พระภิกษุที่มีไถยจิต(จิตคิดขโมย) เมื่อลงมือขโมย เงิน หรือ ทรัพย์สมบัติ อื่นๆ ใดๆก็ตาม
นั่นหมายความว่าต้องมีเจตนา จึงจะหมายถึงมีผลปาราชิก
หากขาดเจตนา ก็ไม่มีผล เช่นมีคนเจาะจงให้ หรือถวายให้ ก็ไม่มีผลอะไรต่อพระรูปนั้น
หากจะขาดจากความเป็นพระตามพระธรรมวินัยแล้ว
นั่นหมายความว่า
คุณสมบัติของการเป็นพระสงฆ์จะขาดทันที
การทำให้มีขึ้นอีกไม่สามารถเป็นไปได้เด็ดขาด
แม้จะปลอมบวชอีกรอบก็ตาม
ความจริง กรณีพระภิกษุต้องอาบัติปราชิกข้อ ๒ หรือการลักขโมย
นั่นหมายความว่าต้องมีเจตนา จึงจะหมายถึงมีผลปาราชิก
หากขาดเจตนา ก็ไม่มีผล เช่นมีคนเจาะจงให้ หรือถวายให้ ก็ไม่มีผลอะไรต่อพระรูปนั้น
หากจะขาดจากความเป็นพระตามพระธรรมวินัยแล้ว
นั่นหมายความว่า
คุณสมบัติของการเป็นพระสงฆ์จะขาดทันที
การทำให้มีขึ้นอีกไม่สามารถเป็นไปได้เด็ดขาด
แม้จะปลอมบวชอีกรอบก็ตาม