จริงๆจะมานั่งคิดทำไมก็ไม่รู้นะคิดหน่อยก็ดี
ทำไมเข้ามาทำเครือข่ายแล้วต้องปิดยอดปิดสถานะเพื่อรับรายได้
มันคิดได้หลายแบบเลยนะมันแล้วแต่คนแล้วแต่สิ่งที่ไปเจอมาด้วยนะ
เช่น
บริษัท A.บอกสมัครเขามาค่าสมัคร.... ไม่ต้องรักษายอดแผนเป็นขั้นบันไดลึกไม่จำกัดชั้นอะไรก็ว่าไปยิ่งมียอดเยอะยิ่งได้หลายข้อมีเครื่อข่ายในต่างประเทศมียอดตามที่กำหนดก็ได้โบนัสเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนดเพิ่มมอีก
อะไรแบบนี้อะนะครับ จริงๆแล้วดีนะครับทำให้เราเริ่มง่ายไม่ต้องลงทุนเยอะจริง แค่เปลี่ยนที่จ่ายย้ายที่ซื้อได้จริงๆ แต่ กว่าจะได้ครบทุกข้อทุกชั้นก็ไม่ได้ง่าย
เปิดมานานมีความมั่นคงสูงมีสาขาทั่วโลกภาพลักษณ์ดีสินค้าดีสุดมีทุกอย่างเป็นของตัวเองปลอดภัยไว้ใจได้ใช้ไม่ดีมาคืนๆมีรับประกันสินค้า
ผมว่าเปิดนานมั่นคงจริงใช่ไม่เถียงทุกอย่างดีหมดผมก็ชอบ ปัญหาคือคนใกล้ตัวผมใช้แล้วแพ้นะแพ้มากด้วยแถมมันเลยกำหนดการรับประกันไปละหลายปีละไม่ใช่ของเขาไม่ดีนะแต่มันอาจดีไม่ครบทุกคนมันแพ้กันได้ก็คนเรามันไม่เหมือนกัน ผมเลยหมดความเชื่อเรื่องสินค้าของบริษัทนั้นไป ถึงเขาจะดีที่สุดในโลก
แผนเขายุติธรรมมากครับผมยอมรับอย่างที่บอกแล้วผมก็อยากทำนะถึงยากแต่มันเป็นไปได้สำหรับผมเพราะผมรู้วิธีสร้างมันแล้ว แต่ด้วยแผนอีกเหมือนกันที่ไม่ได้กำหนดเพดานการรักษายอดจริงๆผมก็ไม่ได้ชอบการรักษายอดเหมือนบังคับซื้อแต่เอาเข้าจริงๆมันคือการที่ทำให้ธุรกิจของเราโตต่อเนื่องและโตระยะยาวเพราะเกิดการบริโภคซ้ำๆ แน่นอนสินค้ามันต้องดีด้วยนะไม่ดีจะใช้ซ้ำทำไม และต้องไม่เวอร์ คอนเซปชัดเจนเลยเปลี่ยนที่จ่าย ย้ายที่ซื้อ เดือนละพันกว่าบาท ซึ่งเราก็ซื้อกินซื้อใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
ผมมีคำๆนึงที่ได้ยินบ่อยๆใช้ได้หลายโอกาสนะแต่ในที่นี้คือเรื่องธุรกิจแบบเครือข่ายละกัน คือ แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน อะไรคือแบบอย่าง
มันคือฟฤติกรรมของผู้นำไงครับแผนที่ดีและยุติธรรมนะครับมันดันกลับมีคนบางคนที่เอามาทำซะผมไม่กล้าไปยุ่งเลยคือ บริษัทไม่ได้กำหนดให้รักษายอดตัวผู้นำเองเลยไม่ใช้สินค้าแต่กลับไปแนะนำเพื่อนแนะนำคนอื่น ใช้บ้างไม่ใช้บ้างแบบนี้แต่บอกให้ทีมงานซื้อไปเลยใช้ไปเลยแล้วบอกว่าเราเหมือนเจ้าของห้างไม่ต้องใช้ก็ได้......