นับสิบปีที่ผ่านมา ความบ้าความเกลียดชังที่ทั้งสองฝ่าย ต่างมีต่อกัน แก้ไม่หาย เหตุเพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีคนคอยล้างสมองตอกย้ำ สร้างความเกลียดชัง ใส่เข้าไปในสมองในอารมรณ์ จนคลุ้มคลั่ง เหมือนคนบ้า ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ทุกวันเข้าบ้าน มันไม่ดูอะไร เปิดมันแต่เสื้อแดง ดูแล้วก็ด่า ด่าฝ่ายตรงข้าม อีกคนเป็นเสื้อเหลือง ดูมันแต่ช่องเสื้อเหลือง ดูดูแล้วก็ด่าทักษิณ ด่ายิ่งลักษณ์ เคยถามว่าไม่เคยดูหนังดูละครบ้างเลยหรือ บอกไม่ทั้งสองผัวเมีย ไม่ดูอะไร ดูมันแต่ช่องปลุกระดม
นี่คือสิ่งที่ผิดปรกติของสังคม มันคือความวิปริตของมนุษย์ ที่เข้าขั้นโรคจิต เหตุเพราะยอมเชื่อในสิ่งที่นักปลุกระดมเหล่านั้นเสี้ยมสอน นักปลุกระดมหมายเลขหนึ่งของเอเชีย น่าจะยกให้ สนธิ เพราะการพูดลีลาน่าฟังน่าเชื่อถือ ส่วน ณัฐวุฒิ จตุพร ก็น่าจะเป็นอันดับสองสาม ส่วนสุเทพ คือนักปลุกระดมที่มาแรงซงสนธิเข้าสู่เบอร์หนึ่งของเอเชียได้ด้วยเวลารวดเร็ว เหตุเพราะสนธิเริ่มเสื่อมและหมดศรัทธาจากสาวก แต่กลุ่มคนที่เป็นสาวก ก็ไม่กล้าพูดออกมาดังๆว่าหมดศรัทธา เพราะระยะหลังๆ สนธิเองเพี้ยนไปมาก ประกอบกับหมดทุน และมีการทะเลาะกันเองแตกแยกกันเอง และสนธิเองถ้าไม่พอใจใครขัดใจใครสนธิกัดได้หมด อย่างสุเทพ อภิสิทธิ์ก้โดนด่าโดนแฉจนเละเทะ ประกอบกับสนธิเองก็หวาดระแวงกลัวโดนเด็ดหัว มรสุมรุมเร้า จนคนเริ่มน้อยถอยห่างออกไป เงินทองก็ร่อยหรอจนถึงขนาดต้องอาศัยไถสาวกไปวันๆ
ในที่สุดเกิดปรากฎการณ์ลุงกำนันขึ้น แรกๆก็ไม่เชื่อว่าจะจุดติด แต่ที่ไหนได้องค์ประกอบมันเยอะ คือเหมือนกับมันอั้นขี้กันมานาน ไม่ได้ปลดปล่อยพอเจอน้ำฝนไหลเยิ้มนองมา ขี้หมูขี้หมามีที่ปลดปล่อย ประกอบกับเบื้องหลังมีกลุ่มทุนหนุนกำนัน สุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งสื่อทั้งเสียงทั้งพลังอำนาจ ทุกอย่างพร้อมสรรพ กำนันกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ที่คนบ้าคนโรคจิตที่เสพติดสนธิเหมือนคนขาดผัวมานาน พอเจอคนใหม่ ใส่กันเต็มสูบ จึงเกิดปรากฎการณ์ ลุงกำนันฟีเวอร์ ขึ้น มาณบัดดล
ส่วนฝ่ายพวกเสื้อแดง ทั้งณัฐวุฒิ จตุพร ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะถูกผู้ใหญ่สั่งให้หยุด หรือมีการตกลงเบื้องหลังกันอย่างไร ไม่ทราบได้ ออกมา ยกพวกมาหน้าราม ก็เกิดเหตุ จนต้องย้ายที่ ทำอะไรได้ไม่มากนักมีการแตกคอกันในระดับแกนนำ ประกอบกับฝั่งกำนันมีของดีที่ปะปนมาคุ้มครองมีทั้งพระมีทั้งนักเลง ไปที่ไหนใครก็ไม่กล้า ขนาดขวางเลือกตั้งได้ใครจะทำไมกล้ามั้ย น่าแปลกที่คนดีศรีสกุลทั้งหลายคุณหญิงคุณนาย สนับสนุนลุงกันนันเต็มที่แม้แต่หมอดารา นักวิชาการ เรียกว่าสามเหล่าทัพทหาร ตำรวจ ได้แค่ทำตาปริบๆ เท่านั้น จนที่สุดก็กวักมือเรียกรถถังมายึดอำนาจไป สะใจคนกรุง ทั้งหมดคือภาพรวม ที่ทุกคนเห็นกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับความจริงกันหรือไม่ เท่านั้นเอง ดังนั้นขอให้คนที่ชื่นชอบชื่นชมสมใจสะใจจงจำเอาใว้ว่า พวกคุณโบกรถถังให้ออกมา และพาคนไทยทั้งหกสิบล้านคนเดินไปข้างหน้า พวกเราตาดำๆก็ได้แต่นั่งมั่งโหนมั่งเกาะรถถังบุโรทั่ง ไปรู้ว่าเมื่อไรจะถึงจุดหมาย หรือจะจอดกินข้าวลิงที่ไหน ขณะที่เพื่อนบ้านขับเบนซ์ ขับบีเอ็มแซงหน้า ขนาดพม่าที่ยากจนกว่าเรามาก่อน ขับวีออสป้ายแดงแซงหน้าแถมโบกมือตะโกน” อ้ายไทย อ้ายไทย ตูไปก่อน เอิ๊กๆ”
ก็อยากจะสรุปให้เห็นว่า ที่บ้านเมืองมันไปไม่ถึงไหน ก็เพราะมัวทะเลาะกันอยู่ และที่ทะเลาะด่ากันไป ด่ากันมา หาว่าอีกฝ่ายโง่ฟายแดง ฟายเหลือง ถามจริงๆเถอะ ไม่รู้จริๆหรือว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ต่างกันเลย ถ้าโง่ก็โง่เหมือนกัน ถูกหลอกใช้ทั้งคู่ ความจริงคือ เกิดการแย่งชิงอำนาจในการบริหารประเทศ แล้วคนเหล่านั้น ต้องการกำจัดอีกฝ่าย โดยใช้ประชาชนอย่างเราๆ เป็นฐานกำลัง มันไม่มีอะไรซับซ้อน แม้แต่ขณะนี้ ก็ยังใช้วิธีกำจัดกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดด ใส่ร้ายป้ายสีกัน ยัดเยียดความผิด กล่าวหากัน ก็เพราะประชาชนอ่อนแอ ก็เพราะประชาชนหัวอ่อนก็เพราะประชาชนถูกเสี้ยมสอนได้ง่าย คนเหล่านั้นไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า การเสี้ยมสอนให้ประชาชนเกลียดชังกันนั้น มันคือการทำลายชาติดีๆนี่เอง !!!
เหลืองแดงสลิ่มแมลงสาปหลากสี คนดีหรือคนบ้า ผ่านมาสิบปี ทำไมรักษาไม่หาย ?
นี่คือสิ่งที่ผิดปรกติของสังคม มันคือความวิปริตของมนุษย์ ที่เข้าขั้นโรคจิต เหตุเพราะยอมเชื่อในสิ่งที่นักปลุกระดมเหล่านั้นเสี้ยมสอน นักปลุกระดมหมายเลขหนึ่งของเอเชีย น่าจะยกให้ สนธิ เพราะการพูดลีลาน่าฟังน่าเชื่อถือ ส่วน ณัฐวุฒิ จตุพร ก็น่าจะเป็นอันดับสองสาม ส่วนสุเทพ คือนักปลุกระดมที่มาแรงซงสนธิเข้าสู่เบอร์หนึ่งของเอเชียได้ด้วยเวลารวดเร็ว เหตุเพราะสนธิเริ่มเสื่อมและหมดศรัทธาจากสาวก แต่กลุ่มคนที่เป็นสาวก ก็ไม่กล้าพูดออกมาดังๆว่าหมดศรัทธา เพราะระยะหลังๆ สนธิเองเพี้ยนไปมาก ประกอบกับหมดทุน และมีการทะเลาะกันเองแตกแยกกันเอง และสนธิเองถ้าไม่พอใจใครขัดใจใครสนธิกัดได้หมด อย่างสุเทพ อภิสิทธิ์ก้โดนด่าโดนแฉจนเละเทะ ประกอบกับสนธิเองก็หวาดระแวงกลัวโดนเด็ดหัว มรสุมรุมเร้า จนคนเริ่มน้อยถอยห่างออกไป เงินทองก็ร่อยหรอจนถึงขนาดต้องอาศัยไถสาวกไปวันๆ
ในที่สุดเกิดปรากฎการณ์ลุงกำนันขึ้น แรกๆก็ไม่เชื่อว่าจะจุดติด แต่ที่ไหนได้องค์ประกอบมันเยอะ คือเหมือนกับมันอั้นขี้กันมานาน ไม่ได้ปลดปล่อยพอเจอน้ำฝนไหลเยิ้มนองมา ขี้หมูขี้หมามีที่ปลดปล่อย ประกอบกับเบื้องหลังมีกลุ่มทุนหนุนกำนัน สุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งสื่อทั้งเสียงทั้งพลังอำนาจ ทุกอย่างพร้อมสรรพ กำนันกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ที่คนบ้าคนโรคจิตที่เสพติดสนธิเหมือนคนขาดผัวมานาน พอเจอคนใหม่ ใส่กันเต็มสูบ จึงเกิดปรากฎการณ์ ลุงกำนันฟีเวอร์ ขึ้น มาณบัดดล
ส่วนฝ่ายพวกเสื้อแดง ทั้งณัฐวุฒิ จตุพร ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะถูกผู้ใหญ่สั่งให้หยุด หรือมีการตกลงเบื้องหลังกันอย่างไร ไม่ทราบได้ ออกมา ยกพวกมาหน้าราม ก็เกิดเหตุ จนต้องย้ายที่ ทำอะไรได้ไม่มากนักมีการแตกคอกันในระดับแกนนำ ประกอบกับฝั่งกำนันมีของดีที่ปะปนมาคุ้มครองมีทั้งพระมีทั้งนักเลง ไปที่ไหนใครก็ไม่กล้า ขนาดขวางเลือกตั้งได้ใครจะทำไมกล้ามั้ย น่าแปลกที่คนดีศรีสกุลทั้งหลายคุณหญิงคุณนาย สนับสนุนลุงกันนันเต็มที่แม้แต่หมอดารา นักวิชาการ เรียกว่าสามเหล่าทัพทหาร ตำรวจ ได้แค่ทำตาปริบๆ เท่านั้น จนที่สุดก็กวักมือเรียกรถถังมายึดอำนาจไป สะใจคนกรุง ทั้งหมดคือภาพรวม ที่ทุกคนเห็นกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับความจริงกันหรือไม่ เท่านั้นเอง ดังนั้นขอให้คนที่ชื่นชอบชื่นชมสมใจสะใจจงจำเอาใว้ว่า พวกคุณโบกรถถังให้ออกมา และพาคนไทยทั้งหกสิบล้านคนเดินไปข้างหน้า พวกเราตาดำๆก็ได้แต่นั่งมั่งโหนมั่งเกาะรถถังบุโรทั่ง ไปรู้ว่าเมื่อไรจะถึงจุดหมาย หรือจะจอดกินข้าวลิงที่ไหน ขณะที่เพื่อนบ้านขับเบนซ์ ขับบีเอ็มแซงหน้า ขนาดพม่าที่ยากจนกว่าเรามาก่อน ขับวีออสป้ายแดงแซงหน้าแถมโบกมือตะโกน” อ้ายไทย อ้ายไทย ตูไปก่อน เอิ๊กๆ”
ก็อยากจะสรุปให้เห็นว่า ที่บ้านเมืองมันไปไม่ถึงไหน ก็เพราะมัวทะเลาะกันอยู่ และที่ทะเลาะด่ากันไป ด่ากันมา หาว่าอีกฝ่ายโง่ฟายแดง ฟายเหลือง ถามจริงๆเถอะ ไม่รู้จริๆหรือว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ต่างกันเลย ถ้าโง่ก็โง่เหมือนกัน ถูกหลอกใช้ทั้งคู่ ความจริงคือ เกิดการแย่งชิงอำนาจในการบริหารประเทศ แล้วคนเหล่านั้น ต้องการกำจัดอีกฝ่าย โดยใช้ประชาชนอย่างเราๆ เป็นฐานกำลัง มันไม่มีอะไรซับซ้อน แม้แต่ขณะนี้ ก็ยังใช้วิธีกำจัดกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดด ใส่ร้ายป้ายสีกัน ยัดเยียดความผิด กล่าวหากัน ก็เพราะประชาชนอ่อนแอ ก็เพราะประชาชนหัวอ่อนก็เพราะประชาชนถูกเสี้ยมสอนได้ง่าย คนเหล่านั้นไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า การเสี้ยมสอนให้ประชาชนเกลียดชังกันนั้น มันคือการทำลายชาติดีๆนี่เอง !!!