ไม่เข้าใจ!! เมื่อเด็กธรรมดาคนหนึ่งยอมผิดคำพูดตัวเองไปสถาบันกวดวิชา ผลที่ได้...

กระทู้คำถาม
ก่อนอื่นเลย เราเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยคิดอยากจะเรียนพิเศษ เพราะคิดว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเองผลคงจะออกมาดีที่สุด (และตอนนี้ก็ยังคิดอย่างนั้น) แต่ยิ่งโตขึ้นก็เริ่มมีหลายเรื่องให้คิด ทั้งเรื่องอนาคต เงิน ครอบครัว สิ่งเหล่านั้นทำให้มุมมองเราเปลี่ยนไป เริ่มมีความฝัน พยายาม ตั้งความหวัง และก็อยากทำความฝันให้สำเร็จ จริงๆ การทำความฝันให้เป็นจริงไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องเรียนพิเศษ แต่มันก็น่าจะโยงกันมาได้แหละ 55555555 จริงๆ เหตุผลที่ผมไม่อยากเรียนพิเศษเลยก็คือ

1.เปลือง
2.ไม่แนว

อย่าพึ่งด่าๆ 55555 ความคิดผมนะ พ่อแม่หาเงินอย่างยากลำบาก ทำไมเราต้องเอาเงินท่านไปเสียเพราะเรื่องแบบนี้ด้วย เก็บตังค์ที่จะเอาไปลงเรียนพิเศษแพงๆ เก็บเอาไว้ใช้ในอนาคตดีกว่า (บางคนน่าจะหมดเป็นแสนล่ะนะผมว่า) แต่ถ้ามองเป็นกลางเลยจริงๆ ก็ไอ้เรียนพิเศษนี่แหละที่อาจจะทำให้เราได้เรียนสถาบันดีๆ และมีอนาคตดีๆ

ผมจะเล่าสตอรี่วันนี้ล่ะ ตามหัวข้อกระทู้เลย ผมไม่เข้าใจเอามากๆ เพราะไม่เคยเรียนพิเศษตามสถาบันใหญ่ๆมาก่อนเลย (เคยเรียนแถวบ้าน แต่เรียนได้ 2 เดือน พ่อบอกไม่มีตังค์ เมิงเลิกเรียนเถอะ) ก่อนหน้านั้นผมก็ไปจ่ายตังค์ที่ธนาคารตามที่เขากำหนด ทำทุกอย่างอย่างดี ผมลงเรียนแบบ Freedom หรือก็คือลงเป็นวิชา มันก็เลยเสียเงินนิดเดียว (900 บาท) พอถึงวันนี้ผมก็นั่งครุ่นคิด ตีลังกาคิดอยู่ที่บ้าน แบบ เอ๋ พรุ่งนี้เราไปสอบกลางของสพฐ.นี่นา เลิก 10.50 ถ้าจองเวลาเรียน 12.00 จะทันไหมนะ? (อีนี่แหละจุดพีค) คราวนี้เอาล่ะ จองเวลาเรียนเรียบร้อย มีตงิดหน่อยนึงนะ (หน่อยเดียวจริงๆ) ว่าแบบทำไมมีคนจองเวลาเรียนแค่ไม่กี่คนที่นั้งตั้ง 150 แต่ไอ้ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไร คราวนี้สอบเสร็จ ผมก็นั่งรถเมล์ฟรีดิ่งไปท่าน้ำนนท์ ต่อด้วยขึ้น ปอ.545

...ไม่เคยคิดว่าวันศุกร์ตอนเที่ยงรถจะติดขนาดนี้ครับ

จำได้เลยว่าตอนขึ้นรถไปนั้ง ปุ๊ป อ่า เย็นชื่นใจดีจริงๆ (ก็รถแอร์นี่นะ เมื่อกี้นั่งฟรีมา ลมนี่พัดซะหน้าโกรก) ลั้ลลาได้ไม่นานจากนั้นผมก็เปิดเพลงฟัง สายตาก็เหลือบไปมองนาฬิกา...เฮ้ย ไอ้เชี่ย 11.07 น. แล้ว จะทันมั้ยวะเนี่ย หันไปมองรอบๆ ผู้คน รถราช่างมากมาย ไม่ขยับซักกะติ๊ด ผมก็พยายามใจเย็นนะ เห้ย มันต้องถึงดิ ตอนเที่ยงอ่ะ แต่เวลาก็ผ่านไป...

