เงาอลวน - บทที่ 9 - รักษ์คำ

กระทู้สนทนา
http://pantip.com/topic/33309009


บทที่ 9

    นั่นคือคำตอบอันแสนพิสดารหรือเปล่า หรือว่าเกินความคาดหมายของตนไปไกลโขกันแน่ พิมพ์เช้าน่ะหรือขยับตัวได้ และเป็นต้นเหตุของเสียงเหยือกน้ำหล่นแตก

    "ดีใจละสิครับ ผมก็นึกไว้แล้วว่านี่ต้องเป็นข่าวดีมากของคุณฤกษ์ ผมเองตอนเข้าไปเห็นแวบแรก ยังเกือบช็อก"

    พ่อหนุ่มยามอาศัยไหวพริบลูกเล่นทะลึ่งทะเล้นคล่องลิ้น แม้จะซึ้งใจดีว่าเจ้านายหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ไม่มีทางรู้สึกเครื่องหมายบวกเช่นที่เขาแถไปเรื่อย ก็เห็นอยู่นี่นาว่าหน้าเผือดลงอย่างรวดเร็ว กลืนน้ำลายตื่นเต้นอีกต่างหาก

    "แล้ว เอ้อ แล้วเธอพะ.. พูด เอ้อ พูดอะไร มะ.. เอ้อ บะ.. บ้างไหม"

    "พูดหรือครับ" ต้องเก็บสีหน้าขบขันไว้ใต้กิริยาซื่อใส เบิ่งตาแป๋วๆ เหมือนลูกแมวอ้อนให้ชมกันหน่อย "เธอพูดได้หรือครับ ผมนึกว่ากล่องเสียงเธอพังไปแล้วเสียอีก ก็ได้ยินใครต่อใครพูดว่าคอเธอเกือบหัก"

    "ไม่พูดหรือ"

    "ไม่"

ชมทองยืนยันแข็งขัน สังเวชใจวูบหนึ่งเมื่อสีหน้าเผือดค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ คงคลายใจแล้วละสิท่าว่าความลับเลวของตนยังกระดี๊กระด๊าอยู่ในเงามืด

"เอ้อ คุณฤกษ์ครับ ผมว่าน่าจะให้หมอมาดูอาการของคุณพิมพ์เช้าเสียหน่อยนะครับ ผมว่านี่เป็นนิมิตดีนะ พอได้ย้ายมาอยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง เงียบสงบ คนก็ไม่พลุกพล่าน ดูเหมือนว่าอาการของเธอก็กระเตื้องขึ้นเกินความคาดหมาย"

    ใช่ เกินความคาดหมายมาก ฤกษ์สุรัตน์ไม่เห็นด้วยกับท่อนแรกที่เขาฟังว่าหนุ่มยามสาระแนเกินหน้าที่ แต่ท่อนท้ายก่อนจบด้วยยิ้มทะเล้นของเจ้าตัวนั่นสิที่เขาเห็นด้วยแบบหมดทรวง

    บ้าที่สุดเลย ทำไมพิมพ์เช้าฟื้นตัวได้เล่า กว่าหกเดือนที่ผ่านมา เขาก็เห็นว่าเธอนอนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ทั้งสิ้นนี่นา แม้เขากับพยาบาลราศีเผยบทพิศวาสกันอย่างโจ๋งครึ่มต่อหน้าต่อตา ทั้งหน้าเตียง ปลายเตียง เธอก็นิ่งเหมือนซากศพ

    "คุณฤกษ์ คุณฤกษ์ครับ"

    "หมดธุระของนายแล้ว ไปทำงานต่อเถอะ อ้อ แล้วเมื่อกี้นี้ ไม่ตกใจใช่ไหมที่ฉันตะคอกใส่น่ะ ฉัน เอ้อ เป็นห่วงคุณพิมพ์มากไปหน่อย ไม่พอใจนายมากด้วยที่จู่ๆ ก็พา.. "

    "อ้อ ไม่เป็นไรเลยครับ ผมก็แค่ทำหน้าที่ลูกจ้างที่ดี ไม่จำเป็นต้องขังตัวเองอยู่ในกรอบตำแหน่งหรอก อะไรที่พอช่วยได้ ผมยินดีเสมอ และเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง"

    ฝ่ายโน้นเสแสร้งมา เขาก็เสแสร้งตอบกลับไป และจำเป็นมากที่จะต้องเก็บซ่อนสีหน้าสังเวชไว้ใต้รอยยิ้มทะเล้นเมื่อฝ่ายโน้นพยักหน้าหงึกๆ แล้วผละไปด้วยทีท่าเหมือนว่ายังไม่คลายความระแวงลง

