เพื่อนๆหลายคน คงจะมีโครงการแต่งงานกันแล้วใช่ไม๊ครับ ส่วนใหญ่จะเริ่มเตรียมตัวกันในช่วงนี้ เพื่อไปจัดพิธีในช่วงปลายปี หรือต้นปีหน้า เรื่องการเตรียมตัวในงานแต่งงาน เราคงไม่นำเสนอครับ แต่ในฐานะ นักร้องนักดนตรี วันนี้ เรามีทริกเล็กๆน้อย ในการจัด After Party ให้สนุก น่าจดจำไปตลอดชีวิตของคุณครับ
1.เครื่องดื่มแอลกฮอลล์
อันนี้เป็นปัจจัยหลักๆ ของงาน Party เลยนะครับ มี Party ที่ไหน เหล้าเบียร์ไวน์ ต้องพร้อม คือต้องพร้อมไปจนถึงงานเลิกเลยนะ
หลายๆท่านอาจจะมองว่า โอ๊ย มันไม่ดีกับสุขภาพ ทำร้ายร่างกาย
บอกเลยนะครับว่า ความสนุกของงาน After Party จะลดลงไปมากทีเดียว
ซึ่งถ้าปกติเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ใช่นักดื่ม หรือ ขา Party อยู่แล้ว ให้ตัดงาน After Party ออกไปเลยดีกว่า
2.สถานที่
ช่วง After Party คือช่วงที่นำเอา Pub มาวางไว้ในห้องจัดเลี้ยงครับ การที่จะทำให้งาน After Party สนุก สถานที่ต้อง "แคบลง" เพื่อให้ทั้งญาติสนิท มิตรสหายที่มาร่วมแสดงความยินดี ได้รู้จักใกล้ชิดกันมากขึ้น
อันนี้แล้วแต่กรณีว่าสถานที่เป็นอย่างไรนะครับ บางท่าน จัดงานในร้านอาหาร สถานที่ไม่ได้กว้างมาก อาจจะต่อช่วง After Party ได้เลย
แต่บางครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่ มีหน้ามีตามีฐานะทางสังคมสูง อาจจะจัดเลี้ยงในห้องบอลลูมหรูหรา ใหญ่โต ในโรงแรม
อาจจะต้องมีการนำ Partition มากั้นบริเวณ ส่วนของเวที (งานนี้เคยไปร้องมากับตัว บอกเลยว่ามันส์มาก!!!!)
หรือถ้าหากว่า ไม่สามารถกั้นห้องได้ อาจจะต้องให้พนักงาน เคลียร์พื้นที่บริเวณ หน้าเวที ทำเป็นที่โล่ง (ซึ่งหากเป็นงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีน แนะนำให้เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เป็นขาเฮ้ว มานั่งบริเวณนี้ครับ)เพื่อให้มีฟลอร์เต้นรำ แล้วจัดเอาโต๊ะสูงมาวางไว้ เพื่อให้แขกได้มายืน ทางด้านหน้าเวที แล้วจำกัดเครื่องดื่มแอลกฮอล มาไว้เฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น เพื่อเป็นการจำกัดพื้นที่ให้คนที่ต้องการสนุกในช่วง After Party ได้เข้ามารวมกันที่หน้าเวที
หรือในบางกรณี อาจจะมีการแบ่งออกเป็นสองห้อง ห้องพิธีการห้องหนึ่ง ห้อง After Party อีกห้องหนึ่ง แบบนี้ก็ทำได้ครับ หรือบางกรณี พิธีการจัด outdoor แต่ After Party จัดในห้อง ก็แล้วแต่ข้อตกลงระหว่างเจ้าภาพกับโรงแรม
3.แนวเพลงของวงดนตรีและดีเจ
ตามสถิติที่ผมเคยทำงานมานะครับ ประวัติของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะสำคัญในช่วงนี้มาก ผมบอกเลยว่า ละเอียดอ่อนจริงๆ การเติบโต อายุ
การเลี้ยงดู ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีส่วนมาก ในการเลือกแนวเพลงครับ
