ทนไม่ไหวแล้ว ขออนุญาตยืมไอดีของเพื่อนมาใช้นะครับ
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้มันนานมากว่า 6 เดือนแล้ว ที่ผมและเพื่อนๆ พยายามสู้ เพื่อขอเงินคืน
แต่ก็ยังโดนบ่ายเบี่ยง หากวันเวลา หรือ ข้อความไม่ตรงยังไงก็ขออภัยด้วยครับ อาจจะจำผิด จำถูกไปบ้าง
จริงๆ ผมเองก็เป็นผู้เสียหายคนหนึ่งเหมือนกันกับบริษัทอื่นๆอีกหลายบริษัท
อยากเอาเรื่องนี้มาแชร์เพื่อเตือนภัยเพื่อนๆ อย่าได้หลงเชื่อคำเชิญชวนง่ายๆครับ
ขอเรียกบริษัทนี้ว่า “เอส” แล้วกันนะครับ บริษัทนี้จะทำการโทรศัพท์ไปยังบริษัทต่างๆเพื่อเชิญชวนให้มาสมัครสมาชิก
ซึ่งก็มีหลายบริษัทที่สนใจเข้าร่วมด้วย ทั้งเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผลิตภัณต์บำรุงผิว เครื่องประดับ เสื้อผ้า และอื่นๆ
เริ่มต้นผมเองก็เข้าไปคุยเพราะเราเองก็อยากหาที่ลงสินค้าเลยดั้นด้น ไปจนถึง บริษัทแถวๆ อโศก
ไปถึงก็มีน้องๆ กลุ่มแรกเข้ามาอธิบายก่อน สักพักอีกท่านก็เข้ามาเริ่ม ผมขอเรียกว่า คุณ "ต" และกัน
คุณ ต เข้ามาเริ่มบรรยายเรื่อง โปรเจคงานของบริษัทให้ฟังต่างๆ นาๆ ทั้งจะ Grand Opening ที่ Siam Paragon,
ลงใน LINE Hot Brand กับ LINE Hot Deal (บอกเราด้วยว่าเจ้าของเกาหลีคุยกับ LINE Thailand และจ่ายเงินไปแล้ว)
และ อื่นๆ บลา ๆๆๆ เราเองก็ยอมรับว่า ไม่อยากให้บริษัทที่ไม่เก่ง หรือไม่มีเงินทุน มาหลอกเอาเงินอะไรแบบนี้
คุณ ต ก็บอกว่า บริษัท เอส นั้น จริงๆเป็นบริษัท interior ซึ่งเป็นของเกาหลี (ขนาดประธานกับหุ้นส่วนยังเป็นคนเกาหลี)
ซึ่งก็มีเงินแหละว่าง่ายๆ เราเองก็คิดว่าบริษัทใหญ่ขนาดนี้ น่าจะมีความโปรในการดำเนินโปรเจค และไม่น่าจะโกงเงินเรา
ผมเองพูดตรงๆ ว่าคุณ ต เค้าพูดแล้วดูโปรมาก ผมเชื่อว่าหลายๆ บริษัทก็คงคิดเหมือนกัน
ก็เลยเอาซะหน่อยยอมเสี่ยงเป็นสมาชิกกับ โปรเจคเว็บกับบริษัทนี้
ต่อมา ผมเองก็ดำเนินการจ่ายเงินไปราวๆ 24,075 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 เป็นค่าสมาชิก
(คือสมัครแล้วทางบริษัท เอส จะดำเนินการเอาสินค้าลงเว็บให้เรา โปรโมทให้และยังจะขายให้ด้วย
แต่ขายได้แล้วจะหัก อีก 30-40% จากยอดอีก) เหมือนเงินก้อนนี้เป็นค่าแรกเข้าว่าง่ายๆ
เหตุการณ์เริ่มมาผิดปกติก็ตอนที่ผม จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้วเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน
แต่ทางบริษัท เอส ไม่ยอมส่งสัญญามาให้ทางเราเซ็น ส่งมาเพืยงแต่ใบเสร็จรับเงิน
นอกจากนั้นจากที่คุณ ต. ได้กล่าวไว้ว่าจะทำการเปิดเว็บหลังจากนั้นประมาณ 1 - 2 เดือน
หลังจากที่สมัครก็เงียบไป ผมโทรหา คุณ ต เขาก็บอกว่าเว็บมีปัญหาแก้ไขยังไม่เสร็จ
ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เลยบอกว่ายังไงเสร็จแล้วให้แจ้งด้วย
หลังจากนั้น ผมก็งานยุ่งมากครับ บวกกับว่าไม่ได้เอะใจอะไรเลยไม่ได้ติดต่อเค้าเลยประมาณ 1 เดือน
ทางนั้นเองก็ไม่ติดต่อแจ้งข่าวอะไรมา ค่า Production ที่เห็น คือค่าทำภาพโฆษณาสินค้า
เป็นค่าที่ผมจ่ายเพื่อให้ทาง บริษัท เอส ทำรูปให้บริษัทผมเพื่อที่จะเอาลงเว็บเค้า
จริงๆเค้าต้องทำภาพสินค้าให้ผมแล้วส่งให้ผม Approve ก่อน ถึงจะเอาลงได้ ผมก็คิดในแง่ดีนะ
เราหายไปสงสัยเค้าเริ่มทำแล้วแหละมั้ง ผมก็เลยลองโทรไปหาอีกที
ผม :: "คุณ ต เป็นยังไงบ้างครับ หายไปเลย"
คุณ ต :: " สวัสดีคะ สบายดีคะ"
ผม :: "เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ส่งข่าวเลย"
คุณ ต :: " คะ เอ่ออออ ต ลาออกแล้วคะ"
เท่านั้นละครับ ใจหายลงตาตุ่ม ฮ่าๆๆๆ คิดไปต่างๆ นาๆ หลายๆ อย่างแว่บขึ้นมาในหัว สตั้นไป 2 วิ กลับมาถามต่อ
ผม :: "เกิดอะไรขึ้นครับ"
คุณ ต :: "อ่อ ไม่มีอะไรคะ เว็บยังทำต่อนะคะ แต่ว่าคิดว่าอาจจะไม่ชอบระบบทางบริษัทเท่าไหร่เลยออกมาคะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ มีอะไรติดต่อคะ ยังช่วยน้องๆ กับ คนอื่นๆ อยู่คะ ไม่ได้ทิ้งไปไหน"
หลังจากนั้น ผมก็ติดต่อ เข้าไปหาคุณ ม. ครับ เป็นคนที่ดูแลเรื่องการตลาดต่อจากคุณ ต. เขาแจ้งว่าจะช่วยตามเรื่องให้
ซึ่งจริงๆผมเองก็ยังไม่ได้คิดว่า บริษัทจะหนีไปไหน คุณ ม เขาก็ทำงานบริษัทนี้มานานและครับ
ผมเลยขอว่าให้ผมมั่นใจหน่อยว่าทางคุณทำงานจริงๆ รบกวนส่ง ภาพมาให้ Approve ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งเอาลงเว็บ
ส่วนเรื่องโปรเจค Grand Opening หรือ LINE Hot Brand ต่างๆของเว็บ
คุณ ม ก็แจ้งผมว่าอยากให้ทุกๆอย่างเรียบร้อยก่อนจะได้ดำเนินการทีเดียว
เพราะว่าได้ลงเงินไปกับค่าการตลาดแล้ว ผมก็เลยโอเค งั้นก็รอครับ
เรื่องมาเริ่มไคล์แมกซ์ตรงที่ วันที่ 30 ตุลาคม มีเมล์เข้ามาจากทาง บริษัท เอส จากคุณ ม แจ้งว่า
" เรียน ผู้ประกอบการ .......................................
เนืองจากเว็บไซต์ได้ทำการปรับปรุงรูปแบบให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และได้มีการปรับตัวเลขจำนวนการสั่งซื้อ
เพื่อกระตุ้นยอดขายในเพียงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น และหลังจากวันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป
ตัวเลขการสั่งซื้อจะกลับสู่ปกติจึงเรียนมาเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับตัวเลขการสั่งซื้อที่ปรากฏบนเว็บไซต์ "
ผมก็เอิ่ม ... สรุปคือเว็บก็ยังไม่เสร็จอีกหรอเนี่ย แต่เป็นความโชคดีที่ บริษัท เอส นั้น
ส่งเมล์หาบริษัทกลุ่มเครื่องสำอางทั้งหมดพร้อมๆกันทั้งหมด 110 เมล์ ก็เลยเริ่มดราม่าครับ
มีบริษัทเริ่มส่งกลับแบบ Reply All ชนิดเอาให้เห็นทุกๆบริษัท ที่เป็นสมาชิกอยู่
แต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากทางบริษัท เอส เลย แต่ผมก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ พอเมล์เริ่มส่งเข้าบริษัท เอส ประมาณ 15 - 20 เมล์
ผมก็เริ่มกังวล อารมณ์ประมาณแบบ เฮ้ย ทำไมไม่ตอบเค้าไปละ ไม่ชี้แจ้งอะไรเลย นั่งคิดสักพัก
ความโกรธผสมความกลัวเลยส่งเมล์เข้าไปครับ แบบ Reply All ถึง บริษัท เอส และ ทุกๆ คนว่า