    "รับไม้ต่อให้ดีๆ ล่ะ"

    ชมทองเดินเท้าสะเอวอย่างกังวลไม่ห่างกระท่อมป้อมยาม เขางึมงำฝากสายลมเหน็บหนาวตรงนี้พัดเข้าไปกำชับเจ้านายสาวในห้องนอน สามีผู้นอกใจและใคร่ฆ่ากำลังเข้าไปหาพร้อมด้วยจิตระแวงเต็มพิกัด ไม่ต้องเดาให้วุ่นวายหรอก มันก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเพื่อความสบายใจสักหนึ่งระดับ ฤกษ์สุรัตน์ต้องเข้มข้นเป็นแน่กับการ 'พิสูจน์'




    ถูกเผงจริงๆ ฤกษ์สุรัตน์เก็บความเคืองที่มีต่อพยาบาลราศีไว้ก่อน ฝ่ายโน้นหลับอุตุบนโซฟาเหมือนโดนยาสั่งเชียว เขาเขย่าตัวแรงๆ ก็ยังไม่ตอบสนอง แย่มาก พรุ่งนี้ต้องสวดให้ยับ แต่ตอนนี้ขอพิสูจน์ให้ใจหายหน่วงเสียก่อนเถอะ

    "จะรู้สึกตัวขึ้นมาทำไม นอนสบายเป็นเจ้าหญิงนิทราแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ครับ ไม่เจ็บปวด"

ขณะเอ่ยเสียงเย็นแฝงกลิ่นอายคุกคามอำมหิต ฤกษ์สุรัตน์หยิบเศษแก้วขนาดกำลังเหมาะมือบนพื้นหน้าเตียงขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วค่อยกดกรีดอย่างบรรจง มุมปากยิ้มเย็นเยียบอย่างพอใจที่ได้เห็นว่าเลือดข้นผุดไหลเป็นเส้นเล็กจากท้องแขนขาว

"แบบนี้ก็เจ็บปวด แต่ดูเหมือนว่าคุณแบกรับไหวนี่" เขาเอ่ยอีกพร้อมยิ้มสะใจขณะเท้าความย้อนกลับสู่คืนอันสำคัญ "จำได้ไหม เรายืนเถียงกันข้างรถ คุณบอกผมว่าคุณเจ็บปวดมาก คุณทนแบกรับมันไม่ไหว"

อย่าว่าแต่พิมพ์เช้าสาวอ้อนแอ้นเลยที่ทนแบกรับไม่ไหว แม้แต่ชมทองที่หักห้ามความห่วงใยไม่ไหว ก็จำต้องทิ้งวิถีเดินกระวนกระวายหน้ากระท่อมป้อมยามแอบย่องเข้ามาสังเกตการณ์ แล้วเจอบทพิสูจน์ฉบับเหี้ยมเกรียมของเจ้านายหนุ่มเข้า หัวใจก็พลันพลุ่งพล่าน อยากกระโจนออกจากเงามืดตรงนี้ไปตะบันหน้าให้กรามหัก ผู้ชายอะไร ใจร้ายที่สุดเลย

"คุณยังพูดสารเลวใส่หน้าผมอีกว่าขอถอยหลังกลับเข้าหาฝั่ง ผมก็รู้ว่าคุณฉลาด เพราะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่รู้ว่าข้างหน้ามันลึกจนหยั่งเท้าไม่ถึงแต่ก็ยังดันทุรังลุยดะเข้าไปเพื่อฝังตัวเอง"

ชมทองหรี่ตาคับแค้นแทนเจ้านายสาว เขากำมือแน่น เมื่อรู้สึกว่ามันสั่นเกร็ง ก็ค่อยขยุ้มกางเกงทึ้งแรงๆ เพื่อระงับโทสะพลุ่งพล่าน ฤกษ์สุรัตน์ช่างโฉดชั่วแท้ ย้ายจากท้องแขนข้างหนึ่งไปอีกข้างแล้ว ดูสีหน้าตอนกดกรีดเนื้ออ่อนสิ โรคจิตชัดๆ

"เสียดายจัง" สามีใจปีศาจโน้มหน้าต่ำลงจนชิดแก้มเย็น แล้วกระซิบกลั้วยิ้มสารเลว "ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่าจุดจบของคนฉลาดต้องเป็นแบบที่คุณเป็นอยู่"

พิมพ์เช้าเก่งเหลือเกิน เธอทำได้ยังไง ชมทองก็ไม่อยากเค้นหาคำตอบหรอก ที่เขาตระหนักก็คือเธอเก่งจนเขาทั้งยอมรับ ทั้งทึ่ง และทั้งเวทนาสงสารอย่างจับจิตจับใจ เธอช่างอดทนเหลือเกิน เลือดไหลเปรอะทั้งสองแขน แต่เธอกลับบังคับไม่ให้ร่างกายไหวติงตอบสนองความเจ็บปวดที่เขาเชื่อว่าเธอต้องรู้สึกอย่างท่วมท้นเป็นแน่ได้อย่างเยี่ยมยอด

