เตือนภัย ไปสมัครงานใหม่เจอแบบนี้ปวดหัวหนัก

เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อนเราซึ่งเป็นคนต่างจังหวัดได้เข้ามาสมัครงานในกรุงเทพ
ย่าน สี่แยกสาทร ซึ่งได้เริ่มจากการมาสัมภาษณ์และบริษัทตกลงรับเข้าทำงาน
โดยงานที่ทำเป็นสายการเงิน โดยจะต้องเซ็นสัญญาค้ำประกันก่อนเข้าทำงาน

สิ่งที่แปลกคือ ก่อนหน้านั้นเพื่อนได้เจอรุ่นพี่ที่ไปสมัครงานพร้อมกันและขอเบอร์เอาไว้
เพื่อนจึงโทรหาพี่ที่ได้เจอ เพื่อถามว่า ที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง แล้วเริ่มงานแล้วเป็นยังไง
ซึ่งคำตอบที่ได้รับ ยิ่งสร้างความแปลกและร้อนใจให้กับเพื่อนมาก นั่นคือ
ตกลงเค้าไม่รับพี่ทำงาน ที่แปลกใจเพราะจากการที่ได้คุยกันครั้งสุดท้ายคือ
บริษัทรับและให้พี่เค้าเริ่มงานได้ในวันรุ่งขึ้นหลังจากการสัมภาษณ์
พี่บอกว่า วันรุ่งขึ้นหลังจากไปทำงาน เจ้าของบริษัทที่เป็นผู้หญิงได้เรียกเข้าไปพบ
(เจ้าของมีสองคน เป็น สามีภรรยากัน) และทำการถามไถ่อีกครั้งแล้วบอกว่า วันนี้กลับบ้านไปก่อนละกัน

เพื่อนเราถึงกับร้อนใจและสงสัยว่า จะเกิดกรณีนี้กับเค้าหรือไม่
ตัวเราเอง ก็บอกด้วยความจริงใจว่าไม่หรอกตั้งแต่ทำงานและสมัครงานมา
ยังไม่เคยเจอแบบนี้เลย แต่เพื่อความมั่นใจ จึงให้เพื่อนโทรไปคุยกับ HR
เพื่อยืนยันการมาอีกครั้ง เนื่องจากการเซ็นค้ำประกันนั้น ต้องให้ผู้ปกครอง
เดินทางมาจากต่างจังหวัดด้วย หากเค้าไม่มั่นใจในตำแหน่งให้บอกทางเรามา
เพื่อที่เราจะได้ไม่เสียค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่มาจากต่างจังหวัด
เพราะของที่จะมาใช้อยู่ในเมืองก็ไม่ใช่น้อยๆ อีกทั้งกลัวผู้ใหญ่ท่านจะลำบากฟรี
ทาง HR ยืนยันคำตอบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ให้เพื่อนเราสามารถมาทำงานได้เลย

ถึงวันเซ็นสัญญาค้ำประกัน พ่อของเพื่อนพร้อมเพื่อนก็เดินทางไปเซ็น
หนังสือค้ำประกันว่าหากทางเราทำอะไรของเค้าเสียหายและเพื่อนไม่สามารถหาเงินจะมาจ่ายได้
ทางผู้ปกครองจะเป็นผู้จ่ายแทน แต่ที่เราสงสัยคือ เค้าไม่ได้ยื่นหนังสือการทำงานให้เซ็น
(ฉบับที่เป็นฉบับทดลองงาน) จากนั้นทางเพื่อนเราก็ตกลงเงินเดือนกันกับทางบริษัทพร้อมกำหนดวันเริ่มงาน

บอกเพิ่มเติมถึงการทำงานที่บริษัทนี้ คือ ห้ามออกไปกินข้าวตอนเที่ยงต้องเอาอาหารมาทานเท่านั้น
และการออกจากห้องทำงานต้องผ่านเครื่องสแกน ดังนั้นจึงห้ามเอาอะไรออกมาแม้แต่ชิ้นเดียว
อันนี้รู้เพราะถามว่า ทำไมไม่เอาแก้วน้ำเข้าไปใช้

