ส่งออกม.ค.ติดลบกว่า3% คาดไตรมาสแรกหดตัว2%
วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2558 เวลา 16:10:21 น.
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกไทยเดือนมกราคม 2558 มีมูลค่า 17,249 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง ติดลบ 3.46% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ในขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาท เดือนมกราคม 2558 มีมูลค่า 563,218 ล้านบาท ปรับตัวลดลง ติดลบ 2.34% ส่งผลให้เห็นว่าการส่งออกยังไม่ดีนัก
http://www.matichon.co.th/online/2015/03/14252857181425288690l.jpg
สำหรับสินค้าที่ยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญและมีมูลค่าสูงสุด เช่น รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนสินค้าที่มีอัตราการส่งออกหดตัว เช่น ยางพารา น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ ทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงมาก ทั้งนี้ คงต้องติดตามวิเคราะห์สินค้าแต่ละจะมีปัจจัยอะไรที่จะส่งเสริมให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังมีปัญหา โดยเฉพาะตลาดจีน และตลาดยุโรป ที่เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดี รวมถึงการที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางด้านภาษีหรือจีเอสพี ส่งผลให้การเข้าไปทำตลาดในยุโรปทำได้ยากขึ้น จากขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่มีอย่างจำกัด แต่คาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อให้การส่งออกทั้งปีขยายตัวได้ที่ 1.1- 1.5 %
ขณะที่การลงทุนมองว่า จะเป็นนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดัน เพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยดีขึ้น ส่วนด้านการส่งออกเองหวังว่าการส่งออกไตรมาส 2 ของปีนี้จะดีขึ้นเพื่อส่งผลให้การส่งออกช่วงครึ่งปีหลังดีและจะส่งผลให้การส่งออกทั้งปีอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คงเป็นเรื่องที่หลายประเทศจะให้ความสำคัญในเรื่องของการผลักดันการผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดการนำเข้า
ด้านนายวัลลภ วิตนากรรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกในไตรมาส 1 จะหดตัว ติดลบ 2% ของปี 2558 ขณะที่การส่งออกครึ่งปีจะขยายตัวอยู่ที่ 0 % แต่ทั้งนี้ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปีอยู่ในกรอบที่สภาผู้ส่งออกฯ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการปรับเป้าการส่งออกอีกครั้งหลังไตรมาส 1 ไปแล้ว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีปัญหา การส่งออกของไทยยังไม่ขยายตัว ประกอบกับไทยยังต้องเจอปัจจัยเสี่ยงด้านการส่งออกอยู่
โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านการเงิน ทั้งค่าเงินยูโร และค่าเงินเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า หรือผู้ซื้อที่ต้องชะลอการซื้อจากปัจจัยค่าเงินทำให้ราคาสูงขึ้น อีกทั้งไทยเองไม่สามารถปรับราคาได้ เพราะต้องรักษาลูกค้าและต้องยอมรับการขาดทุน เนื่องจากค่าเงินยูโรที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท)จะรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนจนไม่สามารถแข็งขันได้ โดยเฉพาะประเทศคู่แข็งของไทย
แต่ทางสภาผู้ส่งออกฯ ยังสนับสนุนให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันเรื่องการส่งออกให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมคาดหวังให้ภาครัฐเร่งมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ตามเป้าที่วางไว้ด้วย และพร้อมจับตาปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
หุ้นไทยแพงเกินจริงไปหรือเปล่า หรือว่าแล้วแต่เจ้ามือบ่อน
วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2558 เวลา 16:10:21 น.
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกไทยเดือนมกราคม 2558 มีมูลค่า 17,249 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง ติดลบ 3.46% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ในขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาท เดือนมกราคม 2558 มีมูลค่า 563,218 ล้านบาท ปรับตัวลดลง ติดลบ 2.34% ส่งผลให้เห็นว่าการส่งออกยังไม่ดีนัก
http://www.matichon.co.th/online/2015/03/14252857181425288690l.jpg
สำหรับสินค้าที่ยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญและมีมูลค่าสูงสุด เช่น รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนสินค้าที่มีอัตราการส่งออกหดตัว เช่น ยางพารา น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ ทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงมาก ทั้งนี้ คงต้องติดตามวิเคราะห์สินค้าแต่ละจะมีปัจจัยอะไรที่จะส่งเสริมให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังมีปัญหา โดยเฉพาะตลาดจีน และตลาดยุโรป ที่เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดี รวมถึงการที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางด้านภาษีหรือจีเอสพี ส่งผลให้การเข้าไปทำตลาดในยุโรปทำได้ยากขึ้น จากขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่มีอย่างจำกัด แต่คาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อให้การส่งออกทั้งปีขยายตัวได้ที่ 1.1- 1.5 %
ขณะที่การลงทุนมองว่า จะเป็นนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดัน เพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยดีขึ้น ส่วนด้านการส่งออกเองหวังว่าการส่งออกไตรมาส 2 ของปีนี้จะดีขึ้นเพื่อส่งผลให้การส่งออกช่วงครึ่งปีหลังดีและจะส่งผลให้การส่งออกทั้งปีอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คงเป็นเรื่องที่หลายประเทศจะให้ความสำคัญในเรื่องของการผลักดันการผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดการนำเข้า
ด้านนายวัลลภ วิตนากรรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกในไตรมาส 1 จะหดตัว ติดลบ 2% ของปี 2558 ขณะที่การส่งออกครึ่งปีจะขยายตัวอยู่ที่ 0 % แต่ทั้งนี้ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปีอยู่ในกรอบที่สภาผู้ส่งออกฯ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการปรับเป้าการส่งออกอีกครั้งหลังไตรมาส 1 ไปแล้ว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีปัญหา การส่งออกของไทยยังไม่ขยายตัว ประกอบกับไทยยังต้องเจอปัจจัยเสี่ยงด้านการส่งออกอยู่
โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านการเงิน ทั้งค่าเงินยูโร และค่าเงินเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า หรือผู้ซื้อที่ต้องชะลอการซื้อจากปัจจัยค่าเงินทำให้ราคาสูงขึ้น อีกทั้งไทยเองไม่สามารถปรับราคาได้ เพราะต้องรักษาลูกค้าและต้องยอมรับการขาดทุน เนื่องจากค่าเงินยูโรที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท)จะรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนจนไม่สามารถแข็งขันได้ โดยเฉพาะประเทศคู่แข็งของไทย
แต่ทางสภาผู้ส่งออกฯ ยังสนับสนุนให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันเรื่องการส่งออกให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมคาดหวังให้ภาครัฐเร่งมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ตามเป้าที่วางไว้ด้วย และพร้อมจับตาปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย