จากชีวิตผู้ชายที่สุดจะธรรมดา.....ที่อยู่ๆความฝันละความรักก็มา

อ่านเพลินๆนะครับเผื่อว่างๆไม่มีไรทำ...บทความนี้ไม่มีสาระนะครับ
เขียนขึ้นมาเพราะอยากแชร์ “เรื่องราวในชีวิตที่ธรรมดาๆ” และ วันนึงก็มีความฝัน และ ความรัก สะงั้น!
ปล.ส่วนใหญ่เป็นความรักแหละ ><“

    คือ ก็เล่าเป็นเรื่องเป็นราวยาวๆเลยนะครับ ย้อนไปตั้งแต่ตอนเด็กๆเนี่ยผมก็เป็นคนคนนึงที่โตมาในบ้านที่มีฐานะปานกลางไม่ได้รวยมากและก็ไม่ได้จนมากครับ แต่เท่าที่ผมจำได้แน่ๆเนี่ยครับผมไม่ชอบเรียนหนังสือเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เด็กจนโตเลยครับ ยกเว้นตอนนี้นะ ฮ่าๆๆ ก็คือว่าจะมีความรู้สึกว่ามันน่าเบื่อไม่น่าสนใจเราไปเล่นกับเพื่อนๆสนุกกว่า ก็ตามวัยครับเด็กๆอะเนาะ ทีนี้พอมาถึงช่วงที่ผมจบประถมเนี่ยผมก็ไปสอบเข้ามัธยมต้นใช่มั้ยครับ อ่าห่ะ ซึ่งผมว่าหลายคนก็คงโดนเหมือนผมเนี่ยแหละครับ พ่อแม่ส่งเรียนพิเศษ แต่ด้วยความที่ทางบ้านก็แอบซีเรียสนิดหน่อยก็เลยให้อ่านหนังสือเข้าไปอีก จากปกติไม่เตรียมตัวเลยนะครับ แต่ผมก็ไม่อ่านหรอกครับ เล่นแต่เกมจำได้ว่า ยุคนั้นผมติดเกมที่ชื่อว่า PANGYA มากครับ เป็นเกม Online เกมแรกของผมด้วยแล้วมันก็เล่นฟรี ในยุคนั้นก็ถ้าไม่เล่น Ragnarok ก็ต้อง RAN online แหละครับ แล้วทีนี้พอถึงเวลาประกาศผลสอบออกมาจริงๆก็อย่างว่าแหละครับเล่นแต่เกมมันจะเอาอะไรไปสอบ ความรู้มันก็ไม่มีประดับหัวเลย ผลออกมาปั๊ป ไม่ติดแน่นอนครับ และ แน่นอนกว่านั้นโดนด่าชัว เป็นอย่างที่คิดเลยครับขึ้นรถปั๊ปด่าแหลกครับ กลับมาบ้านร้องไห้หนักเลย ไม่ใช่เพราะรู้สึกเสียดายที่สอบไม่ได้นะครับ โดนด่าเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆ (เหมือนจะไม่รู้สึกเลย)