สิ่งแรกที่ตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องทำคือ ถามตัวเองก่อนว่าชอบเพลงอะไร แบบไหน ช่วง After Party ใครจะอยู่บ้าง แล้วหลังจากนั้น ให้ขอ list เพลงจากวงดนตรีหรือดีเจ ครับ ว่า เพลงตรงกับสิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่ ยกตัวอย่างนะครับ
หากบ่าวสาว มีคุณพ่อคุณแม่ขาเฮ้ว ชอบเต้นรำ party สังสรรค์อยู่บ่อยๆ ใน list ควรจะมีเพลง retro ยุค 60s 70s 80s หรือเพลงลูกทุ่งไว้เพื่อเอาใจพวกท่านบ้าง เพราะตามสถิติที่ผมเจอ คนเปิดฟลอร์ จะเป็นพวกท่านนี่ล่ะครับ
หรือหากเป็น คนต่างจังหวัดทั้งคู่ แถมงานยังไปจัดต่างจังหวัดอีก แนะนำให้จ้างวงลูกทุ่งในพื้นที่เลยครับ รับรอง มันส์ยกตำบลแน่นอน หรือวงลูกทุ่งตามมหาวิทยาลัยก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะนอกจากจะได้ความสนุกแล้ว ยังได้บุญในการให้โอกาสน้องๆด้วยครับ
แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ หรือไปเรียนเมืองนอก หรือว่าทำงานบริษัทinternational
แล้วแขกในงานเป็นชาวต่างชาติ 50% ขึ้นไป ในlist ควรจะมีเพลงสากลเก่าใหม่ ค่อนข้างเยอะครับ เพราะชาวต่างชาติเหล่านี้มักจะเป็นคนเปิดฟลอร์ครับ
แต่ถ้าโตในไทย เรียนโรงเรียนไทย มหาวิทยาลัยในไทย ใน list ควรต้องมีเพลงไทย สนุกๆที่เป็นที่รู้จัก มากหน่อยครับ
แต่ถ้าเป็นคนอินดี้ เป็นHipster ฟังเพลงแปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใคร ถ้าอย่างนั้นชอบวงไหนให้เอาวงนั้นมาเลยครับ(แต่ถ้าขอ จิ้จ้ะ แสงสุดท้ายมา แม่จะตีให้ก้นลายเลย >< )
แต่ถ้าพวกคุณชอบเสียงเพลง มีดนตรีในหัวใจ ดีดกีต้าร์เล่นกับเพื่อนมาตั้งแต่มัธยม กล้าแสดงออก ให้ขึ้นแจมเลยครับ งานเพื่อนคุณ เต็มที่ครับจัดไปอย่าให้เสีย
4.ญาติสนิท มิตรสหาย ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมทั้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง
อันนี้ก็เป็นปัจจัยหลักของงาน After Party ที่จะสนุกหรือไม่นะครับ
คนในงานต้องพร้อมที่จะ Party ด้วยครับ ต้องมีการเตรียมพร้อม พูดคุยกันในส่วนหนึ่งก่อน
โดยปกติ บ่าวสาว มักจะแจ้ง หรือแจกการ์ดล่วงหน้านะครับ ดังนั้นควรจะมีการเตรียมตัว ต้องลางานหรือเปล่า เตรียมห้องพัก หรือรถมารับกลับบ้านไม๊ (เมาไม่ขับ ดีที่สุดครับ) เพื่อทุกคนจะได้สนุกเต็มที่ในงานซึ่งอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของเพื่อนครับ
อีกหนึ่งกรณีที่ยากมากๆคือ ถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเรียบร้อยทั้งคู่ โดยปกติ จะอยู่เงียบๆ หรือใช้ชีวิตเรียบๆ ไม่เที่ยว ไม่ party ไม่สังสรรค์ เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยได้ party ด้วย แต่งานแต่งงานอยากจะสนุก ครั้งเดียวในชีวิต อันนี้ คุณต้องสลัดความอายออก แล้วเดินออกมาเต้นเลยนะครับ วิธีที่ได้ผลอีกวิธีคือ ถือถาดเหล้า shot แล้วไล่ให้เพื่อนกระดกทีละคนเลยครับ (ชวนกินเหล้าอีกแล้ว -///- ) อย่าคิดมากครับ ครั้งเดียวในชีวิตคุณ
