ขอเสนอให้รัฐบาลเก็บภาษีศาสนา เนื่องจากศาสนาสมัยนี้นั้นเป็นธุรกิจไปแล้ว ทำเงินจากเงินบริจาคได้อย่างมหาศาล เอาไปสร้างจานบิน เดินธุดงไร้สาระไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ แก่ประเทศชาติ ข้าวก็ขอเขากิน ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ขอบริจาคเขาทั้งนั้น ต้นทุนมีเพียงแรงงานของพระสงฆ์ ศาสนสถานอาจจะมีค่าบำรุงรักษาอยู่บ้างซึ่งก็ถือเป็นต้นทุนของธุรกิจเช่นกัน
จึงขอเสนอให้วัด หรือศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลดังเช่นบริษัทในประเทศไทยต้องเสีย
ตัวอย่างเช่นวัดธรรมกาย หากเราเก็บภาษีในเรท 30% (หรืออาจจะมากกว่าเพราะเงินก็ไม่ได้เอาไปทำประโยชน์อันใดนอกจากโกงกันเอง มีมาก ๆ เดี๋ยวจะฟุ้งซ่านกันอีก) จะนำเงินที่ได้ตรงนี้มาทำประโยชน์ได้มากมาย มากกว่าจะไปรีดเอากับประชาชนที่เสียหลายต่อ หลายขั้น แล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาซักอย่าง
ขอเสนอให้รัฐบาลเก็บภาษีศาสนา
จึงขอเสนอให้วัด หรือศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลดังเช่นบริษัทในประเทศไทยต้องเสีย
ตัวอย่างเช่นวัดธรรมกาย หากเราเก็บภาษีในเรท 30% (หรืออาจจะมากกว่าเพราะเงินก็ไม่ได้เอาไปทำประโยชน์อันใดนอกจากโกงกันเอง มีมาก ๆ เดี๋ยวจะฟุ้งซ่านกันอีก) จะนำเงินที่ได้ตรงนี้มาทำประโยชน์ได้มากมาย มากกว่าจะไปรีดเอากับประชาชนที่เสียหลายต่อ หลายขั้น แล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาซักอย่าง