**นิราศแม่สะเรียง** ภาค ๑๓
**นิราศแม่สะเรียง** ภาค ๑๓ (แม่อุมลอง)
(๒๔๖) ๐ สนธยาผ่านฟ้า แดงสวรรค์
วิปโยคโศกจาบัลย์ โศกเศร้า
เรียมร้างรักลาพลัน สะดุด รักเอย
รักฤทธิ์แรงแฝงเคล้า ค่ำเพ้อนงรามฯ
(๒๔๗) ๐ อากาศพลันคละคลุ้ม มืดสลัว
เย็นยะเยือกระรัว รักแท้
หลับตาข่มใจกลัว เกรงพราก จากน้อง
ชลเนตรไหลหลั่งแม้ หลีกลี้ใจหวนฯ
(๒๔๘) ๐ รัตติกาลผ่านห้วง ห่ำหนาว
เปล่าเปลี่ยวฤดีคราว ครู่ครั้ง
หวังจะอยู่คู่ดาว เดือนดับ ไฉนแฮ
เยียวตราบสิ้นลมรั้ง ละล้วน ฦาลงฯ
(๒๔๙) ๐ พงพนาอรุณเช้า เงียบเหงา
สกุณาเงียบเบา เชียบแท้
เรียมจักหยุดทุเลา งานพัก นะพ่อ
ยุรยาตรพนาแก้ กลัดกลุ้มรุมฤดีฯ
(๒๕๐) ๐ ขับยานยนต์ปรี่พ้อง พงไพร
บรรพตพงศ์อำไพ ผ่านหล้า
วานรวอกวิไล เรียกกู่ ชัฎเฮย
แว่วชะนีลั่นฟ้า กะร้องเรียกผัวฯ
(๒๕๑) ๐ ลีลารถแวะข้อง อุมลอง
ฉายเดี่ยวเปลี่ยวใจครอง ล่วงล้ำ
อรัญญิกปริสนอง นองรก ภูแน
ทางกีดวนวกน้ำ ว่องเลี้ยวไพรสัณฑ์ฯ
(๒๕๒) ๐ พนมพงศ์สู่แคว้น แดนดิน
เยื้องย่างไพรทมิฬ ถิ่นหล้า
อุมลองพุร้อนริน ถวิลลับ แลเฮย
บุกฝ่าฟันแทบบ้า บ่นแท้แคบชันฯ
(๒๕๓) ๐ จรัลแดนคละเคล้า ฝุ่นตลบ
หลุมใหญ่น้อยพลอยสยบ เหยียบแคว้น
สกุณเหว่าเว้ากลบ เกลาเงียบ
เพลาครู่จุดหมายแม้น เหนื่อยห้วงไคลคลาฯ
(๒๕๔) ๐ ปะกาคะญ่อห้อ ต้อนรับ
เชิญทัศน์ไพรพงศ์พยับ ไผ่ล้อม
ธารใสสะเรียงขยับ ย้อนกลับ ไรฤา
ใจพี่มั่นคงห้อม ห่วงน้องเปรมวดีฯ
(๒๕๕) ๐ ยังสะพานทอดข้าม ห้วยแคบ
ราวเหล็กหลั่นองค์แอบ แอ่นอ้า
ระยะหว่างช่องแฉลบ แยกระ วังเอย
สมสติผ่อนกายล้า ลุเหย้าอุมลองฯ
(๒๕๖) ๐ เสียงต๊อกแต๊กละไว้ ใจคิด
เสียงระหัดน้ำชิด วิดน้ำ
พงพนาเงียบสนิท สมชิด ชมแน
รุกขชาติพรรณล้ำ เพียบแคว้นปฐวีฯ
(๒๕๗) ๐ สุราลัยร่วงแล้ว ฤาไฉน
ปรากฏลงพงไพร ผ่องแล้
ฤาสุรเทพเลไลย์ ลุล่วง มนต์เอย
จัตุพักตร์เทิดแท้ เทียบหล้าราสวรรค์ฯ
(๒๕๘) ๐ เจรียงเสียงร่ายล้ำ ฮัมเพลง
บรรสุทธิ์สุดบรรเลง ฤกษ์สร้าง
ลมพัดคละครื้นเครง ครวญสยบ
จารึกกานดาสล้าง สู่ห้วงเวหนฯ
(๒๕๙) ๐ น้ำพุร้อนร่อนแท้ เทียมใจ
น้ำพุเย็นแลไฉน หน่ายห้อม
สุขทุกข์อยู่หทัย พาข่ม
เบาทุกข์สุขนำล้อม ผ่อนเศร้าเคล้าพนาฯ...
