ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าเราเป็นคนที่อ่านรีวิวเรื่องการทำหน้าเยอะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลสภาพหน้าตัวเองเท่าไหร่เนื่องจากงานที่ทำต้องตากแดด ออกไซด์งานก่อสร้างตลอด มาถึงจุดนี้คนอ่านคะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปนะคะว่าเราเป็นคนงานก่อสร้าง บอกเลยว่าไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ เราเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดที่ทุ่มทุนสร้างในการทำงานมากๆ คนหนึ่งต่างหาก เอ่อจะนอกเรื่องอีกนานมั้ย คนที่เค้าเข้ามาอ่านรีวิวเค้าอยากรู้เรื่องการทำหน้าของเธอต่างหากไม่ใช่ชีวิตเธอ โอเคค่ะหลังจากนอกเรื่องกันมาซักพักก็ขอกลับเข้าเรื่องเลยละกันนะ
ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าเราเป็นคนผิวมันมาก และแพ้ง่าย คือหลายคนคงถามว่าใครที่บอกหล่อนยะว่าผิวมันมาก บอกได้เลยค่ะว่าไม่มีใครบอกหรอกค่ะ มีแค่หนังหน้าเราเนี่ยแหละที่บอก คือ แต่งหน้า 8 โมงเช้า 9 โมงหน้าก็มันเยิ้มแบบซับน้ำมันบนหน้าไปทอดไข่ได้สบายแล้วเนี่ยถ้าไม่เรียกว่าหน้ามันมากก็คงไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเนอะ ส่วนแพ้ง่ายก็ไม่ต้องรอให้ใครบอกเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะใช้อะไรสิวก็ประเดประดังกันเข้ามาโดยมิได้นัดหมายเลยทีเดียว ดังนั้นการที่เราจะต้องไปทำหน้าหรือเอาอะไรมาใช้ที่หน้าก็ต้องศึกษาพอสมควร คราวนี้ก็เหมือนกัน เราไปทำหน้าที่ The Face Aesthetic ตามคำเชิญของเพื่อนสาวคนหนึ่งที่รู้จักกันมานาน ด้วยคำพูดที่ว่าชั้นว่าแกควรจะดูแลตัวเองและต้องสวยซะที แหมพอได้ยินมันช่างกระแทกใจยิ่งนัก ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ ถึงเวลาที่ต้องสวยแล้วสิ พอคิดได้ตามนั้น(เอ เค้าเรียกคิดได้รึเปล่าหว่า )เราก็ได้มาพบคุณหมอที่ร้านในช่วงสัปดาห์ถัดมาตามเวลาที่คุณเพื่อนสาวนัดให้ พอมาพบหมอ หมอก็ดูไม่ได้อะไรกับเรามากแค่ถามเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ แค่นั้นและบอกเราว่าต้องรักษาสิวให้เสร็จก่อน แหมตอนเราฟังหมอก็ดูใจชื้นนะว่าหนังหน้าปัญหาไม่เยอะ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ เพราะในความเป็นจริงที่เราต้องเริ่มคอร์สในการทำหน้าที่มีชื่อว่า acne clear ถึงขั้นบ่นอ่าว่าเราผิวหน้ามีปัญหาม๊ากมาก ทั้งสิว รอยดำ รูขุมขนกว้าง พอฟังแทบอยากไปตายละเกิดใหม่แต่ถึงกะนั้น จัดคอร์ส สวยกันมาขนาดนี้ต้องลองดูซักตั้งว่าจะสวยขึ้นได้แค่ไหน
ก่อนอื่นเราให้ดูหน้าตอนวันแรกที่ทำก่อนเลยละกัน
รูปนี้ขอเค้าถ่ายไว้ตอนที่น้องพนักงานคลีนหน้าให้แล้ว (แอบนอยด์นิดๆนะว่าน้องคลีนหน้าไม่ค่อยโอเลย) สังเกตได้ว่าสภาพหน้าแย่มากจริงๆ พอคลีนหน้าเสร็จก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำให้โดยการใช้ครีม(ประมาณสเต็มเซลล์)มาทาที่หน้าและกดจจจากจากนั้นให้ซึมเข้าผิว พูดเลยนะว่าแอบแสบกว่าการที่ทำเลเซอร์อ่า หรืออาจจะเพราะทำเลเซอร์มียาชาช่วย พอนางทาๆกดๆ ไปประมาณ 15 นาที นางก็จะลงมอยส์เจอร์ให้และจบด้วย บีบีที่เหมือนจะมีการผสมตัวสเต็มเซล์หรืออะไรประมาณนี้ที่จะทำให้ครีมที่ทาตอนแรกเห็นผลได้ดี ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จกระบวนการขั้นตอนการทำหน้าในครั้งนี้และนางก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ต้องล้างหน้าแล้วนะคะหรือถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ให้ล้างน้ำเปล่าเบาๆเพราะตัวยาที่ทาบนหน้าถ้าล้างแรงจะหลุดค่ะ บอกเลยนะคะว่าตอนฟังจบแอบคิดในใจว่าน้องที่คลีนหน้าแอบคลีนไม่สะอาดถ้าชั้นไม่ล้างหน้าสิวจะเห่อมั้ย แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดค่ะ เพราะเราเสียเงินมาทำถ้าไม่ทำตามที่เค้าบอกก็ไม่รู้จะมาทำทำไม ดังนั้น กลับบ้านในวันนั้นก็เลยไม่ล้างหน้าอีก กะว่าวันรุ่งขึ้นสิวจะแห้งหน้าจะเริ่มใส แต่ปรากฏว่า สิวมากันเพียบเราก็เริ่มเครียดสิครับพี่น้อง แต่อีกใจก็ยังปลอบใจตัวเองอยู่นะว่า มันจะหายใน 2-3 วันนี้ พอเวลาผ่านไปสิวมันก็เริ่มยุบนะ (ไม่รู้ยุบจากที่ไปทำหน้าหรือมันยุบเองเหมือนกัน) ถึงตอนนี้เราแอบดีใจนิดๆละหละว่าเฮ้ยของเค้าดีจริงแฮะ พอคิดงี้เราก็นับวันรอนัดครั้งต่อไปเลยจ้า(บอกก่อนว่าเค้าจะนัดเราทุกประมาณ 7-10 วัน เนื่องจากยาที่ทาหน้าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้อย่าต่อเนื่องโดยทิ้งระยะห่างประมาณ 7 วัน ) พอครบกำหนดนัดทำหน้าเราก็ไปที่ร้านตามที่นัดเลยจ้า คราวนี้รอนานหน่อยเนื่องจากทางร้านมีลูกค้าค่อนข้างเยอะ ครั้งนี้เราไม่ต้องกลัวเรื่องพนักงานคลีนหน้าไม่สะอาดค่ะ เนื่องจากที่ร้านให้เราคลีนหน้าเอง เราก็จัดเต็มคลีนอย่างเกลี้ยงตามสูตรเราเลยจ้า จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนเดิม ณจุดนี้ขอข้ามขั้นมาที่ผลขอมันเลยดีกว่า ผลของการทำหน้าครั้งนี้ค่อนข้างโดนใจสุดๆ เนื่องจากสิวขึ้นน้อยลงละ (เห็นที่ร้านเค้าบอกว่าเพราะผิวเราเรื่องแข็งแรงขึ้น) และเห็นว่ารูขุมขนเล็กลงเยอะจากครั้งแรกที่ทำ ไม่เชื่อมาดูภาพกัน
สังเกตได้ว่ารอยลดลงอย่างเยอะ หน้าขาวขึ้น และรูขุมขนดูเล็กลง อย่างเห็นได้ชัด เอาเป็นว่าสรุปรวมเลยละกัน เราว่า product มันโอเคนะคะสำหรับการมาทำหน้าที่ร้านนี้แต่อาจจะไม่ค่อยปลื้มเรื่องการบริการไปซักหน่อย ^^
[SR] รีวิวไปทำ acne clear มา
ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าเราเป็นคนผิวมันมาก และแพ้ง่าย คือหลายคนคงถามว่าใครที่บอกหล่อนยะว่าผิวมันมาก บอกได้เลยค่ะว่าไม่มีใครบอกหรอกค่ะ มีแค่หนังหน้าเราเนี่ยแหละที่บอก คือ แต่งหน้า 8 โมงเช้า 9 โมงหน้าก็มันเยิ้มแบบซับน้ำมันบนหน้าไปทอดไข่ได้สบายแล้วเนี่ยถ้าไม่เรียกว่าหน้ามันมากก็คงไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเนอะ ส่วนแพ้ง่ายก็ไม่ต้องรอให้ใครบอกเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะใช้อะไรสิวก็ประเดประดังกันเข้ามาโดยมิได้นัดหมายเลยทีเดียว ดังนั้นการที่เราจะต้องไปทำหน้าหรือเอาอะไรมาใช้ที่หน้าก็ต้องศึกษาพอสมควร คราวนี้ก็เหมือนกัน เราไปทำหน้าที่ The Face Aesthetic ตามคำเชิญของเพื่อนสาวคนหนึ่งที่รู้จักกันมานาน ด้วยคำพูดที่ว่าชั้นว่าแกควรจะดูแลตัวเองและต้องสวยซะที แหมพอได้ยินมันช่างกระแทกใจยิ่งนัก ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ ถึงเวลาที่ต้องสวยแล้วสิ พอคิดได้ตามนั้น(เอ เค้าเรียกคิดได้รึเปล่าหว่า )เราก็ได้มาพบคุณหมอที่ร้านในช่วงสัปดาห์ถัดมาตามเวลาที่คุณเพื่อนสาวนัดให้ พอมาพบหมอ หมอก็ดูไม่ได้อะไรกับเรามากแค่ถามเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ แค่นั้นและบอกเราว่าต้องรักษาสิวให้เสร็จก่อน แหมตอนเราฟังหมอก็ดูใจชื้นนะว่าหนังหน้าปัญหาไม่เยอะ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ เพราะในความเป็นจริงที่เราต้องเริ่มคอร์สในการทำหน้าที่มีชื่อว่า acne clear ถึงขั้นบ่นอ่าว่าเราผิวหน้ามีปัญหาม๊ากมาก ทั้งสิว รอยดำ รูขุมขนกว้าง พอฟังแทบอยากไปตายละเกิดใหม่แต่ถึงกะนั้น จัดคอร์ส สวยกันมาขนาดนี้ต้องลองดูซักตั้งว่าจะสวยขึ้นได้แค่ไหน
ก่อนอื่นเราให้ดูหน้าตอนวันแรกที่ทำก่อนเลยละกัน
รูปนี้ขอเค้าถ่ายไว้ตอนที่น้องพนักงานคลีนหน้าให้แล้ว (แอบนอยด์นิดๆนะว่าน้องคลีนหน้าไม่ค่อยโอเลย) สังเกตได้ว่าสภาพหน้าแย่มากจริงๆ พอคลีนหน้าเสร็จก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำให้โดยการใช้ครีม(ประมาณสเต็มเซลล์)มาทาที่หน้าและกดจจจากจากนั้นให้ซึมเข้าผิว พูดเลยนะว่าแอบแสบกว่าการที่ทำเลเซอร์อ่า หรืออาจจะเพราะทำเลเซอร์มียาชาช่วย พอนางทาๆกดๆ ไปประมาณ 15 นาที นางก็จะลงมอยส์เจอร์ให้และจบด้วย บีบีที่เหมือนจะมีการผสมตัวสเต็มเซล์หรืออะไรประมาณนี้ที่จะทำให้ครีมที่ทาตอนแรกเห็นผลได้ดี ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จกระบวนการขั้นตอนการทำหน้าในครั้งนี้และนางก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ต้องล้างหน้าแล้วนะคะหรือถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ให้ล้างน้ำเปล่าเบาๆเพราะตัวยาที่ทาบนหน้าถ้าล้างแรงจะหลุดค่ะ บอกเลยนะคะว่าตอนฟังจบแอบคิดในใจว่าน้องที่คลีนหน้าแอบคลีนไม่สะอาดถ้าชั้นไม่ล้างหน้าสิวจะเห่อมั้ย แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดค่ะ เพราะเราเสียเงินมาทำถ้าไม่ทำตามที่เค้าบอกก็ไม่รู้จะมาทำทำไม ดังนั้น กลับบ้านในวันนั้นก็เลยไม่ล้างหน้าอีก กะว่าวันรุ่งขึ้นสิวจะแห้งหน้าจะเริ่มใส แต่ปรากฏว่า สิวมากันเพียบเราก็เริ่มเครียดสิครับพี่น้อง แต่อีกใจก็ยังปลอบใจตัวเองอยู่นะว่า มันจะหายใน 2-3 วันนี้ พอเวลาผ่านไปสิวมันก็เริ่มยุบนะ (ไม่รู้ยุบจากที่ไปทำหน้าหรือมันยุบเองเหมือนกัน) ถึงตอนนี้เราแอบดีใจนิดๆละหละว่าเฮ้ยของเค้าดีจริงแฮะ พอคิดงี้เราก็นับวันรอนัดครั้งต่อไปเลยจ้า(บอกก่อนว่าเค้าจะนัดเราทุกประมาณ 7-10 วัน เนื่องจากยาที่ทาหน้าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้อย่าต่อเนื่องโดยทิ้งระยะห่างประมาณ 7 วัน ) พอครบกำหนดนัดทำหน้าเราก็ไปที่ร้านตามที่นัดเลยจ้า คราวนี้รอนานหน่อยเนื่องจากทางร้านมีลูกค้าค่อนข้างเยอะ ครั้งนี้เราไม่ต้องกลัวเรื่องพนักงานคลีนหน้าไม่สะอาดค่ะ เนื่องจากที่ร้านให้เราคลีนหน้าเอง เราก็จัดเต็มคลีนอย่างเกลี้ยงตามสูตรเราเลยจ้า จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนเดิม ณจุดนี้ขอข้ามขั้นมาที่ผลขอมันเลยดีกว่า ผลของการทำหน้าครั้งนี้ค่อนข้างโดนใจสุดๆ เนื่องจากสิวขึ้นน้อยลงละ (เห็นที่ร้านเค้าบอกว่าเพราะผิวเราเรื่องแข็งแรงขึ้น) และเห็นว่ารูขุมขนเล็กลงเยอะจากครั้งแรกที่ทำ ไม่เชื่อมาดูภาพกัน
สังเกตได้ว่ารอยลดลงอย่างเยอะ หน้าขาวขึ้น และรูขุมขนดูเล็กลง อย่างเห็นได้ชัด เอาเป็นว่าสรุปรวมเลยละกัน เราว่า product มันโอเคนะคะสำหรับการมาทำหน้าที่ร้านนี้แต่อาจจะไม่ค่อยปลื้มเรื่องการบริการไปซักหน่อย ^^