ผมนี่อึ้งไปเลย เชื่อไหมครับผู้นำแบบนี้มีนะครับเยอะด้วยส่วนใหญ่สำเร็จไปแล้วก็เกษียณตัวเองไปทำระบบบ้างไรบ้างก็ว่ากันไป แต่ในปัจจุบันถ้าเราเจอคนแบบนี้เราอยากร่วมงานด้วยไหมครับคงไม่ เช่นเดียวกันครับถ้าวันนี้เราเป็นผู้นำแต่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในองกรค์เราว่าจะมีคนในองกรค์คิดแบบนี้ไหมครับ ไม่ต้องซื้อก็ได้ให้คนอื่นซื้อแทนรอยอดกลุ่มละกัน สุดท้ายนะครับองกรค์นั้นก็จะรอแต่ยอดกลุ่มแล้วก็จะไม่เกิดความมั่นคงแล้วสุดท้ายก็ล่มไป
แต่ตอนนี้โลกมันเลี่ยนไปมันไม่สามารถทำเหมือนที่เคยทำมาก่อนได้มันเลยมีการปรับปรุงแผนต่างๆเพิ่มขึ้นทุกอย่างมีวิวัฒนาการของมันหนึ่งในนั้นคือแผนสองสายงายซึ่งมันก็แตกไปได้อีกหลายทางแต่ในที่นี้ผมขอพูดถึงแผนสองสายงานแบบ Dual-Linear
แผนสองสายงานแบบนี้นะครับเป็นแผนที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนในระยะยาวจะเป็นแผนที่มีความมั่นคงสูงเพราะเกิดจากการมีองกรค์ซ้อนองกรค์ส่วนจำนวนข้อเปอร์เซ็นโบนัสในการจ่ายผลตอบแทนก็แล้วแต่บริษัทนั้นๆเป็นตัวกำหนดอันนี้ไม่พูดนะครับ
แต่ที่จะพูดคือ ทำไมต้องมีการตัดบาลานซ์ทั้งๆที่องกรณ์ทั้งหมดเป็นของเรา ที่เป็นแบบนั้นเพราะเพื่อไม่ให้มีปัญหาการจ่ายผลตอบแทนหรือที่เรียกว่า Overpay หลายคนบอกอั้นทำไมผมคงพูดได้แค่มันเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการละกันนะครับเพราะถ้าไม่ทำบริษัทคงเจ๊งไหมครับ งั้นแบบนี้นะครับถ้าเหมือนที่ผมบอกคือบริษัทนั้นไม่ได้กำหนดการรักษายอดแต่ทำไมบริษัทอยู่ได้ ก็เพราะค่าสมัครไงครับลืมอะไรไปรึเปล่าและไม่มีบริษัทไหนหรอกครับที่จะออกแบบการทำธุรกิจมาเพื่อให้ตัวเองเจ๊งอะครับ เว้นแต่บริษัทนั้นจะไม่เก็บค่าสมัครและไม่ต้องรักษายอดอันนั้นก็เตรียมตัวลาก่อนได้เลย
มีคนเอาบริษัทเปิดใหม่ไปเปรียบเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกผมบอกบ้าละเอาอะไรคิดถ้าจะใช้เรื่องนี้มาคุยนะครับมันไม่จบจริงๆสิ่งที่เรามองควรอยู่ตรงกลางมากกว่าบนพื้นฐานความจริงมากกว่านะครับไม่ใช้เอาสิถิติมาคุยกันมันก็สำคัญนะแต่พึงเปิดกับเปิดมาเกิน50ปีเอามาเทียบกันมันคงไม่ใช่
อีกเรื่องนึงคือ ทำไมต้องมีการปิดคุณบัติเพื่อเป็นนักธุรกิจเพื่อรับรายได้
แน่นอนครับผมก็ไม่ได้ชอบแต่ในความเป็นจริงคือเรากำลังทำธุรกิจรึเปล่าครับผมทำธุรกิจส่วนตัวนะครับลงทุนเปิดหน้าร้านค่าใช้จ่ายหลักแสนนะ
แต่มีคนมาทำเครือข่ายเขาคงลืมคิดว่าเรามาทำธุรกิจนะก็ต้องลงทุน ไม่ว่าจะหลักร้อย หลักพัน หรืออาจจะเป็นหมื่น ซึ่งแน่นอนครับมันเลือกได้แล้วแต่คุณจะชอบเลยครับ แต่จริงๆมันไม่ใช่ปัญหานะปัญหาคือ คุณจะสมัครเพื่ออะไรก็แล้วแต่มากน้อยแล้วแต่ จะเป็นแค่สมาชิกหรือนักธุรกิจบริษัทก็ได้อยู่ดีถือเป็นค่า License แต่แน่นอนครับเมื่อสมัครเข้ามาแล้วถ้าเป็นแค่สมาชิกก็แค่ซื้อกินซื้อใช้บ้างแต่พอเป็นนักธุรกิจนี่แหละครับตัววัดเลย
เช่นสมัครมา 500 เป็นนักธุรกิจเลยถ้าซื้อสินค้าใช้ได้ส่วนลดชอบขายส่วนต่างจะเป็นกำไรให้กับเรา ไม่ต้องรักษายอดรายได้คิดจากยอดกลุ่มเป็นเปอร์เซนต์ตามยอดที่มียอดเยอะเปอร์เซ็นต์ยิ่งเยอะยิ่งช่วยให้คนสำเร็จได้ก็ได้เพิ่ม ฟังแล้วดูดีมากเลยตื่นเต้นเลย แต่ย้อนกลับไปดูนะครับมันจะกลายเป็นคนอยากได้เงินอยากมีรายได้เพิ่มก็แห่กันสมัครมากบอกไม่ต้องรักษายอดด้วยนะ แต่ถ้ายอดกลุ่มไม่เกิดตัวเราเองและทีมงานไม่รักษายอดสุดท้ายถ้าไม่ออกไปขายเพื่อจะได้กำไรขายปลีกด้วยก็ต้องมานั่งซื้อกันเองอยู่ดีเพื่อช่วยกันปิดยอดแล้วมันจะต่างอะไรกับการต้องรักษายอดละ สรุปว่าคนที่ได้คือบริษัทอยู่ดีค่าสมัครนะครับเอาไปหมดแล้ว แล้วอย่างนี้เราจะหาความมั่นคงอะไรในองกรค์ละครับเราไม่ซื้อแล้วคิดว่าเพื่อนเราที่ชวนมามันจะซื้อไหมครับ ไม่ๆๆๆ
แต่ถ้าเป็นแบบนี้นะ สมัครมา 500 เป็นสมาชิกซื้อสินค้าใช้ได้ส่วนลดชอบขายส่วนต่างจะเป็นกำไรให้กับเราเหมือนกันเลย แต่ถ้าอยากเป็นนักธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนสถานะจากสมาชิกเป็นนักธุรกิจโดยการซื้อสินค้าไปลองใช้ตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งอันนี้แล้วแต่บริษัทกำหนดนะ แล้วกำหนดให้มีการรักษายอดขั้นต่ำเท่าไหร่ก็ว่าไป นี่แหละที่คนไม่ชอบและไม่เข้าใจ แต่ข้อนี้แหละครับจะเป็นการชีวัดองกรค์ของเราเลยครับว่าจะมั่นคงในระยะยาวได้ไหม เพราะองกรค์แบบนี้จะมีการซื้อซ้ำๆอยู่แล้ว ก็จะพอดีกับคอนเซป เปลี่ยนที่จ่ายย้ายที่ซื้อ แล้วจะเกิดรายได้ขึ้นในองกรค์ซึ่งมันคือข้อดีของระบบสหกรณ์คือซื้อแล้วมันได้เงินคืน แล้วเราก็เป็นแบบอย่างให้องคกรค์เพราะเราก็ซื้อกินซื้อใช้ในองกรค์นี้เหมือนกัน เราเองก็จะเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย เพราะสินค้าใช้ดีก็เกิดการใช้ซ้ำ ใช้ชอบก็เกิดการบอกเป็นการสร้างธุรกิจระยะยาวได้จริงๆและมีความมั่นคงได้จริงๆ
นี่แหละครับคือความแตกต่างของธุรกิจที่ต้องรักษายอดกับไม่ต้องรักษายอด พูดง่ายๆคือถ้าไม่ต้องรักษายอดมันอาจจะมีเกิดการเอาเปรียบของผู้นำในสายงานเสมือนที่เคยได้ยินว่า ทำนาบนหลังคนอะไรอย่างนั้นอะนะครับ
แต่ธุรกิจที่มีการกำหนดการรักษายอดและต้องเป็นยอดที่บริโภคตามจริงไม่มากเกินความจำเป็นธุรกิจแบบนี้จะเป็นโครงสร้างที่มั่นคงในระยะยาวและจะเกิดการก็อปปี้เลียนแบบและทำซ้ำกันเป็นตัวอย่างภายในองกรค์
ไม่ว่าจะเป็นการวางผังองกรค์แบบ สองสายงานหรือแผนแบบขั้นบันไดแต่ถ้าโครงสร้างของแผนกำหนดพฤติกรรมของนักธุรกิจให้เกิดการเอาเปรียบได้ต่อให้เปิดมาหลาย10ปีต่อให้เป็นยักษ์ใหญ่ของโลกผมว่าถ้าก็ล่มได้ยิ่งถ้าไปเปิดกิจจการในประเทศที่มีแต่คนเห็นแก่ได้ไม่สนใจส่วนรวมผมว่าธุรกิจนั้นก็จะแย่ไปเลย
นี่คงเป็นแค่มุมมองของผมนะครับเพราะช่วงนี้เจอผู้นำหลายคนที่คิดแบบนี้จริงๆแบบว่าชวนให้มาทำเพื่อเป้าหมายของเขาเอง ไม่ต้องรักษายอดแล้วชวนให้คนอื่นมาซื้อให้อะไรแบบนี้อะนะครับ คนแบบนี้ครับต่อให้สำเร็จได้แต่ผมละอายแทนจริงๆผมคงไม่สามารถร่วมสร้างธุรกิจไปกับพวกเขาได้เพราะผมละอายใจครับ
เมื่อทำธุรกิจเครือข่ายแล้วมีคนแต่คนคิดแบบนี้ผมนี่ละอายใจจริงๆ
ทำไมเข้ามาทำเครือข่ายแล้วต้องปิดยอดปิดสถานะเพื่อรับรายได้
มันคิดได้หลายแบบเลยนะมันแล้วแต่คนแล้วแต่สิ่งที่ไปเจอมาด้วยนะ
เช่น
บริษัท A.บอกสมัครเขามาค่าสมัคร.... ไม่ต้องรักษายอดแผนเป็นขั้นบันไดลึกไม่จำกัดชั้นอะไรก็ว่าไปยิ่งมียอดเยอะยิ่งได้หลายข้อมีเครื่อข่ายในต่างประเทศมียอดตามที่กำหนดก็ได้โบนัสเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนดเพิ่มมอีก
อะไรแบบนี้อะนะครับ จริงๆแล้วดีนะครับทำให้เราเริ่มง่ายไม่ต้องลงทุนเยอะจริง แค่เปลี่ยนที่จ่ายย้ายที่ซื้อได้จริงๆ แต่ กว่าจะได้ครบทุกข้อทุกชั้นก็ไม่ได้ง่าย
เปิดมานานมีความมั่นคงสูงมีสาขาทั่วโลกภาพลักษณ์ดีสินค้าดีสุดมีทุกอย่างเป็นของตัวเองปลอดภัยไว้ใจได้ใช้ไม่ดีมาคืนๆมีรับประกันสินค้า
ผมว่าเปิดนานมั่นคงจริงใช่ไม่เถียงทุกอย่างดีหมดผมก็ชอบ ปัญหาคือคนใกล้ตัวผมใช้แล้วแพ้นะแพ้มากด้วยแถมมันเลยกำหนดการรับประกันไปละหลายปีละไม่ใช่ของเขาไม่ดีนะแต่มันอาจดีไม่ครบทุกคนมันแพ้กันได้ก็คนเรามันไม่เหมือนกัน ผมเลยหมดความเชื่อเรื่องสินค้าของบริษัทนั้นไป ถึงเขาจะดีที่สุดในโลก
