ครั้งแรกกับประสบการณ์ชีวิตเด็ก high school ใน Churchill, Australia

กระทู้นี้ถูกตั้งขึ้นจาก ความว่าง ...
ที่จะเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกในต่างแดน ที่ไม่ใช่แค่การไปท่องเที่ยว
แต่ต้องไปเรียนร่วมชั้นกับเด็กๆที่นั่น
ได้รับอะไรหลายๆอย่างที่มากกว่าความสนุก
จึงอยากมาเล่าประสบการณ์ แบ่งปันเรื่อง และมุมมองต่างๆนะคะ

- กระทู้นี้ภาพน้อย เนื่องจากตอนที่ไปยังไม่มีกล้องของตัวเอง (จริงๆเป็นคนชอบถ่ายรูปมาก แต่สมัยนั้นจขกท.ยังไม่มีแม้แต่มือถือหรือ mp3 ขออภัยจริงๆที่ไม่มีภาพให้ชมมากนักนะคะ)
- จขกท.ไม่ได้ไปแบบทุนแลกเปลี่ยน
- กระทู้นี้ไม่มีข้อมูลการเดินทางหรือข้อมูลเกี่ยวกับเมืองแบบแน่นหรือละเอียดใดๆ

ความ(ที่คาดว่าจะ)น่าสนใจ คือ... เมื่อเป็นนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลธรรมดา แต่ต้องตามคุณแม่ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ แบบงงๆ จึงเกิดประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย

เกริ่นยาวไปแล้ว เริ่มเลยนะคะ!

V
V
V

เมื่อปี 2005/2548 ตอนนั้นเราอายุ 13 ปี เพิ่งจบม.1 หมาดๆ
ก็มีเหตุจะต้องเดินทางไปต่างประเทศกับคุณแม่

คุณแม่ : "ปิดเทอมนี้ว่างนิ่ลูก อยากจะไปเที่ยวไหม"
ฉัน : "เอาสิหม่าม้า ไปไหนหรอ"
คุณแม่ : "ออสเตรเลีย หม่าม้าจะไปสอน จะเอาหนูไปด้วย ดีไหม"
ฉัน : "เอา เอา เอา" // ตาเป็นประกาย
คุณแม่ : "ไม่ต้องกลัวว่าง ม้ากำลังจะส่งใบสมัครให้โรงเรียนละ จะได้มีอะไรทำระหว่างม้าไปทำงาน"

ห๊ะ?! โรงเรียน .. นี่ปิดเทอมนะ ทำไมต้องเรียนด้วย -_-
เอาล่ะ เรียนก็เรียน กลัวไม่ได้ไปเที่ยวมากกว่า 555

ไม่รอช้า จัดกระเป๋า เริ่มเดินทางได้ !!

จำได้ว่าสภาพในตอนนั้น คือ.. เพิ่งตัดผมสั้น หัวฟูนิดๆ หยักศกหน่อยๆ
หน้าตาเหรอหรามากจริงๆ
ลากกระเป๋าตามคุณแม่ไปเผชิญโลกตามลำพังกันสองคน

ขอเพิ่มเติมเรื่องคุณแม่สักนิดนะคะ
คุณแม่จบพยาบาลแล้วผันตัวมาเป็นอาจารย์ค่ะ
น่าจะเรียนต่อป.เอกด้านอายุรกรรม(แบบทางไกล)ของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียของ Sydney
(อันนี้ไม่รู้เค้าแอบไปสมัครตอนไหน เราก็ยังเด็ก เล่นอย่างเดียว ไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ)

คุณแม่จึงมีประสบการณ์การเดินทาง มาออสเตรเลียหลายครั้งแล้ว
แต่ปีนี้ 2548 ต้องไปสอนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมือง Churchill

เมือง Churchill (เชอชิล) เป็นเมืองเล็กๆในรัฐ Victoria ประเทศออสเตรเลีย
บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบมาก พื้นที่ที่อยู่มีเนินขึ้นลงเยอะเลยทีเดียว
โฮสที่ทางมหาวิทยาลัยจัดหาให้คุณแม่ไปอยู่ เป็นผู้หญิงอายุ 50 กว่าปี
สามีเสียชีวิตไปแล้ว มีลูกชายสามคน โตและแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว
เลยอยู่บ้านกับสุนัขพันธุ์ Border Collie วัย 9 ปี 1 ตัว

ไปถึงวันแรก โฮสก็พาเดินชมห้องต่างๆ ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ
จนกระทั่งตอนที่จะอาบน้ำ...
เฮ้ยยย กรี๊ดดดดด "หม่าม้า ทำยังไงดี ลืมเอากางเกงในมา" เยี่ยมยอดเลยใช่ไหมคะ
ปกติเป็นเด็กอนามัยมาก จะไม่ใช้ของหรือทานร่วมกับใครเลย
การดัดนิสัยด่านแรก.. คือต้องยอมใส่กางเกงในคุณแม่ไปก่อน 555

แล้ววันไปเรียนวันแรกก็มาถึง...
โฮสช่วยขับพาไปส่งที่โรงเรียน คุณแม่มาด้วยค่ะ
เพราะมหาวิทยาลัยที่ต้องไปสอนอยู่ห่างกันแค่ประมาณ 800 เมตร เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง
โรงเรียนที่ไปชื่อ Kurnai College-Churchill Campus ค่ะ (มีอีกสาขาที่ Morwell เมืองที่อยู่ใกล้ๆกัน)
เป็นโรงเรียนเล็กๆในเมือง .. อายุเราถูกจัดอยู่ในเกรด 7



ทางครูใหญ่ใจดีมาก ให้คุณครูหาเพื่อนที่มาคอยดูแลให้ 2 คน ชื่อ "เคธี่" และ "โทนี่" เป็นผู้หญิงทั้งคู่ค่ะ
"เคธี่" จะเป็นคนที่หน้าตายิ้มแย้ม ดูอัธยาศัยดีมาก
ส่วน"โทนี่" จะชอบทำหน้าเบื่อโลก เหวี่ยงบ่อยๆ ท่าทางจะไม่ชอบเราเท่าไหร่
เราก็เกร็งๆ ด้วยความที่เป็นคนขี้อาย นี่ก็เป็นการมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ฝรั่งครั้งแรก

ตอนเดินเข้าห้องเรียนไป เหมือนในหนังเลยค่ะ ทุกคนที่กำลังเล่นและส่งเสียงโวยวาย
หันมามองด้วยสายตาเดียวกัน .. 'สายตาแห่งความสงสัยและว่างเปล่า'
ดูไม่ตื่นเต้นหรืออะไรทั้งนั้น แต่ออกแนว งง
(ลืมบอกไปค่ะว่า โรงเรียนนี้ไม่มีเด็กเอเชียเลย!! เราจึงเป็นคนแรก!)
คุณครูต้อนรับและแนะนำตัวเราให้เพื่อนๆรู้จักอย่างดี เราก็เดินไปนั่งกับเคธี่
แอบรู้สึกว่ามีสายตาจ้องมองมาบ้าง


ที่นี่จะมีวิชาโฮมรูมก่อนค่ะ คุณครูจะแจกกระดาษข่าวให้ทุกคนได้อ่านกัน
โดยคุณครูจะสรุปเกี่ยวกับข่าวของโรงเรียนให้ฟัง
บางวันก็จะมีใบเล็กๆมาเพิ่มพิเศษ เป็นข่าวกิจกรรมหรืองานที่เกิดขึ้นในเมือง


เสร็จจากโฮมรูมก็จะต้องเดินเปลี่ยนห้องเรียนค่ะ วิชาแรกที่เจอคือ... คณิตศาสตร์ !!
เข้าห้องไปปุ๊บ คุณครูจับมือทักทายเรา แล้วก็เริ่มการทดสอบก่อนเรียน
ทุกคนทำกันเป็นประจำ เลยดูไม่ตกใจมาก แต่เรานี่สิ ตื่นตูมมากค่ะ
เอ่อ..จะฟังโจทย์ทันไหม แล้วเรียนอะไรกันเนี่ย ไม่รู้เลย ตื่นเต้นสุดๆ
ปรากฏว่า ก็ทำได้เกินครึ่งนะคะ จริงๆแล้วมันเป็นโจทย์เชาว์ซะส่วนใหญ่
เน้นตีโจทย์ในออก ใช้ไหวพริบ เนื้อหาคือบวก ลบ คูณ หาร และเศษส่วนค่ะ
จากนั้นคุณครูก็เริ่มสอน แต่เราไม่ค่อยฟังหรอก มันน่าเบื่อมาก
เพราะตอนนั้นที่ไทยเราเรียนยากกว่าเขามากแล้ว เราเลยเน้นฝึกฟังภาษาอังกฤษแทน
จบคาบก็ได้แบบฝึกหัดของเกรด 7 มาทำค่ะ

* มีข้อสังเกตนึง คือ เด็กๆมีเครื่องคิดเลขกันทุกคน คือที่นี่เขาเน้นกระบวนการคิด + จัดการตัวเลข
มากกว่าที่จะให้เด็กคำนวณเองทั้งหมด จะใช้เมื่อสอบ หรือทำโจทย์ที่ค่อนข้างซับซ้อน
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะดีจริงไหม ยังข้องใจอยู่ลึกๆค่ะ

วิชาอื่นที่เรียนก็จะมี...
- วิชาศิลปะ
- วิชาเย็บปักถักร้อย
- วิชาวิทยาศาสตร์
- วิชาประวัติศาตร์
- วิชาพละ
- วิชาคอมพิวเตอร์
- คาบพิเศษ สัปดาห์ละวัน ทำกิจกรรมร่วมกับพี่ๆเกรดอื่น

สรุป วันแรกรู้สึกแปลกแยกมาก เลยเงียบมาก ไม่รู้จะคุยกับใคร
แลดูเป็นเด็กเก็บกดไม่มีคนคบไปโดยปริยาย แต่คุณครูทุกคนเอ็นดูเราดีมาก

เดี๋ยวจะขุดรูปจากในคอมฯมาเพิ่มให้ชมกันนะคะ
อาจมีรูปจาก Google มาบ้าง ยิ้ม

**** เดี๋ยวสักพักจะมาเล่าต่อค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่