สงฆ์ หรือ สงค์

กระทู้สนทนา
"จงศรัทธาพุทธศาสตร์ที่หลักธรรม หาใช่ศรัทธาที่ตัวบุคคล"

................วลีที่พูดซ้ำมาซ้ำไป วนไปวนมาเพื่อพยุงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีข่าวพระทำไม่ดีมาตอนไหน วลีนี้จะเป็นที่นิยมทันที ให้พระหลายๆรูปพูดขึ้นเพื่อ? 1)สร้างภาพให้ตัวเองดูดี 2)ให้ไม่เกิดโมหะจนหลงไป 3)เพื่อไม่ให้เกิดโทษะจริตพาลไม่ศรัทธาพุทธศาสตร์ไปสะงั้น คือพูดให้มันตรงๆเลยก็คือ พูดเพื่อให้ตัวเองดูดี แต่ทว่าๆหลักธรรมที่พุทธองค์ตรัสไว้นั้น ถูกเขียน ถูกพิมพ์ลงในหนังสือที่เรียกว่า "พระไตรปิฎก" ที่พอแปลเข้าภาษาไทย อ่านให้ละเอียดมีถึง 45 เล่ม(ใครจะอ่านล่ะพ่อคู๊ณณ) ญาติโยมทั้งหลายคงไม่มีเวลาอ่านกันหรอกจ้าา ก็ต้องพระหนิแหละอ่าน ศึกษามาบอกเล่าให้โยมฟัง ให้โยมได้เข้าใจ (เพราะผู้สอนธรรมคือพระ พระพูดแล้วดูน่าเชื่อถือกว่าจริงไหม๊? แต่พระที่พูดก็ต้องทรงไว้ซึ่งศีลาจาริยวัตรที่ดีงาม หากพระที่พูด มีศีลไม่งดงาม คนที่ไหนจะฟัง? (ส.ศิวรักษ์))

...................วนมาที่ปัญหาด้านการปกครองที่สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่พูดไว้ข้างต้น เพราะ ”เนื่องจากภิกษุเมื่อไร้ศีลาจาริยวัตรที่งดงามแล้ว จะเก็บไว้อีกทำไม” ลำดับการปกครองคณะสงฆ์ปัจจุปัน ดังนี้
1.สมเด็จพระสังฆราช
2.มหาเถรสมาคม
3.เจ้าคณะใหญ่
4.เจ้าคณะภาค
5.เจ้าคณะจังหวัด
6.เจ้าคณะอำเภอ
7.เจ้าคณะตำบล
8.เจ้าอาวาส
ซึ่งในแต่ล่ะส่วนการปกครองสงฆ์ มีหน้าที่และอำนาจตามลำดับขั้น แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องจริยาของผู้ปกครอง ต้องไปดูกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ (ข้อ 55) ซึ่งเท่าที่ทำได้มันจะมีอยู่ข้อหนึ่ง ที่ว่า”ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เกิน(15 หรือ 30วัน หนิแหละ) ซึ่งถ้าจะให้เคารพกฎหมายมหาเถรจริงๆ คงจะปลิ้วกันทั่วประเทศ เนื่องจากภิกษุเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาปรานี ใครทำผิดอะไรก็เคลียร์ๆคุยๆ จ่ายๆๆๆๆ กันไปก่อนแล้วเรื่องความผิดเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง คือแบบว่า อ่อม...ถ้าตัดเรื่องเงินซื้อยศหนิ เรื่องความผิดก็ได้เงินเยอะเหมือนกันนะหนิ ปิดความผิดให้สำนักบางสำนักหนิ(ได้ทองคำตันหนึ่งเลยนะฮ๊าว์ฟฟ) ใครจะไม่อยากปิดให้เล่าพ่อคู๊ณ ได้ทองตั้งตันหนึ่ง แม่จ้าว ไม่ใช่น้อยๆนะครับบังหูบังตากันมิดเลยทีเดียว

..................ในขณะที่วิกฤตของคณะสงฆ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นที่จดจ้องของภาคประชาชนเป็นอย่างมาก และมิหนำซ้ำ เราไม่ดูอย่างเดียว นิสัยอัลไต วิจารณ์เก่งอีกตะหาก รู้ไม่รู้วิจารณ์ไว้ก่อน ด่าไว้ก่อนอะแหละ จึงเกิดเป็นกระแสวิพากย์ วิจารณ์ที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้เรื่องทางการเมืองหรือว่าเรื่องเศรษฐกิจ เพราะในความเชื่อส่วนตัว เชื่อว่า “อาณาจักร คือ อำนาจ ส่วน ศาสนจักร คือ เสียงแห่งมโนธรรมสำนึก” สองสิ่งนี้ต้องเดินไปพร้อมกัน หากอาณาจักร ขาดมโนธรรมแล้ว การบริหารบ้านเมืองป่านนี้คงเต็มไปด้วยการคอรัปชั่นมากกว่านี้เป็นไหนๆ หากถ้า ศาสนจักรขาดอาณาจักร ใครเล่าจะมาทำบุญใส่บาตรให้ ให้ข้าวกินข้าวฉัน เพื่อที่จะได้มีเรี่ยวแรงมาสอนด้านมโนธรรมให้กับศาสนิก ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตาที่สุด ที่ผู้เกี่ยวข้องทางสงฆ์ หรือแม้แต่ตัวสงฆ์เอง ต้องติดตาม เกาะทุกกระแส ไม่เอนไปทางด้านหนึ่ง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่