แผนเขายุติธรรมมากครับผมยอมรับอย่างที่บอกแล้วผมก็อยากทำนะถึงยากแต่มันเป็นไปได้สำหรับผมเพราะผมรู้วิธีสร้างมันแล้ว แต่ด้วยแผนอีกเหมือนกันที่ไม่ได้กำหนดเพดานการรักษายอดจริงๆผมก็ไม่ได้ชอบการรักษายอดเหมือนบังคับซื้อแต่เอาเข้าจริงๆมันคือการที่ทำให้ธุรกิจของเราโตต่อเนื่องและโตระยะยาวเพราะเกิดการบริโภคซ้ำๆ แน่นอนสินค้ามันต้องดีด้วยนะไม่ดีจะใช้ซ้ำทำไม และต้องไม่เวอร์ คอนเซปชัดเจนเลยเปลี่ยนที่จ่าย ย้ายที่ซื้อ เดือนละพันกว่าบาท ซึ่งเราก็ซื้อกินซื้อใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
ผมมีคำๆนึงที่ได้ยินบ่อยๆใช้ได้หลายโอกาสนะแต่ในที่นี้คือเรื่องธุรกิจแบบเครือข่ายละกัน คือ แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน อะไรคือแบบอย่าง
มันคือฟฤติกรรมของผู้นำไงครับแผนที่ดีและยุติธรรมนะครับมันดันกลับมีคนบางคนที่เอามาทำซะผมไม่กล้าไปยุ่งเลยคือ บริษัทไม่ได้กำหนดให้รักษายอดตัวผู้นำเองเลยไม่ใช้สินค้าแต่กลับไปแนะนำเพื่อนแนะนำคนอื่น ใช้บ้างไม่ใช้บ้างแบบนี้แต่บอกให้ทีมงานซื้อไปเลยใช้ไปเลยแล้วบอกว่าเราเหมือนเจ้าของห้างไม่ต้องใช้ก็ได้......ผมนี่อึ้งไปเลย เชื่อไหมครับผู้นำแบบนี้มีนะครับเยอะด้วยส่วนใหญ่สำเร็จไปแล้วก็เกษียณตัวเองไปทำระบบบ้างไรบ้างก็ว่ากันไป แต่ในปัจจุบันถ้าเราเจอคนแบบนี้เราอยากร่วมงานด้วยไหมครับคงไม่ เช่นเดียวกันครับถ้าวันนี้เราเป็นผู้นำแต่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในองกรค์เราว่าจะมีคนในองกรค์คิดแบบนี้ไหมครับ ไม่ต้องซื้อก็ได้ให้คนอื่นซื้อแทนรอยอดกลุ่มละกัน สุดท้ายนะครับองกรค์นั้นก็จะรอแต่ยอดกลุ่มแล้วก็จะไม่เกิดความมั่นคงแล้วสุดท้ายก็ล่มไป
แต่ตอนนี้โลกมันเลี่ยนไปมันไม่สามารถทำเหมือนที่เคยทำมาก่อนได้มันเลยมีการปรับปรุงแผนต่างๆเพิ่มขึ้นทุกอย่างมีวิวัฒนาการของมันหนึ่งในนั้นคือแผนสองสายงายซึ่งมันก็แตกไปได้อีกหลายทางแต่ในที่นี้ผมขอพูดถึงแผนสองสายงานแบบ Dual-Linear
แผนสองสายงานแบบนี้นะครับเป็นแผนที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนในระยะยาวจะเป็นแผนที่มีความมั่นคงสูงเพราะเกิดจากการมีองกรค์ซ้อนองกรค์ส่วนจำนวนข้อเปอร์เซ็นโบนัสในการจ่ายผลตอบแทนก็แล้วแต่บริษัทนั้นๆเป็นตัวกำหนดอันนี้ไม่พูดนะครับ
