เคยเป็นไหมครับ เวลาอ่านหนังสือหรือเดินเล่นในสวน แล้วอยู่ดีๆก็..
ปิ๊ง! หลอดไฟสีเหลือง (ต้องสีเหลืองเท่านั้นนะ) ก็ติดสว่างขึ้นมาในหัวเราอย่างกับตัวละครในการ์ตูน "ดีล่ะ! จะเก็บไอเดียนี้ไปเขียนบล็อก!" ผมบอกกับตัวเอง และก็ก้มกลับลงไปทำอย่างอื่นต่อ หลังจากนั้นอีก 5 วิ ก็
เอ๊ะ.. เมื่อกี้ไอเดียเราคืออะไรนะ(วะ)!? ลืมอีกแล้วจนได้!!
ทันใดนั้นจากไอเดียที่ "ดี" ก็กลายเป็นไอเดีย "เริ่ดสุดๆ" ทำเอาผมนึกถึงคำสอนของผู้ใหญ่ที่ว่า "เรามักจะเห็นความสำคัญของบางอย่าง เมื่อมันจากเราไปแล้ว" ต้องยอมรับว่ามันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดจริงๆ ผมต้องหยุดคิดทุกอย่าง แล้วมาหาว่าเจ้าความคิดที่อยู่ในหัวเนี่ย มันคืออะไรกันแน่ ก่อนที่ไอเดียนี้คงจะหายไปตลอดกาล!
แต่แปลก.. พอยิ่งพยายามนึกให้ออก กลับยิ่งนึกไม่ออก ถึงจะบอกกับตัวเองว่า "ใจเย็นเพื่อน.. เดี๋ยวมันก็กลับมาเอง" แต่ก็ไม่สามารถปล่อยมันไปได้ทู้กกที
เจ้าความจำระยะสั้นเนี่ย ทำไมมันชอบเล่นตลกกับเราจัง? ผมสงสัย.. หวังว่าคงไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวนะ =="
หลังเสิร์ชกูเกิ้ลหาวิธีแก้โรคนี้ซักพัก ผมก็นึกถึงวิดีโอ TEDTalk อันนึงที่พูดถึงความจำระยะสั้น โดยในวิดีโอ คุณวิทยากร Peter Doolittle บอกว่าคนเราเก็บความจำระยะสั้นหรือ หรือ Working Memory ได้มากสุดประมาณแค่
10-20 วินาทีเท่านั้น ถ้าเราไม่นำมันไปแปลงรูปเป็นความจำในเวลานั้น ก็เตรียมบอกลาความจำนั้นได้เลย
ทีนี้เข้าใจเลยว่าทำไมเปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะหยิบอะไร.. แต่ลืมว่าจะกินอะไร ยังไม่เจ็บใจเท่าลืมไอเดีย..
โพสต์นี้ผมเลยขอเสนอ 3 เคล็ดไม่ลับ ที่เราสามารถปฏิบัติในช่วง
10 วินาทีแรก ก่อนที่หลอดไฟเราจะดับไป โดยได้แรงบันดาลใจมากจากวิดีโอดังกล่าว และเป็นวิธีที่ผมลองนำไปใช้แล้วได้ผลครับ มาเริ่มกันเลย
เทคนิคที่ 1: จดซะ
ไม่ว่าจะลงบนกระดาษหรือมือถือ
การจดไอเดียจะช่วยลดโอกาสลืมได้ดีที่สุด แต่ข้อจำกัดของการจดคือมัน
ไม่สะดวกเอาซะเลย บางทีเราอาบน้ำบ้าง เดินเล่นอยู่บ้าง อ่านหนังสืออยู่บ้าง จะให้ไปหากระดาษปากกามาจด มันก็หมดอารมณ์สุนทรีพอดี
ข้อควรระวังอีกอย่างคือการ
จดไม่ครบ ผมจำได้ว่าเคยจดคำว่า "choice" ลงบนกระดาษ แต่พอกลับมาดูอีกที ก็ลืมไปแล้วว่าเจ้า choice นี่มันสื่อถึงอะไรกันแน่ แป่ว..
ถ้าไม่สะดวกจดแล้ว เราจะจำยังไงดี มาดูเทคนิคที่ 2 กันเลยครับ
เทคนิคที่ 2: พูดไอเดียนั้นขึ้นมาอย่างน้อย 1 รอบ
คุณ Peter บอกว่าการ
Structure (จัดโครงสร้าง) ให้ไอเดียของเรา จะทำให้เราลืมสิ่งนั้นยากขึ้น การพูดก็ถือว่าเป็นการ Structure ความคิดเราวิธีหนึ่ง เพราะก่อนที่เราจะพูด เราจำเป็นต้องเรียบเรียงความคิดที่เป็นเหมือนก้อนเมฆขมกขมัวของเราให้ออกมาเป็นประโยคที่ประกอบไปด้วยคำนามและกริยา ซึ่งบางทีเพื่อนๆอาจจะแปลกใจว่าไอเดียที่อยู่ในหัวนั้น มันแปลงออกมาเป็นคำพูดยากกว่าที่คิดแฮะ!
นอกจากนี้ ผมคิดว่าการที่เราได้ยินเสียงตัวเองพูดนั้น น่าจะทำให้เราจำไอเดียได้ดีขึ้น โดนให้เหตุผลเดียวกับที่ว่า ทำไมคุณครูถึงให้เราท่องหนังสือออกเสียงตอนเด็กๆ
ถ้าเทียบกับการจด
ข้อดีหลักๆของการพูดคือความสะดวกครับ เพราะเทคนิคนี้ทั้งใช้เวลาน้อย ทำได้เกือบทุกที่ และไม่ต้องเสียจังหวะไปหยิบปากกากับกระดาษ อย่างไรก็ตาม
การใช้เทคนิคทำให้เรามีโอกาสลืมไอเดียได้มากกว่าเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ผมแนะนำว่าจดบันทึกไว้จะดีกว่าครับ
เทคนิคที่ 3: แปลงความคิดให้เป็นภาพในใจ (VISUALIZE)
"มนุษย์เราถูกพัฒนามาให้ จำและเรียนรู้จากรูปภาพ" คุณ Peter บอก "เราต้องใช้ข้อได้เปรียบนี้" แค่แปลงไอเดียของเราให้เป็นรูปภาพ ก็ช่วยทำให้เราเก็บไอเดียนั่นไว้ได้ดีขึ้น เพราะการแปลงความคิดเป็นภาพในใจ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการ structure ไอเดียของเรา คล้ายๆกับการพูดมันออกมาครับ
นอกจากความสะดวกแล้ว ข้อดีของวิธีนี้คือเรายังได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเทคนิคนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของไอเดียมากกว่า ยิ่งเฉพาะไอเดียที่จับต้องได้ยากเท่าไหร่ ยิ่งอธิบายเป็นภาพยากเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้ เพื่อนๆอาจต้องนึกภาพถึงบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องแทนครับ
สามเทคนิคง่ายๆนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไป เพราะฉะนั้นคราวหน้าพอมีไอเดียแว๊บขึ้นมาในหัว อย่าลืมลองใช้กันดู ตามแต่ถนัดนะครับ : )
นอกจากสามวิธีนี้แล้ว เพื่อนๆมีวิธีไหนใช้เก็บหลอดไฟอีกบ้างครับ ? ลองมาแชร์กันดูนะครับ โลกเราจะได้มีไอเดียเจ๋งๆมากขึ้น
สุดท้ายนี้
ถ้าเกิดลืมไอเดียไปจริงๆ ก็ไม่ต้องเสียดายไปครับ เพื่อนๆที่ผมถามส่วนใหญ่ ต่างบอกว่า
เจ้าไอเดียที่เราลืมไป ถ้ามันดีจริงเดี๋ยวมันก็วนกลับมาเองครับ (
สาธุ)
อ่าน/ฟังเพิ่ม:
นอกจากลืมไอเดียแล้ว เรายังลืมได้อีกหลายอย่าง ลืมว่าเปิดตู้เย็นทำไม ลืมว่าเมื่อกี้เพื่อนพูดอะไร ถ้าสนใจเข้าไปดูลิ้งค์ TEDTalk ของคุณ Peter Doolittle นี้ต่อได้ครับ
http://goo.gl/UxzyBb (มี Subtitle ด้วย) วีดีโอนี้เป็นหนึ่งใจ 5 TEDTalk สำหรับการพัฒนาตัวเองที่ผมนำมาแชร์บนบล็อก
http://wp.me/p5wUp7-3e
Say it loud: I’m creating a distinctive memory:
http://goo.gl/6DcH9l
The Best Memory Trick:
http://goo.gl/peLI0i
ติดตามบล็อกผ่านเฟส:
www.facebook.com/metaponBlog ขอบคุณครับ ^^
ปล. ไม่รู้จะแท็กห้องไหนเลยอ่ะ ผมขอเอาใส่ห้องที่ดูน่าจะมีประโยชน์สุดละกันนะคับ
3 วิธีเก็บหลอดไฟที่..ปิ๊ง! ขึ้นมาในหัว
เคยเป็นไหมครับ เวลาอ่านหนังสือหรือเดินเล่นในสวน แล้วอยู่ดีๆก็..ปิ๊ง! หลอดไฟสีเหลือง (ต้องสีเหลืองเท่านั้นนะ) ก็ติดสว่างขึ้นมาในหัวเราอย่างกับตัวละครในการ์ตูน "ดีล่ะ! จะเก็บไอเดียนี้ไปเขียนบล็อก!" ผมบอกกับตัวเอง และก็ก้มกลับลงไปทำอย่างอื่นต่อ หลังจากนั้นอีก 5 วิ ก็ เอ๊ะ.. เมื่อกี้ไอเดียเราคืออะไรนะ(วะ)!? ลืมอีกแล้วจนได้!!
ทันใดนั้นจากไอเดียที่ "ดี" ก็กลายเป็นไอเดีย "เริ่ดสุดๆ" ทำเอาผมนึกถึงคำสอนของผู้ใหญ่ที่ว่า "เรามักจะเห็นความสำคัญของบางอย่าง เมื่อมันจากเราไปแล้ว" ต้องยอมรับว่ามันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดจริงๆ ผมต้องหยุดคิดทุกอย่าง แล้วมาหาว่าเจ้าความคิดที่อยู่ในหัวเนี่ย มันคืออะไรกันแน่ ก่อนที่ไอเดียนี้คงจะหายไปตลอดกาล!
แต่แปลก.. พอยิ่งพยายามนึกให้ออก กลับยิ่งนึกไม่ออก ถึงจะบอกกับตัวเองว่า "ใจเย็นเพื่อน.. เดี๋ยวมันก็กลับมาเอง" แต่ก็ไม่สามารถปล่อยมันไปได้ทู้กกที เจ้าความจำระยะสั้นเนี่ย ทำไมมันชอบเล่นตลกกับเราจัง? ผมสงสัย.. หวังว่าคงไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวนะ =="
หลังเสิร์ชกูเกิ้ลหาวิธีแก้โรคนี้ซักพัก ผมก็นึกถึงวิดีโอ TEDTalk อันนึงที่พูดถึงความจำระยะสั้น โดยในวิดีโอ คุณวิทยากร Peter Doolittle บอกว่าคนเราเก็บความจำระยะสั้นหรือ หรือ Working Memory ได้มากสุดประมาณแค่ 10-20 วินาทีเท่านั้น ถ้าเราไม่นำมันไปแปลงรูปเป็นความจำในเวลานั้น ก็เตรียมบอกลาความจำนั้นได้เลย
ทีนี้เข้าใจเลยว่าทำไมเปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะหยิบอะไร.. แต่ลืมว่าจะกินอะไร ยังไม่เจ็บใจเท่าลืมไอเดีย..
โพสต์นี้ผมเลยขอเสนอ 3 เคล็ดไม่ลับ ที่เราสามารถปฏิบัติในช่วง 10 วินาทีแรก ก่อนที่หลอดไฟเราจะดับไป โดยได้แรงบันดาลใจมากจากวิดีโอดังกล่าว และเป็นวิธีที่ผมลองนำไปใช้แล้วได้ผลครับ มาเริ่มกันเลย
เทคนิคที่ 1: จดซะ
ไม่ว่าจะลงบนกระดาษหรือมือถือ การจดไอเดียจะช่วยลดโอกาสลืมได้ดีที่สุด แต่ข้อจำกัดของการจดคือมันไม่สะดวกเอาซะเลย บางทีเราอาบน้ำบ้าง เดินเล่นอยู่บ้าง อ่านหนังสืออยู่บ้าง จะให้ไปหากระดาษปากกามาจด มันก็หมดอารมณ์สุนทรีพอดี
ข้อควรระวังอีกอย่างคือการจดไม่ครบ ผมจำได้ว่าเคยจดคำว่า "choice" ลงบนกระดาษ แต่พอกลับมาดูอีกที ก็ลืมไปแล้วว่าเจ้า choice นี่มันสื่อถึงอะไรกันแน่ แป่ว..
