คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ผมว่าเที่ยวมัณฑะเลย์เนี่ย หลักๆ ก็คือต้องหารถที่ขับพาไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ครับ เพราะขนส่งมวลชนในมัณฑะเลย์นี่แทบไม่มีเลย
แต่ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องมีไกด์ คือหมายถึงไกด์ที่มาคอยอธิบายประวัติศาสตร์ต่างๆ เพราะเมืองมัณฑะเลย์กับเมืองไทยมีประวัติศาสตร์ที่ใกล้ชิดกัน ถ้าเราอยากรู้เรื่องใด ความเป็นมาของสถานที่ใด เราสามารถหาอ่านรายละเอียดเป็นภาษาไทยได้อยู่แล้วครับ (หรือให้ง่ายกว่านั้นคือ ภาษาอังกฤษมีเพียบ)
ดังนั้น ทำเหมือน คห.1 ว่า คือหารถรับจ้างก็พอแล้วครับ รถพวกนี้พอพูดภาษาอังกฤษได้ และต่อรองราคาได้ครับ (ที่เคยใช้มาก็ถือว่าราคารับได้นะครับ และราคารวมน้ำมันแล้ว)
รถพวกนี้จะพาเราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในมัณฑะเลย์แบบที่นักท่องเที่ยวควรจะไป เขารู้หมดว่าคนไทยอยากไปไหนบ้าง และเขาจะพาไปหมด
คล้ายๆ เป็นแพคเกจออกมาเลย คือเป็นทริป 1 วันเต็ม ระหว่างในตัวเมืองมัณฑะเลย์ กับนอกตัวเมืองมัณฑะเลย์ (แพงกว่าหน่อย) ดังนั้นถ้าจะเที่ยวแถบนี้ให้ทั่ว ควรมีเวลาซัก 2 วัน
คือในตัวเมืองก็พวก พวกพระราชวัง มัณฑะเลย์ฮิล ฯลฯ (ผมไปถึงเที่ยงแล้ว เลยไปในตัวเมืองไม่กี่ที่) ส่วนนอกตัวเมืองก็ไปดูวัดมหามัยมุนี ตักบาตรวัดมหากันดายน พาไปเมืองสกายน์ แล้วก็พาไปเมืองอังวะ หลังจากนั้นก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง เรียกว่าพาไปคุ้มมากครับ
คือทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลยครับ รถจะพาเราไปส่งเที่ยวแต่ละที่ มีอะไรเราก็ถามเค้าได้ แล้วเราก็เดินเที่ยวเองได้ไม่มีอะไรยาก อย่างเมืองสกายน์ แต่ละวัดก็อยู่ติดๆ กันหรือเดินไปไม่ไกล ส่วนเมืองอังวะ เค้าจะไปส่งเราที่ท่าเรือ เมื่อเราไปถึง เราก็จ้างรถม้าเที่ยวรอบเมืองอังวะได้เลย (ราคาพอรับได้ ไม่แพงครับ) จะเห็นว่าเที่ยวเองได้สบายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลย ขนาดผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพม่า (ตอนนั้นไปพม่าครั้งแรกด้วย) ยังรู้สึกได้เที่ยวแบบเต็มอิ่มเลยครับ
โปรแกรมผมมีประมาณนี้ครับ พอดีเวลาน้อยไปหน่อยเลยทริปแบบพิการๆ ไปบ้าง...