แต่ที่จะพูดคือ ทำไมต้องมีการตัดบาลานซ์ทั้งๆที่องกรณ์ทั้งหมดเป็นของเรา ที่เป็นแบบนั้นเพราะเพื่อไม่ให้มีปัญหาการจ่ายผลตอบแทนหรือที่เรียกว่า Overpay หลายคนบอกอั้นทำไมผมคงพูดได้แค่มันเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการละกันนะครับเพราะถ้าไม่ทำบริษัทคงเจ๊งไหมครับ งั้นแบบนี้นะครับถ้าเหมือนที่ผมบอกคือบริษัทนั้นไม่ได้กำหนดการรักษายอดแต่ทำไมบริษัทอยู่ได้ ก็เพราะค่าสมัครไงครับลืมอะไรไปรึเปล่าและไม่มีบริษัทไหนหรอกครับที่จะออกแบบการทำธุรกิจมาเพื่อให้ตัวเองเจ๊งอะครับ เว้นแต่บริษัทนั้นจะไม่เก็บค่าสมัครและไม่ต้องรักษายอดอันนั้นก็เตรียมตัวลาก่อนได้เลย
มีคนเอาบริษัทเปิดใหม่ไปเปรียบเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกผมบอกบ้าละเอาอะไรคิดถ้าจะใช้เรื่องนี้มาคุยนะครับมันไม่จบจริงๆสิ่งที่เรามองควรอยู่ตรงกลางมากกว่าบนพื้นฐานความจริงมากกว่านะครับไม่ใช้เอาสิถิติมาคุยกันมันก็สำคัญนะแต่พึงเปิดกับเปิดมาเกิน50ปีเอามาเทียบกันมันคงไม่ใช่
อีกเรื่องนึงคือ ทำไมต้องมีการปิดคุณบัติเพื่อเป็นนักธุรกิจเพื่อรับรายได้
แน่นอนครับผมก็ไม่ได้ชอบแต่ในความเป็นจริงคือเรากำลังทำธุรกิจรึเปล่าครับผมทำธุรกิจส่วนตัวนะครับลงทุนเปิดหน้าร้านค่าใช้จ่ายหลักแสนนะ
แต่มีคนมาทำเครือข่ายเขาคงลืมคิดว่าเรามาทำธุรกิจนะก็ต้องลงทุน ไม่ว่าจะหลักร้อย หลักพัน หรืออาจจะเป็นหมื่น ซึ่งแน่นอนครับมันเลือกได้แล้วแต่คุณจะชอบเลยครับ แต่จริงๆมันไม่ใช่ปัญหานะปัญหาคือ คุณจะสมัครเพื่ออะไรก็แล้วแต่มากน้อยแล้วแต่ จะเป็นแค่สมาชิกหรือนักธุรกิจบริษัทก็ได้อยู่ดีถือเป็นค่า License แต่แน่นอนครับเมื่อสมัครเข้ามาแล้วถ้าเป็นแค่สมาชิกก็แค่ซื้อกินซื้อใช้บ้างแต่พอเป็นนักธุรกิจนี่แหละครับตัววัดเลย
เช่นสมัครมา 500 เป็นนักธุรกิจเลยถ้าซื้อสินค้าใช้ได้ส่วนลดชอบขายส่วนต่างจะเป็นกำไรให้กับเรา ไม่ต้องรักษายอดรายได้คิดจากยอดกลุ่มเป็นเปอร์เซนต์ตามยอดที่มียอดเยอะเปอร์เซ็นต์ยิ่งเยอะยิ่งช่วยให้คนสำเร็จได้ก็ได้เพิ่ม ฟังแล้วดูดีมากเลยตื่นเต้นเลย แต่ย้อนกลับไปดูนะครับมันจะกลายเป็นคนอยากได้เงินอยากมีรายได้เพิ่มก็แห่กันสมัครมากบอกไม่ต้องรักษายอดด้วยนะ แต่ถ้ายอดกลุ่มไม่เกิดตัวเราเองและทีมงานไม่รักษายอดสุดท้ายถ้าไม่ออกไปขายเพื่อจะได้กำไรขายปลีกด้วยก็ต้องมานั่งซื้อกันเองอยู่ดีเพื่อช่วยกันปิดยอดแล้วมันจะต่างอะไรกับการต้องรักษายอดละ สรุปว่าคนที่ได้คือบริษัทอยู่ดีค่าสมัครนะครับเอาไปหมดแล้ว แล้วอย่างนี้เราจะหาความมั่นคงอะไรในองกรค์ละครับเราไม่ซื้อแล้วคิดว่าเพื่อนเราที่ชวนมามันจะซื้อไหมครับ ไม่ๆๆๆ
แต่ถ้าเป็นแบบนี้นะ สมัครมา 500 เป็นสมาชิกซื้อสินค้าใช้ได้ส่วนลดชอบขายส่วนต่างจะเป็นกำไรให้กับเราเหมือนกันเลย แต่ถ้าอยากเป็นนักธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนสถานะจากสมาชิกเป็นนักธุรกิจโดยการซื้อสินค้าไปลองใช้ตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งอันนี้แล้วแต่บริษัทกำหนดนะ แล้วกำหนดให้มีการรักษายอดขั้นต่ำเท่าไหร่ก็ว่าไป นี่แหละที่คนไม่ชอบและไม่เข้าใจ แต่ข้อนี้แหละครับจะเป็นการชีวัดองกรค์ของเราเลยครับว่าจะมั่นคงในระยะยาวได้ไหม เพราะองกรค์แบบนี้จะมีการซื้อซ้ำๆอยู่แล้ว ก็จะพอดีกับคอนเซป เปลี่ยนที่จ่ายย้ายที่ซื้อ แล้วจะเกิดรายได้ขึ้นในองกรค์ซึ่งมันคือข้อดีของระบบสหกรณ์คือซื้อแล้วมันได้เงินคืน แล้วเราก็เป็นแบบอย่างให้องคกรค์เพราะเราก็ซื้อกินซื้อใช้ในองกรค์นี้เหมือนกัน เราเองก็จะเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย เพราะสินค้าใช้ดีก็เกิดการใช้ซ้ำ ใช้ชอบก็เกิดการบอกเป็นการสร้างธุรกิจระยะยาวได้จริงๆและมีความมั่นคงได้จริงๆ
นี่แหละครับคือความแตกต่างของธุรกิจที่ต้องรักษายอดกับไม่ต้องรักษายอด พูดง่ายๆคือถ้าไม่ต้องรักษายอดมันอาจจะมีเกิดการเอาเปรียบของผู้นำในสายงานเสมือนที่เคยได้ยินว่า ทำนาบนหลังคนอะไรอย่างนั้นอะนะครับ
แต่ธุรกิจที่มีการกำหนดการรักษายอดและต้องเป็นยอดที่บริโภคตามจริงไม่มากเกินความจำเป็นธุรกิจแบบนี้จะเป็นโครงสร้างที่มั่นคงในระยะยาวและจะเกิดการก็อปปี้เลียนแบบและทำซ้ำกันเป็นตัวอย่างภายในองกรค์
ไม่ว่าจะเป็นการวางผังองกรค์แบบ สองสายงานหรือแผนแบบขั้นบันไดแต่ถ้าโครงสร้างของแผนกำหนดพฤติกรรมของนักธุรกิจให้เกิดการเอาเปรียบได้ต่อให้เปิดมาหลาย10ปีต่อให้เป็นยักษ์ใหญ่ของโลกผมว่าถ้าก็ล่มได้ยิ่งถ้าไปเปิดกิจจการในประเทศที่มีแต่คนเห็นแก่ได้ไม่สนใจส่วนรวมผมว่าธุรกิจนั้นก็จะแย่ไปเลย
นี่คงเป็นแค่มุมมองของผมนะครับเพราะช่วงนี้เจอผู้นำหลายคนที่คิดแบบนี้จริงๆแบบว่าชวนให้มาทำเพื่อเป้าหมายของเขาเอง ไม่ต้องรักษายอดแล้วชวนให้คนอื่นมาซื้อให้อะไรแบบนี้อะนะครับ คนแบบนี้ครับต่อให้สำเร็จได้แต่ผมละอายแทนจริงๆผมคงไม่สามารถร่วมสร้างธุรกิจไปกับพวกเขาได้เพราะผมละอายใจครับ