แล้วพอได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนมัธยมเอกชนที่นึง ซึ่งก่อนวันเปิดเทอมก็จะมีเข้าค่ายครับ ผมก็ไปเข้าค่ายตามปกติมีเพื่อนอยู่สองสามคน ไม่ค่อยกล้าทักใครเท่าไหร่ครับเพราะหลายคนก็จบประถมจากโรงเรียนนี้แล้วก็ต่อมัธยมเลยทำให้อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ผมก็เลยกล้าเข้าไปคุยกับคนที่นั่งเดี่ยวๆเหมือนผมนี่แหละครับ พอจบค่ายปุ๊ปเปิดเทอมวันแรกต้องหยุดเรียน หนึ่งอาทิตย์ เพราะเป็นโรคอีสุกอีใส ครับ หายดีแล้วก็ไปเรียนตามปกติตอนไปเรียนเนี่ยไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ครับ แต่พอเข้าไปในห้องเรียนเท่านั้นแหละครับ รู้สึกไม่อยากเรียนเลยครับ คือผมไม่รู้จักใครเลย เพื่อนที่รู้จักอยู่คนละห้องแล้วแถมมาเรียนด้วยรถโรงเรียนนะครับ แต่กลับมาสายตลอดเพราะรถโรงเรียนช้า แล้วก็ผมไม่ได้เลือกที่นั่งอยู่แล้วครับ ไม่มาเรียนตั้ง หนึ่งอาทิตย์ ผมก็ได้นั่งหลังห้อง ด้วยความที่เล่นเกมมากจนไม่รู้ตัวว่า สายตาสั้น เพราะตอนนั้นยังสั้นไม่มากครับ แต่พอนั่งหลังห้องแล้วมองไม่เห็นเลยสงสัย ว่า เอะ! ทำไมเรามองไม่ชัดวะ หันไปถามคนข้างๆ เค้าบอกว่า มองเห็นปกติ ผมก็อะไม่ได้สนใจอะไร (ค่อยข้างชิลครับตอนนั้น) แล้วก็เรียนไม่รู้เรื่องเลยครับ เค้าให้จดก็จด สอบก็ไม่อ่านหนังสือเหมือนเดิมครับ งานก็ไม่ค่อยจะทำส่ง สุดท้ายครับ ติด “ร” บานเลย จำไม่ได้ว่ากี่ตัวแต่เกิน 4 แน่นอนหลังจากนั้น ม.2 ม.3 ก็ไม่มีแล้วครับ “ร”

พอขึ้น ม.4 อะไรๆก็เปลี่ยนไปครับ ชีวิตเราโตขึ้น เราคิดแค่ว่าจะตั้งใจเรียนสุดท้ายก็ความคิดนี้พังลงเมื่อเจอเกมน่าเล่นครับ ฮ่าๆๆ ผมว่าเป็นกันเยอะนะ ที่ว่า เดี๋ยวจะตั้งใจเรียน แล้วก็ไม่ทำ แต่คำๆนี้ก็บอกแล้วนิครับว่า “เดี๋ยว” (คิดงี้แหละถึงโง่เลยกู ฮ่าๆ)  และ ตอนจะขึ้น ม.4 เนี่ยก็จะมีเรียน Summer ผมก็ลงเรียนตามปกติแล้วด้วยความที่ ความมุ่งมั่นมันยังแรงกล้าอยู่ เลยทำให้ผมยังพอตั้งใจเรียนบ้าง แล้วก็รู้สึกว่า “เหย! มันไม่ยากนี่หว่า ทำไมก่อนหน้านี้เราไม่ทำวะ” แล้วก็อย่างที่บอกครับ ว่ามันจะจบลงเมื่อเวลาผ่านไป ฮ่าๆๆ ก็เหลวเหมือนเดิมครับไม่ค่อยอยากเรียนแต่ตอนนั้นเรียน แอบชอบผู้หญิงคนนึงที่มาเข้ามัธยมปลายที่นี้ครับ (อ่อผมลืมบอกไปผมต่อ มัธยมปลายที่เดิม..สอบไม่ติดอีกแล้ว) ชอบมากครับ มองตลอด คอยสังเกตุตลอด แต่ก็เป็นคนขึ้อายครับไม่กล้าเข้าไปคุยผมเนี่ยได้แต่มองจริงๆ พอเปิดเทอมปุ๊ป   โครตดีใจ!! อยู่ห้องเดียวกับเธอครับ แล้วนั่งหลังผมด้วยตอนนั้นจำได้ คิดในใจแบบ “เข้โครตมีบุญ พรมลิขิต ชัดๆ” แล้วก็ได้ทักได้คุยกันเพราะห้องเรียนคนน้อยครับ โรงเรียนเอกชนที่ผมเรียนอยู่นี้ ห้องนึง ไม่เกิน 35 คน แล้วห้องผมมี 28 คนเองครับ ห้องค่อนข้างเล็กครับ แต่ผมจำไม่ได้ว่าขอเบอร์เพราะเหตุผลอะไรสักอย่างนี้แหละ แต่เค้าส่งข้อความาหาผมครับ ผมนี่ตอบอย่างไวเลยทีเดียว เราก็คุยกันครับผ่าน SMS เพราะตอนนั้นนอกจาก MSN ก็ไม่มีอะไรเล่นเลยครับ(แถมต้องเล่นกับคอมด้วย) ยุค Hi5 เลยทีเดียวเชียวแหละ ฮ่าๆๆ แล้วก็สนิทกันสักพักนึง ทีนี้เวลาผ่านไปประมาณ 1ปี ครับโหโครตเด็ดก้าวข้ามจากเพื่อนสนิทที่คอยเป็นทุกที่ปรึกษาเรียกได้ว่า รับปรึกษา ปัญหารอบโลกเลยทีเดียว ลองขอคบดูครับ และแล้วก็...เหย! ได้คบเว้ย ดีใจบ้านแทบแตก ตอนนั้นขอคบใน MSN ด้วยนะ (โครตไม่แมน) ถ้าย้อนไปได้จริงๆอยากขอคบแบบ ตัวต่อตัว ก่อนหน้านั้นเนี่ยขอเล่าย้อนไปนิดนึงครับผมคิดวิธีจะบอกชอบมานานแล้วครับ ไม่รู้จะทำยังไง เลยนึกขึ้นมาได้ ด้วยความที่สนิทกันมากเนี่ยและคุยกันทุกเรื่อง ผมบอกเค้าว่า “ผมชอบคนในห้องคนนึง” และแล้ว ตามแผนสะงั้นเค้าอยากรู้ครับ อยากรู้มากกก ถามอยู่นั้นแหละ ผมนี่ก็รอครับ (ไม่รู้รออะไรตอนนั้น) สุดท้ายก็เลยบอกว่า คนที่ผมชอบในห้องเนี่ย เป็นเธอนะ โอ้โหเป็นไง (ถ้าแป๊กนี้หมาเลยครับ) จีบหญิงไม่เป็น ไม่ต้องบอกว่าผมไม่มี คารม หรือ ความเซียน จีบเนี่ยคนแรกเลย แล้วหลังจากนั้นเราก็คบกันครับ พร้อมปัญหาล้านแปด ค่อนข้างทำตัวไม่ถูกบ้าง ดูแลไม่เป็นบ้าง เดือนเดียวเท่านั้นแหละ เสียเค้าไปเลยครับ ไม่ได้เสียแค่แฟนนะ เสียเพื่อนด้วย

บอกตรงๆเสียใจครับ เสียใจจริงๆ แต่ตอนนี้โอเคแล้วนะ หลังจากนั้นผมก็ไม่เจอสาวคนนึงใน Facebook ครับตอนนั้นก็เรียกว่าจีบผ่าน    แชทเฟสเลย เค้าอกหักพอดีผมมาปั๊ป เป๊ะเลย ก็คุยกันเป็นช่วงน้ำท่วมครับจำได้สินะ ก็อยู่แต่บ้านเฝ้าแต่เรือนไม่มีไรทำนอกจากเล่นเน็ตไปวันๆกับเล่นเกมเหมือนเดิม แต่พอมีคนคุยด้วยก็คุยกันยาวเลยครับ ผมกับผู้หญิงคนนี้เนี่ย เจออะไรที่เหมือนกันมากและก็มีบางอย่างที่ถ้าไม่เหมือน มันคือความต่างอย่างชัดเจน ดั่งเช่น ขาวกับดำ เลยครับ กับผู้หญิงคนนี้ไม่มีเบอร์นะครับคุยกันมาเนี่ยเป็นเดือน พอหมดช่วงน้ำท่วมผมก็ไปเรียนกันตามปกติ เราก็คุยกันมาตลอด พอจนถึงวันนึงเค้าบอกจะไปเดอะมอล์บางกะปิ ผมนี่ยืนขึ้นเลย คือผมเรียน รด. วันนั้นพอดี แล้วจะกลับจาก รด.เนี่ย ก็มากลับมากับเพื่อนสนิทคนนึงแล้วหารค่ารถกันที่เดอะมอล์แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แล้ววันนั้นผมเรียนจบ รด.พอดีเลย ก็รีบมาครับ ก่อนหน้านั้นคุยกับเธอคนนั้นใน MSN แค่ว่าใส่เสือสีอะไร กางเกง รองเท้า แน่นอนยุคนั้น BB แล้วจ้า แต่เธอไม่มีมือถือเหมือนจะพัง ผมก็อะๆ ถ้าดวงมันจะได้เจอก็เจอเองแหละ (แต่ยากอยู่นะ) เพราะเราไม่ได้นัดเจอกันเป็นการส่วนตัว เค้ามาดูหนังกับเพื่อนๆ ส่วนผมจะกลับบ้าน ผมก็เดินมาเรื่อยๆแหละครับดันเจอผู้หญิงใส่เสื้อเหลืองมากกว่า 20 คนโอ้พระสงฆ์ นัดกันมาเรอะ ก็ถอดใจแล้วครับไปนั่งกินข้าวคนเดียวแล้วตั้ง สเตตัส บีบี ว่า “คงเป็นไปไม่ได้” ว่าไปนั้น สุดท้ายถอดใจแล้วเดินออกทางประตูหน้าเลยครับ ผมก้าวออกไปปั๊ป เอ๊ะ! หันมาใครวะเสือเหลือง ใส่ขาสั้น หน้าตางี้ เธอรึป่าวเดินกลับอย่างเร็วแล้วถามเค้าว่า “...ใช่มั้ย” เค้าก็งงๆ แล้วบอกว่า “ใช่” โหแบบอย่างกะหนังอะจริงๆ คือเดินตามหาทั้งห้างไม่เจอ จะกลับดันเจอ แล้วแบบว่าก็งงใช่มั้ยทำไมเค้าถึงมาอยู่ตรงนั้น คือ เพื่อนเค้านึกว่า เธอเบี้ยวครับ เธอเลยนั่งรอเพื่อน สองชม. เธอกะว่า 10นาที กลับละแต่เจอผมพอดี ก็เป็นครั้งแรกที่เจอกันแล้ว เรื่องราวของเราก็เริ่มขึ้นอย่างมีความสุขเป็นระยะเวลา 3ปี2เดือน ครับ

ตัดเรื่องความรักไป ผมขอพูดถึงเรื่อง มหาลัยหน่อยแล้วกันครับ คือผมเรียน มหาลัยมาเนี่ยยอมรับอย่างนึงว่า สอบติดแบบฟลุกๆ แล้วก็เลือกคณะที่ตัวเองไม่ได้ชอบจริงจัง (ตามเพื่อน) ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลายคนต้องซิ่ว หลายคนต้องเรียนนาน แต่สำหรับผมไม่ใช่ครับ ผมอาจะเป็นคนที่โชคดีมาตลอดกับเรื่องพวกนี้ก็ได้นะ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เสมอไป คือ ไม่ว่าผมจะเรียนอะไรหรือโง่ยังไงเนี่ยจะมีคนช่วยตลอด ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆก็ช่วยผมนะ คือผมไปขอความช่วยเหลือแล้วได้กลับมา อาจจะพูดไม่เคลีย ขอยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ  “เวลาจะไปขอให้พวกเกรดเฉลี่ย 3.8 3.9 ติวให้ เนี่ยสามารถทำได้” อะไรประมาณนั้น ผมได้อยู่กลุ่มที่ เรียนเก่งยกกลุ่ม มันจึงทำให้ผมเนี่ยต้องตั้งใจเรียนแบบไม่รู้ตัวเลย แล้วสิ่งที่ผมเรียนเนี่ยตอนแรกเจอเลยครับ วิชาไม่ชอบทั้งนั้น เกรดอะเหรอ เหอะๆๆ ได้ D มา 5ตัวครับจากการเรียนตามเพื่อน เกือบเอาตัวไม่รอด แล้วมันก็ฟลุกมากครับ มันมีวิชานึง ที่ผมรู้สึกว่าถ้าผมตั้งใจเรียนเนี่ยเข้าใจและทำได้แน่นอน ผมก็เลยอะ ตั้งใจเรียนละ (รอบนี้ไม่มีคำว่าเดี๋ยวเพราะกลัวโดนไล่ออก) ก็จัดไปครับจากเด็กเรียนห่วย เก็บ B,B+,C มาได้แบบภูมิใจเลยครับ แต่ก่อนเนี่ยออกจากห้องสอบพูดได้เลยว่า ทำได้...ได้เพียงผ่านหูผ่านตาจริงๆ 555 โครตงง ช่วงหลังเริ่มสนุกกับการเรียน แล้วก็ค้นพบว่าสิ่งที่ชอบคืออะไร ทำไมคนเราถึงต้องเรียน เรียนยังไงให้มีความสุข

เอาเป็นข้อๆไปนะครับ “คนเราจะพูดว่าไม่ชอบ เพราะว่า ทำไม่ได้ รึเปล่า?” เช่น เลข หรือ ภาษาอังกฤษ
ใช่ครับสำหรับผมมันเป็นแบบนั้นแหละครับคนอื่นผมไม่ทราบนะ แต่ตัวผมมันเป็นเช่นนั้นแหละครับ ไม่ชอบเพราะว่าทำไม่ได้ แล้วเราก็ไม่เปิดใจที่จะเรียนรู้มัน พอลองตั้งใจจริงๆมันทำได้นะครับ ทำได้ดีด้วย

เรียนยังไงให้มีความสุข “เรียนเพราะอยากเรียนรู้ครับ ถ้าเรียนเพราะว่ามันเป็นหน้าที่ ที่เราต้องทำมันจะไม่มีความสุขมากๆเลยครับ” อย่างผมเนี่ยพูดตรงๆ ไม่เคยเลยนะชอบเรียน ช่วงหลังผมได้เลือกวิชาที่ลงเพียงเพราะ”คุณจะเรียนไปเพื่อ ประกอบอาชีพของคุณ” มันทำให้ผมตั้งใจเรียน สนใจ ศึกษา และไม่เคยเบื่อเลยครับ


สิ่งที่ผมชอบมันคือ คอมพิวเตอร์ครับ ผมก็เลยเรียนเกี่ยวกับคอมตั้งแต่แรกเนี่ยแหละ แต่ก็อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า ไม่ได้ชอบจริงจัง ก็อยู่กับมันได้นะ ชอบเล่น แต่ไม่ได้แบบโหบ้าคลั่งความเป็นเทคโนโลที่สุดยอดของมันอะไรขนาดนั้น สุดท้ายเนี่ย ผมก็หลงรักมันจริงๆเนี่ยแหละครับ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบโครงข่าย Network แทน หลายคนก็อาจสงสัย อ่านไปอ่านมา ชอบไรมั้งวะ อ่อ! ผมชอบเล่นดนตรีครับ แต่มีบ้านไม่สนับสนุนเท่าไหร่ ก็ข้ามๆมันไปเนาะ

แล้วปัจจุบันผมมีความฝันอะไรกันแน่ อ่านกันมาตั้งนานยังไม่เจอเลย ใช่ครับ พอคนเราโตขึ้นมันต้องมีความฝันในแบบของตัวเอง ผมค้นหาตัวเองมาเป็นเวลานาน จนมันได้รวบรวมเอาไว้เป็นคำตอบในตอนที่ผมพร้อมจะก้าวเดินไปตามความฝันครับ “ผมอยากทำงานเกี่ยวกับธุระกิจเรื่องของการให้บริการทางด้าน Internet ครับ และก็ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง จะสร้างในแบบที่ตัวเองพอใจ ออกแบบห้องเองอะไรเองหมดเลย แล้วก็รถสักสองคันครับ” แฮะๆ คนธรรมดาความฝันก็อาจจะดูธรรมดา ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก แต่สำหรับคนต้นทุนไม่สูงอย่างผม มันถือว่า ไกลมากครับ ฝันนี้มาได้ยังไง ประสบการณ์ และ เรื่องราวในชีวิตที่ผ่านทั้ง เรื่องดี และ ร้าย ไม่ว่าจะความรักที่มีต่อแฟน ต่อเพื่อน ต่อพ่อแม่พี่น้อง หรือ ต่อตัวเอง ทำให้ผมอยากมีฝันนี้ขึ้นมา และ อยากทำตามฝันให้ได้สักครึ่งนึงของความเป็นจริง ค่อยๆไล่ตามไปทีละนิดทีละน้อย แล้วก็ อย่าหยุด อย่าท้อ อย่าถ้อย


มีความสุขกับการใช้ชีวิตนะครับ

            

            ขอบคุณทีเสียเวลามาอ่านนะครับ อ่านเพลินๆ ไม่เครียดนะครับ ^^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่