11.20 น. กว่า ยังไม่เลยแยกบิ๊กซีติวานนท์เลยครับ =_=

ไอ้ผมก็เริ่มล่ะ ติดอยู่ตรงนั้นนานมาก เริ่มลน กูจะเอายังไงกับชีวิตดี เพลงก็เปิดแนวบีทหนักๆ เพราะใจจะได้เย็นลง ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ พี่ผู้ชายเสื้อเชิ้ตขาวผู้หิ้วกีตาร์พาดบ่า (เท่สัสค่ะ) ก็เดินไปคุยกับลุงคนขับรถและเดินลงไปอย่างเท่ๆ ไอ้ผมก็เริ่มลนหนัก แบบ ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่นะ โบกวินดีมั้ย อีกความคิดนึงก็ตี เฮ้ย ไม่ได้นะ มองเงินในกระเป๋าตัวเองก่อน มีอยู่ 80 บาท ไหนจะค่าข้าว ค่ากลับ จะเอาที่ไหน-!! ความิดที่สองชนะขาดลอยเลยครับ เรื่องเงินมันสำคัญนี่เนอะ -..- จากนั้นประมาณ 11.30 มั้ง สายตาทอดมองผ่านกระจกเหลือบไปเห็นอีพี่เสื้อเชิ้ตขาวกำลังต่อสู้กับรถที่ติดแหง็กแกร๊กมากไม่ยอมไปไหน สวมหมวกกันน็อคแว๊นพี่วินมอ'ไซค์ แซงหน้าปอ.ผมไปแล้วครับ =_=

ตอนนั้นแหละที่ผมโทรหาแม่ที่ทำงานอยู่แถวนั้น กะจะให้แม่ทูลหัวแว๊นมอไซค์ไปส่งแบบพี่เชิ้ตขาวคนนั้นบ้าง แต่...แม่ไม่รับโทรศัพท์กูครับ โทรกลับมาอีกทีตอนที่ผมนั่งแหง่วเล่นไวไฟฟรีอยู่ในแม็คโดนัลด์

จากนั้นผมก็รอแล้วรอเล่า ในใจบอกเลยว่าหงุดหงิดและเครียดมาก อยากจะตะโกนใส่หน้าคนขับแล้วบอกว่า ขับเร็วๆสิไอ ยิ้มยย กูรีบบบบ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดครับ ความจริงคือผมก็นั่งแหง่วต่อไป จน 12.03 น.

ยังอยู่หน้าแยกแครายอยู่เลยครับ...

ในใจก็คิดชีวิตมันคงจบแค่นี้ ไม่เรียนยิ้มและพิศงพิเศษ แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ผมก็ภาวนาในใจและคิดต่อรองคำพูดไว้มากมาย เพื่อจะพูดกับพี่พนักงานเคาน์เตอร์ด้านหน้า พอไปถึงเท่านั้นแหละครับ...

ตอนนั้นเวลงเวลาไม่มีเวลามอง แต่ตอนลงจากรถแอบเหลือบไปมองนาฬกาคนข้างๆ เวลาประมาณ 12.15 แต่ตอนนั้นผมคิดไม่ออกจริงๆนะว่านั่นมันกี่โมง ผมทแค่คิดว่าต้องวิ่ง และผมก็วิ่ง 1X100 แบบไม่มีจุดหมาย ไม่ได้อ่านผิดหรอกครับ ผมไม่มีจุดหมายจริงๆ ก็คนไม่เคยเรียนพิเศษจะไปรู้ได้ยังไงฟร่ะว่าที่เรียนอยู่ไหน ฟายเย่ออออออออออร์!!!!!

ก่อนออกจากร.ร.ผมถามเพื่อนที่แก่เรียนพิเศษนะ เห้ย XXนี่อยู่ตรงไหนวะ มันก็บอกดิบดี อยู่ตรงร้านข้าวแกงตรงข้ามเดอะมอลล์อ่ะ ............//-จุด ด้วยความที่ผมเป็นคนตรงมากเลยไง มันบอกตรงข้ามเดอะมอลล์ใช่มั้ย ถ้าคุณเคยไป ผมเดินไปตรงข้ามเดอะมอลล์จริงๆ เลยครับ ตรงตีนสะพานหน้าเดอะมอลล์อ่ะ ครวนี้เดินมายิ่งกว่า-จุดอีกครับ คนไม่มีเลย กูจะโดนฉุดมั้ยเนี่ย (ยังจะๆ) เอาจริงๆ ตั้งแต่ลงรถเมล์มาผมวิ่งนะ ไม่ได้อายใคร เพราะเงินที่เสียไปมันเงินพ่อเรา วิ่งไปหอบแฮ่กๆ อากาศร้อนมากเลยครับ ยิ่งใส่ชุดนักเรียนด้วย อื้อหืมมมมม คราวนี้เหมือนจะโชคดีครับ ผมไปยืนโง่อยู่หน้าสถาบันกวดวิชาฟิสิกส์แห่งหนึ่ง เผอิ๊ญ มีพนักงานออกมาซักผ้าหน้าสถาบัน(?) ผมก็เลยเอาล่ะ สวมวิญญาณไร้ยางอายเต็มที่ นาทีนั้นถ้าใครเคยเจอจะเข้าใจครับ ผมก็ถามเขา

ผม : พี่ครับ XXนี่อยู่ตรงไหนครับ //หอบแฮ่ก ปาดเหงื่อ
พี่คนนั้น : อ๋อ น้องเห็นร้านขายหมูปิ้งมั้ย เดินเข้าไปในตึก รู้สึกจะอยู่ชั้น X นะ
ผม : ขอบคุณครับ............//-จุดเป็นรอบที่สามล้านห้า อีเพื่อนบอกร้านขายแกง พี่คนนี้บอกร้านขายหมูปิ้ง หน้าตุกยิ้มเป็นอัลไลศูนย์อาหารเรอะ

คราวนี้ผมก็วิ่งๆเดินๆกลับมาทางเดิมมาเรื่อยๆ มองเห็นป้าย Applied Physics ตัวเท่าภูเขา ก็......... คือผมเป็นพวกศึกษารายละเอียดมาดี เลยได้ความว่าสถาบันที่ผมสมัครไปอยู่ตึกเดียวกับแอพพลายฟิสิกส์ จิตมใจผมเบิกบานมากเลยครับตอนนั้น กะเอาว่าอย่างน้อยกูก็เจอป้ายเบาะแสแล้ว (สวมวิญญาณโคนัน) แต่ผมก็ยังโง่ครับ ใช้เวลาไปกับการยืนมองป้าย และมองข้างหลังป้าย คือผมคิดว่าข้างหลังป้ายจะมีซอยและเดินเข้าไปอะไรแบบนี้ (โง่ครับ) จากนั้นก็เริ่มเดินใช้สมองบ้าง เอ๊ะ ร้านขายหมูปิ้งยิ้มอยู่ตรงไหน เดินไปเรื่อยๆ เฮ้ย นั่นป้ายออนดีมานด์!!! สายตาโฟกัสข้างหน้าตึกอย่างรวดเร็ว ปรากฎว่ามีร้านหมูปิ้งจริงๆครับ เหลืออยู่เป็นเศษ ประมาณ 3 ไม้...... สรุปคือกูวิ่งเลยไปตั้งไกลเสียเวลาเปล่าๆ (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าต้องคิดก่อนทำ) เอาล่ะ กูหาตึกเจอล่ะ อย่างกับตึกร้าง ผมก็เดินเข้าไปด้วยความชำนาญเลยครับ.. พนักงานบอกชั้น X ใช่ม่ะ ผมก็ใช้สกิลวิ่งขึ้นบลันไดขั้นสูงสุด แต่ดูเหมือนสมองโง่ๆ ของผมจะไม่อำนวย พอมาถึงชั้นไหนไม่รู้ เจออนดีมานด์ ผมเกือบเดินเข้าไปแล้วนะ แอร์แม่มเย็นดี จากนั้นก็เจอชั้นนึงเป็นฟิสิกส์ สิ่งที่ผมเห็นคือคอมพิวเตอร์และแผ่นหลังของผู้คนที่กำลังนั่งเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ (หรอ) มันเป็นกระจกใสใช่ม่ะ ตอนั้นผมอึ้งเลยนะ ขาหยุดทันทีทันใด ตัวผมไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ และมันเงียบๆใช่ม่ะ ที่เรียนพิเศษ ผมเกือบเดินลงแล้วแหละ ตอนนั้นกลัวมาก ถ้าที่เรียนเราเป็นอย่างนั้นตายแน่ กูไม่เรียน ยืนอึ้งสักพักผมก็เดินขึ้นต่อไป เมื่อผมแน่ใจแล้วว่านี่คือชั้นนั้น แต่มันก็ไม่ใช่ครับ == เป็นสถาบันกวดวิชาอะไรก็ไม่รู้ เหลือบไปเห็นป้ายของสถาบันที่เราเรียนว่าอีกชั้นเดียวเท่านั้นจะถึงแล้ว ผมก็ โอ้วววววววว จะถึงจริงๆแล้วสินะ

