เรื่องมันคงยาวซักหน่อย...มันเหมือนเป็นปมที่ฉันแก้ยังไงก็แก้ไม่ได้ บางทีก็หาทางออกเจอ แต่ไม่รู้จะให้เหตุผลยังไงดี
คือตอนเราเรียนจบ ม.ปลายใหม่ๆ เราก็คบกะ ผช. คนนึง พี่เค้าก็นิสัยดีนะ โทรปลุก ชวนเราคุยตลอด เป็น ผช. ที่เราไว้ใจให้รหัสเฟซบุ๊คให้เข้าไปแก้ไขข้อมูลอะไรให้ พี่เค้าแอบชอบเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ นั่นก็คือ ตอน ม.2 เรามีโอกาสได้คบกันเดือนนึง เพราะหลายๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อนๆพี่เค้าก็เข้าใจดี แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เราได้มาทำงานช่วงปิดเทอม เป็นระยะเวลา 3 เดือน มีพี่ทำงานเป็นคนขับรถมาจีบเรา เค้าดูแลเราดีมาก ซื้อของกินมาให้ตลอด เราคุยกันได้เดือนนึง เราจึงตกลงเป็นแฟนกัน เรื่องนี้ถึงหูพี่สาวเรา พี่สาวเราไม่เห็นด้วย พี่สาวบอกว่า อนาคตถ้าเราเรียนจบ เราเป็นถึงวิศวกร เราอยากมีแฟนเป็นแค่คนขับรถหรอ ในใจเรานึก เราคงอายมากถ้าเป็นแบบนี้ พี่สาวเราก็บอกต่อว่า อนาคตเรายังเจอคนอีกมากมายที่เข้ามาในชีวิตเรา เรายังได้เลือก ในมหาวิทยาลัยก็มีคนมากมายให้เราได้รู้จัก ให้เราได้เรียน ซึ่งนั้นก็เป็นอย่างที่พี่สาวเราบอกจริงๆ เราเปิดเทอมวันที่ 17 มิถุนายน 57 เป็นวันแรกที่เราเข้ามาเป็นนักศึกษาเต็มตัว เวลาผ่านไปไม่นาน เราก็ได้นัดเจอกะผู้ชายคนหนึ่ง เค้ากะเราเรียนที่เดียว แต่คนละสาขา เค้ามารับเราไปกินข้าว พาเราไปนู้นไปนี่ ขี่รถเล่นรอบมอ พาเราไปวิ่งตอนเย็นๆ เค้าดีกะเรามาก เราก็พูดเปรยๆใส่เค้าว่า แกมารับมาส่งเราแบบนี้ ไม่มีใครมาจีบเราเลย เราพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์เสียนิดหน่อย แต่ก็เป็นอย่างนั้นตามเคย วันแรกของการเรียนปี 1 คือทุกอย่างเหมือนจะโอเค แต่เป็นเพราะความระแวงของเรา เรายึดติดเสมอว่า เราเป็นแฟนนะ เค้าต้องไปรับไปส่งเราดิ่ ไม่ใช่ตามส่งคนอื่น แต่เค้าก็ให้เหตุผลว่า เป็นเพื่อนจังหวัด คือแบบ แต่เราเป็นแฟนนะ เรางี่เง่าใส่เค้ามาก จนหลังๆไม่ค่อยได้คุยเลย มีครั้งนึงที่แบบอารมณืเสียสุดๆคือ เราต้องเรียนชดเชยภาษาอังกฤษวันอาทิตย์ เราโทรบอกเค้าแต่เช้า แต่เค้าก็ลืม เราไม่เผื่อใจไว้เองแหละ วันนั้นเราเลยโกรธเค้ามาก เพราะปกติ ถ้าการโดดเรียนการขาดเรียน มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแย่สำหรับเรา เค้าเคยขอเราค้นโทรศัพท์นะ แต่เราไม่ให้ เพราะเราคิดว่า มันสิ่งของส่วนบุคคล ซึ่งตอนนั้นเรายังคบกะพี่คนขับรถอยู่ แล้วเราก็บอกกะพี่เค้าว่า เราคกบกะคนนี้ด้วย พี่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพี่บอกว่าตอนนั้นเรายังไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ ไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวก เราคบกะ ผช. คนนี้ได้นาน 1 เดือน เพราะเค้าทนความงี่เง่าของเราไม่ได้ ซึ่งก็จบกันไป เราก็กับมาคุยกะพี่เค้าตามปกติ เราก็ยังเข็ดอีก ดันไปม่อชาวบ้านอีก เพื่อนในเฟซบุ๊คเรา 5555 แต่นายนี่ดันเล่นกะเราซะด้วย ทีแรกเราก็ไม่คิดว่าจะรักหรอกนะ ไปๆมาๆ เรากับรักเค้าซะงั้น เราคบไปประมาณเดือนกว่า เราก็นัดเจอ โดยที่ก่อนหน้านั้นเราก็ส่งเสื้อคู่ ส่งขนมไปให้เค้า เพราะเราเป็นห่วงเค้า พอเจอกันเค้าก็พอเราไปสวัสดีพ่อกะแม่ แม่เค้าก็ให้แหวนเรามาวงนึง คือเราก็ไม่อยากได้นะ เราอยากคบกะเค้าแบบไม่มีเงื่อนไขอ่ะ เฮ้อ แต่ก็ต้องจำใจรับเอาไว้ หลังจากนั้นเดือนธันวา เราก็นายนี่ก็ชวนกันไป เที่ยวงานฤดูหนาวลพบุรีด้วยกัน ก็โอเค แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้น เมื่อพี่คนขับรถที่เราคบอยู่ด้วยเค้าจับได้ว่าเราคบซ้อน เค้าเข้ามาป่วนในเฟซบุ๊คเราและนายนี่ จนถึงขั้นต้องเคลียร์ และในที่สุด เราก็บอกกะนายนี่ว่าเราคบซ้อน เราขอเคลียร์ปัญหาแปป พี่คนขับรถก็ยอมจนได้ เราก็ไปโกหกแฟนเราว่า เราเลิกกะพี่คนนั้นแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ ทุกครั้งที่คุยกะพี่คนขับรถเค้าก็จะแขวะเรานะ พูดถึงแฟนเรา ยกย่องตนเอง ว่าเราลำบากนายนี่เคยมาช่วยเหลือเราไหม แต่พี่คนขับรถช่วยเหลือเราทุกอย่าง ประเคนทุกอย่างให้ โดยที่เราไม่ต้องการ หลังจากนั้นผ่านไม่นาน เราได้มีโอกาสกลับมาคุยกะคนที่เราแอบชอบตั้งแต่ ม.1 ความรู้สึกเดิมๆกลับมาๆ (ขอใช้อักษรย่อว่า จ .) พี่ จ. แกก็พูดเหมือนแกไม่มีแฟน แกก็ชวนเราคุย พูดถึงว่าตนเองโชคดี ประโยคนึงแกบอกว่าเพื่อนๆพี่มีลูกมีสามีกันหมดหล่ะ แต่พี่ยังไม่มีเลย แฟนยังหาไม่ได้ ช่วงนั้นเรานี่มีหวังเต็มที่เลย แต่หนสุดท้าย เราก็คิดไปเองทุกอย่าง เค้าบอกว่าเค้ามีแฟนแล้ว เรารู้สึกผิดทันที ที่ทำให้ แฟนเค้ากะเค้าไม่ได้คุยกัน เพราะเราคุยกะพี่ จ. นั่นเอง เราบอกกะพี่เค้าว่า เรายกธงขาวยอมรับความพ่ายแพ้เลย พี่เค้าบอกใจเย็นๆ เรายังมีหวัง แต่พี่ต้องตัดสินใจ ด้วยความที่เราไม่ชอบเป็นตัวเลือกของใคร เราจึงเดินออกมาพร้อมกับความเสียใจ นายนี่ก็รับรู้ว่าเราคุยกะพี่คนนี้ เรารักเค้ามากเราเสียใจมาก นายนี่เลยสารภาพมาว่า มันคือเวรกรรมที่นายนี่ได้ทำไว้กับแฟนคนเก่า เราขอเวลานายนี่ 5 วัน เราจะกลับนายนี่ก็ยอม เรามาคุยกะพี่คนขับรถ เราบอกว่าเราเลิกกะนายนี่แล้ว พี่เค้าก็เชื่อเรา ทั้งๆที่ความรู้สึกเรา ไม่ได้รักใครแล้ว เราไม่รู้จะหาทางออกยังไง นายนี่เคยนอกใจเราไปคุยกะคนอื่น ไปทำในสิ่งที่เรารับไม่ได้ กะพี่คนขับรถ แกงี่เง่าใส่เราบ่อยมาก