สิ่งที่น่ากลัวอีกเรื่องที่ทำให้งาน After Party หมดสนุกคือ
"เจ้าบ่าวเจ้าสาว ถ่ายรูปตอนเสร็จพิธีการนานเกินไป"
บางงาน ผมร้อง ไปสองเบรกแล้ว (เบรกละ 45 นาที) เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่มาสนุกกับเพื่อนสักที จนเข้ามา 15 นาทีสุดท้าย ก่อน after party เลิก เพื่อนบางส่วนก็หมดสนุกไปแล้วก็มีครับ
บางคนอาจจะบอกว่า ก็ญาติเยอะง่ะ ให้ทำไง เท่าที่ผมเคยสังเกตุนะครับ
หลังจากพิธีการ ถ้างานเป็นโต๊ะจีน เจ้าบ่าวเจ้าสาว จะเดินไปถ่ายรูปกับแขก VIP ที่โต๊ะก่อน ซึ่งเอาจริงๆมีไม่เยอะหรอกครับ แป้บๆ ก็เสร็จ
แต่ถ้างานเป็น BUFFET อาจจะให้พิธีกรแจ้งกับ แขกในงานเลยว่า เด็กๆเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว รอถ่ายรูปช่วง After Party ทีเดียว ให้ผู้ใหญ่หรือ แขก VIP ถ่ายรูปก่อน
แต่อันนี้ต้องดูหลักๆหน้างานนะครับ มันเป็นเรื่องเหนือการควบคุม เข้าใจได้
5.อย่าคาดหวังครับ T^T
เนื่องจากงานแต่งงาน เป็นงานที่อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของคนหลายๆคน เพราะฉะนั้นทุกคนย่อมจะอยากให้ออกมา Perfect แต่!!!!!!! ไม่มีอะไรในโลกนี้ Perfect ครับ สิ่งที่คุณต้องทำคือ เปิดใจยอมรับมันผมจะยกกรณีตัวอย่างให้สักสองสามเรื่องครับ
มีงานนึงผมกำลังเมดเลย์ลูกทุ่งสามช่า อยู่ เพื่อนบ่าวสาวกำลังโจ้ะเต้นกันอย่างเมามัน เจ้าสาวหน้าบึ้งเดินมาแล้วพูดว่า "ไม่เอาเพลงลูกทุ่ง ขอเพลงมันๆ เอา bodyslam big ass" เราก็จัดให้เพราะเจ้าสาวดูเครียดมาก
ปรากฏว่า เพื่อน เหวอครับเต้นไม่ออก ลงไปนั่งกันเกือบหมด แต่มีเจ้าสาวคนเดียวที่สนุกและพยายามลากเพื่อนขึ้นมาเต้นด้วย เพื่อนก็ขึ้นมาเต้นแบบงงๆ สองสามคน จนสุดท้ายเพื่อนก็เดินมากระซิบข้างหูนักร้องว่า "ขอสามช่าโหน่ยค่า"
อีกกรณีตัวอย่างครับ ในงาน party กำลังเต้นกันอย่างเมามันส์ นักร้องชวนเต้นอย่างสนุกสนาน เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาขอแจมร้อง ซึ่งแน่นอนเราต้องให้แจมครับ แต่เพื่อนมาแจมร้องเพลงช้า ผ่านไปสองเพลง จะช้าเพลงที่สามอีก แขกคนอื่นเริ่มนอยด์แล้ว เราเลยบอกแจมเพลงเร็วได้ไม๊ นางหันมาวีนวง ว่าแค่นี้ก็เล่นไม่ได้แล้วก็หงุดหงิดลงไป
อะไรทำนองนี้ครับ แต่เราเข้าใจว่าคนเมาอ้ะนะ ย่อมไม่มีสติ เราก็ไม่ถือสา แต่เราต้องควบคุม mood ของงานให้สนุกที่สุด เพื่อเป็นความทรงจำที่ดีของทุกๆฝ่าย
ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากได้ลองนำวิธีของผมไปใช้ในงานของพวกคุณ งาน After Party ของพวกคุณ จะสนุกและเป็นที่จดจำไปตลอดชีวิตแน่นอนครับ
จากใจ..นักร้องงานเลี้ยง
งานแต่งที่ใด เป็นได้แค่แขกรับเชิ๊ญญญญ
How to After Party งานแต่งงานอย่างไรให้สนุกสุดเหวี่ยง!!!!