"เอาละ" ฤกษ์สุรัตน์โยนเศษแก้วทิ้ง เขาไม่รู้สักนิดว่าในเงามืดซ่อนพ่อหนุ่มยามซึ่งกำลังถอนใจพรูอย่างโล่งอกไปด้วย "ถือเสียว่านี่เป็นนิมิตเตือนให้ผมต้องเข้มงวดกับซากของคุณให้มากขึ้น"

นิ้วชั่วค่อยไล้ผิวแก้มคล้ายยั่วยุหรือเย้ยหยัน ชมทองเลียปากระงับแรงพลุ่งพล่านในทรวงร้อนฉ่าอีกครั้งเมื่อเจ้าของนิ้วเปลี่ยนเป็นบีบใบหน้าอย่างอำมหิต แก้มสองข้างบุ๋มลึกอย่างน่าหวาดเสียว

"รู้ไหมครับคุณเช้า แม้แต่จะขยับนิ้วก้อย ผมก็ไม่เห็นด้วย เพื่อปกป้องความลับที่แตกโพละไปเรียบร้อยของผมไม่ให้ล่วงถึงหูคุณพ่อ เพื่อให้การแก้แค้นของผมรุดไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง คุณจะเต็มใจช่วยหรือไม่ก็ช่าง แต่ผมจะให้คุณช่วย"

พ่อหนุ่มยามเลียปากแค้นๆ เผลอขยับตัวนิดหน่อยเมื่อคนพูดข่มขวัญผ่านเสียงแหบพร่าผลักใบหน้าเหยื่อผู้น่าสงสารสะบัดไปด้านข้าง ต้องปรบมือให้กับความอดทนชั้นเลิศของพิมพ์เช้าจริงๆ เธอเข้มแข็งเกินหญิงขนานแท้ทีเดียว

"จำไว้นะคุณเช้า อย่าให้ผมต้องมารับรู้ข่าวร้ายแบบนี้ซ้ำสอง เพราะคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ทดสอบด้วยเศษแก้ว แต่ผมจะพิสูจน์ด้วยน้ำร้อนทั้งกา ดูซิว่าถ้าคุณรู้สึกตัวแล้วแต่มากแผนตบตาผม แล้วคุณจะทนได้มากสักแค่ไหน"

ชมทองรีบหลบวูบกลับออกมาอย่างว่องไวทันทีที่เจ้านายหนุ่มสาวเท้าห่างเตียง เขาเข้าไปนั่งดับอารมณ์เดือดดาลในกระท่อมป้อมยาม รินน้ำร้อนในกระติกมาจิบๆ อยากให้ไอร้อนคมกริบช่วยหันเหอาการตัวสั่นมือสั่นของตนไปทางอื่นบ้าง

"คุณเลวมาก ไอ้ที่หล่อเหลามาดเท่นั่น แปลว่าอะไร คราบเทพบุตรหรือ เลวจริงๆ คอยดูเถอะ ผมจะช่วยคุณพิมพ์เช้ากะเทาะคราบสวยๆ ของคุณให้ล่อนออกไปทีละชิ้นๆ จนกว่าตัวตนผีนรกของคุณจะเผยโฉมชัดๆ ให้ชาวบ้านได้รู้กันทั่ว"

    หมดไปหนึ่งแก้วสำหรับน้ำร้อนที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ชมทองก็หมั่นจิบไปเรื่อย เหมือนเช่นภวังค์ความคิดที่ผุดพรั่งขึ้นด้วยพลังเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของเจ้านายสาว

วูบหนึ่ง เขาก็อดนึกถึงชมทองอีกคนไม่ได้ สมมติไปว่าถ้าฟ้าไม่พลิกชะตาให้ผันแปรไป ฝ่ายโน้นเดินทางมาทำหน้าที่ของตัวเอง กระทั่งมาเจอสถานการณ์นี้เข้า เจ้าตัวจะทำยังไง รับรู้แต่ขอเฉยไว้ดีกว่า ตัดบทง่ายๆ ไปว่าไม่ใช่ธุระกงการ หรือว่ารับรู้แล้ว เลือดคนดีก็พลันสูบฉีดพลุ่งพล่าน ตัดสินใจทันทีเหมือนเขาว่าขอร่วมด้วยช่วยเจ้านายสาวผู้น่าสงสาร 'ฉะ'
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่