เหตุการณ์อันวิปริตมันเริ่มตั้งแต่นี้
เพื่อนเริ่มทำงานวันศุกร์ วันเสาร์(ทำเช้าจนถึงบ่ายสองโมง)
จากนั้นในวันจันทร์ ฝ่าย HR ของบริษัทก็เรียกเพื่อนเราเข้าไปพร้อมบอกว่า
ทางเจ้าของผู้หญิงไม่ต้องการให้เพื่อนทำงานที่นี่อีกต่อไป
จากนั้น HR บอกว่า พี่ช่วยสุดความสามารถแล้วนะ พี่บอกเจ้าของว่า
"สงสารน้องเค้าเถอะ เค้ามาไกล เราจะไล่ออกแบบคนที่แล้วอีกมันทำไม่ได้"
เจ้าของเค้า ก็พูดว่า เมื่อก่อนทำงานได้เงินแค่เนี้ย ตอนนี้จะมาเรียกเงินเดือนเท่านี้ได้ยังไง
ถ้าจะทำต่อ 1-3 เดือนแรกจะไม่ให้เงินเดือน แต่จะให้เป็นวงเงินมาจำนวนนึงเอาไว้เพื่อใช้เทรด
มีเป้าหมายกำหนดมาให้ และห้ามขาดทุนเกินจำนวนเงินที่เจ้าของกำหนด

ขอเล่าถึงประสบการณ์ทำงานที่เจ้าของได้กล่าวอ้างนิดนึงนะคะ
เมื่อก่อนเพื่อนไปทำงานที่เป็นองค์กรอิสระ เพื่อฝึกการเทรด
โดยที่องค์กรนี้ไม่ได้มีเงินเดือนให้ (เป็นเงื่อนไขตายตัวอยู่แล้ว)
ซึงทุกคนล้วนรู้กันว่ามาที่นี่คือมาฝึกมาเรียนเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้ทำงานเพื่อเอาเงิน
ถ้าบริษัทพูดคำนี้มาตั้งแต่วันก่อนรับเข้าทำงานและตกลงใจจะไม่รับเข้าทำงาน
มันจะไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นมาเลย แต่พอมาพูดหลังจากที่เพื่อนตกลงย้ายของ
เดินทาง และเช่าหอไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กลายเป็นไม่รู้เดินทางมาเพื่ออะไร
ผูกสัญญากับหอให้เกิดค่าใช้จ่าย แถมยังทำให้พ่อแม่คิดมากอีก
ที่สำคัญคือเพื่อนผิดหวัง หดหู่ และเข็ดกับการสมัครงานที่นี่ ทั้งที่ถามย้ำแล้วย้ำอีก
ผู้ใหญ่เค้าจะรู้บ้างไหมเนี้ยว่าการที่เค้าทำแบบนี้ มันส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตคนๆนึงบ้าง

ถามเพื่อนๆหน่อยค่ะ เคสนี้คิดว่าเราควรจะฟ้องมั้ยคะ เพราะเพื่อนไม่อยากให้มันบานปลาย
แต่เราคิดว่า ไม่ควรจะปล่อยให้บริษัทนี้ทำแบบนี้กับเพื่อนๆที่กำลังสมัครงานกันอีก
ปล. คุยกับกรมแรงงานแล้ว ทางกรมฯบอกว่าสามารถฟ้องได้แม้จะไม่มีสัญญาลายลักษณ์อักษรก็ตาม
บริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับนึง เราก็ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีมาตรฐานขนาดนี้
ตอนนี้รู้สึก Fail ไปด้วย เพราะส่วนนึงก็อยากจะบอกเพื่อนว่าบริษัทอื่นเค้าไม่เป็นแบบนี้กันแต่พูดไปคงไม่เชื่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่