ถ้าซีเกมส์แชมป์ แต่บอลโลกเละเทะ แน่ใจหรือว่ายัง"เพลย์เซฟ"

แฟนบอลที่ไม่อยากให้ผู้เล่นที่ขึ้นชุดใหญ่ไปแล้ว (เช่น ชนาธิป นฤบดินทร์ ชาปุยส์ ธนบูรณ์) ลงมาเล่นซีเกมส์ ไม่ได้แปลว่าพวกเค้าคิดว่าไทยจะมีลุ้นได้ไปบอลโลกครั้งนี้กันหรอก แต่แค่หวังว่าจะได้เห็นทีมชาติชุดใหญ่ทำผลงานให้ดีที่สุด อย่างมากก็อาจมีแอบหวังลึกๆว่าเผื่อจะได้เข้ารอบ12ทีมสุดท้ายอีกสักครั้ง อย่างที่ครั้งนึง ดรีมทีมซึ่งหนึ่งในผู้เล่นชุดนั้นก็มีโค้ชคนปัจจุบันเคยเข้ารอบ10ทีมสุดท้ายมาแล้ว

ซึ่งการที่จะทำผลงานได้ดีที่สุดก็ย่อมมาจากการใช้"ผู้เล่นที่ดีที่สุด"สำหรับ"ทุกๆเกมการแข่งขัน"ตั้งแต่แมตช์แรกกระทั่งแมตช์สุดท้าย อย่าลืมว่าฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทุกทีมล้วนแข็งแกร่ง ทีมอ่อนสุดอย่างน้อยก็คือทีมระดับพอๆกับเราซึ่งมีโอกาสพลิกผันแพ้ชนะกันได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าเป้าหมายเราคือต้องเก็บ3แต้มทั้งเหย้าและเยือนเก็บลูกได้เสียให้มากที่สุดเมื่อเจอกับทีมระดับนี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ง่ายและจำเป็นต้องใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามทุกนัดเท่านั้นจึงจะมีโอกาส ดังนั้นการที่คิดว่าถ้าหากเจอทีมระดับนี้ในเกมสองเกมแรกจะใช้ผู้เล่นตัวรองลงไปเล่นแทนที่จะใช้ตัวที่ดีที่สุด มันก็ตีความได้2อย่างว่ากำลังคิดอะไรอยู่ คือถ้าไม่ใช่เพราะความประมาทคิดว่าแค่ใช้ผู้เล่นตัวรองๆเราก็สามารถเก็บ3แต้มได้สบายๆ หรือไม่ก็คงไม่ได้คิดอะไรเลยเพราะไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกับการคัดเลือกบอลโลกครั้งนี้ คิดแค่ว่าเอาไว้เก็บแชมป์ประจำภูมิภาคสร้างความมั่นคง(ให้ตนเองหรือให้ใครไม่ทราบได้)เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันจริงจังอีกที ซึ่งถึงตอนนั้นคิวเตะที่เหลือในเกมคัดบอลโลกก็คงได้เจอแต่เหล่าทีมกระดูกชิ้นโตซึ่งตอนนั้นต่อให้มีผู้เล่นฟุลทีมแค่ไหนความหวังก็คงได้แค่มานั่งลุ้นไม่ให้เสียประตูตอนโดนพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว และบทสรุปสุดท้ายก็จะได้จบอันดับสุดท้ายของกลุ่มพร้อมกับประโยคปลอบใจเดิมๆว่า"เป็นประสบการณ์ที่ดี อีกสี่ปีข้างหน้าเราคงดีกว่านี้"
ดังนั้น ก็ได้แต่ภาวนาขอให้โปรแกรมคัดบอลโลกสองนัดแรกได้เจอทีมเต็งของสายไปเลย จะได้หมดข้ออ้างดึงตัวผู้เล่นหลักไปเล่นบอลระดับภูมิภาคซะที

ช่วงนี้ได้ยินคำถามยอดฮิตว่า "ถ้าไม่ได้แชมป์ซีเกมส์จะรับผิดชอบไหวมั๊ย หรือใครจะรับผิดชอบ??"
ต้องยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอนถ้าเราไม่ได้แชมป์ซีเกมส์

