คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
อย่าไปเชื่อทารกชีเปลือย (เซียน VI เทียม ชอบลอกการบ้าน Thaivi แล้วตั้งต้นเป็น VI)
วิเคราะห์เชิงคุณภาพ:
- เป้าหมายระยะกลางจะโตจากการขยายธุรกิจแนวขวาง เพิ่มสินค้าในเครือให้มีความหลากหลาย ถือเป็นการโตไปกับแนวโน้มการขยายตัวของชนชั้นกลาง มีตลาด CLMV รองรับ ทั้งในฐานะแรงงาน และผู้บริโภค ถือว่ามาได้ถูกทาง โครงสร้างแผนธุรกิจแบบนี้ สบายใจได้ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี
- Brand Valued มีคุณค่ามากพอที่จะสนับสนุนกำไรขั้นต้น 20% ใช้ฐานปี 2557 ซึ่งฐานลูกค้าเก่ามีปัญหาเรื่องกำลังซื้อ (เศรษฐกิจไม่ดี หนี้ครัวเรือนสูง บรรยากาศการลงทุนไม่ดี ค่าแรงเพิ่มในอัตราก้าวกระโดด) ยังสามารถ Maintain ผลกำไรได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
- การทำตลาดใน CLMV ไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับ Global Brand อย่าง UniqLo เหมือนที่เซียนเทียมใน Thaivi หลงทิศ เพราะการได้เปรียบเชิงวัฒนธรรมมักมีสาเหตุมาจากการรับรู้จนก่อให้เกิดการเลียนแบบ Life-Style ผ่านการแสดง ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่ง CLMV เสพสื่อไทยอยู่แล้ว MC สามารถทำตลาดผ่านสื่อกระแสหลักอย่างรายการทีวี ละคร ซีรีส์ไทย ต่างๆ ได้เลย พี่น้องชาว CLMV จะอินมากกว่าพวก Global Brand
- ธุรกิจ Garment มีแนวโน้มหดตัวในไทย เพราะเป็นธุรกิจในอุตสาหกรรม Labour-Intensive การเปิด AEC จะช่วยให้ MC มีความได้เปรียบกว่า Local Brand ทั่วไป หรือแม้แต่ Global Brand ที่ปัจจุบันใช้แรงงานจีนซึ่งมีแนวโน้มค่าแรงแพงขึ้นเช่นกัน ประเด็นนี้ถือว่าเป็นขาลงของทั้ง Sector และสามารถมองเห็นโอกาสได้ เพราะอย่างน้อย MC ก็ได้อานิสงค์ในการย้ายฐานการผลิตหรือ Outsource ไป CLMV
- เนื่องจากเพิ่งเข้าตลาดหุ้นได้ไม่นาน งบการเงินช่วงสองสามปีหลังยังไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนในการคาดการณ์ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากการใช้ปี 2557 เป็นปีฐาน คือ ความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เป็นไปได้ว่าเมื่อเศรษฐกิจใน ASEANs ฟื้นตัว MC จะสามารถเติบโตได้ด้วยธุรกิจหลักของตัวเอง เป็นการโตแบบ Organic Growth
- ผู้บริหารมีความเข้าใจโครงสร้างทางการเงินเป็นอย่างดี สามารถปรับแผนเพื่อลดรายจ่ายได้อย่างทันเหตุการณ์ รวมถึงการควบรวมกิจการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เหมือนเรือที่มีหางเสือแข็งแรง ต่อให้ผิดทางก็กลับตัวได้เร็ว
วิเคราะห์เชิงคุณภาพ:
- เป้าหมายระยะกลางจะโตจากการขยายธุรกิจแนวขวาง เพิ่มสินค้าในเครือให้มีความหลากหลาย ถือเป็นการโตไปกับแนวโน้มการขยายตัวของชนชั้นกลาง มีตลาด CLMV รองรับ ทั้งในฐานะแรงงาน และผู้บริโภค ถือว่ามาได้ถูกทาง โครงสร้างแผนธุรกิจแบบนี้ สบายใจได้ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี
- Brand Valued มีคุณค่ามากพอที่จะสนับสนุนกำไรขั้นต้น 20% ใช้ฐานปี 2557 ซึ่งฐานลูกค้าเก่ามีปัญหาเรื่องกำลังซื้อ (เศรษฐกิจไม่ดี หนี้ครัวเรือนสูง บรรยากาศการลงทุนไม่ดี ค่าแรงเพิ่มในอัตราก้าวกระโดด) ยังสามารถ Maintain ผลกำไรได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
- การทำตลาดใน CLMV ไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับ Global Brand อย่าง UniqLo เหมือนที่เซียนเทียมใน Thaivi หลงทิศ เพราะการได้เปรียบเชิงวัฒนธรรมมักมีสาเหตุมาจากการรับรู้จนก่อให้เกิดการเลียนแบบ Life-Style ผ่านการแสดง ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่ง CLMV เสพสื่อไทยอยู่แล้ว MC สามารถทำตลาดผ่านสื่อกระแสหลักอย่างรายการทีวี ละคร ซีรีส์ไทย ต่างๆ ได้เลย พี่น้องชาว CLMV จะอินมากกว่าพวก Global Brand
- ธุรกิจ Garment มีแนวโน้มหดตัวในไทย เพราะเป็นธุรกิจในอุตสาหกรรม Labour-Intensive การเปิด AEC จะช่วยให้ MC มีความได้เปรียบกว่า Local Brand ทั่วไป หรือแม้แต่ Global Brand ที่ปัจจุบันใช้แรงงานจีนซึ่งมีแนวโน้มค่าแรงแพงขึ้นเช่นกัน ประเด็นนี้ถือว่าเป็นขาลงของทั้ง Sector และสามารถมองเห็นโอกาสได้ เพราะอย่างน้อย MC ก็ได้อานิสงค์ในการย้ายฐานการผลิตหรือ Outsource ไป CLMV
- เนื่องจากเพิ่งเข้าตลาดหุ้นได้ไม่นาน งบการเงินช่วงสองสามปีหลังยังไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนในการคาดการณ์ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากการใช้ปี 2557 เป็นปีฐาน คือ ความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เป็นไปได้ว่าเมื่อเศรษฐกิจใน ASEANs ฟื้นตัว MC จะสามารถเติบโตได้ด้วยธุรกิจหลักของตัวเอง เป็นการโตแบบ Organic Growth
- ผู้บริหารมีความเข้าใจโครงสร้างทางการเงินเป็นอย่างดี สามารถปรับแผนเพื่อลดรายจ่ายได้อย่างทันเหตุการณ์ รวมถึงการควบรวมกิจการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เหมือนเรือที่มีหางเสือแข็งแรง ต่อให้ผิดทางก็กลับตัวได้เร็ว
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ลงทุนยาวกับ mc ดีมั้ย