วันแรก เครื่องลงเที่ยง นั่งรถบัสไปส่งถึงโรงแรม แล้วก็ติดต่อโรงแรมหารถแบบครึ่งวันให้ เวลาที่เหลือสามารถไปเที่ยวได้แค่พระราชวัง กับดูพระอาทิตย์ตกที่มัณฑะเลย์ฮิลล์ (ค่าเข้าพระราชวังค่อนข้างแพง แต่เราสามารถนำตั๋วนี้ไปใช้ที่เมืองอังวะได้ด้วย ส่วนตอนไปมัณฑะเลย์ฮิลล์ จะต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ก่อนขึ้นทางขึ้น คนขับรถเลยบอกว่าให้เราถอดรองเท้าทิ้งไว้บนรถเค้าเลย ถ้าไปถอดแล้ววางไว้หน้าทางขึ้นรองเท้าหายแน่ๆ)
วันที่สอง อันนี้จ้างนอกเมืองแบบเต็มวันครับ ออกแต่แปดโมง ไปดูวัดมหามัยมุนี (เป็นทางผ่านออกนอกเมือง) แล้วที่ออกเช้าเพื่อจะมาดูตักบาตรวัดมหากันดายนตอนสิบโมงได้ทัน (มีเวลาเดินชมวัดหน่อยๆ ด้วย เป็นวิทยาลัยสงฆ์) แล้วก็พาไปเมืองสกายน์ (ผมว่าสกายน์เที่ยวครึ่งวันก็พอแล้วครับ) บ่ายๆ ก็พาไปเมืองอังวะ จนถึงเย็นก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง แล้วก็พาเรากลับมาส่งในเมือง
วันที่สาม เที่ยวตลาดเช้าในตัวเมือง แล้วก็รอรถมารับกลับไปสนามบิน
จะเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลยครับ ขอแค่มีรถส่งตามที่เที่ยวต่างๆ พอ ที่เหลือเที่ยวเองได้เลย
แต่ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องมีไกด์ คือหมายถึงไกด์ที่มาคอยอธิบายประวัติศาสตร์ต่างๆ เพราะเมืองมัณฑะเลย์กับเมืองไทยมีประวัติศาสตร์ที่ใกล้ชิดกัน ถ้าเราอยากรู้เรื่องใด ความเป็นมาของสถานที่ใด เราสามารถหาอ่านรายละเอียดเป็นภาษาไทยได้อยู่แล้วครับ (หรือให้ง่ายกว่านั้นคือ ภาษาอังกฤษมีเพียบ)
ดังนั้น ทำเหมือน คห.1 ว่า คือหารถรับจ้างก็พอแล้วครับ รถพวกนี้พอพูดภาษาอังกฤษได้ และต่อรองราคาได้ครับ (ที่เคยใช้มาก็ถือว่าราคารับได้นะครับ และราคารวมน้ำมันแล้ว)
รถพวกนี้จะพาเราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในมัณฑะเลย์แบบที่นักท่องเที่ยวควรจะไป เขารู้หมดว่าคนไทยอยากไปไหนบ้าง และเขาจะพาไปหมด
คล้ายๆ เป็นแพคเกจออกมาเลย คือเป็นทริป 1 วันเต็ม ระหว่างในตัวเมืองมัณฑะเลย์ กับนอกตัวเมืองมัณฑะเลย์ (แพงกว่าหน่อย) ดังนั้นถ้าจะเที่ยวแถบนี้ให้ทั่ว ควรมีเวลาซัก 2 วัน
คือในตัวเมืองก็พวก พวกพระราชวัง มัณฑะเลย์ฮิล ฯลฯ (ผมไปถึงเที่ยงแล้ว เลยไปในตัวเมืองไม่กี่ที่) ส่วนนอกตัวเมืองก็ไปดูวัดมหามัยมุนี ตักบาตรวัดมหากันดายน พาไปเมืองสกายน์ แล้วก็พาไปเมืองอังวะ หลังจากนั้นก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง เรียกว่าพาไปคุ้มมากครับ
คือทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลยครับ รถจะพาเราไปส่งเที่ยวแต่ละที่ มีอะไรเราก็ถามเค้าได้ แล้วเราก็เดินเที่ยวเองได้ไม่มีอะไรยาก อย่างเมืองสกายน์ แต่ละวัดก็อยู่ติดๆ กันหรือเดินไปไม่ไกล ส่วนเมืองอังวะ เค้าจะไปส่งเราที่ท่าเรือ เมื่อเราไปถึง เราก็จ้างรถม้าเที่ยวรอบเมืองอังวะได้เลย (ราคาพอรับได้ ไม่แพงครับ) จะเห็นว่าเที่ยวเองได้สบายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลย ขนาดผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพม่า (ตอนนั้นไปพม่าครั้งแรกด้วย) ยังรู้สึกได้เที่ยวแบบเต็มอิ่มเลยครับ
โปรแกรมผมมีประมาณนี้ครับ พอดีเวลาน้อยไปหน่อยเลยทริปแบบพิการๆ ไปบ้าง...
