รบกวนอีกทีครับเกี่ยวกับดวงจันทร์ สงสัยจากการตอบของท่าน 1718198 เราไม่เคยเหยียบดวงจันทร์จริงหรือ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
รัฐบาลในเงามืดของสหรัฐ คือ กลุ่มอลูมิเนติ ที่ทำงานกับสำนักงานข่าวกรองกลาง ที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ในการควบคุมการเป็นไปของโลก และรวมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยนโยบายโปลิสสเตท คาดว่ามีประมาณ 50,000 คน แต่ก็มีสมดุลย์อยู่ตรงที่ มีฟรีเมสันต์คอยถ่วงดุลย์อยู่อีก หลายแสนคน แต่ ฟรีเมสันระดับลับอย่างเช่น องค์กรอลูมิเนติ มีจำนวนน้อยกว่ามาก
ส่วนเรื่องมนุษย์ต่างดาว หรือเรื่องการลงไปเหยียบดวงจันทร์นั้น เป็นเรื่อง หลอกเด็กให้มีจินตนาการด้านอวกาศ แล้วก็ใช้จิตวิทยาศัตรูร่วมคุกคามจากนอกโลกเพื่อสร้างแนวร่วมหาเงินเข้าโครงการอวกาศ แล้วผันไปทำเรื่องลับๆ ในโครงการวิจัยกลาโหม เช่น ผสมยีนส์ปลาหมึก หรือ แมงกะพรุน เข้ากับมนุษย์ ทำให้มนุษย์ทดลองมีหัวโตตาโตอย่าที่เห็นในหนัง และมีการแบ่งปันข้อมูลเรื่องนี้ในกลุ่มอลูมิเนติ ประเทศนาโต้ เงินจากนาซ่าในโครงการดวงจันทร์ส่วนใหญ่ถูกผันไปใช้ซื้ออาวุธเลียนแบบโซเวียดจากอิสราเอลไปขายให้ โฮจิมินทร์ในเวียดนาม บินลาเดนในอัฟกานิสถาน และกลุ่มประเทศยากจนในแอฟริกา เพื่อแบ่งแยกให้โซเวียดแตกกันในเรื่องผลประโยชน์การค้าอาวุธ รวมทั้งพื้นที่ ทิศทาง ทางการขนส่งของเวียดนาม ทำให้ จีนและโซเวียต แตกความสามัคคีกัน เพราะเส้นทางดังกล่าว ทำให้การขนอาวุธจากโซเวียตกระทบดุลย์อำนาจจีน ซึ่งทำให้เวียดนามเหนือ ต้องมาทำการซื้ออาวุธส่วนใหญ่ผ่านทางไทย
ดวงจันทร์มีแรงดึงดูด หรือมีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก 6 เท่า คนที่มีความรู้เรื่องฟิสิกส์จะดูออกทุกคนครับ ว่า การเดินก้าวเท้าแต่ละก้าว จะต้องตัวลอย 2-3 เมตรขึ้นไป ซึ่งต่อให้ใช้สลิงก็จะดูออกได้ง่ายอยู่ดีเพราะจะไม่เป็นธรรมชาติ แล้วก็แสงสว่างระดับในวีดีโอที่ถ่ายทำมา อุณหภูมิ จะสูงกว่า 50-80 องศาเซลเซียส คือ คนที่ลงไปเดินขณะที่มีแสงสว่าง จะต้องเปื่อยเหมือนคนดูแน่นอนครับ
การลงไปเหยียบดวงจันทร์เป็นปฏิบัติการจิตวิทยาเหยียบโลก ที่ส่งผลให้หลายประเทศหยุดการฝักใฝ่และการติดต่อกับประเทศคอมมูนิสต์ ทำให้ชาวอเมริกันยอมให้มีการใช้ภาษีในโครงการอวกาศ แต่จริงๆแล้วกลายเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทที่มีสัญญากับกลาโหมสหรัฐ ทั้งบริษัทที่ผลิต บริษัทวิจัย กลุ่มบริษัทเคมี เคมียา ชีวภาพ อาวุธ การบิน บริษัทที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์การทหาร รวมทั้งทำให้เกิดการยินยอมให้เกิดการวิจัยการทดลองที่ละเมิดกฎหมายและเกิดการซุกซ่อนวิศวกรรมเคมี