ประวัติฉบับย่อของ Stephen Hawking อัจฉริยะแห่งยุค

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับ ว่าบทความนี้ผมเขียนไว้ในเว็บส่วนตัว
โดยมีจุดมุ่งหมายก็เพื่อให้คนไทยได้รู้จักกับ Stephen Hawking สุดยอดอัจฉริยะของโลกคนนี้มากขึ้น
(หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของเขาจากภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรา The Theory of Everything)
ทีนี้ก็มีความคิดว่าอยากจะนำมาแชร์ให้ชาว Pantip ได้อ่านกันด้วย

หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ไว้ ณ ที่นี้นะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ผมจะขอแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับ Stephen Hawking ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็นไอน์สไตน์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ว่ากันว่า เขาเป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดในโลกของเราที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้
หลายคนอาจจะคุ้นชื่อของเขาจากภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything ซึ่งเข้าฉายในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้
หากใครหลายคนได้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วอยากจะหาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของเขาเพิ่มเติม (โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง)
ผมได้รวบรวมและแปลมาให้อ่านกันแล้วครับ บทความนี้จะยาวนิดนึงนะครับ

ประวัติย่อ
Stephen Hawking เกิดวันที่ 8 มกราคม 1942 ที่เมือง Oxford ประเทศอังกฤษ ในปีนี้ (2015) เขามีอายุ 73 ปีแล้ว
ในช่วงต้นของชีวิต Hawking สนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และดวงดาว จนกระทั่งเมื่ออายุ 21 ปี ขณะที่กำลังศึกษาจักรวาลวิทยา
ที่มหาวิทยาลัย Cambridge มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค Amyotrophic Lateral Sclerosis หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
และถึงแม้เขาจะประสบกับโรคที่แสนทรมาน เขาก็ยังได้สร้างสรรค์ผลงานในด้านฟิสิกส์และจักรวาลวิทยาออกมาให้ชาวโลกชื่นชมมากมาย
รวมไปถึงหนังสือวิทยาศาสตร์ของเขาที่ทำให้โลกเข้าใจในวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
ส่วนหนึ่งของชีวิตของ Hawking ถูกถ่ายทอดลงในภาพยนตร์ปี 2014 เรื่อง The Theory of Everything (ฉายในเมืองไทยปี 2015)

พื้นหลังชีวิต
เขาเป็นลูกคนโตของ Frank และ Isobel Hawking โดยเกิดในปีครบรอบ 300 ปีของการจากไปของ กาลิเลโอ นักฟิสิกส์เลื่องชื่อ
เขาเกิดในครอบครัวของนักคิด แม่ของเขาเป็นชาว Scotland โดยสามารถเข้าเรียนใน Oxford ในช่วงปี 1930
(ซึ่งในขณะนั้นมีผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าเรียน) ส่วนพ่อของเขาซึ่งจบ Oxford เช่นกันก็เป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ได้รับการยกย่องว่า
เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคในเขตร้อนชื้น


Hawking (ซ้าย) และน้องสาวของเขา Mary (ขวา)

Hawking เกิดมาในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีนัก เป็นช่วงที่พ่อแม่ของเขากำลังประสบปัญหาด้านการเงิน สถานการณ์ทางการเมืองค่อนข้างตึงเครียด ในตอนนั้นอังกฤษกำลังเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษถูกโจมตีจากระเบิดของเยอรมัน ทำให้พ่อแม่ของเขาย้ายจากเมือง London ไปยังเมือง Oxford ซึ่งปลอดภัยกว่า และที่นั่นทั้งคู่ได้ให้กำเนิด Hawking รวมทั้งน้องของเขาอีก 2 คนคือ Mary และ Philippa และพ่อแม่ของเขายังได้รับเลี้ยงบุตรเพิ่มอีก 1 คนในปี 1956 นั่นคือ Edward Hawking

จากคำบอกเล่าของครอบครัวที่สนิทกับครอบครัว Hawking ได้บอกว่าครอบครัว Hawking เป็นครอบครัวที่แปลก พวกเขาจะกินมื้อเย็นกันอย่างเงียบๆ แต่ละคนในครอบครัวจะอ่านหนังสือไปด้วยขณะกินข้าว รถของครอบครัวเป็นรถ taxi ของ London ที่ปรับแต่งมา ส่วนบ้านของเขาซึ่งอยู่ใน St. Albans เป็นบ้าน 3 ชั้นเก่าๆ ซึ่งมีผึ้งอยู่ในชั้นใต้ดินและมีห้องกระจกเล็กๆที่มีดอกไม้ไฟอยู่มากมาย
ในปี 1950, พ่อของ Hawking ทำงานอยู่ที่ภาควิชาปรสิตวิทยาในสถาบันวิจัยทางการแพทย์แห่งชาติและใช้ชีวิตช่วงฤดูหนาวในแอฟริกาเพื่อทำงานวิจัย เขาอยากให้ Hawking เข้าเรียนแพทย์ แต่เนื่องจาก Hawking แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสนใจในวิทยาศาสตร์และอวกาศมาตั้งแต่เด็ก ดังที่แม่ของเขาซึ่งอยู่ด้วยกันมาตลอดเล่าว่า เธอมักจะพา Hawking ไปดูดาวในช่วงเย็นที่สวนหลังบ้าน “Stephen มักจะรู้สึกอัศจรรย์ใจเวลาได้ดูสิ่งเหล่านี้ ดวงดาวเป็นสิ่งที่เขาสนใจเป็นอย่างมาก”