วันแรก เครื่องลงเที่ยง นั่งรถบัสไปส่งถึงโรงแรม แล้วก็ติดต่อโรงแรมหารถแบบครึ่งวันให้ เวลาที่เหลือสามารถไปเที่ยวได้แค่พระราชวัง กับดูพระอาทิตย์ตกที่มัณฑะเลย์ฮิลล์ (ค่าเข้าพระราชวังค่อนข้างแพง แต่เราสามารถนำตั๋วนี้ไปใช้ที่เมืองอังวะได้ด้วย ส่วนตอนไปมัณฑะเลย์ฮิลล์ จะต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ก่อนขึ้นทางขึ้น คนขับรถเลยบอกว่าให้เราถอดรองเท้าทิ้งไว้บนรถเค้าเลย ถ้าไปถอดแล้ววางไว้หน้าทางขึ้นรองเท้าหายแน่ๆ)
วันที่สอง อันนี้จ้างนอกเมืองแบบเต็มวันครับ ออกแต่แปดโมง ไปดูวัดมหามัยมุนี (เป็นทางผ่านออกนอกเมือง) แล้วที่ออกเช้าเพื่อจะมาดูตักบาตรวัดมหากันดายนตอนสิบโมงได้ทัน (มีเวลาเดินชมวัดหน่อยๆ ด้วย เป็นวิทยาลัยสงฆ์) แล้วก็พาไปเมืองสกายน์ (ผมว่าสกายน์เที่ยวครึ่งวันก็พอแล้วครับ) บ่ายๆ ก็พาไปเมืองอังวะ จนถึงเย็นก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง แล้วก็พาเรากลับมาส่งในเมือง
วันที่สาม เที่ยวตลาดเช้าในตัวเมือง แล้วก็รอรถมารับกลับไปสนามบิน
จะเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์เลยครับ ขอแค่มีรถส่งตามที่เที่ยวต่างๆ พอ ที่เหลือเที่ยวเองได้เลย
แสดงความคิดเห็น
ไปเที่ยวพม่ามัณฑะเลย์ไปหาไกด์เอาข้างหน้าจะได้มั้ยคะ
รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ
คือจะไปเที่ยวพม่า มัณฑะเลย์ ตอนนี้กำลังหาข้อมูลเที่ยวจากในห้องบลู แต่สงสัยว่า ถ้าไปกันเอง
แล้วไปหาไกด์ หรือเช่า taxi เลยตอนไปถึงที่โน้น
จะทำได้มั้ยคะ หรือว่าต้องติดต่อทุกอย่างให้เสร็จก่อน
ตอนนี้ติดต่อไกด์คือ คุณ Khine แต่ดูจากโปรแกรมกับราคาแล้ว ค่อนข้างแพงค่ะ
โปรแกรมแกเข้าใจว่าต้องจ่ายค่าไกด์แยกต่างหากอีก $40
โปรแกรมมี วันแรกลงเครื่องบ่าย ๆ แล้วไป MinGune ตอนเย็นไปสะพานอูเบ็ง
วันที่ 2 ไป Sagaing สกาย วันที่ 3 ตอนเช้าค่อยไปล้างหน้าพระ แล้วก็ชอปปิ้งค่ะ
ลองติดต่ออีเมล์ไปหลาย ๆ ที่แล้ว ยังไม่มีที่ไหนเมล์กลับมาเลยค่ะนอกจากคุณ Khine
ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ^^ ขอบคุณค่ะ