"ผมอยากให้ ทุกคนมาเจอกันเพื่อร้องขอเงินคืนครับ หากช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้เงินครับ กลัวเอาเงินที่ได้ไปลงทุนหมดก่อนครับ"
จริงๆ ผมเองยังไม่อยากกล่าวหาเค้านะครับ ว่าเค้าจะโกงผม หรือ คนอื่นๆ รึเปล่า แต่ผมคิดจากความเป็นไปได้ว่า
การที่เค้าเรียกเงินค่าสมาชิกจากพวกเราไปก่อนเป็นเวลา 5 - 6 เดือน มันเหมือนกับเค้าไม่มีเงินทุนครับแล้วเอาเงินพวกเราไป
ค่อยไปทำเว็บขึ้นมา ซึ่งจริงๆ มันผิดนะครับ ตามสถานการณ์ผมคงต้องเป็นผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนและ
นี่ถ้าทำเว็บเสร็จ ยังมาเอา 30 - 40% ของยอดขายอีก ผมว่ามันเริ่มไม่ดีเลยส่งไปแบบนั้น
ได้ผลเลยครับ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง คุณ ม โทรมาคุยส่วนตัวครับ แจ้งว่าทางบริษัทได้นำเงินที่เราจ่ายไป
จ่ายค่าการตลาดจริงๆและ ยังทำงานอยู่ คุณ ม ยีนยันว่าบริษัทไม่มีทางโกงได้เพราะว่า บริษัท เอส นั้น มีบริษัท interior ด้วยและเปิดมานานแล้ว
ลูกค้าในไทยก็เยอะ บริษัทคงไม่ปิดบริษัท และหนีไปง่ายๆ ผมก็นะ ใจอ่อนครับ บอก คุณ ม ว่าหากคุณโทรมาแจ้งผมสักนิด
ผมก็คงไม่ต้องเมล์ไปหาทุกคนแบบนั้น ผมเลยบอกว่า งั้นผมให้คุณทำงานต่อและกัน
ระหว่างที่เราปล่อยเค้าไปนั้น บางบริษัทก็เริ่มส่งเมล์และโทรหาบริษัทถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขอเงินคืนและขอสินค้าคืน
เนื่องจากบางบริษัทได้เอาของไป Stock ให้มาเกือบ 6 เดือนแล้ว กลัวว่าของจะเสียครับ
จากวันที่ส่งเมล์ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ไม่นานก็ยังมีเมล์เข้าไปขอเงินและสินค้าคืน แต่ยังไร้การตอบกลับ
จนกระทั่งต่อมา มีเจ้ามือส่งเมล์มาหาทุกบริษัท คือต้องการให้พวกเรารวมกลุ่มกันเพื่อไปที่บริษัท เอส เพื่อขอเงินคืนครับ
ผมเองก็ได้เข้าไปร่วมพูดคุยด้วยครับ ในกลุ่มก็มีการพูดคุยกันแบบดุเดือด บางคนแจ้งว่าโทรไปไม่รับเลย
บางคนบอกว่าบริษัทแจ้งว่าจะคืนเงินให้แต่ก็หายเงียบไป
มีบางบริษัทได้รวมตัวกันไปขอเงินคืนที่บริษัท เอส แล้วก็ได้อัดวิดีโอระหว่างคุยสนทนากันมาด้วยครับ
ทางเค้าก็แจ้งว่าเว็บยังทำการตลาดตลอด ทำงานตามปกติตลอด ให้รอดูเว็บได้ แต่พอพูดเรื่องเงินเค้าก็บอกเอาไปลงทุนทำการตลาดเว็บหมดแล้ว
ก็คือไม่มีเงินทุนจ่ายเองตั้งแต่แรกแล้วอย่างที่คิดไว้ จะคืนเงินให้ทุกบริษัท 100% ไม่ได้ แล้วเค้าก็เลี่ยงบอกว่าขอเวลาไปประชุมกันก่อนแล้วกัน
หลังจากนั้นทางบริษัท เอส ก็คืนเงินให้กับบางบริษัท แต่ก็กว่าจะได้เงิน ก็ต้องโทรไปตามแล้วตามอีก
บางคนก็ได้มาครึ่งเดียว แถมยังต้องเซ็นเอกสารยอมรับว่าจะไม่ก่อความเสียหาย (คือดักไว้เลย กลัวจะไปรวมกับท่านอื่นๆอีก)
บางบริษัทก็จำใจครับ เพราะว่าขี้เกียจตามแล้ว ต้องยอมเอาเงินคืนครึ่งเดียว บางบริษัทได้คืนไม่ถึงครึ่งด้วยครับ
พอดีมีพี่คนนึง เค้าออกมาเป็นเจ้ามือขอให้ทางเราร่วมมือกันไปที่กองปราบ
พี่เค้าแจ้งว่าเค้าได้ทำการปรึกษาทางกฎหมายแล้ว เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากเลยให้เราไปรวมกันที่กองปราบเลย
เพื่อยื่นหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ว่าทางบริษัท เอส ฉ้อฉล
จนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ตอน 11 โมง กลุ่มเรารวมตัวกันไปประมาณ 10 บริษัท (จริงๆ มีมากกว่านั้น แต่ฝากเอกสารมา ไม่ได้มาเอง)
ไปที่กองปราบ เมื่อไปถึงเราก็คุยกันแล้วก็เริ่มจัดเรียงเอกสาร วันนั้นโชคดีมากครับที่มีนักข่าวไปเต็มเลย
เค้ารอทางกองปราบแถลงข่าวเรื่องจับฆาตรกร 3 ศพ พอดีครับ ด้วยคำแนะนำของพี่ๆทีมข่าวเราก็เลยรอก่อน
เพราะว่าผู้การกองปราบลงรับเรื่องเองเลย พวกเราเลยทำการยื่นเอกสารให้
หลังจากที่ได้ยื่นเอกสาร เราก็เข้าไปที่ห้องบันทึกประจำวันเพื่อที่จะแจ้งข้อกล่าวหาครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตใช้ความเป็นส่วนตัวกับอารมณ์นิดๆ
คือหลังจากที่เข้าไปกับเพื่อนประมาณ 5 คน เพื่อที่จะอธิบาย และแจ้งข้อกล่าวหา สรุปกองปราบไม่รับแจ้งครับ!!!!!!!
ผมนี่แบบเฮ้ย อุตส่าห์มานะ เค้าไม่รับเรื่องของเราเพราะว่าเอกสารไม่ครบ อันนี้ทางผมยังโอเคเพราะว่าบริษัทที่เข้าร่วมส่งเอกสารมาให้ไม่ครบจริงๆ
แต่ว่าผมขอร้องไปว่าให้รับเรื่องไว้ก่อนแล้วทางเราจะส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ ก็ได้เมล์ของตำรวจท่านนึงมา
แล้วกองปราบก็บอกว่ามูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่เกิน 5 ล้านบาทเลยไม่รับเรื่อง ต้องไปแจ้งที่เขตที่ตำรวจรับผิดขอบอีก
จริงๆมูลค่าเสียหาย ตามเอกสารทั้งหมดที่เรามี คือ 104 บริษัท เงินที่จ่ายไปก็บริษัทละ 20000+ ก็เกือบ 2 ล้านบาทแล้ว
บางบริษัทจะแจ้งความเสียหาย 2 แสนบาทเลยก็มี แต่ด้วยเพราะว่าเรายังข้อมูลมีไม่มากพอ ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้
แต่ก็ขอบคุณพี่ๆนักข่าวจากสำนักงานต่างๆที่ช่วยเอาไปออกข่าวเป็นสื่อกลางให้ด้วยอีกทางครับ
สุดท้ายครับ ถ้ามีบรืษัทไหนโดนบริษัท เอส เก็บเงินไปแบบนี้ ขอความกรุราเข้ามาร่วมคุยกันได้นะครับ
เพื่อความเป็นธรรมขอเงินของเราคืนมา เงินไม่ได้เยอะ แต่รวมกันหลายๆบริษัทมันก็เยอะไม่ใช่เล่นเลยนะครับ
แทนที่จะเอาเงินไปทำอย่างอื่น กลับต้องเอามาให้เค้าเอาไปทำการตลาด ทำเว็บไซต์
ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะสำเร็จตามสัญญาซักที
ปล. ตอนนี้คุณ ม ก็ลาออกมาแล้วครับ เหตุเพราะโดนเจ้านายเกาหลีด่าว่าตลอด
ทั้งๆที่คุณ ม คือคนที่รับหน้าแทน คอยคุยกับทุกบริษัทให้ไม่เกิดเรื่องแท้ๆ สงสารคนที่ทำงานกับบริษัทนี้เลยครับ
ผมไม่ได้เกลียดคนเกาหลีนะครับ คนเลวๆมีเยอะ มีหลายชาติ
แต่มาเอาเปรียบคนอื่นแบบนี้ ในที่ที่ไม่ใช่ประเทศตัวเอง มันยิ่งกว่าแย่อีก
ผมขอฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนภัยให้กับคนที่คิดจะใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการขายของและทำการตลาดให้นะครับ
บางทีเห็นเป็นบริษัทต่างชาติก็ใช่ว่าจะไม่โกงกัน
ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
ขอแชร์และเตือนภัย สำหรับคนที่คิดจะขายของกับเว็บไซต์จากเกาหลี
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้มันนานมากว่า 6 เดือนแล้ว ที่ผมและเพื่อนๆ พยายามสู้ เพื่อขอเงินคืน
แต่ก็ยังโดนบ่ายเบี่ยง หากวันเวลา หรือ ข้อความไม่ตรงยังไงก็ขออภัยด้วยครับ อาจจะจำผิด จำถูกไปบ้าง
จริงๆ ผมเองก็เป็นผู้เสียหายคนหนึ่งเหมือนกันกับบริษัทอื่นๆอีกหลายบริษัท
อยากเอาเรื่องนี้มาแชร์เพื่อเตือนภัยเพื่อนๆ อย่าได้หลงเชื่อคำเชิญชวนง่ายๆครับ
ขอเรียกบริษัทนี้ว่า “เอส” แล้วกันนะครับ บริษัทนี้จะทำการโทรศัพท์ไปยังบริษัทต่างๆเพื่อเชิญชวนให้มาสมัครสมาชิก
ซึ่งก็มีหลายบริษัทที่สนใจเข้าร่วมด้วย ทั้งเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผลิตภัณต์บำรุงผิว เครื่องประดับ เสื้อผ้า และอื่นๆ
เริ่มต้นผมเองก็เข้าไปคุยเพราะเราเองก็อยากหาที่ลงสินค้าเลยดั้นด้น ไปจนถึง บริษัทแถวๆ อโศก
ไปถึงก็มีน้องๆ กลุ่มแรกเข้ามาอธิบายก่อน สักพักอีกท่านก็เข้ามาเริ่ม ผมขอเรียกว่า คุณ "ต" และกัน
คุณ ต เข้ามาเริ่มบรรยายเรื่อง โปรเจคงานของบริษัทให้ฟังต่างๆ นาๆ ทั้งจะ Grand Opening ที่ Siam Paragon,
ลงใน LINE Hot Brand กับ LINE Hot Deal (บอกเราด้วยว่าเจ้าของเกาหลีคุยกับ LINE Thailand และจ่ายเงินไปแล้ว)
และ อื่นๆ บลา ๆๆๆ เราเองก็ยอมรับว่า ไม่อยากให้บริษัทที่ไม่เก่ง หรือไม่มีเงินทุน มาหลอกเอาเงินอะไรแบบนี้
คุณ ต ก็บอกว่า บริษัท เอส นั้น จริงๆเป็นบริษัท interior ซึ่งเป็นของเกาหลี (ขนาดประธานกับหุ้นส่วนยังเป็นคนเกาหลี)
ซึ่งก็มีเงินแหละว่าง่ายๆ เราเองก็คิดว่าบริษัทใหญ่ขนาดนี้ น่าจะมีความโปรในการดำเนินโปรเจค และไม่น่าจะโกงเงินเรา
ผมเองพูดตรงๆ ว่าคุณ ต เค้าพูดแล้วดูโปรมาก ผมเชื่อว่าหลายๆ บริษัทก็คงคิดเหมือนกัน
ก็เลยเอาซะหน่อยยอมเสี่ยงเป็นสมาชิกกับ โปรเจคเว็บกับบริษัทนี้
ต่อมา ผมเองก็ดำเนินการจ่ายเงินไปราวๆ 24,075 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2557 เป็นค่าสมาชิก
(คือสมัครแล้วทางบริษัท เอส จะดำเนินการเอาสินค้าลงเว็บให้เรา โปรโมทให้และยังจะขายให้ด้วย
แต่ขายได้แล้วจะหัก อีก 30-40% จากยอดอีก) เหมือนเงินก้อนนี้เป็นค่าแรกเข้าว่าง่ายๆ
เหตุการณ์เริ่มมาผิดปกติก็ตอนที่ผม จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้วเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน
แต่ทางบริษัท เอส ไม่ยอมส่งสัญญามาให้ทางเราเซ็น ส่งมาเพืยงแต่ใบเสร็จรับเงิน
นอกจากนั้นจากที่คุณ ต. ได้กล่าวไว้ว่าจะทำการเปิดเว็บหลังจากนั้นประมาณ 1 - 2 เดือน
หลังจากที่สมัครก็เงียบไป ผมโทรหา คุณ ต เขาก็บอกว่าเว็บมีปัญหาแก้ไขยังไม่เสร็จ
ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เลยบอกว่ายังไงเสร็จแล้วให้แจ้งด้วย
หลังจากนั้น ผมก็งานยุ่งมากครับ บวกกับว่าไม่ได้เอะใจอะไรเลยไม่ได้ติดต่อเค้าเลยประมาณ 1 เดือน
ทางนั้นเองก็ไม่ติดต่อแจ้งข่าวอะไรมา ค่า Production ที่เห็น คือค่าทำภาพโฆษณาสินค้า
เป็นค่าที่ผมจ่ายเพื่อให้ทาง บริษัท เอส ทำรูปให้บริษัทผมเพื่อที่จะเอาลงเว็บเค้า
จริงๆเค้าต้องทำภาพสินค้าให้ผมแล้วส่งให้ผม Approve ก่อน ถึงจะเอาลงได้ ผมก็คิดในแง่ดีนะ
เราหายไปสงสัยเค้าเริ่มทำแล้วแหละมั้ง ผมก็เลยลองโทรไปหาอีกที
ผม :: "คุณ ต เป็นยังไงบ้างครับ หายไปเลย"
คุณ ต :: " สวัสดีคะ สบายดีคะ"
ผม :: "เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ส่งข่าวเลย"
คุณ ต :: " คะ เอ่ออออ ต ลาออกแล้วคะ"
เท่านั้นละครับ ใจหายลงตาตุ่ม ฮ่าๆๆๆ คิดไปต่างๆ นาๆ หลายๆ อย่างแว่บขึ้นมาในหัว สตั้นไป 2 วิ กลับมาถามต่อ
ผม :: "เกิดอะไรขึ้นครับ"
คุณ ต :: "อ่อ ไม่มีอะไรคะ เว็บยังทำต่อนะคะ แต่ว่าคิดว่าอาจจะไม่ชอบระบบทางบริษัทเท่าไหร่เลยออกมาคะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ มีอะไรติดต่อคะ ยังช่วยน้องๆ กับ คนอื่นๆ อยู่คะ ไม่ได้ทิ้งไปไหน"
หลังจากนั้น ผมก็ติดต่อ เข้าไปหาคุณ ม. ครับ เป็นคนที่ดูแลเรื่องการตลาดต่อจากคุณ ต. เขาแจ้งว่าจะช่วยตามเรื่องให้
ซึ่งจริงๆผมเองก็ยังไม่ได้คิดว่า บริษัทจะหนีไปไหน คุณ ม เขาก็ทำงานบริษัทนี้มานานและครับ
ผมเลยขอว่าให้ผมมั่นใจหน่อยว่าทางคุณทำงานจริงๆ รบกวนส่ง ภาพมาให้ Approve ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งเอาลงเว็บ
ส่วนเรื่องโปรเจค Grand Opening หรือ LINE Hot Brand ต่างๆของเว็บ
คุณ ม ก็แจ้งผมว่าอยากให้ทุกๆอย่างเรียบร้อยก่อนจะได้ดำเนินการทีเดียว
เพราะว่าได้ลงเงินไปกับค่าการตลาดแล้ว ผมก็เลยโอเค งั้นก็รอครับ
เรื่องมาเริ่มไคล์แมกซ์ตรงที่ วันที่ 30 ตุลาคม มีเมล์เข้ามาจากทาง บริษัท เอส จากคุณ ม แจ้งว่า
" เรียน ผู้ประกอบการ .......................................
เนืองจากเว็บไซต์ได้ทำการปรับปรุงรูปแบบให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และได้มีการปรับตัวเลขจำนวนการสั่งซื้อ
เพื่อกระตุ้นยอดขายในเพียงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น และหลังจากวันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป
ตัวเลขการสั่งซื้อจะกลับสู่ปกติจึงเรียนมาเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับตัวเลขการสั่งซื้อที่ปรากฏบนเว็บไซต์ "
ผมก็เอิ่ม ... สรุปคือเว็บก็ยังไม่เสร็จอีกหรอเนี่ย แต่เป็นความโชคดีที่ บริษัท เอส นั้น
ส่งเมล์หาบริษัทกลุ่มเครื่องสำอางทั้งหมดพร้อมๆกันทั้งหมด 110 เมล์ ก็เลยเริ่มดราม่าครับ
มีบริษัทเริ่มส่งกลับแบบ Reply All ชนิดเอาให้เห็นทุกๆบริษัท ที่เป็นสมาชิกอยู่
แต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากทางบริษัท เอส เลย แต่ผมก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ พอเมล์เริ่มส่งเข้าบริษัท เอส ประมาณ 15 - 20 เมล์
ผมก็เริ่มกังวล อารมณ์ประมาณแบบ เฮ้ย ทำไมไม่ตอบเค้าไปละ ไม่ชี้แจ้งอะไรเลย นั่งคิดสักพัก
ความโกรธผสมความกลัวเลยส่งเมล์เข้าไปครับ แบบ Reply All ถึง บริษัท เอส และ ทุกๆ คนว่า
"ผมอยากให้ ทุกคนมาเจอกันเพื่อร้องขอเงินคืนครับ หากช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้เงินครับ กลัวเอาเงินที่ได้ไปลงทุนหมดก่อนครับ"
จริงๆ ผมเองยังไม่อยากกล่าวหาเค้านะครับ ว่าเค้าจะโกงผม หรือ คนอื่นๆ รึเปล่า แต่ผมคิดจากความเป็นไปได้ว่า
การที่เค้าเรียกเงินค่าสมาชิกจากพวกเราไปก่อนเป็นเวลา 5 - 6 เดือน มันเหมือนกับเค้าไม่มีเงินทุนครับแล้วเอาเงินพวกเราไป
ค่อยไปทำเว็บขึ้นมา ซึ่งจริงๆ มันผิดนะครับ ตามสถานการณ์ผมคงต้องเป็นผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนและ
นี่ถ้าทำเว็บเสร็จ ยังมาเอา 30 - 40% ของยอดขายอีก ผมว่ามันเริ่มไม่ดีเลยส่งไปแบบนั้น
ได้ผลเลยครับ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง คุณ ม โทรมาคุยส่วนตัวครับ แจ้งว่าทางบริษัทได้นำเงินที่เราจ่ายไป
จ่ายค่าการตลาดจริงๆและ ยังทำงานอยู่ คุณ ม ยีนยันว่าบริษัทไม่มีทางโกงได้เพราะว่า บริษัท เอส นั้น มีบริษัท interior ด้วยและเปิดมานานแล้ว
ลูกค้าในไทยก็เยอะ บริษัทคงไม่ปิดบริษัท และหนีไปง่ายๆ ผมก็นะ ใจอ่อนครับ บอก คุณ ม ว่าหากคุณโทรมาแจ้งผมสักนิด
ผมก็คงไม่ต้องเมล์ไปหาทุกคนแบบนั้น ผมเลยบอกว่า งั้นผมให้คุณทำงานต่อและกัน
ระหว่างที่เราปล่อยเค้าไปนั้น บางบริษัทก็เริ่มส่งเมล์และโทรหาบริษัทถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขอเงินคืนและขอสินค้าคืน
เนื่องจากบางบริษัทได้เอาของไป Stock ให้มาเกือบ 6 เดือนแล้ว กลัวว่าของจะเสียครับ
จากวันที่ส่งเมล์ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ไม่นานก็ยังมีเมล์เข้าไปขอเงินและสินค้าคืน แต่ยังไร้การตอบกลับ
จนกระทั่งต่อมา มีเจ้ามือส่งเมล์มาหาทุกบริษัท คือต้องการให้พวกเรารวมกลุ่มกันเพื่อไปที่บริษัท เอส เพื่อขอเงินคืนครับ
ผมเองก็ได้เข้าไปร่วมพูดคุยด้วยครับ ในกลุ่มก็มีการพูดคุยกันแบบดุเดือด บางคนแจ้งว่าโทรไปไม่รับเลย
บางคนบอกว่าบริษัทแจ้งว่าจะคืนเงินให้แต่ก็หายเงียบไป
มีบางบริษัทได้รวมตัวกันไปขอเงินคืนที่บริษัท เอส แล้วก็ได้อัดวิดีโอระหว่างคุยสนทนากันมาด้วยครับ
ทางเค้าก็แจ้งว่าเว็บยังทำการตลาดตลอด ทำงานตามปกติตลอด ให้รอดูเว็บได้ แต่พอพูดเรื่องเงินเค้าก็บอกเอาไปลงทุนทำการตลาดเว็บหมดแล้ว
ก็คือไม่มีเงินทุนจ่ายเองตั้งแต่แรกแล้วอย่างที่คิดไว้ จะคืนเงินให้ทุกบริษัท 100% ไม่ได้ แล้วเค้าก็เลี่ยงบอกว่าขอเวลาไปประชุมกันก่อนแล้วกัน
หลังจากนั้นทางบริษัท เอส ก็คืนเงินให้กับบางบริษัท แต่ก็กว่าจะได้เงิน ก็ต้องโทรไปตามแล้วตามอีก
บางคนก็ได้มาครึ่งเดียว แถมยังต้องเซ็นเอกสารยอมรับว่าจะไม่ก่อความเสียหาย (คือดักไว้เลย กลัวจะไปรวมกับท่านอื่นๆอีก)
บางบริษัทก็จำใจครับ เพราะว่าขี้เกียจตามแล้ว ต้องยอมเอาเงินคืนครึ่งเดียว บางบริษัทได้คืนไม่ถึงครึ่งด้วยครับ
พอดีมีพี่คนนึง เค้าออกมาเป็นเจ้ามือขอให้ทางเราร่วมมือกันไปที่กองปราบ
พี่เค้าแจ้งว่าเค้าได้ทำการปรึกษาทางกฎหมายแล้ว เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากเลยให้เราไปรวมกันที่กองปราบเลย