1.เครื่องดื่มแอลกฮอลล์
อันนี้เป็นปัจจัยหลักๆ ของงาน Party เลยนะครับ มี Party ที่ไหน เหล้าเบียร์ไวน์ ต้องพร้อม คือต้องพร้อมไปจนถึงงานเลิกเลยนะ
หลายๆท่านอาจจะมองว่า โอ๊ย มันไม่ดีกับสุขภาพ ทำร้ายร่างกาย
บอกเลยนะครับว่า ความสนุกของงาน After Party จะลดลงไปมากทีเดียว
ซึ่งถ้าปกติเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ใช่นักดื่ม หรือ ขา Party อยู่แล้ว ให้ตัดงาน After Party ออกไปเลยดีกว่า
2.สถานที่
ช่วง After Party คือช่วงที่นำเอา Pub มาวางไว้ในห้องจัดเลี้ยงครับ การที่จะทำให้งาน After Party สนุก สถานที่ต้อง "แคบลง" เพื่อให้ทั้งญาติสนิท มิตรสหายที่มาร่วมแสดงความยินดี ได้รู้จักใกล้ชิดกันมากขึ้น
อันนี้แล้วแต่กรณีว่าสถานที่เป็นอย่างไรนะครับ บางท่าน จัดงานในร้านอาหาร สถานที่ไม่ได้กว้างมาก อาจจะต่อช่วง After Party ได้เลย
แต่บางครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่ มีหน้ามีตามีฐานะทางสังคมสูง อาจจะจัดเลี้ยงในห้องบอลลูมหรูหรา ใหญ่โต ในโรงแรม
อาจจะต้องมีการนำ Partition มากั้นบริเวณ ส่วนของเวที (งานนี้เคยไปร้องมากับตัว บอกเลยว่ามันส์มาก!!!!)
หรือถ้าหากว่า ไม่สามารถกั้นห้องได้ อาจจะต้องให้พนักงาน เคลียร์พื้นที่บริเวณ หน้าเวที ทำเป็นที่โล่ง (ซึ่งหากเป็นงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีน แนะนำให้เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เป็นขาเฮ้ว มานั่งบริเวณนี้ครับ)เพื่อให้มีฟลอร์เต้นรำ แล้วจัดเอาโต๊ะสูงมาวางไว้ เพื่อให้แขกได้มายืน ทางด้านหน้าเวที แล้วจำกัดเครื่องดื่มแอลกฮอล มาไว้เฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น เพื่อเป็นการจำกัดพื้นที่ให้คนที่ต้องการสนุกในช่วง After Party ได้เข้ามารวมกันที่หน้าเวที
หรือในบางกรณี อาจจะมีการแบ่งออกเป็นสองห้อง ห้องพิธีการห้องหนึ่ง ห้อง After Party อีกห้องหนึ่ง แบบนี้ก็ทำได้ครับ หรือบางกรณี พิธีการจัด outdoor แต่ After Party จัดในห้อง ก็แล้วแต่ข้อตกลงระหว่างเจ้าภาพกับโรงแรม
3.แนวเพลงของวงดนตรีและดีเจ
ตามสถิติที่ผมเคยทำงานมานะครับ ประวัติของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะสำคัญในช่วงนี้มาก ผมบอกเลยว่า ละเอียดอ่อนจริงๆ การเติบโต อายุ
การเลี้ยงดู ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีส่วนมาก ในการเลือกแนวเพลงครับ
สิ่งแรกที่ตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องทำคือ ถามตัวเองก่อนว่าชอบเพลงอะไร แบบไหน ช่วง After Party ใครจะอยู่บ้าง แล้วหลังจากนั้น ให้ขอ list เพลงจากวงดนตรีหรือดีเจ ครับ ว่า เพลงตรงกับสิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่ ยกตัวอย่างนะครับ
