ไม่เข้าใจว่ารักกัน.....แล้วจะเลิกกันทำไม

กระทู้คำถาม
ดีจ้า(น้ำเสียงอาราเร่) ขึ้นมาเสียงดูสดใสนะ  แต่ข้างในอย่าให้เหลานะคะ(เดี๋ยวจะแหลม 5555)  ขอออกตัวว่า(เห็นเขาชอบมีประโยคนี้กัน)นี่ไม่ใช่การตั้งกระทู้แรกในพันทิป แต่ถ้าแนวดราม่านี่คือกระทู้แรกเลยค่ะ(และหวังคงกระทู้สุดท้ายในชีวิต)  ต้องขอโทษล่วงหน้าหากมีข้อผิดพลาดใดๆทั้งคำสะกด ทั้งเรื่องราวที่อาจจะยืดยาวเพราะก่อนจะเข้าเรื่องต้องท้าวความก่อนค่ะรับรองว่าเรื่องจริงไม่ได้อิงนิยาย  จะบอกยังไงดี...เราเหมือน....อยากมีเพื่อนระบายค่ะ  และเราเชื่อว่าน่าจะมีมุมมองดีหลายๆมุมมองที่จะทำให้เราดีขึ้น กับการตัดสินใจในครั้งนี้ โลกนี้มันอยู่อยากขึ้นทุกวัน ขอบคุณล่วงหน้านะคะ เริ่ม..........
เราก็เป็นเด็กผู้หญิงแก่นๆคนหนึ่งที่เติบโตมาบนโลกที่มีความสุขในครอบครัวที่มีแต่แม่ที่เป็นได้ทั้งพ่อและแม่(มีความสุขจริงๆนะ^^)   ช่วงเวลาผ่านเลยมาจนถึงวันหนึ่งซึ่งเป็นวันเปิดภาคเเรียนขึ้นม.4  เรามีโอกาสได้เจอผู้ชายคนหนึ่งเป็นเด็กใหม่ตัวเล็กๆน่ารักดี(ในความคิดเรานะ) ตัวเล็กน่ารักซะจนอยากแกล้ง  เราเป็นเด็กเก่าเรียนมาตั้งแต่ม.ต้น เลยโชว์เก๋าชอบไปแย่เขา ที่ไหนได้เจอตอค่ะ!! เพราะเขาก็ใช่เล่นแย่เรากลับ ชิชะ ชิชะ กินกันไม่ลงจริงๆคู่นี้  คือที่บอกว่าเขาไม่ใช่เล่น...ถ้าให้ยกมาสักวีระกรรม ก็คงเป็นเรื่องนี้  “ศึกชิงนาย” อ่านไม่ผิดค่ะศึกชิงนายจริงๆ  คือเขาคุยกับผู้หญิงพร้อมกัน 2 คน คือต่างโรงเรียนกันค่ะ  เราเองด้วยซ้ำที่เป็นคนไปเคลียร์ทางให้   นึกถึงภาพในวันนั้นแล้วยังขำอยู่เลย55555555  ระหว่างเรากับเขาเหมือนในละครอะค่ะ เริ่มจากแกล้งกันก่อนแกล้งกันไปกันมา ทะเลาะกันตามภาษา.....คุณพระ!!!  ละครในชีวิตจริง เป็นแฟนกันซะงั้นมันเกิดขึ้นได้ไงไม่รู้  พอรู้ตัวอีกที อ้าวเพื่อนๆล้อกันซะละตอนนั้นคือม.6 ละนะ สรุปเป็นแฟนกันตอนม.6(เป็นการมีแฟนครั้งแรกในชีวิตเรา)  ทุกอย่างสวยงาม น่ารัก สนุกสนานจนเรียนจบม.ปลาย  เราต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยคนละที่  แต่โชคดีของเราเพราะบ้านเราห่างกันแค่ 2-3 ซอย  ยังไม่ต้องลุ้นอะไรค่ะเพราะเรายังรักกันดีต่อให้เรียนกันคนละที่ก็ตาม จะมีปัญหากันบ้างก็ตามภาษาคนเป็นแฟนกัน....ว่าไปเราเองก็ใช่จะขี้เร่นะ(แต่ก็ไม่ได้สวยเทพอะไรนะคะ แค่พอดูได้แบบสดๆไม่ได้ทำศันยกรรม) ในระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัยเรามีรับงานพิเศษเป็นพิธีกร เป็นพริตตี้ทั่วไป แต่ก็ว่าไม่ได้นะค่ะงานมอเตอร์โชว์ก็ยืนมาแล้วนะ หุหุ ( อั้ยยะๆผู้หญิงคนนี้เข้าไม่ธรรมดาจริงๆ สงสัยจะพิเศษใส่ไข่ 2 ฟอง  555555) ส่วนเขาเสียเวลาไป 1 ปีกับการไปเรียนต่อในที่ๆเขาไม่ชอบ เขาหาตัวเองจนเจอไปเรียนสายช่าง 2 ปี กระทั่งสอบติดในสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่งในระดับปริญาตรี  แน่นอนเราเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนเขา 1 ปี เราก็ทำงานๆของเราคือพิธีกร พริตตี้ ไปแคสโฆษณา ได้เป็นตัวเมน ตัวประกอบรับหมดตั้งใจเก็บเงิน  ที่ไหนได้....เพราะงานที่เราทำก็ต้องแต่งตัวเนอะ(แฮ่....ข้ออ้างแท้ๆ)สรุปหาเงินมาได้เท่าไรใช้หมดค่ะ ชีวิตมีความสุขดีค่ะ ความรักก็ลงตัว.... ชีวิติเลิศอะ!!ผู้หญิงคนนี้  ทุกอย่างยังไปได้ดีในแบบของมันทั้งเรื่องงาน และความรัก   เมื่อเขาเรียนจบปริญาตรี และได้เริ่มทำงาน....เอาหล่ะ โตๆกันแล้ว คบกันมาก็5-6ปีละ เริ่มมีวางแผนการมีชีวิตคู่  มีการพูดคุยถึงเรื่องแต่งงาน  ดูลงตัวเนอะ แต่ต้องบอกว่าก่อนที่จะมาถึง 5-6 ปีเราเผชิญกับอะไรกันมามากมาย ถือว่าเรา 2 คนสนิทกันมากเราเองเคยแม้กระทั่งไปเป็นผู้ปกครองให้เขาตอนสมัยเรียนช่าง  เราไปบ้านเขาเกือบทุกวันหยุดทำอะไรกินกัน แบบว่า...บ้านเขาเป็นครอบครัวใหญ่มีกิจกรรมสนุกๆตลอกเวลา เราก็ไปตลอด เขาก็แนะนำให้เราวางตัวให้เข้ากับญาติๆที่บ้านเขาได้ทุกคน  ส่วนตัวเขาเองก็เข้ากับครอบครัวเราเป็นอย่างดี ยายเรา แม่เรา รักเขามาก เขาเองก็ดูแลเราดีอยู่เคียงข้างเราในทุกเหตุการณ์ชีวิต เช่น ตอนที่ยายเราเสียบ้านเราทำอะไรไม่ถูกเลย ก็ได้เขาช่วยพาไปโรงพักแจ้งความ  ช่วยโน่น นี่ นั่น มันมีเหตุการณ์ต่างๆอีกมากมายลำบากด้วยกันมาเป็นส่วนใหญ่ เราทั้ง 2 คนเป็นพวกไม่ขอเงินทางบ้านค่ะ พยายามจะสร้างทุกอย่างด้วยตนเอง  เราทั้งคู่ลำบากมาด้วยกันเยอะๆจนเราพูดได้เต็มปากเลยว่าผู้ชายคนนี้แหล่ะที่เราจะฝากชีวิตไว้ เขาคือพ่อของลูกเรา(คิดในใจนะ มีใครได้ยินไหม 555) เหตุการณ์ผ่านมาเรื่อยๆ จนในที่สุดเราคุยกันจริงจังว่าสิ้นปี 2556 เราจะแต่งงานกัน....จริงๆเราก็เป็นฝ่ายแอบเร่งเขาเอง....อย่างว่านะ เราผู้หญิงอะก็กลัวจะแกอะเนอะ แล้วถ้านับถึงปี 2556 เราคบกันมาก็ 12-13 ปีเห็นจะได้ (เพื่อนๆว่าสมควรแก่เวลาไหมหละค่ะ) ตอนที่คุยกันคือช่วงต้นปี 2555 ท้าวความมาซะยาว..................ยังค่ะ!! ยังไม่เข้าเรื่อง!!  เพราะมันดันเกิดเรื่องซะก่อน!!!!! เรื่องมีอยู่ว่าตลอดที่เราคบกัน เราเองเป็นจำพวกเข้าใจนิสัยผู้ชายดี(หรือเรียกอีกอย่างว่าสันดานนั่นหล่ะค่ะ อุย!! ไม่สุภาพขออภัยนะคะ) เรื่องกิน เรื่องเที่ยวก็ธรรมดาของผู้ชายเนอะ แน่นอนแฟนเราก็ผู้ชาย(ชายแท้ซะด้วยซิ  ฮิฮิ) เขาก็ไปเที่ยวเหมือนกัน  แรกๆมีไปบ้าง หลังๆหนักเลยยิ่งพอคุยเรื่องแต่งงานกันจริงจังเขายิ่งใช้ชีวิตเต็มที เราเองก็ไม่ได้โอเคทุกครั้งที่เขาไป ก่อนไปก็มีทะเลาะกันบ้างสุดท้ายเราก็ยอมให้ไป เพราะเชื่อในความรักทั้งหมดที่เรามี.... ว่าเขาจะรักเรามากพอ จะไม่นอกใจ จะไม่ทำร้ายกัน บลาๆๆ.......อะอะ!! ลุ้นกันใหญ่ ทายสิเขานอกใจไหม.....นอก...ไม่นอก...นอก...ไม่นอก....ติ๊กตอก....ติ๊กตอก....ยังไม่เฉลย  ย้อนมาเล่าข้อดีของเรานิดหนึ่ง เราเป็นคนไม่เจ้าชู้เลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย รักเดียวใจเดียว รักเขามาก  แฟนคนแรกอะบอกเลย (รักแบบแฟน แต่พยายามเข้าใจและอยู่แบบเพื่อน) แต่ข้อเสียเราโคตรขี้หึงเลย คือ แบบ...มโนเอาเองว่าแฟนฉันนี่ อนันดา ว่างั้น หน้าตาดีที่สุดในสามโลก นิสัยดีมากมายมหาศาล  ยากจะหาคำใดมาเปรียบ....อย่างว่าหล่ะค่ะลำบากด้วยกันมาเยอะ เขาจึงดีที่สุด สำหรับเรา  แค่ได้กินก๋วยเตี๋ยวข้างถนนกับเขาก็มีความสุขแล้ว  หลายๆครั้งต้องนั่งมอไซร์เพราะประหยัดน้ำมันรถยนต์เติมทีมันแพงเก็บตังไว้แต่งงานดีกว่า(เขาบอกนะ) แต่อย่างว่าเนอะเวลากว่า10 ปี เวลาเปลี่ยน...คนไม่ได้เปลี่ยนนะ แค่รู้จักกันมากขึ้น ในช่วงต้นปี 2555 เราทะเลาะกันบ่อย และหนักในหลายๆครั้ง เหมือนกำลังโดนฟ้าพิสูจน์ในความรักแท้ของเราทั้งคู่  ทะเลาะกันหนักถึงขนานที่เรางองแงกับเขาจนเขาทิ้งเราไว้หน้าโรงหนังคนเดียว แล้วเขาก็ขับรถกลับบ้านไป  มันคงหลายๆอย่างเพราะเขาเองก็เที่ยวหนักมากๆจนเราไม่โอเค จากที่เคยให้ไป กลายเป็นก่อนเขาไปทุกครั้งต้องทะเลาะกันก่อน เสมอ  มีวันหนึ่งเป็นวันคล้ายเกิดเขาๆก็ไปเที่ยวเช่นเคย(ออ....ลืมบอกที่เที่ยวของเขาไม่ใช่ร้านเหล้าแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเที่ยวกันแถวรัชดาหรือRCAนะ  เขาไปร้านใหญ่ๆดังๆแถวรามอินทรา ประเภทมีเด็กดิ้ง โคโยตี้ นัวเนียนๆ) เราโทรไปหลายรอยแหละ ยอมรับว่าเรางองแง  เราเองก็คิดว่าทำไมเขาไม่อยู่กับเรา ส่วนเขาเองก็บอกว่ามันเป็นวันของเขา  เราโทรไปหาให้เขาคุยกับเรา แต่สิ่งที่เขาทำคือ ให้เรารอสาย(เราก็เลือกที่จะรอเองแหละ) และเขาไปก็ร้องเพลงคาราโอเกะต่อ คาดว่ากับเด็กดิ้งนะ เพราะมันมีเสียผู้หญิงแทรกเขามาในโทรศัพท์  ตอนนั้นโคตรจุกเลย  ทะเลาะกันยกใหญ่ไม่น่าเชื่อว่าเราผ่านมันมาได้แล้วก็ยังคบกันต่อ คงเป็นความรักความผู้พันของเราทั้งคู่ เราคิดเอาเองนะเขาคงอย่างใช้ชีวิตให้เต็มที่ ก่อนจะมีครอบครัวที่ดีในอนาคต  เมื่อเป็นครอบครัวแล้วเขาคงจะหยุดทุกอย่าง.......ปี2555 ผ่านพ้นมาถึงช่วงกลางปี วันพรุ่งนี้เราทั้งคู่ แม่เรา น้องเรา และกลุ่มเพื่อนๆของพวกเรา( รถเรา 1 คัน รถตู้ 1 คัน) จะไปทำบุญกับน้องๆที่โรงเรียนในตจว.กัน  และวันนี้เลิกงานเขามารับเรากลับคอนโด  ซึ่งเราเป็นคนประสานงานเรื่องขนมที่จะเอาไปแจกเด็กๆ ตอนเช้าต้องมีแวะรับขนมระหว่างทาง  เราก็ดันไม่ได้เซฟเบอร์โทรร้านขนมมา แต่ถ้าเป็นรูปภาพไว้  ระหว่างนั่งในรถ.....เราเลยของยืมโทรศัพท์เขามาเมมเบอร์  ระหว่างนั้นตาเรามองไปเห็นไอคอนFacebook ที่หน้าจอมือถือ!! ((คิดในใจ....ปกติเขาไม่ค่อยเล่นนี่น่า )) เราเลยเอ่ยปากว่า....ตัวเองๆFacebookมันเด้งอะเราดูนะ!!  เราดูอยู่ไม่เกิน 1 นาที เราก็เอาโทรศัพท์เขาคว่ำหน้าแล้วส่งคืน......ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีแต่ความคิดเรามันมีอะไรมากมายหลั่งไหลมาให้คิดเยอะแยะเราไปหมด  เราตั้งสติหันไปถามเขาว่า....มีอะไรจะบอกไหม????  เพราะสิ่งที่เราเห็น คือFacebookหน้าตาแบบที่เราไม่เคยเห็น  แต่มีรูปเขาและผู้หญิงซึ่งเป็นใครไม่รู้นั่งตักอยู่....เราเหมือนหัวใจมันจะสลายเลยนะเป็นยังไงก็อธิบายม่ถูกเหมือนกัน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเจอภาพแบบนี้  ไม่น่าเชื่อตอนนั้นเราไม่มีน้ำตาสักหยดคงอึ้งอยู่มั้ง  ตอนเดินลงจากรถนะตัวมันเบามาก...เดินไปเหมือนเท้าไม่ติดพื้นอะ แบบในใจคิดว่านี่วิณาญออกจากร่างเลยหรอเรา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก รู้แค่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เสียใจที่สุดในชีวิตของเรา..................
วันนี้แค่นี้ก่อนนะ ตอนนี้เรานั่งอยู่ที่ทำงาน ประมาณว่าอยู่คนเดียว แต่กลัวจะมีเพื่อนที่ไม่ได้รับเชิญมาอยู่เป็นเพื่อน แฮ่.............ไว้พรุ่งนี้มาเล่าต่อนะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่