เพราะสุภาพบุรุษ จะ “เคารพ”ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ที่ผ่านมาที่ผมเห็น นายกฯยิ่งลักษณ์มองทุกคนล้วนแต่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือเด็ก ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่คิดเห็นต่างทางการเมือง ไม่เคยคิดจะต่อล้อต่อเถียงกับพ่อค้าแม่ค้าหรือทุ่มใครด้วยโพเดี้ยม
เพราะสุภาพบุรุษ จะมีแต่ “ความซื่อสัตย์และเปิดเผย” ไม่มีการ “คิดเล็กคิดน้อย”หวังเอาชนะ
ที่ผ่านมาที่ผมเห็น นายกฯยิ่งลักษณ์เปิดเผยในทุกเรื่อง ส่วนความซื่อสัตย์ก็ชัดเจน ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เว้นแต่ข้อกล่าวหาปล่อยปะละเลย ที่สังคมยังสงสัยในการเลือกปฏิบัติขององค์กรอิสระส่วนเรื่องคิดเล็กคิดน้อย กลับไม่เคยเห็นหรือได้ยิน นี่ก็เข้าข่ายความเป็นสุภาพบุรุษ
เพราะสุภาพบุรุษ จะไม่ทิ้ง “คนรักในยามลำบาก”
ทั้งๆที่ถูกการเมืองเล่นงานอย่างหนัก โดยใช้หลักกฎหมายอย่างขาดความเป็นธรรม แต่นายกฯยิ่งลักษณ์กลับไม่เคยคิดจะทอดทิ้งประชาชนที่เลือกเข้ามา ยอมตายเพื่อรักษาประชาธิปไตย นี่เป็นน้ำใจของสุภาพบุรุษโดยแท้
เพราะสุภาพบุรุษ จะคอยผลักดัน “ความฝันหรือเป้าหมาย”ให้กับคนที่รัก
แม้จะถูกเล่นงานเพราะเป้าหมายที่จะผลักดันให้ชาวนาได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนอาจถึงขั้นถูกยึดทรัพย์หรือติดคุกติดตะราง แต่นายกฯของประชาชนก็ไม่เคยแสดงท่าทีถึงความเสียใจที่ถูกกระทำ นอกจากความเป็นห่วงที่ชาวนาจะขาดโอกาสเท่านั้นเอง อย่างนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วจะเป็นอะไรไปได้ครับ
เพราะสุภาพบุรุษ จะมี “ความสุภาพ”กับคนทุกคน
สำหรับข้อนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการถูกใส่ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดหยามหรือแม้กระทั่งความหยาบคายที่ไม่ใช่แค่ตัวท่าน แต่รวมถึงญาติสนิทมิตรสหายของท่าน ก็ไม่เคยเห็นนายกฯยิ่งลักษณ์แสดงความไม่สุภาพกับคนเหล่านั้น นี่ก็คืออีกข้อหนึ่งของความเป็นสุภาพบุรุษที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
เพราะสุภาพบุรุษ จะมีความ “ประนีประนอม”
นี่ยิ่งเด่นชัดกับการกระทำที่ผ่านมาของนายกฯยิ่งลักษณ์ เพราะจะถูกการเมืองเล่นงานขนาดไหน จะถูกกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงเพียงใด นายกฯยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยตอบโต้ให้ความขัดแย้งขยายกว้างยิ่งขึ้น ท่านบริหารประเทศก็พยายามประนีประนอม เพื่อให้ประเทศได้เดินหน้า
น่าเสียดายความประนีประนอมของท่าน กลับไม่สามารถเอาชนะใจกลุ่มที่เป็นบุรุษที่ใช่สุภาพบุรุษทั้งหลาย จึงทำให้ประเทศต้องจมปลักอยู่ในสภาพนี้
เพราะสุภาพบุรุษ จะ “เน้นการกระทำ มากกว่าคำพูด”
เรื่องนี้ทุกคนล้วนเห็นกันทั่ว แม้หลายคนจะมองว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่เก่งเรื่องการพูด แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง สิ่งที่นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่เก่งก็มีเพียง “การเมือง” และ ถกกับพวก “คนไม่รู้จักอาย”แค่นั้นเอง
