บ่นๆกับการพาลูกสาวไปเรียนเนอสเซอรี่มันก็ไม่แย่เกินไป

ตอนนี้ลูกสาว 1.7ปี เพิ่งพาไปโรงเรียนอนุบาลที่เปิดชั้นเด็กเล็กถึงอนุบาล3ค่ะ ที่เราเอาลูกสาวไปเนอสเซอรี่เพราะทำงานทั้งพ่อทั้งแม่ มาอยู่บ้านแฟน ก็ไม่มีคนช่วยเลี้ยง วันแรกที่ไปสมัครเรียนคือสงสารน้องมากคุณแม่ก็เล่าให้คุณครูฟัง ว่าน้องดื้อมาก เอาแต่ใจ นอนยาก ติดผ้าขนหนู ตอนเราเล่าแอบน้ำตาซึมร้องไห้คิดในใจทำไมฉันต้องเอาลูกมาลำบากนะ แต่ก็อยากให้ลูกมีเพื่อนรู้จักเข้าสังคม มีระเบียบ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คุณครูก็บอกต้องใจแข็งนะค่ะคุณแม่ ต้องส่งน้องมาเรียนค่ะ น้องจะรู้จักปรับตัว รู้จักการให้แบ่งปันเพื่อน คุณครูก็จะบอกเราสอนน้องได้ สักวันน้องก็ต้องมาโรงเรียนค่ะ เราเตรียมความพร้อมให้นอนก่อน เป็นประโยชน์กับตัวน้องเอง หลังจากสมัครยื่นเอกสารจ่ายเงินล่วงหน้าเสร็จเราก็ขอเดินดูห้องเด็กเล็ก ก็เป็นห้องขนาดใหญ่ มีทีวีเล็กๆ มีห้องน้ำข้างใน ที่พื้นก็จะเป็นที่นอนสำหรับเด็กที่คุณแม่ต้องเอามาเองจากบ้านของทุกอย่างของน้องไม่ต้องซื้อเพิ่มค่ะ เป็นของใช้ประจำวันของน้องอยู่แล้ว ก็ต้องมีผ่าอ้อม นม ขวดนม เสื้อผ้า ที่นอน พวกขนมกับนมเปรี้ยวเรายังไม่แน่ใจว่าใส่เป้ไปคุณครูจะให้น้องทานหรือป่าว เด่วจะลองใส่ไปค่ะ พอสัก10โมงครึ่งก็ได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้วค่ะ คุณครูก็ลองจุงมือน้องไปนั่งทานที่โรงอาหาร ก็เป็นข้าวต้มใส่ถาดหลุม คุณครูก็ป้อนจนหมด มีตักเพิ่มอีกถาด เพื่อนๆในห้องก็ถยอยลงมาทานอาหาร เด็กทุกคนใช้ช้อนทานเองได้ ทั้งๆที่น่าจะเท่ากับลูกเรา พอลูกสาวเราทานเองก็ใช้มือละเลงข้าวเลย คุณครูเห็นก็ดุ ก็สอนใช้ช้อน จนอิ่มก็พาไปล้างมือปะแป้งมาส่งคุณแม่ วันนั้นเราไม่มีที่นอนก็เลยไม่ได้ปล่อยลูกไว้ เด็กๆ จะนอนช่วง 5โมงเช้าอมยิ้ม12 ยาวไปถึงบ่าย คุณพ่อคุณแม่ก็ไปรับบ่าย3 ลูกสาวเราไปเรียนได้ 2วันก็ป่วยซะแล้วค่ะ เป็นคออักเสบหยุดไปอีกหลายวัน พอหายก็ไปใหม่ทีนี้ไปได้ 3วันก็ป่วยตาอักเสบแต่เราไม่ได้ให้หยุดเรียน เพราะตาไม่แดงไม่บวม แต่น้องขยี้ตาบ่อย อาการป่วยเราก็ยังไม่มีวิธีรับมือเพราะเด็กกับเชื้อโรคนี่เป็นของคู่กันหรือป่าวอมยิ้ม24อมยิ้ม24อมยิ้ม20 เด่วหายเด่วเป็น หลังไปเนอสเซอรี่ได้ราวๆสักอาทิตย์เราก็เห็นว่าลูกรู้จักช่วยตัวเองมากขึ้นค่ะ เช่นใส่รองเท้าเอง ถือกระเป๋า พอไปรับตอนบ่ายก็จะร้องไห้ทุกครั้ง คงดีใจที่พ่อแม่มารับ ตอนไปเรียนก็จะเป็นคนแรกๆ ของห้องก็จะร้องตามอันนี้ยังแก้ไม่หาย ส่วนของใช้พวกขวดนม ถุงเท้าก็จะสลับของเด็กคนอื่นมาบ่อยค่ะ เราก็ไม่กล้าให้ลูกใช้ จะเอาไปคืนคุณครูก็กลัวคุณครูจะคิดมากว่าไปตำหนิหรือป่าวอมยิ้ม07 เราก็เลยแก้ด้วยการเขียนชื่อน้องบนของใช้เกือบทุกชิ้น แต่ปัญหาหลักๆของเรากับลูกคือ มื้อเช้า ลูกสาวจะตื่นสายมาก ปลุกก็จะงอแงต้องค่อยๆเรียกชื่อ เรียกบ่อยๆเบาๆ เปิดม่านให้แสงเข้า อย่าไปอุ้มหรือเขย่าเชียวร้องไห้บ้านแตกแถมจะพลาดไม่ยอมอาบน้ำแต่งตัว ต้องค่อยๆให้ตื่นเองและยังคงอารมณ์ดี ตื่นมาต้องต๊ะเอ๋ ตื่นแล้วหรอลูก ทำให้ยิ้ม ถ้ายิ้มแล้วคือทุกอย่างง่ายหมด แต่กว่าจะเรียบร้อยคือเหนื่อยแต่เช้าค่ะ ตอนเช้าเราจะบังคับให้ลูกทานไส้กรอกไม่ก็ขนมปังคือมันง่ายทานบนรถได้ ถ้านั่งป้อนข้าวที่บ้านคุณแม่ก็ไปทำงานไม่ทัน ก็จะพยายามหาของที่ทานง่ายๆให้น้องอิ่มท้องช่วงเช้าเพราะเราไม่รู้ว่ามื้อเที่ยงลูกเราจะทานได้มากน้อยเท่าไหร่ ที่สังเกตเห็นชัดเจนคือมื้อเย็นทานข้าวได้เยอะมาก ขนม นม จากมะก่อนทานข้าวยากมากเล่นไปทานไป ที่สำคัญนอนไวขึ้นจากมะก่อน4-5ทุ่ม เด่วนี้ไม่เกิน2ทุ่ม หลับสนิท ไม่มีร้องกวนช่วงดึกเลย สงสัยจะเพลียมาก เรากับลูกก็ค่อยๆปรับตัวกับการไปเนอสเซอรี่ครั้งนี้ค่ะ บางทีเราอิจฉาบ้านที่มีปู่ย่าตายายเลี้ยงให้นะอมยิ้ม08 แต่เราก็ภูมิใจค่ะได้เลี้ยงลูกเอง พ่อแม่ เลี้ยงหนูมาเองจนโตเพราะพ่อกับแม่รักหนูมากนะ ลูกสาวคนแรกค่ะ เราค่อยๆเรียนรู้ไปด้วยกันพ่อแม่ลูกค่ะ เราคิดเสมอว่าเลี้ยงลูกไม่ยากหรอก แต่การเลี้ยงลูกให้ดีนี่สิมันยากมาก เราพยายามทำสิ่งยากๆนั้นอยู่ค่ะ
เม่าบัลเล่ต์เม่าบัลเล่ต์

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่