ถ้าไม่สะดวกจดแล้ว เราจะจำยังไงดี มาดูเทคนิคที่ 2 กันเลยครับ
เทคนิคที่ 2: พูดไอเดียนั้นขึ้นมาอย่างน้อย 1 รอบ
คุณ Peter บอกว่าการ Structure (จัดโครงสร้าง) ให้ไอเดียของเรา จะทำให้เราลืมสิ่งนั้นยากขึ้น การพูดก็ถือว่าเป็นการ Structure ความคิดเราวิธีหนึ่ง เพราะก่อนที่เราจะพูด เราจำเป็นต้องเรียบเรียงความคิดที่เป็นเหมือนก้อนเมฆขมกขมัวของเราให้ออกมาเป็นประโยคที่ประกอบไปด้วยคำนามและกริยา ซึ่งบางทีเพื่อนๆอาจจะแปลกใจว่าไอเดียที่อยู่ในหัวนั้น มันแปลงออกมาเป็นคำพูดยากกว่าที่คิดแฮะ!
นอกจากนี้ ผมคิดว่าการที่เราได้ยินเสียงตัวเองพูดนั้น น่าจะทำให้เราจำไอเดียได้ดีขึ้น โดนให้เหตุผลเดียวกับที่ว่า ทำไมคุณครูถึงให้เราท่องหนังสือออกเสียงตอนเด็กๆ
ถ้าเทียบกับการจด ข้อดีหลักๆของการพูดคือความสะดวกครับ เพราะเทคนิคนี้ทั้งใช้เวลาน้อย ทำได้เกือบทุกที่ และไม่ต้องเสียจังหวะไปหยิบปากกากับกระดาษ อย่างไรก็ตาม การใช้เทคนิคทำให้เรามีโอกาสลืมไอเดียได้มากกว่าเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ผมแนะนำว่าจดบันทึกไว้จะดีกว่าครับ
เทคนิคที่ 3: แปลงความคิดให้เป็นภาพในใจ (VISUALIZE)
"มนุษย์เราถูกพัฒนามาให้ จำและเรียนรู้จากรูปภาพ" คุณ Peter บอก "เราต้องใช้ข้อได้เปรียบนี้" แค่แปลงไอเดียของเราให้เป็นรูปภาพ ก็ช่วยทำให้เราเก็บไอเดียนั่นไว้ได้ดีขึ้น เพราะการแปลงความคิดเป็นภาพในใจ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการ structure ไอเดียของเรา คล้ายๆกับการพูดมันออกมาครับ
นอกจากความสะดวกแล้ว ข้อดีของวิธีนี้คือเรายังได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเทคนิคนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของไอเดียมากกว่า ยิ่งเฉพาะไอเดียที่จับต้องได้ยากเท่าไหร่ ยิ่งอธิบายเป็นภาพยากเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้ เพื่อนๆอาจต้องนึกภาพถึงบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องแทนครับ
สามเทคนิคง่ายๆนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไป เพราะฉะนั้นคราวหน้าพอมีไอเดียแว๊บขึ้นมาในหัว อย่าลืมลองใช้กันดู ตามแต่ถนัดนะครับ : )
นอกจากสามวิธีนี้แล้ว เพื่อนๆมีวิธีไหนใช้เก็บหลอดไฟอีกบ้างครับ ? ลองมาแชร์กันดูนะครับ โลกเราจะได้มีไอเดียเจ๋งๆมากขึ้น
สุดท้ายนี้ ถ้าเกิดลืมไอเดียไปจริงๆ ก็ไม่ต้องเสียดายไปครับ เพื่อนๆที่ผมถามส่วนใหญ่ ต่างบอกว่า เจ้าไอเดียที่เราลืมไป ถ้ามันดีจริงเดี๋ยวมันก็วนกลับมาเองครับ (สาธุ)
อ่าน/ฟังเพิ่ม:
นอกจากลืมไอเดียแล้ว เรายังลืมได้อีกหลายอย่าง ลืมว่าเปิดตู้เย็นทำไม ลืมว่าเมื่อกี้เพื่อนพูดอะไร ถ้าสนใจเข้าไปดูลิ้งค์ TEDTalk ของคุณ Peter Doolittle นี้ต่อได้ครับ http://goo.gl/UxzyBb (มี Subtitle ด้วย) วีดีโอนี้เป็นหนึ่งใจ 5 TEDTalk สำหรับการพัฒนาตัวเองที่ผมนำมาแชร์บนบล็อก http://wp.me/p5wUp7-3e
Say it loud: I’m creating a distinctive memory: http://goo.gl/6DcH9l
The Best Memory Trick: http://goo.gl/peLI0i
ติดตามบล็อกผ่านเฟส: www.facebook.com/metaponBlog ขอบคุณครับ ^^
ปล. ไม่รู้จะแท็กห้องไหนเลยอ่ะ ผมขอเอาใส่ห้องที่ดูน่าจะมีประโยชน์สุดละกันนะคับ