หากบ่าวสาว มีคุณพ่อคุณแม่ขาเฮ้ว ชอบเต้นรำ party สังสรรค์อยู่บ่อยๆ ใน list ควรจะมีเพลง retro ยุค 60s 70s 80s หรือเพลงลูกทุ่งไว้เพื่อเอาใจพวกท่านบ้าง เพราะตามสถิติที่ผมเจอ คนเปิดฟลอร์ จะเป็นพวกท่านนี่ล่ะครับ
หรือหากเป็น คนต่างจังหวัดทั้งคู่ แถมงานยังไปจัดต่างจังหวัดอีก แนะนำให้จ้างวงลูกทุ่งในพื้นที่เลยครับ รับรอง มันส์ยกตำบลแน่นอน หรือวงลูกทุ่งตามมหาวิทยาลัยก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะนอกจากจะได้ความสนุกแล้ว ยังได้บุญในการให้โอกาสน้องๆด้วยครับ
แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ หรือไปเรียนเมืองนอก หรือว่าทำงานบริษัทinternational
แล้วแขกในงานเป็นชาวต่างชาติ 50% ขึ้นไป ในlist ควรจะมีเพลงสากลเก่าใหม่ ค่อนข้างเยอะครับ เพราะชาวต่างชาติเหล่านี้มักจะเป็นคนเปิดฟลอร์ครับ
แต่ถ้าโตในไทย เรียนโรงเรียนไทย มหาวิทยาลัยในไทย ใน list ควรต้องมีเพลงไทย สนุกๆที่เป็นที่รู้จัก มากหน่อยครับ
แต่ถ้าเป็นคนอินดี้ เป็นHipster ฟังเพลงแปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใคร ถ้าอย่างนั้นชอบวงไหนให้เอาวงนั้นมาเลยครับ(แต่ถ้าขอ จิ้จ้ะ แสงสุดท้ายมา แม่จะตีให้ก้นลายเลย >< )
แต่ถ้าพวกคุณชอบเสียงเพลง มีดนตรีในหัวใจ ดีดกีต้าร์เล่นกับเพื่อนมาตั้งแต่มัธยม กล้าแสดงออก ให้ขึ้นแจมเลยครับ งานเพื่อนคุณ เต็มที่ครับจัดไปอย่าให้เสีย
4.ญาติสนิท มิตรสหาย ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมทั้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง
อันนี้ก็เป็นปัจจัยหลักของงาน After Party ที่จะสนุกหรือไม่นะครับ
คนในงานต้องพร้อมที่จะ Party ด้วยครับ ต้องมีการเตรียมพร้อม พูดคุยกันในส่วนหนึ่งก่อน
โดยปกติ บ่าวสาว มักจะแจ้ง หรือแจกการ์ดล่วงหน้านะครับ ดังนั้นควรจะมีการเตรียมตัว ต้องลางานหรือเปล่า เตรียมห้องพัก หรือรถมารับกลับบ้านไม๊ (เมาไม่ขับ ดีที่สุดครับ) เพื่อทุกคนจะได้สนุกเต็มที่ในงานซึ่งอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของเพื่อนครับ
อีกหนึ่งกรณีที่ยากมากๆคือ ถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเรียบร้อยทั้งคู่ โดยปกติ จะอยู่เงียบๆ หรือใช้ชีวิตเรียบๆ ไม่เที่ยว ไม่ party ไม่สังสรรค์ เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยได้ party ด้วย แต่งานแต่งงานอยากจะสนุก ครั้งเดียวในชีวิต อันนี้ คุณต้องสลัดความอายออก แล้วเดินออกมาเต้นเลยนะครับ วิธีที่ได้ผลอีกวิธีคือ ถือถาดเหล้า shot แล้วไล่ให้เพื่อนกระดกทีละคนเลยครับ (ชวนกินเหล้าอีกแล้ว -///- ) อย่าคิดมากครับ ครั้งเดียวในชีวิตคุณ
