกเลิกละยังจะขายเพิ่มให้อีก เฮ้อ) ดิฉันจึงตอบไปว่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย อีกอย่างโดนแม่ด่าด้วย ทำอะไรไม่ปรึกษา นายโอจึงโทรมาและน้าวโน้มใหม่อีกครั้ง ดิฉันจึงบอกไปว่าเอากรมธรรม์เข้าไปถามที่ธนาคารมา เค้าบอกได้เงินคืนไม่ถึง500 นายโอบอกใช่ ดิฉันจึงบอกไปว่า อ่าวแล้วไหนบอกว่าเสียแค่ค่าเล่ม500กับค่าเบี้ยเดือนละประมาณ20บาทไง เค้าบอกเค้าไม่ได้พูด อันนั้นหมายถึงภายใน15วันหลังทำรึเปล่า คือตอนที่ดิฉันถามเค้าไม่ได้บอกแบบนี้เลย ทำไมเป็นแบบนี้ ดิฉันจึงถามอีกว่าแล้วประกันอุบัติเหตุนี้ประกันยังไงบ้าง เห็นมีบัตรประกันอยู่ท้ายเล่ม นายโอตอบมาว่า มีไว้เฉยๆ ถ้าจะให้ประกันต้องซื้อเพิ่ม คือมันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราโดนแล้วใช่มั้ย ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับตัวเองแบบนี้ และนายโอก็ยังคงโน้มน้าวให้ทำประกันแบบรายปีจะได้ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ถูกลง เราจึงตัดบทไปว่าเดี๋ยวคิดดูก่อนตอนนี้มาเที่ยวต่างจังหวัด พอกลับจากต่างจังหวัดก็ไลน์ไปหานายโอ ว่าอยากเจออยากคุยรายละเอียด นายโอก็ถามกลับมาว่าจะยกเลิกหรือจะเปลี่ยนมาทำรายปี ดิฉันเลยตอบไปว่ายังไม่รู้ เพราะดิฉันกลัวว่าถ้าบอกยกเลิกเค้าจะไม่มาเจอ แต่ด้วยความที่สุดท้ายยังไงก็คุยไม่เป็นผลไม่เป็นไปตามที่เค้าได้บอกไว้ จึงให้แม่โทรไป แม่ก็โทรไปสอบถามและคุยเรื่องทั้งหมด ประมาณว่าถ้าไม่เป็นไปตามที่พูดไว้คงต้องแจ้งทางบริษัทและดำเนินเรื่อง โดยนายโอขอว่าไม่อยากมีปัญหาจะชดใช้ให้2000 บาท แต่แม่ไม่ยอม นายโอจึงบอกว่าชดใช้5000 บาท โดยจะเอาเงินตัวเองชดใช้ให้เพราะบริษัทคงไม่คืน แม่จึงบอกงั้นแม่ไปถามน้องดูก่อน เงินที่ดิฉันจ่ายไปแล้วประมาณ 29,000 บาท แต่มันจำเป็นมั้ยที่ดิฉันจะต้องเสียเงินไปแบบนี้ ทั้งๆที่ดิฉันถามรายละเอียดแล้ว ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ดิฉันไม่ทำแน่นอน ดิฉันไม่รับเงิน5,000บาทนั้น และนำเรื่องราวทั้งหมดไปแจ้งกับบริษัทสาขาใหญ่โดยตรง โดยพนักงานพูดดีดูเข้าข้างและเข้าใจผู้เสียหาย พนักงานรับเรื่องและพูดว่าภายใน 45 วันทำการรู้ผลค่ะ ดิฉันก็โอเครอ ผ่านไป1เดือนพนักงานรับเรื่องก็โทรมาถามเรื่องต่างๆและบอกว่าฝั่งนู่น(ฝั่งนายโอ)รับเรื่องและเขียนเรื่องแล้วเช่นกัน โดยไม่ยอมรับข้อกล่าวหาใดๆ และพูดเห็นอกเห็นใจดิฉันและเข้าใจเรื่องเนื้อหาในกรมธรรม์ที่เขียนวนไปวนมา เพราะตัวพนักงานเองก็บอกว่าไม่เข้าใจรวมทั้งผู้เสียหายคนอื่นๆเช่นกัน หลังจากน้ันก็ไม่มีการติดต่อมาจนปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดิฉันเป็นคนติดต่อไปเองเพราะคิดว่าเกิน45วันแล้ว เมื่อโทรไปพนักงานแจ้งว่ายังไม่ทราบผลจากทางผู้ใหญ่และได้แจ้งว่าฝั่งนายโอได้ติดต่อกลับไปตกลงเรื่องกรมธรรม์แล้วแต่เราไม่โอเคตามเงื่อนไขเค้า โดยโทรหาคุณแม่ ทั้งๆที่ไม่มีการติดต่อใดๆตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนที่แม่ของดิฉันโทรไป ดิฉันจึงบอกไม่มีการติดต่อและบอกว่าแล้วอย่างนี้เค้าโกหกแล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง พนักงานกลับตอบไม่ได้ ครั้งนี้จึงทำให้รู้ว่าพนักงานของบริษัทก็ต้องเข้าข้างบริษัทตนเองอยู่แล้ว ไม่มีทางจะมาเข้าใจหรือช่วยเหลือผู้เสียหายที่จะมาเอาเงินบริษัทเค้าหรอก และวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา พึ่งทราบผลว่าไม่ได้คืน
ผลสรุปคือว่าดิฉันควรทำอย่างไรต่อไป ทำใจปล่อยเรื่องเงียบไปไม่ได้ บางคนอาจจะมองว่าเงินจำนวนไม่ได้เยอะคงปล่อยไป แต่ดิฉันกว่าจะหาเงินมาได้จำนวนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องที่จะเสียมันไปแบบนี้ มีใครเคยแจ้งกับ คปภ แล้วได้เงินคืนมั้ยคะ เราต้องมีเอกสารอะไรไปยื่นบ้าง ต้องแจ้งความก่อนมั้ย คือเครียดและหมดหนทางมากๆเลย