เอาแต่ใจตนเอง เราไม่มีความสุขเลยตอนนี้ เราเหนื่อย แต่เราไม่รู้จะหาทางออก หาเหตุผลอะไร ที่บ้านเรา็ก็ค่อนข้างกดดัน เราปิดเทอม 10 กว่าวัน ให้เราไปทำงานทั้งๆที่สังคมในนั้นเราถูกรังแกตลอด พูดจาทำร้ายจิตใจเราตลอด ทั้งๆที่เป็นบริษัทของแฟนพี่สาวเรา เราไม่อยากกลับไปทำงาน ทำไมชีวิตเราต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้ แล้วที่บริษัท ทำงาน จ-ส ตื่นตั้ง 06.00 อาบน้ำแต่งตัว ถึงที่บริษัท 07.45 ทำงานถึง 17.30 นั่งรถออกมารอพี่สาวเลิกงาน พี่สาวมารับ 18.30 บางทีเราก็กลับบ้านดึก บางเดือนที่เราต้องกลับบ้านมาหาแม่ คืนวันเสาร์เราต้องทำทุกอย่างให้เสด ซักผ้า ล้างห้องน้ำ เสดทีก็ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน บางทีพี่สาวเราก็มีนัดตอนกลางคืน กลับมาก็ดึก ทั้งๆที่พรุ่งนี้เราต้องทำงาน ตอนเย็นกลับจากบ้านแม่ เราก็ต้องมารีดผ้าให้พี่สาว เราเรียนหนัก ปิดเทอมแต่ละครั้ง 10 กว่า ให้เราไปทำงาน เราไม่ได้กลับบ้านทุกวัน ปิดเทอมทีค่อยกลับมาบ้าน..... ความรู้สึกคือ ฉันไม่มีความสุขเลยตอนนี้ ทั้งความรัก และครอบครัว...... ฉันควรทำอย่างไรดี
.....ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เรายอมรับว่าเราเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี แต่ทุกสิ่งคือการกระทำที่เคยเกิดขึ้นกับเรา....
ฉันจะทำยังไงดีกับความรักที่ไม่มีความสุข
คือตอนเราเรียนจบ ม.ปลายใหม่ๆ เราก็คบกะ ผช. คนนึง พี่เค้าก็นิสัยดีนะ โทรปลุก ชวนเราคุยตลอด เป็น ผช. ที่เราไว้ใจให้รหัสเฟซบุ๊คให้เข้าไปแก้ไขข้อมูลอะไรให้ พี่เค้าแอบชอบเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ นั่นก็คือ ตอน ม.2 เรามีโอกาสได้คบกันเดือนนึง เพราะหลายๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อนๆพี่เค้าก็เข้าใจดี แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เราได้มาทำงานช่วงปิดเทอม เป็นระยะเวลา 3 เดือน มีพี่ทำงานเป็นคนขับรถมาจีบเรา เค้าดูแลเราดีมาก ซื้อของกินมาให้ตลอด เราคุยกันได้เดือนนึง เราจึงตกลงเป็นแฟนกัน เรื่องนี้ถึงหูพี่สาวเรา พี่สาวเราไม่เห็นด้วย พี่สาวบอกว่า อนาคตถ้าเราเรียนจบ เราเป็นถึงวิศวกร เราอยากมีแฟนเป็นแค่คนขับรถหรอ ในใจเรานึก เราคงอายมากถ้าเป็นแบบนี้ พี่สาวเราก็บอกต่อว่า อนาคตเรายังเจอคนอีกมากมายที่เข้ามาในชีวิตเรา เรายังได้เลือก ในมหาวิทยาลัยก็มีคนมากมายให้เราได้รู้จัก ให้เราได้เรียน ซึ่งนั้นก็เป็นอย่างที่พี่สาวเราบอกจริงๆ เราเปิดเทอมวันที่ 17 มิถุนายน 57 เป็นวันแรกที่เราเข้ามาเป็นนักศึกษาเต็มตัว เวลาผ่านไปไม่นาน เราก็ได้นัดเจอกะผู้ชายคนหนึ่ง