สิ่งที่น่ากลัวอีกเรื่องที่ทำให้งาน After Party หมดสนุกคือ
"เจ้าบ่าวเจ้าสาว ถ่ายรูปตอนเสร็จพิธีการนานเกินไป"
บางงาน ผมร้อง ไปสองเบรกแล้ว (เบรกละ 45 นาที) เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่มาสนุกกับเพื่อนสักที จนเข้ามา 15 นาทีสุดท้าย ก่อน after party เลิก เพื่อนบางส่วนก็หมดสนุกไปแล้วก็มีครับ
บางคนอาจจะบอกว่า ก็ญาติเยอะง่ะ ให้ทำไง เท่าที่ผมเคยสังเกตุนะครับ
หลังจากพิธีการ ถ้างานเป็นโต๊ะจีน เจ้าบ่าวเจ้าสาว จะเดินไปถ่ายรูปกับแขก VIP ที่โต๊ะก่อน ซึ่งเอาจริงๆมีไม่เยอะหรอกครับ แป้บๆ ก็เสร็จ
แต่ถ้างานเป็น BUFFET อาจจะให้พิธีกรแจ้งกับ แขกในงานเลยว่า เด็กๆเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว รอถ่ายรูปช่วง After Party ทีเดียว ให้ผู้ใหญ่หรือ แขก VIP ถ่ายรูปก่อน
แต่อันนี้ต้องดูหลักๆหน้างานนะครับ มันเป็นเรื่องเหนือการควบคุม เข้าใจได้
5.อย่าคาดหวังครับ T^T
เนื่องจากงานแต่งงาน เป็นงานที่อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของคนหลายๆคน เพราะฉะนั้นทุกคนย่อมจะอยากให้ออกมา Perfect แต่!!!!!!! ไม่มีอะไรในโลกนี้ Perfect ครับ สิ่งที่คุณต้องทำคือ เปิดใจยอมรับมันผมจะยกกรณีตัวอย่างให้สักสองสามเรื่องครับ
มีงานนึงผมกำลังเมดเลย์ลูกทุ่งสามช่า อยู่ เพื่อนบ่าวสาวกำลังโจ้ะเต้นกันอย่างเมามัน เจ้าสาวหน้าบึ้งเดินมาแล้วพูดว่า "ไม่เอาเพลงลูกทุ่ง ขอเพลงมันๆ เอา bodyslam big ass" เราก็จัดให้เพราะเจ้าสาวดูเครียดมาก
ปรากฏว่า เพื่อน เหวอครับเต้นไม่ออก ลงไปนั่งกันเกือบหมด แต่มีเจ้าสาวคนเดียวที่สนุกและพยายามลากเพื่อนขึ้นมาเต้นด้วย เพื่อนก็ขึ้นมาเต้นแบบงงๆ สองสามคน จนสุดท้ายเพื่อนก็เดินมากระซิบข้างหูนักร้องว่า "ขอสามช่าโหน่ยค่า"
อีกกรณีตัวอย่างครับ ในงาน party กำลังเต้นกันอย่างเมามันส์ นักร้องชวนเต้นอย่างสนุกสนาน เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาขอแจมร้อง ซึ่งแน่นอนเราต้องให้แจมครับ แต่เพื่อนมาแจมร้องเพลงช้า ผ่านไปสองเพลง จะช้าเพลงที่สามอีก แขกคนอื่นเริ่มนอยด์แล้ว เราเลยบอกแจมเพลงเร็วได้ไม๊ นางหันมาวีนวง ว่าแค่นี้ก็เล่นไม่ได้แล้วก็หงุดหงิดลงไป
อะไรทำนองนี้ครับ แต่เราเข้าใจว่าคนเมาอ้ะนะ ย่อมไม่มีสติ เราก็ไม่ถือสา แต่เราต้องควบคุม mood ของงานให้สนุกที่สุด เพื่อเป็นความทรงจำที่ดีของทุกๆฝ่าย
ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากได้ลองนำวิธีของผมไปใช้ในงานของพวกคุณ งาน After Party ของพวกคุณ จะสนุกและเป็นที่จดจำไปตลอดชีวิตแน่นอนครับ
จากใจ..นักร้องงานเลี้ยง
งานแต่งที่ใด เป็นได้แค่แขกรับเชิ๊ญญญญ