เรื่องของเรื่องก็คือ เราเริ่มรู้สึกอึดอัดค่ะกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่มาก มันแบบว่าจะเล่าให้ใครฟังก็พูดได้ไม่เต็มปาก เริ่มเลยนะคะคือเรามีเพื่อนสนิทคนนึงค่ะ สมมติว่าชื่อ น้ำส้ม นะคะ เรากับน้ำส้มเนี่ยค่อนข้างสนิทกันมาก เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วก็เข้ามหาลัยด้วยกัน เรียนคณะเดียวกัน เอกเดียวกัน อยู่เสคเดียวกันตลอด คือคนอื่น ๆ จะรู้ว่าเรากับน้ำส้มเนี่ยตัวติดกันตลอด ทีนี้เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากมีรุ่นพี่ผู้ชายคนนึงเข้ามาจีบน้ำส้ม สมมติว่าชื่อโคล่านะคะ
พี่โคล่าตามจีบน้ำส้มมาสักระยะนึงแล้ว ซึ่งเราก็รับรู้มาโดยตลอด ผ่านไปสักเทอมนึงได้เราก็ไม่เห็นพี่โคล่ามาตามเทียวไล้เทียวขื่อน้ำส้มเลยก็เลยถาม น้ำส้มบอกว่าไม่คบกันตั้งแต่แรกแล้ว คือเหมือนคุย ๆ กัน แต่คิดว่าคงเข้ากันไม่ได้ เลยห่างกันดีกว่า เราก็ไม่ได้อะไรค่ะก็เห็นเป็นเรื่องปกติ (น้ำส้มเพื่อนเราหน้าตาดีค่ะมีหนุ่มหลายคนมาจีบอยู่ตลอด) ผ่านไปสักระยะพี่โคล่าเริ่มกลับเข้ามาใหม่ เราก็ถามน้ำส้มว่า ตกลงกลับมาคบกันอีกแล้วเหรอ น้ำส้มตอบว่าไม่ได้คบกัน แต่เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ แบบเพื่อนทั่ว ๆ ไป เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเหมือนคนอื่น ๆ คือที่พี่โคล่าหายไปเพราะทำใจไม่ได้ พอเริ่มทำใจได้ก็กลับมาคุยด้วย แต่น้ำส้มบอกไปแล้วว่าคงคุยแบบรุ่นพี่ที่รู้จักคนนึงนะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
และการกลับมาคราวนี้ของพี่โคล่านี่แหล่ะค่ะที่ทำให้เกิดเรื่อง คราวนี้พี่โคล่ากลับมาแบบรุ่นพี่รุ่นน้องจริง ๆ (หรือเปล่า) คือมาสนิทชิดเชื้อกับแกงค์เราเลยค่ะ แบบว่าเวลามีไปเที่ยวไหนก็จะมาชวนแกงค์เรา หรือเวลาพวกเราไปเที่ยวกลางคืนก็จะชวนพี่โคล่านี่ไปด้วยเพราะเห็นว่าเค้าเป็นรุ่นพี่ยังไงไปด้วยคงไม่มีใครมาทำอะไร คือเรามองว่าพี่เค้าเป็นเหมือนเพื่อนในกลุ่มเลยค่ะ (ลืมบอกไปพี่โคล่าอายุเท่ากันค่ะ แต่เค้าเรียนเร็วกว่าปีนึง และเพิ่งมารู้ทีหลังเลยติดปากเรียกพี่ไปแล้ว) แต่น้ำส้มบอกว่าชวนไปเป็นไม้กันหมา เราฟังก็มีสะดุดนิดหน่อย (แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าจะไปสะดุดใจทำไม กับคนอื่นทำไมไม่เห็นเป็นแบบนี้แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรก็ปล่อยผ่านไป) และด้วยความที่เรากับน้ำส้มสนิทกันก็จะคุยกันเรื่องพี่โคล่าเนี่ยบ่อย เราก็ถามตลอดว่าอะไรยังไง เพราะการกลับมาคราวนี้ดูสนิทชิดเชื้อกันมาก น้ำส้มก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร เพราะถ้ามันสามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้คงคบด้วยไปตั้งแต่แรกแล้ว
ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสงสารพี่โคล่า มาพีคสุดตรงที่คืนหนึ่งขณะที่พวกเราไปเที่ยวกันที่ทองหล่อก็ตามปกติอ่ะค่ะ เต้นไปอะไรไป พี่โคล่าไปด้วยมันมาพีคตอนที่น้ำส้มเริ่มกรึ่ม ๆ นางก็ใจดีป้อนเหล้าให้เพื่อนทุกคนในโต๊ะด้วยปาก (อารมณ์จุ๊บปากกันแล้วส่งเหล้าจากปากหน่ะค่ะ) ตอนนั้นมันก็สนุก ๆ กันทั้งโต๊ะแล้วน้ำส้มก็ส่งเหล้าให้พี่โคล่าด้วยวิธีนี้เหมือนกัน วินาทีนั้นทุกคนในโต๊ะวิ๊ดวิ้วกันใหญ่ พี่โคล่าก็แบบอารมณ์เขิน ๆ หน่อย ๆ (เพราะพี่เค้ามากับกลุ่มเราหน่ะค่ะ) วันรุ่งขึ้นน้ำส้มมาเล่าให้เราฟังว่าพี่โคล่าไปส่งที่บ้านก่อนกับก็มีจูบลากันด้วย เราฟังแล้วก็แบบเฮ้ยยย ทำไมหล่ะ ไม่คบกันก็อย่าไปจูบกันสิ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปนะคะ ก็ฟังเฉย ๆ ซึ่งในระหว่างนี้น้ำส้มก็มีคุยกะคนอื่น ๆ ด้วยอารมณ์แบบคุยเป็นเพื่อนกับทุกคนหน่ะค่ะ ยิ่งทำให้เราสงสารพี่โคล่าเข้าไปใหญ่เลย เพราะหลังจากคืนนั้นพี่เค้าดูมีความหวังยังไงไม่รู้ และด้วยความที่พี่โคล่าสนิทกับกลุ่มเราจนเสมือนกลายเป็นสมาชิกในแกงค์ไปแล้ว ยิ่งทำให้เรารู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ในที่ที่เดียวกับพี่เค้าค่ะ แบบว่าเวลามีอะไรก็นึกถึงพี่โคล่าด้วย อย่างชวนกันไปดูหนังก็จะชวนพี่เค้าทันที
มาพีคเอาตอนที่วันนึงพี่เค้าชวนไปเที่ยว ทั้งแกงค์นะคะแบบไปเที่ยวทะเลกันมั้ย เนี่ยจะมีงานท่องเที่ยวไปเดินดูโบชัวร์ด้วยกัน ซึ่งงานนี้น้ำส้มไม่ว่างไปแต่แรกอยู่แล้วพี่โคล่าบอกว่าให้เราชวนเพื่อนคนอื่น ๆ ไปด้วยเราก็ค่ะ ๆ ไปอย่างนั้นแหล่ะ ถึงเวลาจริง ๆ เราไม่บอกใครเลย อารมณ์แบบอยากไปกันแค่สองคนอ่ะค่ะ เราแปลกใจมากว่าทำไมจู่ ๆ เราถึงเป็นคนแบบนี้ ตอนขากลับพี่โคล่าชวนไปสยามด้วยกันระหว่างทางพี่โคล่าก็มาปรึกษาเรื่องน้ำส้ม อารมณ์ตัดพ้อว่าสงสัยเค้าคงไม่ดีพออย่างนั้น อย่างนี้ เราก็ปลอบใจไปค่ะ จนมีประโยคหนึ่งจากพี่เค้าถามมาว่า "ถ้าคนอย่างโคล่ามาขอเราคบด้วย เราจะคบกับเค้ามั้ย" ตอนนั้นเราอึ้งไปเลยค่ะ แบบว่าสตั๊นไปเลย แต่ในใจอ่ะโคตรรู้สึกดีเลยค่ะ อยากจะตอบว่า "คบค่ะพี่" เลยด้วยซ้ำ แต่พี่โคล่าพูดตัดบทขึ้นมาก่อนว่าขนาดเรายังคิดหนักเลยอ้ะ (คือพี่ค่ะ ตอนนั้นหนูก็อยากตอบนะคะ แต่มันมีหน้าเพื่อนลอยเข้ามาอ่ะค่ะ ถึงเพื่อนหนูจะไม่ชอบพี่แต่มันก็แหม่ง ๆ ป้ะ) จากนั้นพี่เค้าก็พาเราไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนเค้าค่ะ ตอนนั้นรู้สึกแบบดีมากอ้ะ
ช่วงที่พี่โคล่าเข้ามาในชีวิตเรารู้สึกไม่เป็นตัวเองไปหลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกเราเลิกคุยกับผู้ชายคนนึงไปเลยค่ะคืออารมณ์เหมือนจะคลิกแต่ไม่คลิก เราก็คุยแบบกลาง ๆ เป็นเพื่อนกันไป พอพี่โคล่าเข้ามาสนิทกับแกงค์เรา เราตัดสายคนนั้นทิ้งไปเลยค่ะ บอกว่าช่วงนี้เรียนหนักอะไรก็ว่าไปแล้วก็ห่างไปเอง หรือบางทีจู่ ๆ เราก็อยากรู้ว่าพี่โคล่ากินข้าวเที่ยงกับอะไร แล้วก็โทรไปถามด้วย แบบพี่โคล่ากินข้าวเที่ยงยัง กลับบ้านยังพี่ อาทิตย์นี้พี่ไปเที่ยวไหนอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ แบบว่าเป็นอารมณ์ที่ผู้ชายคนอื่นเข้ามาจีบเรา เรายังไม่มีโมเมนท์นี้ตอบกลับเลย เราจำจำแทบจะทุกรายละเอียดที่พี่เค้าพูดได้เลย พี่เค้าเคยบอกว่า "ไหนลองไม่เอาผมทัดหูสิ แบบนี้โอเคกว่า" จากนั้นมาเราไม่เหน็บผมอีกเลยค่ะ ทุกครั้งที่ได้เจอพี่โคล่ามันเป็นอะไรที่ดีมาก ดีงามอ่ะค่ะ แต่ส่วนหนึ่งมันก็รู้สึกแบบถ้าน้ำส้มรู้จะคิดยังไง คือเรากับน้ำส้มเคยเจอเหตุการ์แบบนี้ครั้งนึง คือมีผู้ชายคนนึงมาจีบน้ำส้ม แล้วอยู่ดี ๆ กลับไปคบกับเพื่อนอีกคนแทน แล้วเพื่อนคนนี้ไม่ได้บอกเรากับน้ำส้มไปเจอเองก็อึ้ง ๆ กันไป ตอนนั้นน้ำส้มบอกว่าไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะไม่ได้ชอบผู้ชายคนนั้นอยู่แล้ว แต่แค่รู้สึกว่าน่าจะบอกกันบ้าง นั่นแหล่ะค่ะมันเลยทำให้เราสุขด้วย ทุกข์ด้วย
ชีวิตเราหวานอมขมกลืนกับความรู้สึกแบบนี้สักระยะนึงค่ะ จนเมื่อมาถึงจุดพีคที่เรารู้ว่า พอเหอะ คือวันหนึ่งพี่โคล่าโทรมาหาเราบอกว่าขอเบอร์บ้านน้ำส้มหน่อย เราก็เลยถามว่าทำไมไม่โทรเข้ามือถือ พี่โคล่าไม่บอกแต่แรกว่าทำไม จนเราคะยั้นคะยอถึงบอกว่า มีเรื่องจะคุยกับน้องชายขอน้ำส้มเรื่องให้ยืมหนังสืออะไรนี่แหล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นเรารับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ (นี่สินะเซนส์ของผู้หญิงเรา) เราก็อ่ะ ... ยื้อนานเดี๋ยวเค้ารู้ว่าชั้นอะไรยังไงด้วยหรือเปล่า เลยบอกเบอร์บ้านน้ำส้มไป ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์น้ำส้มมาเล่าให้ฟังว่าพี่โคล่าเซอร์ไพรส์ด้วยการซื้อดอกไม้ช่อใหญ่กะลูกโป่งมาให้เต็มห้องเลย สงสัยไปแอบนัดแนะกะน้องชายของน้ำส้มแน่ ๆ เลยไม่รู้ไปนัดแนะกันตอนไหน ฟังจบเราสตั๊นไปเกือบนาที ความรู้สึกมันเอ็มวีคนแอบรักมากค่ะ นี่เธอมาถามชั้นเรื่องนั้นเพื่อนที่จะเซอร์ไพรส์เค้าโดยไม่เห็นใจชั้นเลยนะ ชั้นแอบชอบเธออยู่นะโว้ยยยย (แง๊.....อยู่ในใจ) บอกตรง ๆ ค่ะเจ็บ หลังจากนั้นเราไม่พูด ไม่คุยไม่ติดต่อ ไม่ฟังเรื่องของพี่โคล่าไปเลย (อารมณ์งอน แต่ไม่มีคนง้อ เพราะคนที่อยากให้ง้อเค้าไม่รู้ ฮือออ)
จนกระทั่งวันนึงน้ำส้มโทรมาหาเราบอกว่า พี่โคล่าโทรหาหรือเปล่า เราก็ตอบไปว่าเปล่านะ ทำไมเหรอ? น้ำส้มบอกว่า อยู่ ๆ พี่โคล่าก็หายไป เพื่อนเค้าไม่มีใครติดต่อเค้าได้เลย จู่ ๆ ก็หายไปทุกคนเป็นห่วงประมาณนี้ ตอนฟังเราก็เหรอ ๆ อือ ๆ ออ ๆ ไปค่ะ แต่พอวางสายเท่านั้นแหล่ะ เราโทรหาพี่โคล่าเลย ทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ แบบว่าโทรไปเรื่อย ๆ เกือบชั่วโมงอ่ะค่ะ (เอ่อ.....คือ) จนพี่โคล่ารับสายถึงได้คุยกัน ก็อารมณ์เดิมน้ำส้มออกปากว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะคงไม่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลกว่านั้นได้ (แต่พี่โคล่าเค้าคิดว่ายังมีหวัง) คือคุยกันนานมากอ่ะค่ะ พี่โคล่าบอกว่าตอไปนี้อาจจะไม่ได้เจอกันนะ ถ้าเราโทรมาอีกอาจจะไม่รับสาย เค้าทำใจไม่ได้ เราก็แบบไม่เอาดิ ไม่ทำแบบนี้ ทำต้องไปด้วยหล่ะ เป็นแบบเดิมไม่ได้หรอ ประมาณนี้อารมณ์ยื้อให้อยู่ในวังวนเดิม ๆ อ่ะค่ะ จนแบตจะหมดเลยบอกพี่โคล่าไปว่า เคารพการตัดสินใจของพี่นะ สิ้นเสียงวางสายเรากับพี่โคล่าก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยค่ะจนกระทั่งปัจจุบันนี้
คือตอนนั้นเราอ่ะโคตรเศร้าเลยแต่บอกใครไม่ได้จริง ๆ ค่ะ จะเล่าให้เพื่อนฟังก็กระไรอยู่ ถึงเพื่อนเราจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่เค้า แต่ตามกติกามันก็ไม่ควรยุ่งกับพี่เค้าหรือเปล่า ตอนนั้นรู้เลยค่ะว่ากิเลสนี่มันดึงส่วนเห็นแก่ตัวของคนเราออกมาได้จริง ๆ เรื่องนี้ผ่านมาได้สักปีนึงแล้วค่ะ ป่านนี้พี่โคล่าเค้าคงเจอคนใหม่แล้วหล่ะเพราะพี่เค้าจบไปแล้ว ส่วนเราเองหลังจากวางสายจากพี่โคล่าไปคราวนั้นก็เข้าหน้าไม่ติดน้ำส้มไปพักใหญ่ (คือหลบหน้าไปเองหน่ะเองอ่ะค่ะ) จนมาถึงตอนนี้เราก็ไม่กล้าบอกน้ำส้มนะคะคิดว่าผ่านมาก็ให้มันผ่านไป ยังคิดอยู่ว่าถ้าตอนนั้นบอกพี่โคล่าไปว่าเราชอบพี่เค้า ตอนนี้จะเป็นยังไง ถ้าพี่เค้าไม่คิดอะไรกับเรา ที่ทำดีด้วยก็เพราะเราเป็นเพื่อนน้ำส้มคงอึดอัดมากกว่านี้ หรือถ้าพี่เค้าลองพิจารณาเราดู เราเองก็คงรู้สึกแย่กับตัวเองแล้วก็คงเข้าหน้าน้ำส้มไม่ติดไปตลอดกาลอ่ะค่ะ บางทีเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหรือเปล่า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ถ้าใครมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันมาแชร์กันได้นะคะ
