**นานาจิตตัง** พากย์..๓

**นานาจิตตัง** พากย์..๓


๐ มีชื่อเสียงใช่ล้วน น่ากลัว
หวังชื่อร่ำระรัว แซ่ซ้อง
การณ์กลับสลับสลัว เล็งผิด
ต่างเสธรางวัลก้อง กลบแล้วเกียรติภูมิฯ

๐ ปัญญาแหลมธาตุแท้ มนุษย์
สังเกตจุดอ่อนสุด สะท้อน
เทียบเคียงนิสัยผุด ผ่องอื่น ก็ดี
คงค่าคมคืนย้อน เหยียบแย้มนิสัยฯ

๐ โทษโมโหหยั่งล้น รากลึก
นิมิตญาณสะอึก อ่ำแล้ว
กระทำเยี่ยงใจนึก จับจิต
ชนโฉดเขลาไป่แคล้ว เสนียดคล้องสันดานฯ

๐ ช้าเอ๋ยช้าชักไซร้ เป็นการ
นานเนิ่นนานเท่านาน ค่าน้อม
ช้าช้าจักคว้างาน พร้าเด่น ก็ดี
อุทกขึ้นรีบพร้อม วักน้ำตักไฉนฯ

๐ ศวานเลี้ยงเพื่อเฝ้า อารักษ์
เลี้ยงวิฬาร์สะพรัก พรั่งพร้อม
เคียงคานดุลยภักดิ์ นายบ่าว บารนี
มุมต่างมองมวลล้อม สลับขั้วแมวหมาฯ

๐ คำเตือนมวลมักล้วน สงสัย
คำแนะนำทันสมัย สง่าห้วง
เลวร้ายสุดสุดใจ ผลจึ่ง เชื่อเอย
เชอร์รี่หนึ่งลูกล้วง ละขย้ำสองคำฯ

๐ หมายสำคัญสุดท้าย เท่ากับ
อันดับหนึ่งพึงสดับ ดอกไซร้
สองตำแหน่งคานทับ เทียมเท่า ไรฤา
เติมติ่งเต็มกันได้ ดั่งเลี้ยงสมดุลฯ

๐ แสวงอำนาจเปรียบย้อม ยาพิษ
เหลิงระเริงคาดคิด ยอกย้อน
กงเกวียนก่อกรรมสิทธิ์ สวนกลับ เก่าฤา
ยศศักดิ์มนตรีร้อน สะดุ้งอาสน์หนาวฯ

๐ ชนชาติใดใฝ่ก้าว หน้าเจริญ
พึงตรวจตราเผชิญ ผ่องหล้า
ประสบพบการณ์เดิน ทางนี่ ก็ดี
ดังตะเกียงส่องฟ้า สว่างจ้าผู้ถือฯ

๐ ลางคนหัวเราะแล้ว อวดฟัน
ลางชีพร้องไห้พลัน สะอื้น
แสดงจิตใจผัน แปรผ่อง ใสเอย
สำรวจตราจิตฟื้น ทิศฟ้าฟากสวรรค์ฯ

๐ ชนสวมหน้ากากแล้ว เคยตัว
เสียนิสัยหมองมัว มั่วหน้า
ในที่สุดสวมหัว โมหะ
ลอยละล่องเลยล้า ละเว้นสวมไฉนฯ

๐ ความสนใจกับไซร้ หวาดกลัว
เปรียบชะแลงขับตัว เคลื่อนได้
ลอยละล่องระรัว ปลิวป่าน ลมเฮย
ยังมิเคยจมไว้ ว่องพริ้วกระแสฯ

๐ ทฤษฎีหากสร้าง ก่อนมูล
เป็นเรื่องผิดพลาดปูน กะขมิ้น
ดั่งพันธบัตรบูรณ์ ปลอมคละ
อาชญากรสิ้น หมดแล้วฤาไฉนฯ

๐ การฟาดแส้อาจทิ้ง รอยแผล
ฟันฟาดลิ้นผันแปร เปลี่ยนรั้ง
หักกระดูกดังแล ลิ้นเลาะ เปราะเอย
ล้มมากชิวหาพลั้ง พลาดด้วยวัจนาฯ

๐ จิตใจสงบสุขแม้ อยู่กลาง ป่าเอย
กระท่อมน้อยอำพราง อยู่ได้
ใจว้าวุ่นถากถาง ปล่อยละ เว้นแฮ
ราชวังฤาไซร้ ไป่สู้ไพรสัณฑ์ฯ ...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่