เค้ากะเราเรียนที่เดียว แต่คนละสาขา เค้ามารับเราไปกินข้าว พาเราไปนู้นไปนี่ ขี่รถเล่นรอบมอ พาเราไปวิ่งตอนเย็นๆ เค้าดีกะเรามาก เราก็พูดเปรยๆใส่เค้าว่า แกมารับมาส่งเราแบบนี้ ไม่มีใครมาจีบเราเลย เราพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์เสียนิดหน่อย แต่ก็เป็นอย่างนั้นตามเคย วันแรกของการเรียนปี 1 คือทุกอย่างเหมือนจะโอเค แต่เป็นเพราะความระแวงของเรา เรายึดติดเสมอว่า เราเป็นแฟนนะ เค้าต้องไปรับไปส่งเราดิ่ ไม่ใช่ตามส่งคนอื่น แต่เค้าก็ให้เหตุผลว่า เป็นเพื่อนจังหวัด คือแบบ แต่เราเป็นแฟนนะ เรางี่เง่าใส่เค้ามาก จนหลังๆไม่ค่อยได้คุยเลย มีครั้งนึงที่แบบอารมณืเสียสุดๆคือ เราต้องเรียนชดเชยภาษาอังกฤษวันอาทิตย์ เราโทรบอกเค้าแต่เช้า แต่เค้าก็ลืม เราไม่เผื่อใจไว้เองแหละ วันนั้นเราเลยโกรธเค้ามาก เพราะปกติ ถ้าการโดดเรียนการขาดเรียน มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแย่สำหรับเรา เค้าเคยขอเราค้นโทรศัพท์นะ แต่เราไม่ให้ เพราะเราคิดว่า มันสิ่งของส่วนบุคคล ซึ่งตอนนั้นเรายังคบกะพี่คนขับรถอยู่ แล้วเราก็บอกกะพี่เค้าว่า เราคกบกะคนนี้ด้วย พี่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพี่บอกว่าตอนนั้นเรายังไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ ไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวก เราคบกะ ผช. คนนี้ได้นาน 1 เดือน เพราะเค้าทนความงี่เง่าของเราไม่ได้ ซึ่งก็จบกันไป เราก็กับมาคุยกะพี่เค้าตามปกติ เราก็ยังเข็ดอีก ดันไปม่อชาวบ้านอีก เพื่อนในเฟซบุ๊คเรา 5555 แต่นายนี่ดันเล่นกะเราซะด้วย ทีแรกเราก็ไม่คิดว่าจะรักหรอกนะ ไปๆมาๆ เรากับรักเค้าซะงั้น เราคบไปประมาณเดือนกว่า เราก็นัดเจอ โดยที่ก่อนหน้านั้นเราก็ส่งเสื้อคู่ ส่งขนมไปให้เค้า เพราะเราเป็นห่วงเค้า พอเจอกันเค้าก็พอเราไปสวัสดีพ่อกะแม่ แม่เค้าก็ให้แหวนเรามาวงนึง คือเราก็ไม่อยากได้นะ เราอยากคบกะเค้าแบบไม่มีเงื่อนไขอ่ะ เฮ้อ แต่ก็ต้องจำใจรับเอาไว้ หลังจากนั้นเดือนธันวา เราก็นายนี่ก็ชวนกันไป เที่ยวงานฤดูหนาวลพบุรีด้วยกัน ก็โอเค แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้น เมื่อพี่คนขับรถที่เราคบอยู่ด้วยเค้าจับได้ว่าเราคบซ้อน เค้าเข้ามาป่วนในเฟซบุ๊คเราและนายนี่ จนถึงขั้นต้องเคลียร์ และในที่สุด เราก็บอกกะนายนี่ว่าเราคบซ้อน เราขอเคลียร์ปัญหาแปป พี่คนขับรถก็ยอมจนได้ เราก็ไปโกหกแฟนเราว่า เราเลิกกะพี่คนนั้นแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ ทุกครั้งที่คุยกะพี่คนขับรถเค้าก็จะแขวะเรานะ พูดถึงแฟนเรา ยกย่องตนเอง ว่าเราลำบากนายนี่เคยมาช่วยเหลือเราไหม