**นิราศแม่สะเรียง** ภาค ๑๓
วิปโยคโศกจาบัลย์ โศกเศร้า
เรียมร้างรักลาพลัน สะดุด รักเอย
รักฤทธิ์แรงแฝงเคล้า ค่ำเพ้อนงรามฯ
(๒๔๗) ๐ อากาศพลันคละคลุ้ม มืดสลัว
เย็นยะเยือกระรัว รักแท้
หลับตาข่มใจกลัว เกรงพราก จากน้อง
ชลเนตรไหลหลั่งแม้ หลีกลี้ใจหวนฯ
(๒๔๘) ๐ รัตติกาลผ่านห้วง ห่ำหนาว
เปล่าเปลี่ยวฤดีคราว ครู่ครั้ง
หวังจะอยู่คู่ดาว เดือนดับ ไฉนแฮ
เยียวตราบสิ้นลมรั้ง ละล้วน ฦาลงฯ
(๒๔๙) ๐ พงพนาอรุณเช้า เงียบเหงา
สกุณาเงียบเบา เชียบแท้
เรียมจักหยุดทุเลา งานพัก นะพ่อ
ยุรยาตรพนาแก้ กลัดกลุ้มรุมฤดีฯ
(๒๕๐) ๐ ขับยานยนต์ปรี่พ้อง พงไพร
บรรพตพงศ์อำไพ ผ่านหล้า
วานรวอกวิไล เรียกกู่ ชัฎเฮย
แว่วชะนีลั่นฟ้า กะร้องเรียกผัวฯ
(๒๕๑) ๐ ลีลารถแวะข้อง อุมลอง
ฉายเดี่ยวเปลี่ยวใจครอง ล่วงล้ำ
อรัญญิกปริสนอง นองรก ภูแน
ทางกีดวนวกน้ำ ว่องเลี้ยวไพรสัณฑ์ฯ
(๒๕๒) ๐ พนมพงศ์สู่แคว้น แดนดิน
เยื้องย่างไพรทมิฬ ถิ่นหล้า
อุมลองพุร้อนริน ถวิลลับ แลเฮย
บุกฝ่าฟันแทบบ้า บ่นแท้แคบชันฯ
(๒๕๓) ๐ จรัลแดนคละเคล้า ฝุ่นตลบ
หลุมใหญ่น้อยพลอยสยบ เหยียบแคว้น
สกุณเหว่าเว้ากลบ เกลาเงียบ
เพลาครู่จุดหมายแม้น เหนื่อยห้วงไคลคลาฯ
(๒๕๔) ๐ ปะกาคะญ่อห้อ ต้อนรับ
เชิญทัศน์ไพรพงศ์พยับ ไผ่ล้อม
ธารใสสะเรียงขยับ ย้อนกลับ ไรฤา
ใจพี่มั่นคงห้อม ห่วงน้องเปรมวดีฯ
(๒๕๕) ๐ ยังสะพานทอดข้าม ห้วยแคบ
ราวเหล็กหลั่นองค์แอบ แอ่นอ้า
ระยะหว่างช่องแฉลบ แยกระ วังเอย
สมสติผ่อนกายล้า ลุเหย้าอุมลองฯ
(๒๕๖) ๐ เสียงต๊อกแต๊กละไว้ ใจคิด
เสียงระหัดน้ำชิด วิดน้ำ
พงพนาเงียบสนิท สมชิด ชมแน
รุกขชาติพรรณล้ำ เพียบแคว้นปฐวีฯ
(๒๕๗) ๐ สุราลัยร่วงแล้ว ฤาไฉน
ปรากฏลงพงไพร ผ่องแล้
ฤาสุรเทพเลไลย์ ลุล่วง มนต์เอย
จัตุพักตร์เทิดแท้ เทียบหล้าราสวรรค์ฯ
(๒๕๘) ๐ เจรียงเสียงร่ายล้ำ ฮัมเพลง
บรรสุทธิ์สุดบรรเลง ฤกษ์สร้าง
ลมพัดคละครื้นเครง ครวญสยบ
จารึกกานดาสล้าง สู่ห้วงเวหนฯ
(๒๕๙) ๐ น้ำพุร้อนร่อนแท้ เทียมใจ
น้ำพุเย็นแลไฉน หน่ายห้อม
สุขทุกข์อยู่หทัย พาข่ม
เบาทุกข์สุขนำล้อม ผ่อนเศร้าเคล้าพนาฯ...