ส่วนการกระทำ แน่นอนครับ ถ้าไม่อคติจนเกินไป จะเห็นว่าตลอดเวลาที่นายกฯคนนี้อยู่ในตำแหน่งก็พยายามเน้นการทำงานมากกว่าการพูด แม้หลายเรื่องจะไม่ประสบผลตามต้องการ แต่นั่นอาจเป็นเพราะท่านไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ต่างหากครับ มีความพยายามฉุดแข้งฉุดขา มีความพยายามใช้องค์กรอิสระที่เลือกข้างในการขัดขวางการทำงาน แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้ท่านท้อได้ นี่คือบทพิสูจน์อีกข้อของความเป็นสุภาพบุรุษที่ใจแกร่งกว่าผู้ชายเสียอีก
เพราะสุภาพบุรุษจะไม่เคยพูดว่า “เขาเป็นผู้ชายที่ดี”
และเราก็ไม่เคยได้ยินนายกฯยิ่งลักษณ์พูดถึงความเป็นคนดี ไม่เคยยกตนข่มท่าน ไม่เคยกล่าวหาใครเลวร้าย นอกจากการกระทำเท่านั้น ที่ทำให้ประชาชนที่ปราศจากอคติ รักความยุติธรรมได้เห็นการถ้วนหน้า
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ท่ามกลางข้อกล่าวหาอันเลวร้ายมากมาย ท่ามกลางการรุมสกรัมของเหล่าผู้ดีของประเทศทั้งหลาย ความนิยมในตัวท่าน นอกจากไม่ลดลงแล้ว กลับเพี่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะมากยิ่งกว่าอดีตนายกฯทักษิณผู้พี่เสียอีก
และเพราะความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระบวนการจ้องช่วงชิงอำนาจ กลับยิ่งทวีข้อกล่าวหาร้ายแรงยิ่งขึ้น โดยใช้กระบวนการที่ขาดทั้งนิติรัฐ นิติธรรม จริยธรรมและศีลธรรม เพียงเพื่อสกัดและผลักไสท่านให้ออกจากวงจรของการเลือกตั้งตลอดไป โดยไม่คำนึงถึงมันจะกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต ที่จะสร้างความแตกแยกครั้งใหม่ในเรื่องสองมาตรฐานกันเลย
ด้วยเหตุนี้ แม้ท่านจะเป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย แต่การทำตัวที่ผ่านมาของท่าน กลับเหนือกว่านายกฯที่เป็นบุรุษไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบันหลายต่อหลายคน อย่างนี้แล้ว ใครจะบอกว่า “ทวดเอง”ช่างอวยหรือเชียร์อย่างไร้สติก็ยอมล่ะครับ ก็เพราะผมเห็นของผมอย่างนี้นี่นา
มันเป็นการกระทำของ “สุภาพบุรุษ” นี่นา--------ทวดเอง
ที่ผ่านมาที่ผมเห็น นายกฯยิ่งลักษณ์มองทุกคนล้วนแต่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือเด็ก ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่คิดเห็นต่างทางการเมือง ไม่เคยคิดจะต่อล้อต่อเถียงกับพ่อค้าแม่ค้าหรือทุ่มใครด้วยโพเดี้ยม
เพราะสุภาพบุรุษ จะมีแต่ “ความซื่อสัตย์และเปิดเผย” ไม่มีการ “คิดเล็กคิดน้อย”หวังเอาชนะ
ที่ผ่านมาที่ผมเห็น นายกฯยิ่งลักษณ์เปิดเผยในทุกเรื่อง ส่วนความซื่อสัตย์ก็ชัดเจน ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เว้นแต่ข้อกล่าวหาปล่อยปะละเลย ที่สังคมยังสงสัยในการเลือกปฏิบัติขององค์กรอิสระส่วนเรื่องคิดเล็กคิดน้อย กลับไม่เคยเห็นหรือได้ยิน นี่ก็เข้าข่ายความเป็นสุภาพบุรุษ
เพราะสุภาพบุรุษ จะไม่ทิ้ง “คนรักในยามลำบาก”
ทั้งๆที่ถูกการเมืองเล่นงานอย่างหนัก โดยใช้หลักกฎหมายอย่างขาดความเป็นธรรม แต่นายกฯยิ่งลักษณ์กลับไม่เคยคิดจะทอดทิ้งประชาชนที่เลือกเข้ามา ยอมตายเพื่อรักษาประชาธิปไตย นี่เป็นน้ำใจของสุภาพบุรุษโดยแท้
เพราะสุภาพบุรุษ จะคอยผลักดัน “ความฝันหรือเป้าหมาย”ให้กับคนที่รัก
แม้จะถูกเล่นงานเพราะเป้าหมายที่จะผลักดันให้ชาวนาได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนอาจถึงขั้นถูกยึดทรัพย์หรือติดคุกติดตะราง แต่นายกฯของประชาชนก็ไม่เคยแสดงท่าทีถึงความเสียใจที่ถูกกระทำ นอกจากความเป็นห่วงที่ชาวนาจะขาดโอกาสเท่านั้นเอง อย่างนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วจะเป็นอะไรไปได้ครับ
เพราะสุภาพบุรุษ จะมี “ความสุภาพ”กับคนทุกคน
สำหรับข้อนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการถูกใส่ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดหยามหรือแม้กระทั่งความหยาบคายที่ไม่ใช่แค่ตัวท่าน แต่รวมถึงญาติสนิทมิตรสหายของท่าน ก็ไม่เคยเห็นนายกฯยิ่งลักษณ์แสดงความไม่สุภาพกับคนเหล่านั้น นี่ก็คืออีกข้อหนึ่งของความเป็นสุภาพบุรุษที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
เพราะสุภาพบุรุษ จะมีความ “ประนีประนอม”
นี่ยิ่งเด่นชัดกับการกระทำที่ผ่านมาของนายกฯยิ่งลักษณ์ เพราะจะถูกการเมืองเล่นงานขนาดไหน จะถูกกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงเพียงใด นายกฯยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยตอบโต้ให้ความขัดแย้งขยายกว้างยิ่งขึ้น ท่านบริหารประเทศก็พยายามประนีประนอม เพื่อให้ประเทศได้เดินหน้า
น่าเสียดายความประนีประนอมของท่าน กลับไม่สามารถเอาชนะใจกลุ่มที่เป็นบุรุษที่ใช่สุภาพบุรุษทั้งหลาย จึงทำให้ประเทศต้องจมปลักอยู่ในสภาพนี้
เพราะสุภาพบุรุษ จะ “เน้นการกระทำ มากกว่าคำพูด”
เรื่องนี้ทุกคนล้วนเห็นกันทั่ว แม้หลายคนจะมองว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่เก่งเรื่องการพูด แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง สิ่งที่นายกฯยิ่งลักษณ์ไม่เก่งก็มีเพียง “การเมือง” และ ถกกับพวก “คนไม่รู้จักอาย”แค่นั้นเอง
ส่วนการกระทำ แน่นอนครับ ถ้าไม่อคติจนเกินไป จะเห็นว่าตลอดเวลาที่นายกฯคนนี้อยู่ในตำแหน่งก็พยายามเน้นการทำงานมากกว่าการพูด แม้หลายเรื่องจะไม่ประสบผลตามต้องการ แต่นั่นอาจเป็นเพราะท่านไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ต่างหากครับ มีความพยายามฉุดแข้งฉุดขา มีความพยายามใช้องค์กรอิสระที่เลือกข้างในการขัดขวางการทำงาน แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้ท่านท้อได้ นี่คือบทพิสูจน์อีกข้อของความเป็นสุภาพบุรุษที่ใจแกร่งกว่าผู้ชายเสียอีก
เพราะสุภาพบุรุษจะไม่เคยพูดว่า “เขาเป็นผู้ชายที่ดี”
และเราก็ไม่เคยได้ยินนายกฯยิ่งลักษณ์พูดถึงความเป็นคนดี ไม่เคยยกตนข่มท่าน ไม่เคยกล่าวหาใครเลวร้าย นอกจากการกระทำเท่านั้น ที่ทำให้ประชาชนที่ปราศจากอคติ รักความยุติธรรมได้เห็นการถ้วนหน้า
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ท่ามกลางข้อกล่าวหาอันเลวร้ายมากมาย ท่ามกลางการรุมสกรัมของเหล่าผู้ดีของประเทศทั้งหลาย ความนิยมในตัวท่าน นอกจากไม่ลดลงแล้ว กลับเพี่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะมากยิ่งกว่าอดีตนายกฯทักษิณผู้พี่เสียอีก
และเพราะความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระบวนการจ้องช่วงชิงอำนาจ กลับยิ่งทวีข้อกล่าวหาร้ายแรงยิ่งขึ้น โดยใช้กระบวนการที่ขาดทั้งนิติรัฐ นิติธรรม จริยธรรมและศีลธรรม เพียงเพื่อสกัดและผลักไสท่านให้ออกจากวงจรของการเลือกตั้งตลอดไป โดยไม่คำนึงถึงมันจะกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต ที่จะสร้างความแตกแยกครั้งใหม่ในเรื่องสองมาตรฐานกันเลย
ด้วยเหตุนี้ แม้ท่านจะเป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย แต่การทำตัวที่ผ่านมาของท่าน กลับเหนือกว่านายกฯที่เป็นบุรุษไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบันหลายต่อหลายคน อย่างนี้แล้ว ใครจะบอกว่า “ทวดเอง”ช่างอวยหรือเชียร์อย่างไร้สติก็ยอมล่ะครับ ก็เพราะผมเห็นของผมอย่างนี้นี่นา