แต่พี่คนขับรถช่วยเหลือเราทุกอย่าง ประเคนทุกอย่างให้ โดยที่เราไม่ต้องการ หลังจากนั้นผ่านไม่นาน เราได้มีโอกาสกลับมาคุยกะคนที่เราแอบชอบตั้งแต่ ม.1 ความรู้สึกเดิมๆกลับมาๆ (ขอใช้อักษรย่อว่า จ .) พี่ จ. แกก็พูดเหมือนแกไม่มีแฟน แกก็ชวนเราคุย พูดถึงว่าตนเองโชคดี ประโยคนึงแกบอกว่าเพื่อนๆพี่มีลูกมีสามีกันหมดหล่ะ แต่พี่ยังไม่มีเลย แฟนยังหาไม่ได้ ช่วงนั้นเรานี่มีหวังเต็มที่เลย แต่หนสุดท้าย เราก็คิดไปเองทุกอย่าง เค้าบอกว่าเค้ามีแฟนแล้ว เรารู้สึกผิดทันที ที่ทำให้ แฟนเค้ากะเค้าไม่ได้คุยกัน เพราะเราคุยกะพี่ จ. นั่นเอง เราบอกกะพี่เค้าว่า เรายกธงขาวยอมรับความพ่ายแพ้เลย พี่เค้าบอกใจเย็นๆ เรายังมีหวัง แต่พี่ต้องตัดสินใจ ด้วยความที่เราไม่ชอบเป็นตัวเลือกของใคร เราจึงเดินออกมาพร้อมกับความเสียใจ นายนี่ก็รับรู้ว่าเราคุยกะพี่คนนี้ เรารักเค้ามากเราเสียใจมาก นายนี่เลยสารภาพมาว่า มันคือเวรกรรมที่นายนี่ได้ทำไว้กับแฟนคนเก่า เราขอเวลานายนี่ 5 วัน เราจะกลับนายนี่ก็ยอม เรามาคุยกะพี่คนขับรถ เราบอกว่าเราเลิกกะนายนี่แล้ว พี่เค้าก็เชื่อเรา ทั้งๆที่ความรู้สึกเรา ไม่ได้รักใครแล้ว เราไม่รู้จะหาทางออกยังไง นายนี่เคยนอกใจเราไปคุยกะคนอื่น ไปทำในสิ่งที่เรารับไม่ได้ กะพี่คนขับรถ แกงี่เง่าใส่เราบ่อยมาก เอาแต่ใจตนเอง เราไม่มีความสุขเลยตอนนี้ เราเหนื่อย แต่เราไม่รู้จะหาทางออก หาเหตุผลอะไร ที่บ้านเรา็ก็ค่อนข้างกดดัน เราปิดเทอม 10 กว่าวัน ให้เราไปทำงานทั้งๆที่สังคมในนั้นเราถูกรังแกตลอด พูดจาทำร้ายจิตใจเราตลอด ทั้งๆที่เป็นบริษัทของแฟนพี่สาวเรา เราไม่อยากกลับไปทำงาน ทำไมชีวิตเราต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้ แล้วที่บริษัท ทำงาน จ-ส ตื่นตั้ง 06.00 อาบน้ำแต่งตัว ถึงที่บริษัท 07.45 ทำงานถึง 17.30 นั่งรถออกมารอพี่สาวเลิกงาน พี่สาวมารับ 18.30 บางทีเราก็กลับบ้านดึก บางเดือนที่เราต้องกลับบ้านมาหาแม่ คืนวันเสาร์เราต้องทำทุกอย่างให้เสด ซักผ้า ล้างห้องน้ำ เสดทีก็ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน บางทีพี่สาวเราก็มีนัดตอนกลางคืน กลับมาก็ดึก ทั้งๆที่พรุ่งนี้เราต้องทำงาน ตอนเย็นกลับจากบ้านแม่ เราก็ต้องมารีดผ้าให้พี่สาว เราเรียนหนัก ปิดเทอมแต่ละครั้ง 10 กว่า ให้เราไปทำงาน เราไม่ได้กลับบ้านทุกวัน ปิดเทอมทีค่อยกลับมาบ้าน..... ความรู้สึกคือ ฉันไม่มีความสุขเลยตอนนี้ ทั้งความรัก และครอบครัว...... ฉันควรทำอย่างไรดี
.....ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เรายอมรับว่าเราเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี แต่ทุกสิ่งคือการกระทำที่เคยเกิดขึ้นกับเรา....