ไดอารีสีแดง (เจ็ด) [เรื่องสั้นหลายตอนจบ]

กระทู้สนทนา
เจ็ด

    บางที นี่อาจไม่ใช่การตกจากที่สูงครั้งแรกของผมก็เป็นได้

    ผมรู้สึกราวกับเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน คงไม่มีใครสามารถลืมเลือนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเองในตอนนี้ได้ มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกเมื่อได้เห็นพื้นเบื้องล่างพุ่งขึ้นมาหาอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา ความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในเสี้ยววินาทีสุดท้ายนั้นทำให้ความกลัวของผมกลับมาทำงานอีกครั้ง ร่างของผมจะพุ่งทะลุผ่านพื้นเสมือนจริงนี้ไปหรือไม่ ทะลุผ่านดาวเคราะห์โลก ออกสู่อีกด้านหนึ่งภายในเวลาสี่สิบสองนาทีด้วยพลังจากแรงดึงดูดของโลกไม่ว่าจุดทั้งสองนั้นจะอยู่ห่างกันเพียงใด ยิ่งกว่านั้นความเร่งของผมอาจทำให้หลุดพ้นจากแรงดึงดูด ล่องลอยออกไปในจักรวาล ท่องไปไม่มีวันสิ้นสุด

    แล้วมันก็จบลง

    ร่างของผมถูกหยุดเอาไว้ที่ระดับพื้นผิวเบื้องล่าง ผมนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นทางเดิน หรืออาจจะเป็นถนนอย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนพลิกตัวขึ้นนอนหงาย ลืมตาจ้องดูเม็ดฝนที่ตกลงมาใส่ ดูเหมือนผมจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ประการใด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมอยู่ในโลกเสมือนจริง หรือเป็นเพราะผมเชื่อมากพอว่ามันเป็นเพียงความจริงเสมือน

    แต่ว่าผมจะไปตามหาเธอคนนั้นได้ที่ไหน เธอที่ผูกพันใจของผมเอาไว้ คนที่สำคัญกับผมมากที่สุดในเวลานี้

#####

    มันจะเป็นเช่นนี้เสมอ เรื่องราวทุกสิ่งมักเกิดขึ้นในทางที่เลวร้าย หรืออาจเป็นเพราะเรื่องเลวร้ายจะถูกจดจำได้ชัดเจนยิ่งกว่าเรื่องดีงาม

    เธอนึกต่อว่าตัวเองอยู่ในใจที่ไม่ยอมถือร่มติดมือออกมาด้วยทั้งทั้งที่เห็นฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่แรก ตอนนี้เธอจึงได้แต่ก้มหน้าเดินฝ่าสายฝนเย็นเยียบที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ต้องพูดถึงเครื่องสำอางที่แต่งเติมไว้บนใบหน้า เสื้อตัวบางของเธอเปียกชุ่มแนบลู่ติดไปกับลำตัวเปิดเผยให้เห็นเนินเนื้อกับโค้งเว้าวับแวม กระโปรงสั้นที่สวมอยู่ก็คล้ายยิ่งหดรัดร่นขึ้นกว่าเดิม

    สายน้ำเย็นนั้นยังแทรกซึมรุกล้ำเข้าไปในทุกซอกหลืบลึกเร้นทั่วร่าง เกิดเป็นความรู้สึกประหลาดที่ทั้งวาบหวาม และชวนอึดอัดในเวลาเดียวกัน แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่มีใครมาพบเห็นเธอในสภาพเช่นนี้เข้า

    มีใครบางคนอยู่ที่ด้านหลังของเธอ

    ความรู้สึกบอกกับเธออย่างนั้น ซึ่งโดยปกติแล้วมันมักจะเป็นความรู้สึกที่พลาดผิด เมื่อหันกลับไปดูก็จะไม่พบเห็นใครทั้งนั้น ไม่มีใครนอกจากความละอาย ความกลัวว่าจะมีใครมาพบเห็นความน่าขายหน้า ความลับดำมืดของตนเองเข้า เธอไม่จำเป็นต้องหันกลับไป มันไม่มีใคร
    แต่ใครจะไปสามารถต้านทานความรู้สึกที่เรียกร้องให้หันกลับไปเช่นนี้ได้

    เธอหันกลับไป และห่างออกไปไม่ไกลในท่ามกลางม่านเม็ดฝนนั้น เงาของร่มคันใหญ่กับใครอีกคนหนึ่งที่ตัดกันกับฉากทางเบื้องหลังกำลังตรงเข้ามาหาเธอ เจ้าของเงานั้นก้าวเดินช้าช้าไม่เร่งร้อน เหมือนกับฝนที่ตั้งเค้าให้เห็นก่อนหน้า เรื่องราวมักเลวร้ายเสมอ

    โดยที่สิ่งเลวร้ายที่สุดยังคงไม่เกิดขึ้น จนกระทั่งมันเกิดขึ้น และบ่อยครั้งที่เราไม่มีโอกาสที่จะได้คิดทบทวนถึงมันอีกเลย ตลอดกาล

    เขาเป็นผู้ชาย เธอมั่นใจ มือทั้งสองของเธอเคลื่อนไปโดยอัตโนมัติ ข้างหนึ่งนั้นยกขึ้นพาดปิดทรวงอกเอาไว้ ส่วนอีกข้างพยายามดึงชายกระโปรงลง และปกปิดบริเวณนั้น ซึ่งทั้งสองการกระทำล้วนไม่เกิดผลสักเท่าไร เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป จะวิ่งหนีดีหรือไม่ เธอลังเล

    เธอใช้สองมือกอดรัดหน้าอกเอาไว้พร้อมกับเร่งฝีเท้าขึ้น มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ถูกคุกคาม รับรู้ถึงอันตรายใดใด เพียงแต่เป็นความรู้สึกที่ถูกลุกล้ำ ซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าสำหรับเธอ แต่อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมในตอนนี้ สภาพที่ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคง

    เธอฝืนตัวเองไม่ให้หันกลับไปมองอีกครั้ง แต่ความรู้สึกบอกกับตัวเองว่าเงาของร่มนั้นกำลังร่นใกล้เข้ามา มันทำให้หวนคิดขึ้นมาอีกครั้งว่าสายเกินไปที่จะวิ่งแล้วหรือไม่

    ผมมองเห็นเธอแล้ว ไม่รู้ว่าผมตามเธอมาได้อย่างไร โดยการปล่อยให้ความรู้สึกนำทางไป บางทีมันอาจเป็นความคุ้นเคย ผมได้เคยเดินในเส้นทางเดียวกันนี้มาก่อนหรือไม่ เธออยู่ห่างไปไม่ไกล พร้อมกับเงาใต้ร่มของใครอีกคนที่เลือนลางอยู่กลางสายฝน เงานั้นดูกึ่งจริงเหมือนกับสิ่งอื่นอื่นในโลกเสมือนนี้ แต่มีบางอย่างที่ต่างออกไป

    ร่มถูกโยนลงสู่พื้น เหตุการณ์ตรงหน้านี้เกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่