ในยา โดยไม่แสดงตัวยาที่แท้จริงในการรักษาในสิทธิบัตร เพื่อป้องกันการซีแอล ส่งผลให้ยาที่ทำเลียนแบบไม่สามารถรักษาคนให้หายจากโรคได้ ยาของบริษัทที่ผลิตเลียนแบบโดยไม่มีความรู้เรื่อง การซุกซ่อนความลับทางการค้าของวิศวกรรมยานี้อันตรายต่อผู้ป่วยมาก การวิจัยลับที่มีสัญญาลับกลาโหมด้วยการผันจากงบประมาณมหาศาลด้านอวกาศนี้ ทำให้ประเทศสหรัฐกลายเป็นประเทศที่น่ากลัวที่สุดในโลก ของบรรดาประเทศมหาอำนาจ ซึ่งประเทศอื่นก็ทำคล้ายๆกัน แต่งบประมาณแตกต่างกันลิบลับมาก ส่งผลให้อเมริกากลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกที่ทิ้งห่างประเทศอื่นๆมากๆทางเทคโนโลยีลับ ที่ยังไม่เปิดเผยอีกมาก แต่ ผลจากการ ทำสัญญาลับกลาโหม ก็ทำให้หลายบริษัทเกิดปัญหาในการเปิดเผยการพัฒนาเทคโนโลยี และมีหลายบริษัทพยายามย้ายฐานออกจากสหรัฐ เพื่อกระจายความเสี่ยงฐานะของบริษัท และระบบการเงิน ที่ภาครัฐประเทศสหรัฐอเมริกามีหนี้สูงอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบัน บรรดาเศรษฐีสหรัฐเกือบทุกคน ถือครองทองคำ ประมาณ 1ใน2ส่วนของมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ ทั้งๆที่ผลตอบแทนจากตลาดเงินและตลาดทุนในอเมริกาสูงมาก แล้วก็มีจำนวนมาก
ที่กำลังย้ายเงินไปเก็บไว้ในยุโรป แต่ก็ยังมีแมงเม่าจำนวนมากที่เข้าสู่ตลาดทุนอเมริกาเพราะผลตอบแทนสูงกว่าประเทศอื่น รวมทั้ง กบข. ของประเทศไทย ซึงเคยขาดทุนหลายหมื่นล้าน และ บรรดาข้าราชการที่เกษียณแล้วเกือบทั้งหมดต้องการขอออกจากการเป็นสมาชิก ไปรับระบบบำนาญแบบเดิม เพราะระบบบริหารของ กบข ซึ่งมีสินทรัพย์ประมาณ 7แสนล้าน การที่มีผู้ที่เกษียณในแต่ละปี ประมาณ 10% ของข้าราชการประมาณ 2ล้านคน นั้นหมายถึงว่า กบข.ต้องหมุน สินทรัพย์กว่าครึ่ง คือประมาณ 3แสนหกหมื่นล้าน มาจ่าย ซึ่งหมายถึง การเก็บเงินจากข้าราชการที่ยังไม่เกษียณทั้งหมดมาจ่าย เป็นงูกินหาง หรือลักษณะ แชร์ลูกโซ่ ซึ่งถ้าหากปีใหน กบข ขากทุนถึงแสนล้านจะทำให้ไม่มีเงินจ่ายข้าราชการที่เกษียณแล้วทันที และรัฐบาลในช่วงนี้ที่งบประมาณ พอดี หรือขาดดุลเล็กน้อย จะไม่มีทางหาเงินมาจ่ายข้าราชการที่เกษียณแล้วอย่างเด็ดขาด มีทางเดียวคือ คนที่มีสิทธิ์ พากันอันดูหมด เท่านั้น รัฐบาล
จึงจะตั้งงบประมาณกันเงินกันสำรองจ่าย ปีละประมาณ 3แสนหกหมื่นล้านให้ สินทรัพย์ประมาณ 7แสนล้านของ กบข เฉลี่ยกับ ข้าราชการ 2ล้านคน จะเท่ากับ คนละ 3แสนห้าหมื่นบาท การที่ กบข จ่าย โปะให้ ตอนเกษียณ 1.6 ล้านต่อคน ข้าราชการ อาจรู้สึกว่าได้กำไรเฉพาะตอนเกษียณ แต่ หลังจากนั้น
ชีวิตจะไม่มั่นคงมากๆ จึงเกิดการประท้วงเรียกร้องขึ้นทั่วประเทศ อีกสองถึง สี่ปี จะมีปริมาณผู้เกษียณอายุสูงเป็นประวัติการณ์ ถ้าปีนั้นขาดทุนถึงหกหมื่นล้านเพราะฟองสบู่สหรัฐแตกอีก หมายถึง กบข จะไม่มีเงินจ่าย แน่นอน
ผู้บริหาร กบข ควร หาวิธีการบริหารเงินแบบอื่นที่มั่นคงและปลอดภัยกว่านี้กว่านี้มาดำเนินการ นั่นคือ พันธบัตร รัฐบาลไทย และควรปิดความเสี่ยงจากตลาดทุนในอเมริกา ยุโรป รวมทั้ง การปรับพอร์ทการลงทุนในหุ้น ซึ่งควรลงทุนเฉพาะในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง ห้าสิบอันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย ที่ปันผลสูงสุดต่อเนื่องเกิน7-10ปีเท่านั้น
ข้อมูลพวกนี้ เกิดจากการอนุมาณ ด้วยหลักการ บรรญัติไตรยางค์ และการวิเคราะห์นะครับ ถ้าต้องการที่มา ต้องขอรบกวนนักฟิสิกส์ช่วยมาคำนวน แรงดึงดูดที่กระทำต่อน้ำหนักตัวมนุษย์ที่ประมาณ 80 กิโลกรัม ให้ว่าจริงหรือไม่ ที่การกระโดดหนึ่งครั้ง บนดวงจันทร์ ซึ่งเล็กกว่าโลกมาก จะสูง 4-6 เมตร ซึ่งต่อให้นาซ่าอ้างว่า รองเท้ามีการถ่วงตะกั่วไว้ นั้น ยิ่งจะทำให้ โมเมนตัมในการเกิดแรงเหวี่ยงสูงขึ้น ซึ่งหมายถึง กระโดดแล้ว ตอนขาลงต้องถลาและล้มกลิ้งเพราะไม่ชินกับแรงดึงดูดที่อ่อนมาก ต่อให้เคยฝึกในสภาพไร้น้ำหนักมาก็ตาม เพราะจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเดินบนผิวดวงจันทร์นี้ รองเท้าต้องมีเข็มที่พื้นรองเท้า แต่เวลากระแทกส้นเท้าลงพื้นแต่ละครั้ง ตัวต้องลอยตัวขึ้น เนื่องจากผลของแรงดึงดูดที่อ่อนกว่าโลกมาก แต่ทั้งนี้การที่มีการปล่อยข่าวว่าจะเก็บหินจากดวงจันทร์มาด้วย ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องเงียบ เพราะหมายถึงมีการใช้นิวเคลียร์ในโครงการอวกาศดวงจันทร์ ยานขนาดนั้นจึงจะออกจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ ที่ไม่มีอากาศ ชั้นบรรยากาศ เป็นแรงต้านและแรงส่ง ไอพ่น ที่มีไฮโดรเจน และออกซิเจนได้ เพราะการจะออกจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ต้องใช้ปริมาณก๊าซมหาศาลและยานส่งกำลังในสูญญากาศต้องมีขนาดพอๆกับยาน อพอลโล่11 ในสภาวะสูญญากาศนี้ ใช้ไอพ่นจะเกิดแค่แรงเฉื่อยและสิ้นเปลืองก๊าซมาก ต้องใช้วิธีพ่นเป็นคาบเวลา ดังนั้นถ้ายานขนาดลูน่าร์โมดูลจะออกจากแรงดึงดูดดวงจันทร์ ต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์ฝังลงพื้นดวงจันทร์ลึกอย่างน้อย 400-600 เมตร ซึ่งต้องใช้แท่นเจาะน้ำมันขนาดใหญ่อีกหนึ่งแท่น ถ้าใช้หุ่นยนตรเวิร์มปัญญาประดิษฐ์พลังงานนิวเคลียร์หัวเจาะไททาเนี่ยม ก็ต้องใช้เวลามากกว่า 48 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึง ก๊าซออกซิเจนในยานลูนาร์โมดูลจะไม่พอ สำหรับ คน 3-4 คน และการค้างบนดวงจันทร์ที่มีอุณหภูมิ กลางวัน 116 องศา และกลางคืน -203 องศา ของยานขนาดเล็กเท่านั้นก็แสดงว่า ระบบปรับอากาศในยานต้องใช้พลังงานมากระดับเตาปฏิกรณ์ปรมาณูขนาดเล็ก เพราะถ้าเป็นแบตเตอรี่ ต้องใหญ่กว่าตัวยาน หรือถ้าใช้น้ำมัน กับถังออกซิเจน เมื่อรวมกับถังออกซิเจนสำหรับคน 3-4 คนหายใจ ก็ต้องใหญ่กว่าตัวยานเช่นกัน และโกดักซึ่งมีสัญญากับ นาซ่า และกลาโหมสหรัฐ ล้มละลายโดยที่มีวัตถุดิบนิวเคลียร์ในบัญชีนั้น หมายถึงว่าเป็นการซื้อมาอย่างถูกต้องและเป็นความลับมานาน แต่ปัญหาเรื่องสัญญาลับกลาโหม ทำให้ สิทธิบัตร กล้องดิจิตอลของโกดักไม่ได้มีการผลิตออกมาจำหน่าย และเป็นเหตุให้กิจการประสบกับปัญหาต้องล้มละลาย และยังอาจจะหมายถึงว่า โกดักมีสัญญาลับด้านจารกรรมข้อมูลรูปถ่ายด้วย ตัวอย่างเช่นเทคโนโลยี ไวร์เลส หรือไมโครเอสดีการ์ดนี่ก็เคยเป็นเทคโนโลยีจารกรรมมานานนับสิบปีก่อนที่จะมีการเปิดเผย หรือจดสิทธิบัตร และทำให้บางประเทศต้องทำเทคโนโลยีถ่ายภาพที่มีบางส่วนใช้กันไม่ได้กับของโกดักออกมา ป้องกันการโจรกรรม
โครงการดวงจันทร์นั้น สิ่งที่ฮามาก และตลกที่สุดคือ การที่ยานลงในแนวตั้งได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีแต่ในโลกของหนังการ์ตูนหลอกเด็ก เพราะดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ การใช้ไอพ่นจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆในการลงจอด มีแต่ถูกแรงดึงดูดลงพื้น โครม..พังยับ เหมือนดาวตก การที่ยานลงไปโดยไม่บุบสลาย และคนในยานไม่เละ เป็นเรื่องที่ตลกร้ายมาก มีดาวตกเป็นหลุมอุกาบาศเพราะแรงดึงดูดจำนวนมากบนดวงจันทร์ ดังนั้นยานที่จะลงบนดาวที่ไม่มีบรรยากาศ และมีแรงดึงดูดนั้นต้องออกแบบเป็นทรงกลมเท่านั้น ไอพ่นจึงทรงตัวตั้งได้ แต่จากวีดีโอซึ่งบ่งบอกว่าดวงจันทร์มีแรงดึงดูดใกล้เคียงโลกมากเพราะภาพถูกหน่วงเวลาเล็กน้อย นั้นต้องหมายความว่า ยานขนาด 12 ตันนี้ต้องทำให้เกิดหลุมอุกาบาศขนาดใหญ่ด้วย แต่จากขนาดยานลูนาร์โมดูลที่เล็กมากเนื่องจากคำนวนจากแรงโน้มถ่วงที่ต่างจากโลก 6 เท่า ถ้ายานยังมีเหลือก๊าซมาขับไอพ่น ก็จะแสดงว่า มนุษย์กระโดดบนดวงจันทร์แต่ละครั้งต้องสูงถึง 10 เมตร
และการที่ดวงจันทร์ โคจรรอบโลกใช้เวลาถึง 29 วัน นั้น แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองที่ใช้เวลา 29วันด้วยจะต่ำมาก อาจทำให้กฎทางฟิสิกส์ของโลกใช้บนดวงจันทร์ไม่ได้ แต่ไม่มีผลการตรวจวัดอัตราเร่งของแรงดึงดูดที่ยานดิ่งลงบนดวงจันทร์ด้วยแสงเลเซอร์ออกมาแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการ ออกไปตั้งกล้องที่นอกตัวยาน แล้วปรับแสง แล้วค่อยถ่ายทำก้าวแรกของมนุษยชาติ แสงระดับนั้น อุณหภูมิใกล้เคียงน้ำเดือดแล้ว
ปัญหากับ ดวงจันทร์
----------------------------------------------------------------------------------------------------
รัฐบาลในเงามืดของสหรัฐ คือ กลุ่มอลูมิเนติ ที่ทำงานกับสำนักงานข่าวกรองกลาง ที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ในการควบคุมการเป็นไปของโลก และรวมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยนโยบายโปลิสสเตท คาดว่ามีประมาณ 50,000 คน แต่ก็มีสมดุลย์อยู่ตรงที่ มีฟรีเมสันต์คอยถ่วงดุลย์อยู่อีก หลายแสนคน แต่ ฟรีเมสันระดับลับอย่างเช่น องค์กรอลูมิเนติ มีจำนวนน้อยกว่ามาก
ส่วนเรื่องมนุษย์ต่างดาว หรือเรื่องการลงไปเหยียบดวงจันทร์นั้น เป็นเรื่อง หลอกเด็กให้มีจินตนาการด้านอวกาศ แล้วก็ใช้จิตวิทยาศัตรูร่วมคุกคามจากนอกโลกเพื่อสร้างแนวร่วมหาเงินเข้าโครงการอวกาศ แล้วผันไปทำเรื่องลับๆ ในโครงการวิจัยกลาโหม เช่น ผสมยีนส์ปลาหมึก หรือ แมงกะพรุน เข้ากับมนุษย์ ทำให้มนุษย์ทดลองมีหัวโตตาโตอย่าที่เห็นในหนัง และมีการแบ่งปันข้อมูลเรื่องนี้ในกลุ่มอลูมิเนติ ประเทศนาโต้ เงินจากนาซ่าในโครงการดวงจันทร์ส่วนใหญ่ถูกผันไปใช้ซื้ออาวุธเลียนแบบโซเวียดจากอิสราเอลไปขายให้ โฮจิมินทร์ในเวียดนาม บินลาเดนในอัฟกานิสถาน และกลุ่มประเทศยากจนในแอฟริกา เพื่อแบ่งแยกให้โซเวียดแตกกันในเรื่องผลประโยชน์การค้าอาวุธ รวมทั้งพื้นที่ ทิศทาง ทางการขนส่งของเวียดนาม ทำให้ จีนและโซเวียต แตกความสามัคคีกัน เพราะเส้นทางดังกล่าว ทำให้การขนอาวุธจากโซเวียตกระทบดุลย์อำนาจจีน ซึ่งทำให้เวียดนามเหนือ ต้องมาทำการซื้ออาวุธส่วนใหญ่ผ่านทางไทย
ดวงจันทร์มีแรงดึงดูด หรือมีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก 6 เท่า คนที่มีความรู้เรื่องฟิสิกส์จะดูออกทุกคนครับ ว่า การเดินก้าวเท้าแต่ละก้าว จะต้องตัวลอย 2-3 เมตรขึ้นไป ซึ่งต่อให้ใช้สลิงก็จะดูออกได้ง่ายอยู่ดีเพราะจะไม่เป็นธรรมชาติ แล้วก็แสงสว่างระดับในวีดีโอที่ถ่ายทำมา อุณหภูมิ จะสูงกว่า 50-80 องศาเซลเซียส คือ คนที่ลงไปเดินขณะที่มีแสงสว่าง จะต้องเปื่อยเหมือนคนดูแน่นอนครับ
การลงไปเหยียบดวงจันทร์เป็นปฏิบัติการจิตวิทยาเหยียบโลก ที่ส่งผลให้หลายประเทศหยุดการฝักใฝ่และการติดต่อกับประเทศคอมมูนิสต์ ทำให้ชาวอเมริกันยอมให้มีการใช้ภาษีในโครงการอวกาศ แต่จริงๆแล้วกลายเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทที่มีสัญญากับกลาโหมสหรัฐ ทั้งบริษัทที่ผลิต บริษัทวิจัย กลุ่มบริษัทเคมี เคมียา ชีวภาพ อาวุธ การบิน บริษัทที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์การทหาร รวมทั้งทำให้เกิดการยินยอมให้เกิดการวิจัยการทดลองที่ละเมิดกฎหมายและเกิดการซุกซ่อนวิศวกรรมเคมี ในยา โดยไม่แสดงตัวยาที่แท้จริงในการรักษาในสิทธิบัตร เพื่อป้องกันการซีแอล ส่งผลให้ยาที่ทำเลียนแบบไม่สามารถรักษาคนให้หายจากโรคได้ ยาของบริษัทที่ผลิตเลียนแบบโดยไม่มีความรู้เรื่อง การซุกซ่อนความลับทางการค้าของวิศวกรรมยานี้อันตรายต่อผู้ป่วยมาก การวิจัยลับที่มีสัญญาลับกลาโหมด้วยการผันจากงบประมาณมหาศาลด้านอวกาศนี้ ทำให้ประเทศสหรัฐกลายเป็นประเทศที่น่ากลัวที่สุดในโลก ของบรรดาประเทศมหาอำนาจ ซึ่งประเทศอื่นก็ทำคล้ายๆกัน แต่งบประมาณแตกต่างกันลิบลับมาก ส่งผลให้อเมริกากลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกที่ทิ้งห่างประเทศอื่นๆมากๆทางเทคโนโลยีลับ ที่ยังไม่เปิดเผยอีกมาก แต่ ผลจากการ ทำสัญญาลับกลาโหม ก็ทำให้หลายบริษัทเกิดปัญหาในการเปิดเผยการพัฒนาเทคโนโลยี และมีหลายบริษัทพยายามย้ายฐานออกจากสหรัฐ เพื่อกระจายความเสี่ยงฐานะของบริษัท และระบบการเงิน ที่ภาครัฐประเทศสหรัฐอเมริกามีหนี้สูงอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบัน บรรดาเศรษฐีสหรัฐเกือบทุกคน ถือครองทองคำ ประมาณ 1ใน2ส่วนของมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ ทั้งๆที่ผลตอบแทนจากตลาดเงินและตลาดทุนในอเมริกาสูงมาก แล้วก็มีจำนวนมาก
ที่กำลังย้ายเงินไปเก็บไว้ในยุโรป แต่ก็ยังมีแมงเม่าจำนวนมากที่เข้าสู่ตลาดทุนอเมริกาเพราะผลตอบแทนสูงกว่าประเทศอื่น รวมทั้ง กบข. ของประเทศไทย ซึงเคยขาดทุนหลายหมื่นล้าน และ บรรดาข้าราชการที่เกษียณแล้วเกือบทั้งหมดต้องการขอออกจากการเป็นสมาชิก ไปรับระบบบำนาญแบบเดิม เพราะระบบบริหารของ กบข ซึ่งมีสินทรัพย์ประมาณ 7แสนล้าน การที่มีผู้ที่เกษียณในแต่ละปี ประมาณ 10% ของข้าราชการประมาณ 2ล้านคน นั้นหมายถึงว่า กบข.ต้องหมุน สินทรัพย์กว่าครึ่ง คือประมาณ 3แสนหกหมื่นล้าน มาจ่าย ซึ่งหมายถึง การเก็บเงินจากข้าราชการที่ยังไม่เกษียณทั้งหมดมาจ่าย เป็นงูกินหาง หรือลักษณะ แชร์ลูกโซ่ ซึ่งถ้าหากปีใหน กบข ขากทุนถึงแสนล้านจะทำให้ไม่มีเงินจ่ายข้าราชการที่เกษียณแล้วทันที และรัฐบาลในช่วงนี้ที่งบประมาณ พอดี หรือขาดดุลเล็กน้อย จะไม่มีทางหาเงินมาจ่ายข้าราชการที่เกษียณแล้วอย่างเด็ดขาด มีทางเดียวคือ คนที่มีสิทธิ์ พากันอันดูหมด เท่านั้น รัฐบาล
จึงจะตั้งงบประมาณกันเงินกันสำรองจ่าย ปีละประมาณ 3แสนหกหมื่นล้านให้ สินทรัพย์ประมาณ 7แสนล้านของ กบข เฉลี่ยกับ ข้าราชการ 2ล้านคน จะเท่ากับ คนละ 3แสนห้าหมื่นบาท การที่ กบข จ่าย โปะให้ ตอนเกษียณ 1.6 ล้านต่อคน ข้าราชการ อาจรู้สึกว่าได้กำไรเฉพาะตอนเกษียณ แต่ หลังจากนั้น