ในช่วงเข้าโรงเรียนแรกๆนั้น ถึงแม้จะรู้กันดีว่า Hawking เป็นคนที่ฉลาด แต่เขาไม่ได้เป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมเท่าไร ในปีแรกที่เขาเรียนที่ St. Albans เขาสอบได้ลำดับที่ 3 นับจากท้าย อย่างไรก็ตาม Hawking ให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆนอกเหนือจากในห้องเรียน เขารักเกมกระดาน เขาและเพื่อนสนิทสร้างเกมเล่นเองในบางครั้ง ในช่วงวัยรุ่น Hawking และเพื่อนของเขาได้ร่วมกันสร้างคอมพิวเตอร์จากชิ้นส่วนเหลือใช้เพื่อแก้ปัญหาสมการทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน

Hawking ยังมีงานยามว่างอีกมากมาย เขามักจะปีนเขากับน้องสาวของเขา Mary รวมถึงเมื่อครั้งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย Oxford เมื่ออายุ 17 ปี เขาก็ยังคงทำตัว active อยู่เสมอ เขารักการเต้นและยังสนใจในการพายเรืออีกด้วย ทั้งนี้ Hawking ให้ความสนใจที่จะเรียนคณิตศาสตร์ แต่เนื่องจาก Oxford ไม่ได้เปิดเฉพาะทางในด้านนี้ เขาจึงหันไปเรียนด้านฟิสิกส์ โดยเฉพาะในเรื่องของจักรวาลวิทยา
โดยส่วนตัวแล้ว Hawking ไม่ได้ใช้เวลามากไปกับการศึกษาเท่าไร ภายหลังเขาคำนวณว่าเขาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวันในการตั้งใจเรียนที่โรงเรียน และเขาไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนมากกว่านี้ โดยในปี 1962 เขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมในสาขา natural science และได้เข้าศึกษาต่อที่ Cambridge University เพื่อศึกษาจักรวาลวิทยาในระดับปริญญาเอก



เผชิญกับโรค ALS
Hawking เริ่มสังเกตถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของเขาในขณะที่เรียนอยู่ที่ Oxford, เขาเริ่มสะดุดล้มและมีอาการพูดไม่ค่อยชัด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ปกติแล้ว Hawking จะไม่แสดงอาการให้ใครเห็น จนกระทั่งพ่อของเขาทราบจึงพาไปพบแพทย์ และ 2 สัปดาห์ถัดมา เขาจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่คลินิกแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด

“เขาเอาตัวอย่างกล้ามเนื้อจากแขนของผมไป ต่อ electrode เข้ากับตัวของผม และฉีดสารเหลวทึบรังสีเข้าไปในกระดูกสันหลังของผม แล้วก็ x-ray ดูการเคลื่อนของสารในขณะที่มีการปรับเตียงของผม” Hawking กล่าว “หลังจากนั้น เขาไม่บอกว่าผมเป็นอะไร บอกแต่เพียงว่ามันไม่ใช่โรค multiple sclerosis และมันเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก”

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วแพทย์ก็บอกครอบครัวของ Hawking ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเขา นั่นคือ Hawking อยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นของโรค Amyotrophic Lateral Sclerosis (กล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดหนึ่ง) ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือ ภาวะที่เส้นประสาทส่วนที่ทำการควบคุมกล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้และแพทย์บอกว่าเขามีเวลาอีกแค่ 2 ปีครึ่งเท่านั้นในการมีชีวิตอยู่

แน่นอนว่ามันเป็นข่าวร้ายมากๆของ Hawking และครอบครัว อย่างไรก็ตามก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้เขาไม่รู้สึกหมดหวัง เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อ Hawking รักษาตัวในโรงพยาบาล โดยเขาอยู่ในห้องเดียวกับเด็กผู้ชายที่ป่วยเป็นลูคีเมีย ซึ่ง Hawking เห็นว่า เมื่อเทียบกับเด็กคนนั้นแล้ว สถานการณ์ของเขายังดีกว่าเยอะ รวมถึงหลังจากนั้นไม่นานที่เขาออกจากโรงพยาบาล เขาเคยฝันว่าเขากำลังจะถูกประหารชีวิต และเมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็คิดได้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาจะต้องทำภายใต้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่


แต่สิ่งที่เป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาก็คงหนีไม่พ้นการที่เขามีความรัก เรื่องเกิดขึ้นในงานปาร์ตี้ปีใหม่ในปี 1963 ไม่นานนักหลังจากที่เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค ALS , Hawking พบกับนักศึกษาที่เรียนด้านภาษาเธอมีนามว่า Jane Wilde ซึ่งทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1965
ในอีกมุมหนึ่ง การที่ Hawking เป็นโรคดังกล่าวก็มีส่วนช่วยให้เขากลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่างเช่นทุกวันนี้ ก่อนที่เขาจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค เขาค่อนข้างเบื่อกับชีวิตและไม่ได้ตั้งใจศึกษาเท่าที่ควร จนกระทั่งเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาทราบว่าเขาอาจจะอยู่ได้ไม่นานพอที่จะเรียนจบปริญญาเอก นั่นทำให้เขาทุ่มเทชีวิตไปกับงานวิจัยของเขาอย่างเต็มที่


พักดื่มน้ำกันก่อนนะครับ
กาแฟ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่