เพื่อยื่นหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ว่าทางบริษัท เอส ฉ้อฉล
จนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ตอน 11 โมง กลุ่มเรารวมตัวกันไปประมาณ 10 บริษัท (จริงๆ มีมากกว่านั้น แต่ฝากเอกสารมา ไม่ได้มาเอง)
ไปที่กองปราบ เมื่อไปถึงเราก็คุยกันแล้วก็เริ่มจัดเรียงเอกสาร วันนั้นโชคดีมากครับที่มีนักข่าวไปเต็มเลย
เค้ารอทางกองปราบแถลงข่าวเรื่องจับฆาตรกร 3 ศพ พอดีครับ ด้วยคำแนะนำของพี่ๆทีมข่าวเราก็เลยรอก่อน
เพราะว่าผู้การกองปราบลงรับเรื่องเองเลย พวกเราเลยทำการยื่นเอกสารให้
หลังจากที่ได้ยื่นเอกสาร เราก็เข้าไปที่ห้องบันทึกประจำวันเพื่อที่จะแจ้งข้อกล่าวหาครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตใช้ความเป็นส่วนตัวกับอารมณ์นิดๆ
คือหลังจากที่เข้าไปกับเพื่อนประมาณ 5 คน เพื่อที่จะอธิบาย และแจ้งข้อกล่าวหา สรุปกองปราบไม่รับแจ้งครับ!!!!!!!
ผมนี่แบบเฮ้ย อุตส่าห์มานะ เค้าไม่รับเรื่องของเราเพราะว่าเอกสารไม่ครบ อันนี้ทางผมยังโอเคเพราะว่าบริษัทที่เข้าร่วมส่งเอกสารมาให้ไม่ครบจริงๆ
แต่ว่าผมขอร้องไปว่าให้รับเรื่องไว้ก่อนแล้วทางเราจะส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ ก็ได้เมล์ของตำรวจท่านนึงมา
แล้วกองปราบก็บอกว่ามูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่เกิน 5 ล้านบาทเลยไม่รับเรื่อง ต้องไปแจ้งที่เขตที่ตำรวจรับผิดขอบอีก
จริงๆมูลค่าเสียหาย ตามเอกสารทั้งหมดที่เรามี คือ 104 บริษัท เงินที่จ่ายไปก็บริษัทละ 20000+ ก็เกือบ 2 ล้านบาทแล้ว
บางบริษัทจะแจ้งความเสียหาย 2 แสนบาทเลยก็มี แต่ด้วยเพราะว่าเรายังข้อมูลมีไม่มากพอ ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้
แต่ก็ขอบคุณพี่ๆนักข่าวจากสำนักงานต่างๆที่ช่วยเอาไปออกข่าวเป็นสื่อกลางให้ด้วยอีกทางครับ
สุดท้ายครับ ถ้ามีบรืษัทไหนโดนบริษัท เอส เก็บเงินไปแบบนี้ ขอความกรุราเข้ามาร่วมคุยกันได้นะครับ
เพื่อความเป็นธรรมขอเงินของเราคืนมา เงินไม่ได้เยอะ แต่รวมกันหลายๆบริษัทมันก็เยอะไม่ใช่เล่นเลยนะครับ
แทนที่จะเอาเงินไปทำอย่างอื่น กลับต้องเอามาให้เค้าเอาไปทำการตลาด ทำเว็บไซต์
ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะสำเร็จตามสัญญาซักที
ปล. ตอนนี้คุณ ม ก็ลาออกมาแล้วครับ เหตุเพราะโดนเจ้านายเกาหลีด่าว่าตลอด
ทั้งๆที่คุณ ม คือคนที่รับหน้าแทน คอยคุยกับทุกบริษัทให้ไม่เกิดเรื่องแท้ๆ สงสารคนที่ทำงานกับบริษัทนี้เลยครับ
ผมไม่ได้เกลียดคนเกาหลีนะครับ คนเลวๆมีเยอะ มีหลายชาติ
แต่มาเอาเปรียบคนอื่นแบบนี้ ในที่ที่ไม่ใช่ประเทศตัวเอง มันยิ่งกว่าแย่อีก
ผมขอฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนภัยให้กับคนที่คิดจะใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการขายของและทำการตลาดให้นะครับ
บางทีเห็นเป็นบริษัทต่างชาติก็ใช่ว่าจะไม่โกงกัน
ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