ยืมบทความของเพื่อนเจ้าบ่าวมาอีกทีนะครับ(ทั้งนี้ได้เกริ่นๆขออนุญาตคู่บ่าวสาวมาแล้ว)
" รัก "
คุณรู้ไหมภาพชุดเหล่านี้คือภาพที่ผมประทับใจที่สุดในวันแต่งงานของเพื่อนของผม ไม่ใช่ภาพตัดเค้ก ไม่ใช้ภาพเขย่าแชมเปน ไม่ใช่ภาพที่พวกเรากำลังเฮฮาปาร์ตี้ แต่เป็นภาพที่เจ้าบ่าวกำลังกุมมือเจ้าสาวของเขาที่กำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล งานแต่งงานครั้งนี้ผมถือว่าเป็นงานใหญ่เพราะประธานในพิธีเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็เกิดตอนที่เจ้าสาวกำลังจะโยนช่อดอกไม้ผึ้งเจ้ากรรมดันอยู่ผิดที่ผิดเวลาต่อยเข้าที่มือเจ้าสาวอย่างจัง จนต้องหามส่งเข้าห้องฉุกเฉินเนื่องจากเกิดอาการแพ้อย่างหนักเจ้าสาวแน่นหน้าอกและผื่นขึ้นเต็มตัว ผมอยู่ในเหตุการณ์และเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อนของผมรีบนำตัวเจ้าสาวขึ้นรถทั้งๆที่ยังมีโบว์งานแต่งติดรถอยู่ด้วย ผมโดดขึ้นรถคอยดูแลทั้งคู่อย่างไว เจ้าบ่าวเหยีบมิดคันเร่งบึ่งตรงจากที่จัดงานไปยังโรงพยาลด้วยความเร็วสูง เร็วไม่เร็วหน้าปัดจิตอล กระดิกอยู่ที่ 180 ++ ตอนนี้พลังม้า 250 ตัวอยู่ที่ปลายเท้าเพื่อนผมแล้ว เจ้าสาวถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินและฉีดยาต้านพิษทันทีและต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ช่วงเวลาลุ้นระทึกผ่านไป เจ้าสาวถึงมือหมอแล้วเราก็อุ่นใจขึ้นระดับหนึ่ง ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาเจ้าสาวออกจากห้องฉุกเฉินและมีอาการคลื่นใส้เป็นพักๆเพื่อนผมนั่งอยู่ปลายเตียงคอยดูแลไม่ห่าง สายตาที่มองเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนมันช่างอบอุ่นเหลือเกิน จะมีสักกี่คู่ที่เกิดแบบนี้ในวันแต่งงานผมว่านี่คงเป็นบทพี่สูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า ทั้งคู่เค้าดูแลกันดีขนาดไหน ฝ่าฟันอะไรมาด้วยกันบ้าง ลุ้มลุกคลุกคลาน แบบสุดๆ กว่าจะได้มาเป็นคู่กันนี่มันลำบากเนอะ ตอนนี่เจ้าสาวมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับคาดว่าน่าจะออกโรงพยาบาลได้เร็ววันนี้ จริงๆหลังงานเราควรมีปาร์ตี้กันแบบสุดเหวี่ยงแต่สิ่งนั้นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับในวันนี้ผมเห็นทั้งสองได้ดูแลกัน กุมมือกัน ประครองฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน ผมว่าหลังจากนี้ไม่ว่าจะมีอะไร หนักหนาแค่ไหนมันก็ไม่สามารถแยกเขาทั้งคู่ออกจากกันได้แล้ว นี่แหละหนาพลังแห่งความยิ่งใหญ่ที่เขาเรียกกันว่าความ "รัก" ........
เมื่อเพื่อนผมเจอบทพิสูจน์รักกลางงานแต่ง
" รัก "
คุณรู้ไหมภาพชุดเหล่านี้คือภาพที่ผมประทับใจที่สุดในวันแต่งงานของเพื่อนของผม ไม่ใช่ภาพตัดเค้ก ไม่ใช้ภาพเขย่าแชมเปน ไม่ใช่ภาพที่พวกเรากำลังเฮฮาปาร์ตี้ แต่เป็นภาพที่เจ้าบ่าวกำลังกุมมือเจ้าสาวของเขาที่กำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล งานแต่งงานครั้งนี้ผมถือว่าเป็นงานใหญ่เพราะประธานในพิธีเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็เกิดตอนที่เจ้าสาวกำลังจะโยนช่อดอกไม้ผึ้งเจ้ากรรมดันอยู่ผิดที่ผิดเวลาต่อยเข้าที่มือเจ้าสาวอย่างจัง จนต้องหามส่งเข้าห้องฉุกเฉินเนื่องจากเกิดอาการแพ้อย่างหนักเจ้าสาวแน่นหน้าอกและผื่นขึ้นเต็มตัว ผมอยู่ในเหตุการณ์และเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อนของผมรีบนำตัวเจ้าสาวขึ้นรถทั้งๆที่ยังมีโบว์งานแต่งติดรถอยู่ด้วย ผมโดดขึ้นรถคอยดูแลทั้งคู่อย่างไว เจ้าบ่าวเหยีบมิดคันเร่งบึ่งตรงจากที่จัดงานไปยังโรงพยาลด้วยความเร็วสูง เร็วไม่เร็วหน้าปัดจิตอล กระดิกอยู่ที่ 180 ++ ตอนนี้พลังม้า 250 ตัวอยู่ที่ปลายเท้าเพื่อนผมแล้ว เจ้าสาวถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินและฉีดยาต้านพิษทันทีและต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ช่วงเวลาลุ้นระทึกผ่านไป เจ้าสาวถึงมือหมอแล้วเราก็อุ่นใจขึ้นระดับหนึ่ง ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาเจ้าสาวออกจากห้องฉุกเฉินและมีอาการคลื่นใส้เป็นพักๆเพื่อนผมนั่งอยู่ปลายเตียงคอยดูแลไม่ห่าง สายตาที่มองเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนมันช่างอบอุ่นเหลือเกิน จะมีสักกี่คู่ที่เกิดแบบนี้ในวันแต่งงานผมว่านี่คงเป็นบทพี่สูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า ทั้งคู่เค้าดูแลกันดีขนาดไหน ฝ่าฟันอะไรมาด้วยกันบ้าง ลุ้มลุกคลุกคลาน แบบสุดๆ กว่าจะได้มาเป็นคู่กันนี่มันลำบากเนอะ ตอนนี่เจ้าสาวมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับคาดว่าน่าจะออกโรงพยาบาลได้เร็ววันนี้ จริงๆหลังงานเราควรมีปาร์ตี้กันแบบสุดเหวี่ยงแต่สิ่งนั้นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับในวันนี้ผมเห็นทั้งสองได้ดูแลกัน กุมมือกัน ประครองฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน ผมว่าหลังจากนี้ไม่ว่าจะมีอะไร หนักหนาแค่ไหนมันก็ไม่สามารถแยกเขาทั้งคู่ออกจากกันได้แล้ว นี่แหละหนาพลังแห่งความยิ่งใหญ่ที่เขาเรียกกันว่าความ "รัก" ........