มือก็ผลักบานประตูใสอย่างแรง เข้ามาด้วยความหอบเหนื่อย พร้อมกับพูดว่า "หนูมาสายค่ะ" คือเราไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆนะ พนักงานไม่ได้ไม่ดีนะ แต่ยังไงอ่ะ ผมคิดคำพูดมาเยอะแยะแต่เจอหน้าพนักงานแล้วไม่กล้าพูดเลย หน้าดูขรึมๆ โหดๆ พนักงานเขาก็ถามว่า

พนง. : จองเวลาเรียนไปหรือยังคะ
เรา : จองไปแล้วค่ะ
พนง. : อ่าว รอบกี่โมงคะ
เรา : เที่ยงค่ะ
พนง. : //เหลือบไปมองนาฬิกา 12.20 น. แล้วจ้า พร้อมกับส่ายหน้า
เรา : แล้วทำยังไงคะ
พนง. : เวลาเรียนก็ต้องเสียไปเลยค่ะ ถ้าน้องจะเรียนก็ต้องใช้ชั่วโมงเรียนที่เหลือเรียน รอบเที่ยงครึ่งทันนะเอามั้ย ทีหลังมาจองหน้าเคาน์เตอร์ได้เผื่อรถมันติด ไม่ต้องจองจากที่บ้าน
เรา : //เดินออกจากห้อง
พนง. : น้อง ไม่เอาหรอคะ ยังทันนะ
เรา : ไม่อ่ะค่ะ หนูยังไม่ได้กินข้าวเลย

จะจริงจังล่ะนะ ที่ตั้งกระทู้นี่ไม่ใช่ไร เราแค่สงสัยมาก อยากได้คำตอบที่เป็นกลาง (รับได้ทั้งสองฝ่าย) เราจองเวลาเรียนไว้ทั้งหมด 3 ชั่วโมง คิดว่าน้อยหรือไงคะ เงินพ่อ เราเสียดาย เสียความรู้สึก สิ่งที่ต้องการสื่อและต้องการความคิดเห็นคือ
1.สงสัยว่าทำไมมาสายถึงตัดเวลาเรียนทั้งหมดเลย? ทำไมไม่ให้เราเรียนไปตามเวลาที่เราจองที่เหลืออยู่
2.พนง.หน้าไม่แจ่มใสมากค่ะ ไม่กล้าบอกเหตุผลอะไรเลย เรารู้นะว่ามันเป็นกฎของทางเขา แต่เราเองก็เพิ่งเคยไปที่นั่น 'ครั้งแรก' และรถติดมาก ที่พนง.บอกก็คือสามารถจองเวลาเรียนที่สถาบันได้ ไม่ต้องจองมาจากบ้าน สำหรับเรา ทุกตัวอักษรในเว็บที่เป็นข้อมูลเป็นประโยชน์อ่านมาหมดแล้วค่ะ ทำไมไม่เห็นมีเขียนบอกว่า นักเรียนสามารถจองเวลาเรียนที่สถาบันได้ เผื่อในกรณีฉุกเฉิน ??
3.เราเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มต้นอยากเรียนพิเศษสถาบันคุณ ที่มีสโลแกนเรียนอย่างมีความสุข เอาใจผู้เรียนเป็นหลัก แต่ผลที่ออกมาหนูไม่มีความสุขเลยค่ะ ยิ้ม

ปล.การเล่าเรื่องเน้นฮา แต่จุดประสงค์ไม่ฮาค่ะ
ปล.2 เราไม่หวังจะได้ความเป็นธรรมนะ มันเป็นกฎของเขา และเราเองก็ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการเรียนพิเศษ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย ทำให้เริ่มต้นไม่ได้ดีเท่าที่ควร ที่ตั้งกระทู้เพราะต้องการความคิดเห็นในเรื่องนี้ของคนอื่นด้วยค่ะ
ปล.3 ขอบคุณที่รับฟังความคิดเห็นของเด็กคนหนึ่งค่ะ

ถ้ามีข้อผิดพลาดขออภัย ณ ที่นี้ ด้วยครับ.
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่