ผมเคยคิดมานานแล้วว่า การเล่นหุ้น แต่ละยุค ไม่เหมือนกันสักยุค
ถ้าดูในอเมริกาก่อนปี 1907 Panic
ที่ทำให้ JP Morgan เป็น Hero ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต
จนมาถึงยุคเฟื่องฟู 1914-1929
1929 ก้อเป็นการห้าม และออกกฏมากมายเกี่ยวกับการ Short Sell, SECC มีบทบาทใน Wall Street สูงมาก
จนมาถึง Great Depression 1929-1945
หลังสงครามมา
จนกระทั่ง ยุคคอมพิวเตอร์มีบทบาท
จนกระทั่งยุค High speed trading, High frequency, ROBOT.
ที่ Link ตลาดกันทั่วโลก
แนวคิด Technical ที่พิศดารทั้งหลาย
Black Monday, ที่หุ้นตกถล่มทลาย และดีดมาอย่างรวดเร็ว เหนือความสามารถมนุษย์
และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่มนุษย์ไม่ได้เป็นคน Key manual อีกต่อไป
แนวคิด VI ถือเป็น Conservative ที่อยู่กับกาลเวลามาค่อนข้างนาน ทั้งในต่างประเทศ แม้แต่ในเมืองไทยเอง ก็ถือว่านานอยู่
มายุคหลัง มีทั้งหุ้นปั่น แตกวอร์แรน แตกพาร์ Cash Balance, การปกปิดบัญชี การเมือง
การที่ รายย่อย และรายใหญ่ สามารถใช้ Robot Trade ได้แล้ว
ผมอ่านหนังสือของ ดอกเตอร์นิเวศน์ ก้อหลายเล่ม ท่านก้อเขียนหนังสือได้ดี แต่บางอย่างรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไป
แล้วแนวคิด VI จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่หลังปี 2558 ไปครับ
แนวคิดของ VI ในยุค 2558 ไป จะยังคงเหมือนกับ แนวคิด VI สิบปีก่อนหรือไม่ครับ
ถ้าดูในอเมริกาก่อนปี 1907 Panic
ที่ทำให้ JP Morgan เป็น Hero ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต
จนมาถึงยุคเฟื่องฟู 1914-1929
1929 ก้อเป็นการห้าม และออกกฏมากมายเกี่ยวกับการ Short Sell, SECC มีบทบาทใน Wall Street สูงมาก
จนมาถึง Great Depression 1929-1945
หลังสงครามมา
จนกระทั่ง ยุคคอมพิวเตอร์มีบทบาท
จนกระทั่งยุค High speed trading, High frequency, ROBOT.
ที่ Link ตลาดกันทั่วโลก
แนวคิด Technical ที่พิศดารทั้งหลาย
Black Monday, ที่หุ้นตกถล่มทลาย และดีดมาอย่างรวดเร็ว เหนือความสามารถมนุษย์
และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่มนุษย์ไม่ได้เป็นคน Key manual อีกต่อไป
แนวคิด VI ถือเป็น Conservative ที่อยู่กับกาลเวลามาค่อนข้างนาน ทั้งในต่างประเทศ แม้แต่ในเมืองไทยเอง ก็ถือว่านานอยู่
มายุคหลัง มีทั้งหุ้นปั่น แตกวอร์แรน แตกพาร์ Cash Balance, การปกปิดบัญชี การเมือง
การที่ รายย่อย และรายใหญ่ สามารถใช้ Robot Trade ได้แล้ว
ผมอ่านหนังสือของ ดอกเตอร์นิเวศน์ ก้อหลายเล่ม ท่านก้อเขียนหนังสือได้ดี แต่บางอย่างรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไป
แล้วแนวคิด VI จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่หลังปี 2558 ไปครับ