ชีวิตจะไม่มั่นคงมากๆ จึงเกิดการประท้วงเรียกร้องขึ้นทั่วประเทศ อีกสองถึง สี่ปี จะมีปริมาณผู้เกษียณอายุสูงเป็นประวัติการณ์ ถ้าปีนั้นขาดทุนถึงหกหมื่นล้านเพราะฟองสบู่สหรัฐแตกอีก หมายถึง กบข จะไม่มีเงินจ่าย แน่นอน
ผู้บริหาร กบข ควร หาวิธีการบริหารเงินแบบอื่นที่มั่นคงและปลอดภัยกว่านี้กว่านี้มาดำเนินการ นั่นคือ พันธบัตร รัฐบาลไทย และควรปิดความเสี่ยงจากตลาดทุนในอเมริกา ยุโรป รวมทั้ง การปรับพอร์ทการลงทุนในหุ้น ซึ่งควรลงทุนเฉพาะในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง ห้าสิบอันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย ที่ปันผลสูงสุดต่อเนื่องเกิน7-10ปีเท่านั้น
ข้อมูลพวกนี้ เกิดจากการอนุมาณ ด้วยหลักการ บรรญัติไตรยางค์ และการวิเคราะห์นะครับ ถ้าต้องการที่มา ต้องขอรบกวนนักฟิสิกส์ช่วยมาคำนวน แรงดึงดูดที่กระทำต่อน้ำหนักตัวมนุษย์ที่ประมาณ 80 กิโลกรัม ให้ว่าจริงหรือไม่ ที่การกระโดดหนึ่งครั้ง บนดวงจันทร์ ซึ่งเล็กกว่าโลกมาก จะสูง 4-6 เมตร ซึ่งต่อให้นาซ่าอ้างว่า รองเท้ามีการถ่วงตะกั่วไว้ นั้น ยิ่งจะทำให้ โมเมนตัมในการเกิดแรงเหวี่ยงสูงขึ้น ซึ่งหมายถึง กระโดดแล้ว ตอนขาลงต้องถลาและล้มกลิ้งเพราะไม่ชินกับแรงดึงดูดที่อ่อนมาก ต่อให้เคยฝึกในสภาพไร้น้ำหนักมาก็ตาม เพราะจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเดินบนผิวดวงจันทร์นี้ รองเท้าต้องมีเข็มที่พื้นรองเท้า แต่เวลากระแทกส้นเท้าลงพื้นแต่ละครั้ง ตัวต้องลอยตัวขึ้น เนื่องจากผลของแรงดึงดูดที่อ่อนกว่าโลกมาก แต่ทั้งนี้การที่มีการปล่อยข่าวว่าจะเก็บหินจากดวงจันทร์มาด้วย ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องเงียบ เพราะหมายถึงมีการใช้นิวเคลียร์ในโครงการอวกาศดวงจันทร์ ยานขนาดนั้นจึงจะออกจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ ที่ไม่มีอากาศ ชั้นบรรยากาศ เป็นแรงต้านและแรงส่ง ไอพ่น ที่มีไฮโดรเจน และออกซิเจนได้ เพราะการจะออกจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ต้องใช้ปริมาณก๊าซมหาศาลและยานส่งกำลังในสูญญากาศต้องมีขนาดพอๆกับยาน อพอลโล่11 ในสภาวะสูญญากาศนี้ ใช้ไอพ่นจะเกิดแค่แรงเฉื่อยและสิ้นเปลืองก๊าซมาก ต้องใช้วิธีพ่นเป็นคาบเวลา ดังนั้นถ้ายานขนาดลูน่าร์โมดูลจะออกจากแรงดึงดูดดวงจันทร์ ต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์ฝังลงพื้นดวงจันทร์ลึกอย่างน้อย 400-600 เมตร ซึ่งต้องใช้แท่นเจาะน้ำมันขนาดใหญ่อีกหนึ่งแท่น ถ้าใช้หุ่นยนตรเวิร์มปัญญาประดิษฐ์พลังงานนิวเคลียร์หัวเจาะไททาเนี่ยม ก็ต้องใช้เวลามากกว่า 48 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึง ก๊าซออกซิเจนในยานลูนาร์โมดูลจะไม่พอ สำหรับ คน 3-4 คน และการค้างบนดวงจันทร์ที่มีอุณหภูมิ กลางวัน 116 องศา และกลางคืน -203 องศา ของยานขนาดเล็กเท่านั้นก็แสดงว่า ระบบปรับอากาศในยานต้องใช้พลังงานมากระดับเตาปฏิกรณ์ปรมาณูขนาดเล็ก เพราะถ้าเป็นแบตเตอรี่ ต้องใหญ่กว่าตัวยาน หรือถ้าใช้น้ำมัน กับถังออกซิเจน เมื่อรวมกับถังออกซิเจนสำหรับคน 3-4 คนหายใจ ก็ต้องใหญ่กว่าตัวยานเช่นกัน และโกดักซึ่งมีสัญญากับ นาซ่า และกลาโหมสหรัฐ ล้มละลายโดยที่มีวัตถุดิบนิวเคลียร์ในบัญชีนั้น หมายถึงว่าเป็นการซื้อมาอย่างถูกต้องและเป็นความลับมานาน แต่ปัญหาเรื่องสัญญาลับกลาโหม ทำให้ สิทธิบัตร กล้องดิจิตอลของโกดักไม่ได้มีการผลิตออกมาจำหน่าย และเป็นเหตุให้กิจการประสบกับปัญหาต้องล้มละลาย และยังอาจจะหมายถึงว่า โกดักมีสัญญาลับด้านจารกรรมข้อมูลรูปถ่ายด้วย ตัวอย่างเช่นเทคโนโลยี ไวร์เลส หรือไมโครเอสดีการ์ดนี่ก็เคยเป็นเทคโนโลยีจารกรรมมานานนับสิบปีก่อนที่จะมีการเปิดเผย หรือจดสิทธิบัตร และทำให้บางประเทศต้องทำเทคโนโลยีถ่ายภาพที่มีบางส่วนใช้กันไม่ได้กับของโกดักออกมา ป้องกันการโจรกรรม
โครงการดวงจันทร์นั้น สิ่งที่ฮามาก และตลกที่สุดคือ การที่ยานลงในแนวตั้งได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีแต่ในโลกของหนังการ์ตูนหลอกเด็ก เพราะดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ การใช้ไอพ่นจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆในการลงจอด มีแต่ถูกแรงดึงดูดลงพื้น โครม..พังยับ เหมือนดาวตก การที่ยานลงไปโดยไม่บุบสลาย และคนในยานไม่เละ เป็นเรื่องที่ตลกร้ายมาก มีดาวตกเป็นหลุมอุกาบาศเพราะแรงดึงดูดจำนวนมากบนดวงจันทร์ ดังนั้นยานที่จะลงบนดาวที่ไม่มีบรรยากาศ และมีแรงดึงดูดนั้นต้องออกแบบเป็นทรงกลมเท่านั้น ไอพ่นจึงทรงตัวตั้งได้ แต่จากวีดีโอซึ่งบ่งบอกว่าดวงจันทร์มีแรงดึงดูดใกล้เคียงโลกมากเพราะภาพถูกหน่วงเวลาเล็กน้อย นั้นต้องหมายความว่า ยานขนาด 12 ตันนี้ต้องทำให้เกิดหลุมอุกาบาศขนาดใหญ่ด้วย แต่จากขนาดยานลูนาร์โมดูลที่เล็กมากเนื่องจากคำนวนจากแรงโน้มถ่วงที่ต่างจากโลก 6 เท่า ถ้ายานยังมีเหลือก๊าซมาขับไอพ่น ก็จะแสดงว่า มนุษย์กระโดดบนดวงจันทร์แต่ละครั้งต้องสูงถึง 10 เมตร
และการที่ดวงจันทร์ โคจรรอบโลกใช้เวลาถึง 29 วัน นั้น แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองที่ใช้เวลา 29วันด้วยจะต่ำมาก อาจทำให้กฎทางฟิสิกส์ของโลกใช้บนดวงจันทร์ไม่ได้ แต่ไม่มีผลการตรวจวัดอัตราเร่งของแรงดึงดูดที่ยานดิ่งลงบนดวงจันทร์ด้วยแสงเลเซอร์ออกมาแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการ ออกไปตั้งกล้องที่นอกตัวยาน แล้วปรับแสง แล้วค่อยถ่ายทำก้าวแรกของมนุษยชาติ แสงระดับนั้น อุณหภูมิใกล้เคียงน้ำเดือดแล้ว