แอบชอบคนต้องห้าม อึดอัดบอกใครไม่ได้ ใครเคยเป็นเหมือนกันบ้างค่ะ
พี่โคล่าตามจีบน้ำส้มมาสักระยะนึงแล้ว ซึ่งเราก็รับรู้มาโดยตลอด ผ่านไปสักเทอมนึงได้เราก็ไม่เห็นพี่โคล่ามาตามเทียวไล้เทียวขื่อน้ำส้มเลยก็เลยถาม น้ำส้มบอกว่าไม่คบกันตั้งแต่แรกแล้ว คือเหมือนคุย ๆ กัน แต่คิดว่าคงเข้ากันไม่ได้ เลยห่างกันดีกว่า เราก็ไม่ได้อะไรค่ะก็เห็นเป็นเรื่องปกติ (น้ำส้มเพื่อนเราหน้าตาดีค่ะมีหนุ่มหลายคนมาจีบอยู่ตลอด) ผ่านไปสักระยะพี่โคล่าเริ่มกลับเข้ามาใหม่ เราก็ถามน้ำส้มว่า ตกลงกลับมาคบกันอีกแล้วเหรอ น้ำส้มตอบว่าไม่ได้คบกัน แต่เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ แบบเพื่อนทั่ว ๆ ไป เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเหมือนคนอื่น ๆ คือที่พี่โคล่าหายไปเพราะทำใจไม่ได้ พอเริ่มทำใจได้ก็กลับมาคุยด้วย แต่น้ำส้มบอกไปแล้วว่าคงคุยแบบรุ่นพี่ที่รู้จักคนนึงนะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
และการกลับมาคราวนี้ของพี่โคล่านี่แหล่ะค่ะที่ทำให้เกิดเรื่อง คราวนี้พี่โคล่ากลับมาแบบรุ่นพี่รุ่นน้องจริง ๆ (หรือเปล่า) คือมาสนิทชิดเชื้อกับแกงค์เราเลยค่ะ แบบว่าเวลามีไปเที่ยวไหนก็จะมาชวนแกงค์เรา หรือเวลาพวกเราไปเที่ยวกลางคืนก็จะชวนพี่โคล่านี่ไปด้วยเพราะเห็นว่าเค้าเป็นรุ่นพี่ยังไงไปด้วยคงไม่มีใครมาทำอะไร คือเรามองว่าพี่เค้าเป็นเหมือนเพื่อนในกลุ่มเลยค่ะ (ลืมบอกไปพี่โคล่าอายุเท่ากันค่ะ แต่เค้าเรียนเร็วกว่าปีนึง และเพิ่งมารู้ทีหลังเลยติดปากเรียกพี่ไปแล้ว) แต่น้ำส้มบอกว่าชวนไปเป็นไม้กันหมา เราฟังก็มีสะดุดนิดหน่อย (แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าจะไปสะดุดใจทำไม กับคนอื่นทำไมไม่เห็นเป็นแบบนี้แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรก็ปล่อยผ่านไป) และด้วยความที่เรากับน้ำส้มสนิทกันก็จะคุยกันเรื่องพี่โคล่าเนี่ยบ่อย เราก็ถามตลอดว่าอะไรยังไง เพราะการกลับมาคราวนี้ดูสนิทชิดเชื้อกันมาก น้ำส้มก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร เพราะถ้ามันสามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้คงคบด้วยไปตั้งแต่แรกแล้ว
ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสงสารพี่โคล่า มาพีคสุดตรงที่คืนหนึ่งขณะที่พวกเราไปเที่ยวกันที่ทองหล่อก็ตามปกติอ่ะค่ะ เต้นไปอะไรไป พี่โคล่าไปด้วยมันมาพีคตอนที่น้ำส้มเริ่มกรึ่ม ๆ นางก็ใจดีป้อนเหล้าให้เพื่อนทุกคนในโต๊ะด้วยปาก (อารมณ์จุ๊บปากกันแล้วส่งเหล้าจากปากหน่ะค่ะ) ตอนนั้นมันก็สนุก ๆ กันทั้งโต๊ะแล้วน้ำส้มก็ส่งเหล้าให้พี่โคล่าด้วยวิธีนี้เหมือนกัน วินาทีนั้นทุกคนในโต๊ะวิ๊ดวิ้วกันใหญ่ พี่โคล่าก็แบบอารมณ์เขิน ๆ หน่อย ๆ (เพราะพี่เค้ามากับกลุ่มเราหน่ะค่ะ) วันรุ่งขึ้นน้ำส้มมาเล่าให้เราฟังว่าพี่โคล่าไปส่งที่บ้านก่อนกับก็มีจูบลากันด้วย เราฟังแล้วก็แบบเฮ้ยยย ทำไมหล่ะ ไม่คบกันก็อย่าไปจูบกันสิ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปนะคะ ก็ฟังเฉย ๆ ซึ่งในระหว่างนี้น้ำส้มก็มีคุยกะคนอื่น ๆ ด้วยอารมณ์แบบคุยเป็นเพื่อนกับทุกคนหน่ะค่ะ ยิ่งทำให้เราสงสารพี่โคล่าเข้าไปใหญ่เลย เพราะหลังจากคืนนั้นพี่เค้าดูมีความหวังยังไงไม่รู้ และด้วยความที่พี่โคล่าสนิทกับกลุ่มเราจนเสมือนกลายเป็นสมาชิกในแกงค์ไปแล้ว ยิ่งทำให้เรารู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ในที่ที่เดียวกับพี่เค้าค่ะ แบบว่าเวลามีอะไรก็นึกถึงพี่โคล่าด้วย อย่างชวนกันไปดูหนังก็จะชวนพี่เค้าทันที
มาพีคเอาตอนที่วันนึงพี่เค้าชวนไปเที่ยว ทั้งแกงค์นะคะแบบไปเที่ยวทะเลกันมั้ย เนี่ยจะมีงานท่องเที่ยวไปเดินดูโบชัวร์ด้วยกัน ซึ่งงานนี้น้ำส้มไม่ว่างไปแต่แรกอยู่แล้วพี่โคล่าบอกว่าให้เราชวนเพื่อนคนอื่น ๆ ไปด้วยเราก็ค่ะ ๆ ไปอย่างนั้นแหล่ะ ถึงเวลาจริง ๆ เราไม่บอกใครเลย อารมณ์แบบอยากไปกันแค่สองคนอ่ะค่ะ เราแปลกใจมากว่าทำไมจู่ ๆ เราถึงเป็นคนแบบนี้ ตอนขากลับพี่โคล่าชวนไปสยามด้วยกันระหว่างทางพี่โคล่าก็มาปรึกษาเรื่องน้ำส้ม อารมณ์ตัดพ้อว่าสงสัยเค้าคงไม่ดีพออย่างนั้น อย่างนี้ เราก็ปลอบใจไปค่ะ จนมีประโยคหนึ่งจากพี่เค้าถามมาว่า "ถ้าคนอย่างโคล่ามาขอเราคบด้วย เราจะคบกับเค้ามั้ย" ตอนนั้นเราอึ้งไปเลยค่ะ แบบว่าสตั๊นไปเลย แต่ในใจอ่ะโคตรรู้สึกดีเลยค่ะ อยากจะตอบว่า "คบค่ะพี่" เลยด้วยซ้ำ แต่พี่โคล่าพูดตัดบทขึ้นมาก่อนว่าขนาดเรายังคิดหนักเลยอ้ะ (คือพี่ค่ะ ตอนนั้นหนูก็อยากตอบนะคะ แต่มันมีหน้าเพื่อนลอยเข้ามาอ่ะค่ะ ถึงเพื่อนหนูจะไม่ชอบพี่แต่มันก็แหม่ง ๆ ป้ะ) จากนั้นพี่เค้าก็พาเราไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนเค้าค่ะ ตอนนั้นรู้สึกแบบดีมากอ้ะ
