นี่เป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรก
คือ เราเป็นคนธรรมดาคนนึงที่ประสบกับอุบัติเหตุมานานๆทีเจอ เพราะเป็นคนระวังตัวมาก อาจจะเพราะเข็ดจากสมัยเด็กๆ สมัยเด็กนี่ ไม่ค่อยสนอะไร ออกจะเป็นเด็กที่ซนมากๆ ตัวก็เล็ก ชอบไปนู่นนั้นนี่ไม่อยู่นิ่ง
ตอนที่ 1 อาถรรพ์แรก
ตอนอายุ 9 ขวบ ซึ่งอยู่ ป.3 ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
คือ ร้านเราฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหารร้านนึง ร้านนั้นมีลูกหมาอยู่สามสี่ตัว (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แล้วเราตื่นเต้นที่จะได้ลูกหมามากๆ เราเลยรีบข้ามถนน ช่วงนั้นรถติดที่หน้าบ้านเรา เราก็เห็นมันนิ่งๆเลยเดินไปจนกระทั่งถึงเส้นขีดกลาง (ถนนหน้าบ้านเราเป็น2เลนเดียวไปและกลับอย่างละเลน) เราก็หยุดมองไปยังอีกฝั่ง แต่ว่าคือ มีรถคันนึงเขาพุ่งมาไวมาก (มันเป็นหัวมุมเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านด้วยแหละ) จนเราไม่ทันสังเกตุ (มีรถขนของใหญ่บังอยู่เราเลยต้องชะโงกหน้ากับตัวออกไปเล็กน้อย) เราก็เลยจะก้าวออกไป รถก็ชนตัวเรากระเด็นออกไป แต่ไม่ไกลมาก เรานี่หลับตาสนิท ไม่อยากมองอะไร พอรู้สึกตัวอีกทีคือนอนอยู่บนถนน มีแผลเต็มตัว ที่ขาเป็นแผลถลอกยาวตั้งแต่ข้อเท้ายันหัวเข่า พอเราลุกขึ้นยืน เราก็เจ็บมากเลยร้องไห้ พอก้มมองเท้าตัวเอง นิ้วโป้งเท้าข้างซ้ายน่ะ มันเกือบขาดออกจากกัน มันเนื้อติ่งๆให้ยึดไว้ได้ เห็นยันกระดูกเลย เลือดทะลักออกมา เราก็ตกใจ เลยพยายามเดินไปหาพ่อที่วิ่งออกมาหา แต่พ่อกลับตีเราแล้วบอกว่า ทำไมไม่ดูรถ (ดูแล้วนะ ...ไม่คิดว่าเขาจะมาเร็ว... ประตูรถเขาบุบไปเลย เพราะตอนนั้นเราตัวใหญ่ขึ้นแล้ว) แล้วก็พาเข้าบ้าน เราก็เอาแต่ร้องไม่ฟังอะไร ร้องไห้จนปวดหัว มีลุงกับป้าคู่นึงเขาช่วยโทรหารถพยาบาลให้ รถพยาบาลมารับเราไป แผลถลอกแสบมากกกกก จนถึงโรงบาล เขาก็รุมกันทำแผลใหญ่ เพราะมันใหญ่มาก ตอนนั้นเขาฉีดยาชาให้ เราก็กลัวเข็มตั้งแต่เด็กๆเลยร้องจ้าเลย แล้วมันก็ชาๆไป ในเวลาสัก 3-4 ชั่วโมง หมอเขาก็เย็บเสร็จ พาเราเข้าในห้องพัก จะบอกว่า เราไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนวันถัดมา พี่พยาบาลมาล้างแผลให้ เราก็สะดุ้งตัว เพราะหายชาแล้ว แต่ก็ไม่เจ็บมากเท่าไหร่ เชื่อไหมว่าเรานอนโรงบาลกี่วัน ?
วันเดียว หมอก็ให้กลับ เราก็ไปหัดเดินที่บ้าน สมัยนั้นยังไม่มีไม้ค้ำตัวแบบคนแก่ๆใช้กัน (บ้านเราก็จนด้วยละช่วงนั้น) เราเลยใช้เก้าอี้ให้เป็นประโยชน์ให้การเดินไปๆมาๆ
มันดีตรงที่ว่า ตอนโดนรถชน เราก็ปิดเทอมอยู่พอดี ทำให้ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่สุดท้ายก็หยุดเรียนไปเกือบเดือน กลับมาเรียนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เลยต้องยอู่เรียนพิเศษ จนแผลกลายมาเป็นแผลเป็นณ วันนี่
สามปีต่อมา
มาตอนที่2 อาถรรพ์2
ตอนนี่เราอยู่ป.6 จะ ม.1 แล้ว อีกไม่นาน ระหว่างนั้นเราก็ไปเล่นน้ำที่สระน้ำแห่งหนึ่ง ไปกับพี่สาวและพี่ชาย ตอนนั้นจะขึ้นจากสระแล้ว แต่พี่สาวเขาขึ้นทางบันได เราขี้เกียจปีนเลย ทีนี่ พอปีนขึ้น เรารู้สึกอุ่นๆที่เท้า ก็เลยก้มมองลงไป นิ้วโป้งเท้าข้างขวาแหว่งเข้าไปถึงกระดูก เป็นแผลแบบเนื้อหายไปเลย (ไม่รู้ด้วยว่า ณ ปัจจุบัน ที่สระน้ำหาชิ้นเนื้อเราเจอยัง ฮ่า ๆ ๆ ๆ) เลือดไหลเต็ม เราก็ร้องขอให้ช่วย (ไม่ร้องไห้ละ มันไม่เจ็บเลย) เขาก็รีบพาไปนั่ง แล้วก็หาสำลีกับพลาสเตอร์มาให้ กดให้แผลหยุดเลือดไหล เราก็ทำตาม แล้วก็กลับบ้านไปแบบเฟลๆที่มีแผลที่เท้าอีกแล้ว พอถึงบ้าน แม่เขาก็รู้ทางโทรศัพท์แล้วว่า เรามีแผล ก็เลยจะทำแผลให้ แม่ก็เปิดขึ้นมา แล้วพูดดังๆว่า " แผลไม่ใช่น้อยนะเนี่ย !! ไป ไปหาหมอ ! " ( สัก สามสี่ทุ่มได้แล้วละมั้ง... ) ก็ไป หมอบอกว่า เย็บไม่ได้ เพราะมันใหญ่มาก เขาบอกได้แค่ทำแผลทุกวัน รอเนื้อมันสมานเอง เราก็ทำตามที่หมอบอก จนเวลาผ่านไป ช่วงนั้นสงกรานต์ ก็เลยไปเล่น แต่แผลแปะอะไรป้องกันแล้ว ใส่ถุงพลาสติกครอบเท้าเล่นด้วยซ้ำ (อย่าทำตามเลย ไม่คุ้มนะ) แล้วทีนี่เนื้อที่สมานอะ แทนที่มันจะสมานหายสนิท มันกับปูดขึ้นมา !! เราก็ไม่นึกอะไรมาก เพราะเดี๋ยวก็หาย ทายาไรแบบนี้
แต่มันไม่ใช่
เวลาผ่านไป มันปูดขึ้นจนเราสงสัย ไม่หายสักที แล้วแผลที่สมานก็เปิดไม่สมานสักที เราก็เลยบอกแม่ แม่ก็พาไปที่ สถาบันผิวหนัง หมอก็นัดให้มาผ่าเนื้อที่ปูดไปพิสูจน์ว่าเป็นอะไร เราก็รอ ในที่สุดก็มาผ่าตัดดู เราเป็นเคสที่นานมาก กว่าจะตัดเนื้อนั้นออกได้ มันไม่ปูดธรรมดา แข็งมากด้วย ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง หมอเขายังอึ้ง ชิ้นเนื้อนั้น ใหญ่พอๆกับนิ้วหัวแม่มือ (นิ้วโป้งมือนั้นแหละ เผื่อไม่เก็ท) แล้วเขาก็เอาไปตรวจสัก 2-3 อาทิตย์ได้ หมอกลับมาจัดแจงเย็บแผลเราให้ได้ ซึ่งมันใหญ่พอๆกับตอนโดนครั้งแรกเลย (แต่ไม่รู้ทำไมหมอที่นี่เย็บได้ แต่ที่นู้นเย็บไม่ได้) เราก็รอ พอขึ้นม.1ไป ก็ไปโรงเรียนสภาพเท้าพันแผล (แต่เราย้ายมาอีกโรงเรียนนึงแล้ว) เพื่อนก็ล้อ ว่าที่เราไปตัดมา มันคือ เนื้องอก ! เราก็เสียใจ แต่ก็ไม่พูดไรละ ปล่อยมันไป อย่างที่เป็น... นอกเรื่องละ ก็หลังจากนั้น หมอก็ตรวจออกมาแล้วผล ผลคือ เนื้ออักเสบ !!! ไม่ได้เป็นอะไรเลย ! ... แล้วก็ทำแผลปกติ ปัจจุบัน ก็แผลเป็นเหมือนกัน
#เดี๋ยวมาต่อในคห.นะ ทำงานแปป
อาถรรพ์มีจริงหรือเปล่า สำหรับเรามันคืออาถรรพ์สามปี
คือ เราเป็นคนธรรมดาคนนึงที่ประสบกับอุบัติเหตุมานานๆทีเจอ เพราะเป็นคนระวังตัวมาก อาจจะเพราะเข็ดจากสมัยเด็กๆ สมัยเด็กนี่ ไม่ค่อยสนอะไร ออกจะเป็นเด็กที่ซนมากๆ ตัวก็เล็ก ชอบไปนู่นนั้นนี่ไม่อยู่นิ่ง
ตอนที่ 1 อาถรรพ์แรก
ตอนอายุ 9 ขวบ ซึ่งอยู่ ป.3 ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
คือ ร้านเราฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหารร้านนึง ร้านนั้นมีลูกหมาอยู่สามสี่ตัว (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แล้วเราตื่นเต้นที่จะได้ลูกหมามากๆ เราเลยรีบข้ามถนน ช่วงนั้นรถติดที่หน้าบ้านเรา เราก็เห็นมันนิ่งๆเลยเดินไปจนกระทั่งถึงเส้นขีดกลาง (ถนนหน้าบ้านเราเป็น2เลนเดียวไปและกลับอย่างละเลน) เราก็หยุดมองไปยังอีกฝั่ง แต่ว่าคือ มีรถคันนึงเขาพุ่งมาไวมาก (มันเป็นหัวมุมเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านด้วยแหละ) จนเราไม่ทันสังเกตุ (มีรถขนของใหญ่บังอยู่เราเลยต้องชะโงกหน้ากับตัวออกไปเล็กน้อย) เราก็เลยจะก้าวออกไป รถก็ชนตัวเรากระเด็นออกไป แต่ไม่ไกลมาก เรานี่หลับตาสนิท ไม่อยากมองอะไร พอรู้สึกตัวอีกทีคือนอนอยู่บนถนน มีแผลเต็มตัว ที่ขาเป็นแผลถลอกยาวตั้งแต่ข้อเท้ายันหัวเข่า พอเราลุกขึ้นยืน เราก็เจ็บมากเลยร้องไห้ พอก้มมองเท้าตัวเอง นิ้วโป้งเท้าข้างซ้ายน่ะ มันเกือบขาดออกจากกัน มันเนื้อติ่งๆให้ยึดไว้ได้ เห็นยันกระดูกเลย เลือดทะลักออกมา เราก็ตกใจ เลยพยายามเดินไปหาพ่อที่วิ่งออกมาหา แต่พ่อกลับตีเราแล้วบอกว่า ทำไมไม่ดูรถ (ดูแล้วนะ ...ไม่คิดว่าเขาจะมาเร็ว... ประตูรถเขาบุบไปเลย เพราะตอนนั้นเราตัวใหญ่ขึ้นแล้ว) แล้วก็พาเข้าบ้าน เราก็เอาแต่ร้องไม่ฟังอะไร ร้องไห้จนปวดหัว มีลุงกับป้าคู่นึงเขาช่วยโทรหารถพยาบาลให้ รถพยาบาลมารับเราไป แผลถลอกแสบมากกกกก จนถึงโรงบาล เขาก็รุมกันทำแผลใหญ่ เพราะมันใหญ่มาก ตอนนั้นเขาฉีดยาชาให้ เราก็กลัวเข็มตั้งแต่เด็กๆเลยร้องจ้าเลย แล้วมันก็ชาๆไป ในเวลาสัก 3-4 ชั่วโมง หมอเขาก็เย็บเสร็จ พาเราเข้าในห้องพัก จะบอกว่า เราไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนวันถัดมา พี่พยาบาลมาล้างแผลให้ เราก็สะดุ้งตัว เพราะหายชาแล้ว แต่ก็ไม่เจ็บมากเท่าไหร่ เชื่อไหมว่าเรานอนโรงบาลกี่วัน ?
วันเดียว หมอก็ให้กลับ เราก็ไปหัดเดินที่บ้าน สมัยนั้นยังไม่มีไม้ค้ำตัวแบบคนแก่ๆใช้กัน (บ้านเราก็จนด้วยละช่วงนั้น) เราเลยใช้เก้าอี้ให้เป็นประโยชน์ให้การเดินไปๆมาๆ
มันดีตรงที่ว่า ตอนโดนรถชน เราก็ปิดเทอมอยู่พอดี ทำให้ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่สุดท้ายก็หยุดเรียนไปเกือบเดือน กลับมาเรียนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เลยต้องยอู่เรียนพิเศษ จนแผลกลายมาเป็นแผลเป็นณ วันนี่
สามปีต่อมา
มาตอนที่2 อาถรรพ์2
ตอนนี่เราอยู่ป.6 จะ ม.1 แล้ว อีกไม่นาน ระหว่างนั้นเราก็ไปเล่นน้ำที่สระน้ำแห่งหนึ่ง ไปกับพี่สาวและพี่ชาย ตอนนั้นจะขึ้นจากสระแล้ว แต่พี่สาวเขาขึ้นทางบันได เราขี้เกียจปีนเลย ทีนี่ พอปีนขึ้น เรารู้สึกอุ่นๆที่เท้า ก็เลยก้มมองลงไป นิ้วโป้งเท้าข้างขวาแหว่งเข้าไปถึงกระดูก เป็นแผลแบบเนื้อหายไปเลย (ไม่รู้ด้วยว่า ณ ปัจจุบัน ที่สระน้ำหาชิ้นเนื้อเราเจอยัง ฮ่า ๆ ๆ ๆ) เลือดไหลเต็ม เราก็ร้องขอให้ช่วย (ไม่ร้องไห้ละ มันไม่เจ็บเลย) เขาก็รีบพาไปนั่ง แล้วก็หาสำลีกับพลาสเตอร์มาให้ กดให้แผลหยุดเลือดไหล เราก็ทำตาม แล้วก็กลับบ้านไปแบบเฟลๆที่มีแผลที่เท้าอีกแล้ว พอถึงบ้าน แม่เขาก็รู้ทางโทรศัพท์แล้วว่า เรามีแผล ก็เลยจะทำแผลให้ แม่ก็เปิดขึ้นมา แล้วพูดดังๆว่า " แผลไม่ใช่น้อยนะเนี่ย !! ไป ไปหาหมอ ! " ( สัก สามสี่ทุ่มได้แล้วละมั้ง... ) ก็ไป หมอบอกว่า เย็บไม่ได้ เพราะมันใหญ่มาก เขาบอกได้แค่ทำแผลทุกวัน รอเนื้อมันสมานเอง เราก็ทำตามที่หมอบอก จนเวลาผ่านไป ช่วงนั้นสงกรานต์ ก็เลยไปเล่น แต่แผลแปะอะไรป้องกันแล้ว ใส่ถุงพลาสติกครอบเท้าเล่นด้วยซ้ำ (อย่าทำตามเลย ไม่คุ้มนะ) แล้วทีนี่เนื้อที่สมานอะ แทนที่มันจะสมานหายสนิท มันกับปูดขึ้นมา !! เราก็ไม่นึกอะไรมาก เพราะเดี๋ยวก็หาย ทายาไรแบบนี้
แต่มันไม่ใช่
เวลาผ่านไป มันปูดขึ้นจนเราสงสัย ไม่หายสักที แล้วแผลที่สมานก็เปิดไม่สมานสักที เราก็เลยบอกแม่ แม่ก็พาไปที่ สถาบันผิวหนัง หมอก็นัดให้มาผ่าเนื้อที่ปูดไปพิสูจน์ว่าเป็นอะไร เราก็รอ ในที่สุดก็มาผ่าตัดดู เราเป็นเคสที่นานมาก กว่าจะตัดเนื้อนั้นออกได้ มันไม่ปูดธรรมดา แข็งมากด้วย ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง หมอเขายังอึ้ง ชิ้นเนื้อนั้น ใหญ่พอๆกับนิ้วหัวแม่มือ (นิ้วโป้งมือนั้นแหละ เผื่อไม่เก็ท) แล้วเขาก็เอาไปตรวจสัก 2-3 อาทิตย์ได้ หมอกลับมาจัดแจงเย็บแผลเราให้ได้ ซึ่งมันใหญ่พอๆกับตอนโดนครั้งแรกเลย (แต่ไม่รู้ทำไมหมอที่นี่เย็บได้ แต่ที่นู้นเย็บไม่ได้) เราก็รอ พอขึ้นม.1ไป ก็ไปโรงเรียนสภาพเท้าพันแผล (แต่เราย้ายมาอีกโรงเรียนนึงแล้ว) เพื่อนก็ล้อ ว่าที่เราไปตัดมา มันคือ เนื้องอก ! เราก็เสียใจ แต่ก็ไม่พูดไรละ ปล่อยมันไป อย่างที่เป็น... นอกเรื่องละ ก็หลังจากนั้น หมอก็ตรวจออกมาแล้วผล ผลคือ เนื้ออักเสบ !!! ไม่ได้เป็นอะไรเลย ! ... แล้วก็ทำแผลปกติ ปัจจุบัน ก็แผลเป็นเหมือนกัน
#เดี๋ยวมาต่อในคห.นะ ทำงานแปป