1) ชวดเงินรางวัล - ถ้ามองอะไรเป็นเงินไปเสียหมด ก็จะถามกลับว่าได้เงินรางวัลมาแล้วเอามาพัฒนาทีมได้คุ้มค่าแค่ไหน ทีมชาติพัฒนาขึ้นจากเงินจำนวนนี้ขนาดไหน การวางแผนเพื่อสร้างอนาคตก็ต้องลงทุนตั้งแต่วันนี้เพื่อให้เกิดดอกผลในวันข้างหน้า การเปิดโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทัวร์นาเมนต์ระดับชาติและการที่ทีมชาติชุดใหญ่ทำผลงานได้ดีขึ้นในเกมคัดบอลโลกถ้าตีมูลค่าเป็นตัวเงินคิดไหมว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ คิดหรือไม่ว่ามันก็คือการลงทุนเพื่ออนาคต หรือจะห่วงแค่เงินอัดฉีดตบรางวัลชั่วครั้งชั่วคราวแล้วเอามาหารแบ่งกันไปวันๆ

2) แฟนบอลผิดหวัง รุมด่า - ขอแบ่งแฟนบอลเป็นสองกลุ่ม ซึ่งไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ก็ย่อมมีแฟนบอลอีกกลุ่มหนึ่งผิดหวังอยู่แล้ว กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มที่สนับสนุนให้ใช้ทีมชุดเล็กเล่นซีเกมส์แยกเด็ดขาดจากชุดใหญ่ ซึ่งก็ไม่เห็นจะมีใครไปบอกว่าต้องแชมป์เท่านั้น ทุกคนพูดไปในทางเดียวกันว่าชุดเล็กที่ดีที่สุดในประเทศเราตอนนี้ระดับฝีเท้าน่าจะพอไปต่อกรกับทีมเพื่อนบ้านได้ ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้หาประสบการณ์ หากไม่ได้แชมป์ก็เข้าใจได้ว่าเรากำลังสร้างทีมเพื่ออนาคต นี่คือเสียงของแฟนบอลส่วนใหญ่ที่ติดตามฟุตบอลไทยอย่างจริงจัง ส่วนอีกกลุ่มนึง ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน คือกลุ่มคนที่เชียร์บอลชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนเชียร์วิ่งผลัด4*100เมตร พอแข่งแพ้ก็ย่อมมีเสียงบ่นยามผิดหวังเป็นธรรมดาและก็จะลืมเรื่องทั้งหมดไปเพียงชั่วข้ามคืน ถ้าโค้ชกลัวเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลขนาดนั้นและไม่ได้ดูถูกทัศนคติของแฟนบอลตัวเองก็น่าจะทราบดีว่าหากจะมีการวิจารณ์ประเด็นใดๆก็ตาม กระแสวิจารณ์หลักล้วนจะมาจากแฟนบอลกลุ่มแรกต่างหากซึ่งเป็นแฟนบอลที่ติดตามเชียร์อย่างแท้จริง ส่วนอีกกลุ่มนึงซึ่งเชียร์แค่สนุกชั่วครั้งชั่วคราวถ้าไม่ได้แชมป์ขึ้นมาอย่างมากก็แค่แสดงอาการผิดหวังไปตามกระแสสั้นๆไม่กี่วันก็กลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานหรือหันไปสนใจเรื่องอื่นประเด็นอื่นต่อไป
ตรงกันข้าม ในเกมคัดบอลโลก ถ้าเรามีผู้เล่นที่ดีกว่าแต่กลับไม่ใช้งาน แล้วส่งผลให้สุดท้ายผลงานออกมาเละเทะล้มเหลวไม่เอาอ่าว หรือกลับกันคือบังเอิญเล่นดีนัดท้ายๆจนเกือบมีลุ้นเข้ารอบ12ทีมแต่กลับตกรอบไปอย่างน่าเสียดายเพราะสองนัดแรกทำคะแนนที่ควรได้หลุดมือไป เชื่อว่าแฟนบอลที่แท้จริงที่ติดตามทีมชาติมาอย่างต่อเนื่องจะถือว่านี่คือความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งเทียบไม่ได้กับการแค่ชวดแชมป์ซีเกมส์เพราะตั้งใจใช้ชุดเล็กไปหาประสบการณ์ตั้งแต่แรก

3) สะเทือนขาเก้าอี้ใครบางคน - ไม่แน่ใจว่า "ใครบางคน" ในที่นี้มีกี่คน แต่ที่แน่ๆคือมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ต่อให้ตกรอบแรกซีเกมส์แบบแพ้รวดไม่มีคะแนนอีกซักสิบสมัยติดต่อกัน เค้าผู้นั้นก็มิได้รู้สึกรู้สาอะไร ต่อให้สะเทือนขนาดแผ่นดินไหว9ริกเตอร์ขาเก้าอี้เค้าไม่มีวันล้มพังลงมาง่ายๆหรอก เอาเป็นว่ารายนั้นไม่ต้องห่วงเขา แต่ถ้าบังเอิญเกิดมีรายอื่นที่ใช้การตัดสินใจในการทำงานระดับชาติเพียงเพราะต้องการรักษาเสถียรภาพในตำแหน่งหน้าที่การงาน ผมว่าทัศนคติแบบนี้การอาสาเข้ามารับตำแหน่งทำงานเพื่อชาติคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ น่าจะเหมาะกับการรับงานเอกชนมากกว่า

เมื่อตัดสินใจเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกทางไหน ก็หลีกเลี่ยงเสียงสะท้อนจากสังคมไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่วิสัยทัศน์แล้วแหละว่าสุดท้ายจะยึดติดอยู่กับความสำเร็จฉาบฉวยทั้งที่รู้ว่าคือภาพลวงตา หรือจะเลือกมองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของทีม

คำว่าก้าวพ้นอาเซี่ยน ไม่ได้แปลว่าห้ามแพ้ใครในอาเซี่ยน แต่คือการเลิกย่ำอยู่กับที่ เราไม่ได้คิดจะไปบอลโลกวันนี้พรุ่งนี้หรอก แต่อยากให้วางแผนเพื่ออนาคต ทำวันนี้ให้เต็มที่ที่สุด เพราะหวังจะได้เห็นผลงานที่ดีที่สุด เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า

ปล. ผมไม่ใช่โค้ชคีย์บอร์ด และไม่ต้องไล่ให้ผมไปเป็นโค้ช เพราะผมไม่ได้จบโค้ช ดังนั้นต่อให้อยากเป็นก็คงไม่มีใครให้เป็น (จบนะ) ผมก็เป็นแค่แฟนบอลคนหนึ่งที่ไม่ใช่มีหน้าที่แค่หลับหูหลับตาอวยกันอย่างเดียว แต่มีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจต่อทีมชาติของตัวเองโดยปราศจากผลประโยชน์แอบแฝงใดๆ
สุดท้ายนี้ การแสดงความคิดเห็นด้วยเจตนาบริสุทธิ์หวังดีต่อทีมชาติของผมวันนี้ ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิของใคร และผมไม่ได้มีส่วนได้เสียจากการกระทำครั้งนี้แต่อย่างใด ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ในฐานะแฟนบอลทีมชาติอย่างกล้าหาญแล้ว ทีนี้ใครอยากจะเหน็บแนมหรือด่าทออะไรก็เชิญตามสบาย ต่อให้ทำดีแค่ไหนการจะหวังให้ทุกคนหันมาสรรเสริญก็เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วตามหลักโลกธรรม8 ผมจึงไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้อยู่ในสถานะของคนที่อาสาเข้ามารับตำแหน่งทำงานเพื่อชาติ แต่ตราบใดที่ผมเชื่อมั่นว่าได้ทำสิ่งที่ควรทำโดยยึดประโยชน์คืออนาคตของทีมเป็นที่ตั้งแล้ว ถ้าผลกระทบที่อาจตามมาภายหลังคือการถูกตำหนิติเตียนหรือแม้แต่ด่าทอ มันก็คือการเสียสละจากการทำหน้าที่อย่างกล้าหาญเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาตินั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่