ช่วงที่พี่โคล่าเข้ามาในชีวิตเรารู้สึกไม่เป็นตัวเองไปหลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกเราเลิกคุยกับผู้ชายคนนึงไปเลยค่ะคืออารมณ์เหมือนจะคลิกแต่ไม่คลิก เราก็คุยแบบกลาง ๆ เป็นเพื่อนกันไป พอพี่โคล่าเข้ามาสนิทกับแกงค์เรา เราตัดสายคนนั้นทิ้งไปเลยค่ะ บอกว่าช่วงนี้เรียนหนักอะไรก็ว่าไปแล้วก็ห่างไปเอง หรือบางทีจู่ ๆ เราก็อยากรู้ว่าพี่โคล่ากินข้าวเที่ยงกับอะไร แล้วก็โทรไปถามด้วย แบบพี่โคล่ากินข้าวเที่ยงยัง กลับบ้านยังพี่ อาทิตย์นี้พี่ไปเที่ยวไหนอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ แบบว่าเป็นอารมณ์ที่ผู้ชายคนอื่นเข้ามาจีบเรา เรายังไม่มีโมเมนท์นี้ตอบกลับเลย เราจำจำแทบจะทุกรายละเอียดที่พี่เค้าพูดได้เลย พี่เค้าเคยบอกว่า "ไหนลองไม่เอาผมทัดหูสิ แบบนี้โอเคกว่า" จากนั้นมาเราไม่เหน็บผมอีกเลยค่ะ ทุกครั้งที่ได้เจอพี่โคล่ามันเป็นอะไรที่ดีมาก ดีงามอ่ะค่ะ แต่ส่วนหนึ่งมันก็รู้สึกแบบถ้าน้ำส้มรู้จะคิดยังไง คือเรากับน้ำส้มเคยเจอเหตุการ์แบบนี้ครั้งนึง คือมีผู้ชายคนนึงมาจีบน้ำส้ม แล้วอยู่ดี ๆ กลับไปคบกับเพื่อนอีกคนแทน แล้วเพื่อนคนนี้ไม่ได้บอกเรากับน้ำส้มไปเจอเองก็อึ้ง ๆ กันไป ตอนนั้นน้ำส้มบอกว่าไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะไม่ได้ชอบผู้ชายคนนั้นอยู่แล้ว แต่แค่รู้สึกว่าน่าจะบอกกันบ้าง นั่นแหล่ะค่ะมันเลยทำให้เราสุขด้วย ทุกข์ด้วย
ชีวิตเราหวานอมขมกลืนกับความรู้สึกแบบนี้สักระยะนึงค่ะ จนเมื่อมาถึงจุดพีคที่เรารู้ว่า พอเหอะ คือวันหนึ่งพี่โคล่าโทรมาหาเราบอกว่าขอเบอร์บ้านน้ำส้มหน่อย เราก็เลยถามว่าทำไมไม่โทรเข้ามือถือ พี่โคล่าไม่บอกแต่แรกว่าทำไม จนเราคะยั้นคะยอถึงบอกว่า มีเรื่องจะคุยกับน้องชายขอน้ำส้มเรื่องให้ยืมหนังสืออะไรนี่แหล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นเรารับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ (นี่สินะเซนส์ของผู้หญิงเรา) เราก็อ่ะ ... ยื้อนานเดี๋ยวเค้ารู้ว่าชั้นอะไรยังไงด้วยหรือเปล่า เลยบอกเบอร์บ้านน้ำส้มไป ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์น้ำส้มมาเล่าให้ฟังว่าพี่โคล่าเซอร์ไพรส์ด้วยการซื้อดอกไม้ช่อใหญ่กะลูกโป่งมาให้เต็มห้องเลย สงสัยไปแอบนัดแนะกะน้องชายของน้ำส้มแน่ ๆ เลยไม่รู้ไปนัดแนะกันตอนไหน ฟังจบเราสตั๊นไปเกือบนาที ความรู้สึกมันเอ็มวีคนแอบรักมากค่ะ นี่เธอมาถามชั้นเรื่องนั้นเพื่อนที่จะเซอร์ไพรส์เค้าโดยไม่เห็นใจชั้นเลยนะ ชั้นแอบชอบเธออยู่นะโว้ยยยย (แง๊.....อยู่ในใจ) บอกตรง ๆ ค่ะเจ็บ หลังจากนั้นเราไม่พูด ไม่คุยไม่ติดต่อ ไม่ฟังเรื่องของพี่โคล่าไปเลย (อารมณ์งอน แต่ไม่มีคนง้อ เพราะคนที่อยากให้ง้อเค้าไม่รู้ ฮือออ)
จนกระทั่งวันนึงน้ำส้มโทรมาหาเราบอกว่า พี่โคล่าโทรหาหรือเปล่า เราก็ตอบไปว่าเปล่านะ ทำไมเหรอ? น้ำส้มบอกว่า อยู่ ๆ พี่โคล่าก็หายไป เพื่อนเค้าไม่มีใครติดต่อเค้าได้เลย จู่ ๆ ก็หายไปทุกคนเป็นห่วงประมาณนี้ ตอนฟังเราก็เหรอ ๆ อือ ๆ ออ ๆ ไปค่ะ แต่พอวางสายเท่านั้นแหล่ะ เราโทรหาพี่โคล่าเลย ทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ แบบว่าโทรไปเรื่อย ๆ เกือบชั่วโมงอ่ะค่ะ (เอ่อ.....คือ) จนพี่โคล่ารับสายถึงได้คุยกัน ก็อารมณ์เดิมน้ำส้มออกปากว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะคงไม่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลกว่านั้นได้ (แต่พี่โคล่าเค้าคิดว่ายังมีหวัง) คือคุยกันนานมากอ่ะค่ะ พี่โคล่าบอกว่าตอไปนี้อาจจะไม่ได้เจอกันนะ ถ้าเราโทรมาอีกอาจจะไม่รับสาย เค้าทำใจไม่ได้ เราก็แบบไม่เอาดิ ไม่ทำแบบนี้ ทำต้องไปด้วยหล่ะ เป็นแบบเดิมไม่ได้หรอ ประมาณนี้อารมณ์ยื้อให้อยู่ในวังวนเดิม ๆ อ่ะค่ะ จนแบตจะหมดเลยบอกพี่โคล่าไปว่า เคารพการตัดสินใจของพี่นะ สิ้นเสียงวางสายเรากับพี่โคล่าก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยค่ะจนกระทั่งปัจจุบันนี้
คือตอนนั้นเราอ่ะโคตรเศร้าเลยแต่บอกใครไม่ได้จริง ๆ ค่ะ จะเล่าให้เพื่อนฟังก็กระไรอยู่ ถึงเพื่อนเราจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่เค้า แต่ตามกติกามันก็ไม่ควรยุ่งกับพี่เค้าหรือเปล่า ตอนนั้นรู้เลยค่ะว่ากิเลสนี่มันดึงส่วนเห็นแก่ตัวของคนเราออกมาได้จริง ๆ เรื่องนี้ผ่านมาได้สักปีนึงแล้วค่ะ ป่านนี้พี่โคล่าเค้าคงเจอคนใหม่แล้วหล่ะเพราะพี่เค้าจบไปแล้ว ส่วนเราเองหลังจากวางสายจากพี่โคล่าไปคราวนั้นก็เข้าหน้าไม่ติดน้ำส้มไปพักใหญ่ (คือหลบหน้าไปเองหน่ะเองอ่ะค่ะ) จนมาถึงตอนนี้เราก็ไม่กล้าบอกน้ำส้มนะคะคิดว่าผ่านมาก็ให้มันผ่านไป ยังคิดอยู่ว่าถ้าตอนนั้นบอกพี่โคล่าไปว่าเราชอบพี่เค้า ตอนนี้จะเป็นยังไง ถ้าพี่เค้าไม่คิดอะไรกับเรา ที่ทำดีด้วยก็เพราะเราเป็นเพื่อนน้ำส้มคงอึดอัดมากกว่านี้ หรือถ้าพี่เค้าลองพิจารณาเราดู เราเองก็คงรู้สึกแย่กับตัวเองแล้วก็คงเข้าหน้าน้ำส้มไม่ติดไปตลอดกาลอ่ะค่ะ บางทีเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหรือเปล่า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ถ้าใครมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันมาแชร์กันได้นะคะ