เมื่อวันจันทร์ 9/2/58 เราไปทำงานตามปกติ (ตัวเรามีปัญหาสุขภาพเรื่อง ไมเกรน ภูมิแพ้) ทีนี้ไข้เราขึ้น ไมเกรนอีก ภูมิแพ้มาอีก หายใจไม่ค่อยออกคัดจมูกทั้งวัน หัวก็ปวด เราบอกแฟนตั้งแต่ช่วงบ่ายว่าเราอาจจะนั่งแท็กซี่ ไปรับลูกและเลยกลับบ้าน (บ้านกับที่ทำงานห่างกันประมาณ 50 กิโล) ประมาณ 16.00 น แฟนข้อความมาบอกว่าจะไปเยี่ยมน้าที่โรงพยาบาล เดี๋ยวรีบกลับ
ทีนี้ตอนเย็นเราติดลูกค้าเลยเลิกงานช้ากว่าปกติ ไม่อยากนั่งแท็กซี่เพราะค่อนข้างที่เย็นนแล้ว (18.15 น) ต้องฝืนขับรถไปรับลูก (ลูก 2 ขวบกว่า) และกลับบ้าน กว่าจะกลับถึงบ้านประมาณ 20.00 น ต้องจอดพักสายตาตลอดทาง เพราะไมเกรนขึ้นปวดหัว เบ้าตามาก ในขณะที่ขับรถกลับแฟนก็ไม่คิดที่จะโทรถามเลยว่าถึงไหนแล้ว อาการเป็นยังไง พอถึงบ้านต้องอยู่กับลูก 2 คน (บ้านที่อาศัยเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น รวมดาดฟ้าด้วย เราอยู่ชั้น 4 ) ต้องหอบสัมภาระและลูกขึ้นบ้าน เราปวดหัว เบ้าตา ปวดตัวมาก คัดจมูกหายใจไม่ออกด้วย เลยกินยาลดไข้ 2 เม็ด แก้แพ้ 2 เม็ด ทีนี้เกิดอาการมึนยา ลูกก็งอแง จะ 3 ทุ่มแล้วแฟนยังไม่กลับ อาการเราไม่ดีเลยทั้งมึนยา ทั้งหายใจไม่ออก ไข้ก็ขึ้น ลูกเห็นเรานั่งหายใจทางปาก แบบหายใจติดขัดมาก จนลูกร้อง หาแม่ หาแม่ เราน้ำตาตกเลยทำไมเราต้องมาเจอสภาพแบบนี้ด้วย เลยต้องฝืนเล่นกะลูก จนลูกหลับ 23.00+ น แฟนก็ยังไม่กลับ จนเราหลับไป ตื่นเช้ามา แฟนบอกว่าไปเที่ยวตะวันแดงมา เราโกรธมาก เราไม่สบายขนาดนั้น คุณยังปล่อยให้เราอยู่กับลูกตามลำพังทั้งๆที่เราก็ป่วยขนาดนั้น คุณยังกล้าไปเที่ยวหรอ (น้าที่เค้าบอกไปเยี่ยมที่โรงบาลก็ไปด้วย) ทะเลาะกันจนเราพูดออกไปว่าเราจะออกไปอยู่ข้างนอกเพราะยังไงแฟนก็ไม่ได้ห่วงและสนใจเรากับลูกอยู่แล้ว แล้วแฟนก็พูดว่า "ออกไปเลย" เป็นจุดที่ทำให้เราหอบข้าวของและลูกออกมา ตั้งแต่ออกมาแฟนก็ไม่เคยตามนะ สงสารแค่ลูก ร้องหาพ่อ เราอาจจะผิดที่ตัดสินใจเร็ว แต่ในเมื่อเค้าไม่เห็นตัวตนเราเลย ไม่ห่วงเราเลย เราจะอยู่ทำไม จนตอนนี้คำขอโทษจากเค้ายังไม่มีเลย
ป.ล. ยาที่กินไปเค้าซื้อทิ้งไว้ให้
ป.ล. เป็นเรื่องระหว่างเรากะแฟน คนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
พาลูกออกจากบ้าน
ทีนี้ตอนเย็นเราติดลูกค้าเลยเลิกงานช้ากว่าปกติ ไม่อยากนั่งแท็กซี่เพราะค่อนข้างที่เย็นนแล้ว (18.15 น) ต้องฝืนขับรถไปรับลูก (ลูก 2 ขวบกว่า) และกลับบ้าน กว่าจะกลับถึงบ้านประมาณ 20.00 น ต้องจอดพักสายตาตลอดทาง เพราะไมเกรนขึ้นปวดหัว เบ้าตามาก ในขณะที่ขับรถกลับแฟนก็ไม่คิดที่จะโทรถามเลยว่าถึงไหนแล้ว อาการเป็นยังไง พอถึงบ้านต้องอยู่กับลูก 2 คน (บ้านที่อาศัยเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น รวมดาดฟ้าด้วย เราอยู่ชั้น 4 ) ต้องหอบสัมภาระและลูกขึ้นบ้าน เราปวดหัว เบ้าตา ปวดตัวมาก คัดจมูกหายใจไม่ออกด้วย เลยกินยาลดไข้ 2 เม็ด แก้แพ้ 2 เม็ด ทีนี้เกิดอาการมึนยา ลูกก็งอแง จะ 3 ทุ่มแล้วแฟนยังไม่กลับ อาการเราไม่ดีเลยทั้งมึนยา ทั้งหายใจไม่ออก ไข้ก็ขึ้น ลูกเห็นเรานั่งหายใจทางปาก แบบหายใจติดขัดมาก จนลูกร้อง หาแม่ หาแม่ เราน้ำตาตกเลยทำไมเราต้องมาเจอสภาพแบบนี้ด้วย เลยต้องฝืนเล่นกะลูก จนลูกหลับ 23.00+ น แฟนก็ยังไม่กลับ จนเราหลับไป ตื่นเช้ามา แฟนบอกว่าไปเที่ยวตะวันแดงมา เราโกรธมาก เราไม่สบายขนาดนั้น คุณยังปล่อยให้เราอยู่กับลูกตามลำพังทั้งๆที่เราก็ป่วยขนาดนั้น คุณยังกล้าไปเที่ยวหรอ (น้าที่เค้าบอกไปเยี่ยมที่โรงบาลก็ไปด้วย) ทะเลาะกันจนเราพูดออกไปว่าเราจะออกไปอยู่ข้างนอกเพราะยังไงแฟนก็ไม่ได้ห่วงและสนใจเรากับลูกอยู่แล้ว แล้วแฟนก็พูดว่า "ออกไปเลย" เป็นจุดที่ทำให้เราหอบข้าวของและลูกออกมา ตั้งแต่ออกมาแฟนก็ไม่เคยตามนะ สงสารแค่ลูก ร้องหาพ่อ เราอาจจะผิดที่ตัดสินใจเร็ว แต่ในเมื่อเค้าไม่เห็นตัวตนเราเลย ไม่ห่วงเราเลย เราจะอยู่ทำไม จนตอนนี้คำขอโทษจากเค้ายังไม่มีเลย
ป.ล. ยาที่กินไปเค้าซื้อทิ้งไว้ให้
ป.ล. เป็นเรื่องระหว่างเรากะแฟน คนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง