เมื่อวานที่ไปซ้อมปั่นที่สนามเขียวมา ที่นี่ไม่ว่าจะไปบ่อยแค่ไหนไปกี่ครั้งบรรยากาศไม่เคยเหมือนเดิม แม้แต่ปั่นวันเดียวกันติดกันสองรอบก็ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นลมหรือบรรยากาศการปั่นจากเพื่อนนักปั่นในแต่ละรอบ
เมื่อวานตอนเย็นที่สนามเขียวลมเปลี่ยนทิศเนื่องจากกำลังจะเปลี่ยนฤดู ตอนเริ่มออกปั่นวอร์มขาไปเรื่อยๆสัก 5 กม.ช่วงนี้กลายเป็นช่วงสวนลม ก็ทำความเร็วไม่ได้มากแต่กินแรงพอดู แต่พอเข้าสู่ทิศทางขากลับกลายเป็นลมส่ง เบาแรงขึ้นมากเลยลองปั่นไล่ขาแรงดู เกาะกันไปด้วยความเร็ว 35-40 เกือบสิบโล พอผ่านโค้งลอดใต้สะพานปรากฏว่ากลายเป็นช่วงสวนลม แต่ขาแรงกลับไม่ลดความเร็วลงเลย ผลก็เป็นไปตามคาด ปั่นตามไปอีก 3-4 ก.ม.ผมก็หมดแรงหลุดกลุ่มร่วงไปก่อนปั่นครบรอบ ทำได้แค่ประคองความเร็วปั่นไปให้ครบรอบแล้วก็ปั่นต่อไปโดยไม่ได้หยุดพัก
เริ่มปั่นรอบสองต่อเนื่องพอเข้าสู่ช่วงสวนลมก็เริ่มเป็นหนังชีวิต แรงก็หมดแถมยังเจอลมแรง แต่พอดีมีกลุ่มลากขึ้นไปบังลมให้ก็เกาะไปเรื่อยๆจนหมดช่วงสวนลม แล้วกลุ่มก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นไป ผมก็เริ่มสละกลุ่มมาปั่นคนเดียวเพราะไม่อยากเจอเหมือนรอบแรกอีก รอบแรกช่วงลมส่งผมใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ประมาณ 37 เกือบๆสิบโลเพราะตามกลุ่มไป พอรอบสองใช้แรงตัวเองเท่าที่มีปั่นเดียวไปด้วยความเร็วประมาณ 32-33 แบบควงขาแตะประคองความเร็วไปเรื่อยๆ พอดีล้อมันเหวี่ยงอยู่ที่ความเร็วเท่านี้ พอผ่านโค้งลอดใต้สะพานเข้าสู่ช่วงสวนลม ปรากฏว่าแรงยังเหลือสามารถปั่นเดี่ยวสวนลมไปต่อที่ความเร็วประมาณ 30 ได้จนครบรอบเข้าจุดพัก เป็นผลจากการเฉลี่ยแรงให้เหลือได้พอดี ไม่ซ่าอัดตามชาวบ้านเขาไปแบบไม่เจียมตัวครับ
และอีกเหตุผลนึงที่ผมยอมสละกลุ่มในรอบสองคือ ตอนนั้นเริ่มเย็นประมาณห้าโมงแล้วคนเริ่มเยอะ มีนักปั่นหลากหลายสไตล์บางคนพอเจอลมแรงๆก็เข้ามาเกาะกลุ่มเพื่อหวังให้ช่วยบังลม แต่เจอหลายคนปั่นไม่นิ่งปั่นนำอยู่แล้วฟรีขาหรือเบรคบ่อยๆจนน่ากลัวอุบัติเหตุ แถมบางคนเห็นกลุ่มใหญ่มาเร็วๆดันตัดแทรกเข้ามากลางกลุ่มเลย คนที่เกาะกลุ่มกันมานิ่งๆข้างหลังเกือบสิบคันเสียจังหวะเบรคกันกระจัดกระจายไปหมด ทั้งๆที่ตามหลักตามมารยาทเขาต้องไปต่อท้ายกลุ่มตามกันไป แต่คงไม่มีใครบอกใครเตือนเพราะต่างคนต่างมารวมกลุ่มกันเอง น่ากลัวอุบัติเหตุพอสมควรครับ
ถึงจุดหมายได้โดยการปั่นแบบเฉลี่ยแรง
เมื่อวานตอนเย็นที่สนามเขียวลมเปลี่ยนทิศเนื่องจากกำลังจะเปลี่ยนฤดู ตอนเริ่มออกปั่นวอร์มขาไปเรื่อยๆสัก 5 กม.ช่วงนี้กลายเป็นช่วงสวนลม ก็ทำความเร็วไม่ได้มากแต่กินแรงพอดู แต่พอเข้าสู่ทิศทางขากลับกลายเป็นลมส่ง เบาแรงขึ้นมากเลยลองปั่นไล่ขาแรงดู เกาะกันไปด้วยความเร็ว 35-40 เกือบสิบโล พอผ่านโค้งลอดใต้สะพานปรากฏว่ากลายเป็นช่วงสวนลม แต่ขาแรงกลับไม่ลดความเร็วลงเลย ผลก็เป็นไปตามคาด ปั่นตามไปอีก 3-4 ก.ม.ผมก็หมดแรงหลุดกลุ่มร่วงไปก่อนปั่นครบรอบ ทำได้แค่ประคองความเร็วปั่นไปให้ครบรอบแล้วก็ปั่นต่อไปโดยไม่ได้หยุดพัก
เริ่มปั่นรอบสองต่อเนื่องพอเข้าสู่ช่วงสวนลมก็เริ่มเป็นหนังชีวิต แรงก็หมดแถมยังเจอลมแรง แต่พอดีมีกลุ่มลากขึ้นไปบังลมให้ก็เกาะไปเรื่อยๆจนหมดช่วงสวนลม แล้วกลุ่มก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นไป ผมก็เริ่มสละกลุ่มมาปั่นคนเดียวเพราะไม่อยากเจอเหมือนรอบแรกอีก รอบแรกช่วงลมส่งผมใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ประมาณ 37 เกือบๆสิบโลเพราะตามกลุ่มไป พอรอบสองใช้แรงตัวเองเท่าที่มีปั่นเดียวไปด้วยความเร็วประมาณ 32-33 แบบควงขาแตะประคองความเร็วไปเรื่อยๆ พอดีล้อมันเหวี่ยงอยู่ที่ความเร็วเท่านี้ พอผ่านโค้งลอดใต้สะพานเข้าสู่ช่วงสวนลม ปรากฏว่าแรงยังเหลือสามารถปั่นเดี่ยวสวนลมไปต่อที่ความเร็วประมาณ 30 ได้จนครบรอบเข้าจุดพัก เป็นผลจากการเฉลี่ยแรงให้เหลือได้พอดี ไม่ซ่าอัดตามชาวบ้านเขาไปแบบไม่เจียมตัวครับ
และอีกเหตุผลนึงที่ผมยอมสละกลุ่มในรอบสองคือ ตอนนั้นเริ่มเย็นประมาณห้าโมงแล้วคนเริ่มเยอะ มีนักปั่นหลากหลายสไตล์บางคนพอเจอลมแรงๆก็เข้ามาเกาะกลุ่มเพื่อหวังให้ช่วยบังลม แต่เจอหลายคนปั่นไม่นิ่งปั่นนำอยู่แล้วฟรีขาหรือเบรคบ่อยๆจนน่ากลัวอุบัติเหตุ แถมบางคนเห็นกลุ่มใหญ่มาเร็วๆดันตัดแทรกเข้ามากลางกลุ่มเลย คนที่เกาะกลุ่มกันมานิ่งๆข้างหลังเกือบสิบคันเสียจังหวะเบรคกันกระจัดกระจายไปหมด ทั้งๆที่ตามหลักตามมารยาทเขาต้องไปต่อท้ายกลุ่มตามกันไป แต่คงไม่มีใครบอกใครเตือนเพราะต่างคนต่างมารวมกลุ่มกันเอง น่ากลัวอุบัติเหตุพอสมควรครับ