0. โดยสรุป ครึ่งแรกเป็นเวสต์แฮมที่บุกจู่โจมมากกว่า และเล่น pressing กดดันจนแมนฯยูเดินเกมไม่ขึ้น แต่ครึ่งหลัง เมื่อได้ประตูนำ เวสต์แฮมหันไปตั้งรับ ทำให้แมนฯยูบุกได้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ LVG เปลี่ยน Worst of the Match 2 นัดซ้อนออก แล้วให้เฟไลนี่ลงเป็นเป้าโหม่งชงให้เพื่อนๆ สุดท้ายการบอมม์ของแมนฯยูก็ได้ผล เมื่อบลินด์เก็บตกลูกโหม่งสกัดของกองหลังเวสต์แฮมยิงตีเสมอได้
Worst Of the Match เป็น LVG อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะระบบ 4-4-2 (ที่ดีอยู่แล้ว ) แต่เป็นอีกครั้งที่เขาใช้งานรูนีย์ผิดตำแหน่ง และการให้ยานาไซด์ได้ลงเล่นได้นานถึง 70 นาที ทั้งที่ปกติ LVG จะเปลี่ยนนักเตะเร็วกว่านี้
Worst Of th match ที่เป็นคน ได้แก่ ยานาไซด์ที่ครองตำแหน่งนี้ 2 แมทช์ติดต่อกัน ครึ่งแรกนอกจากจะเป็น ‘พ่อเลี้ยง’ แล้ว (LVG น่าจับไปปรับทัศนะคตินะ) ยังจ่ายบอลให้เพื่อนติดๆ ขัดๆ ไปหมด สังเกตุได้ชัดว่าบอลเกมรุกจะไปหยุดที่ยานาไซด์ ครึ่งหลังแม้จะพยายามประสานงานกับชอว์ได้ดีขึ้น แต่ก็มีช็อตเลี้ยง ยิงข้ามคานให้เห็น
ส่วน MOM ได้แก่ เดเกอา ที่เซฟให้ทีมหลายครั้งหลายหนทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ลูกที่เสียไป เป็นแฉลบบลินด์ ทำให้ลูกเปลี่ยนทิศ ไม่อย่างนั้นอาจจะเซฟได้
รองลงมาคือบลินด์ที่เล่นเกมรับได้ดีมาก แถมมีการจ่ายบอลได้ดีที่สุดในทีม และยังยิงประตูตีเสมอได้อีกด้วย
1. ครึ่งแรก แมนฯยูมาในระบบ 4-4-2 แบบมีปีก เดเกอาเป็นประตู แบ็คขวาคือชอว์ เซ็นเตอร์คือโรโฮและโจนส์ แบ็คซ้ายคือวาเลนเซีย กลางรับเป็นบลินด์ รูนรับตำแหน่งปีกชวา ดิมาเรียเป็นปีกซ้าย ยานาไซด์ยืนกลาง โดยมี RVP และฟัลเกาเป็นกองหน้า
2. นาทีที่ 5 ซงพลาดทำให้ RVP มีโอกาสยิงแต่ประตูเวสต์แฮมเซฟไว้ได้
3. จากนั้น เวสต์แฮมก็เพรสซิ่งแมนฯยูซึ่งทำได้ผลเมื่อแมนฯยูต่อบอลแทบไม่ขึ้น เวสต์แฮมมีโอกาสยิงหลายครั้งแต่เดเกอาเซฟได้
4. ครึ่งหลัง แผงกลางรุกมีการสลับตำแหน่ง ให้รูนยืนกลาง ยานาไซด์เน้นทางซ้าย ดิมาเรียเน้นทางขวา แต่ก็ยังทำเกมไม่ได้เหมือนครึ่งแรก
5. นาทีที่ 50 จากลูกเตะมุม รูนีย์เคลียร์บอลไม่ดี ทำให้กองหน้าเวสต์แฮมเก็บบอลได้ และเดาะแล้วพลิกบอลมายิงแฉลบบลินด์เข้าประตูไป
6 หลังได้ประตู เวสต์แฮมหันมาตั้งรับ โดยฟัลเกากับดิมาเรียมีโอกาสส่องไกล ส่วน RVP ยิงไม่ดี ประตูเวสต์แฮมเซฟได้
7. นาทีที่ 70 LVG เปลี่ยนเฟไลนี่มาแทนยานาไซด์ เพื่อทีมจะได้บอมม์ให้เฟไลนี่โหม่งเช็ดให้แผงรุกทำประตู รูนีย์และดิมาเรียเน้นริมเส้นอีกครั้ง
8. จากนั้น ฟัลเกาทำชิ่งกับ RVP แต่ยิงออกอย่างไม่น่าเชื่อ และ RVP หลุดเข้าไปยิง แต่ประตูเวสต์แฮมเซฟได้ (ปกติ RVP จะยิงได้ดีกว่านี้)
9. ซึ่งระหว่างนั้น เดเกอาก็ต้องเซฟลูกยิงของเวสต์แฮมเป็นระยะๆ
10. ทดเวลาบาดเจ็บ โรโฮโยนเข้ากรอบเขตโทษ แต่กองหลังเวสต์แฮมโหม่งสกัดไม่ดี เข้าทางบลินด์ที่ซัดบอลเข้าประตูไป
11. สุดท้าย ชอว์โดนใบเหลืองใบที่ 2 ทำให้นัดหน้ามีปัญหาว่าจะหาใครเล่นแทนเขา และ LVG เปลี่ยนฟัลเกาออก ให้สมอลลิ่งลงเล่นแทน เป็นการถ่วงเวลา และให้มาช่วยเกมรับ แต่อีกไม่นาน กรรมการก็เป่านกหวีดหมดเวลา
โดยนอกจากที่แมนนยูจะมีปัญหาการเดินเกมรุกเพราะการจ่ายบอลจากแดนกลางไปแผงรุกช้าแล้ว กองหลังยังมีปัญหากับลูกโด่ง แล้วกองกลางยังแพ้เกมเพรสซิ่งมาตลอด ทำให้ก่อนเวสต์แฮมขึ้นทำ ทีมแทบไม่สามารถทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
นอกจากที่ LVG จะใช้คนผิดตำแหน่งอีกด้วย โดยน่าจะให้เออร์ไรร่าลงเป็นกลางคู่บลินด์ มาต้าลงแทนยานาไซด์ และให้รูนเล่นหน้าแทน RVP/ฟัลเกา โดยให้คนที่ถูกแทนเป็นสำรอง แล้วกำชับให้เล่นบอลจากกลางสู่หน้าให้เร็วขึ้นและเล่นบอลจังหวะเดียวมากกว่านี้
ส่วนที่ LVG บอกจะจัดนักเตะเล่นตามฟอร์มที่เห็นในสนามซ้อม จริงๆ ก็พอจะโอเค แต่ถ้าเขายังเปลี่ยนนักเตะนัดละ 1-2 คนโดยตลอด แล้วเมื่อไหร่ ทีมเวิร์คจะเกิดได้ นั่นน่าจะเป็นปัญหาสำคัญมากกว่า
[กระทู้สนทนาผีแดง 2015-02-09] มาสนทนาหลังเกมเวสต์แฮม 1-1 แมนฯยูไนเต็ดกัน
Worst Of the Match เป็น LVG อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะระบบ 4-4-2 (ที่ดีอยู่แล้ว ) แต่เป็นอีกครั้งที่เขาใช้งานรูนีย์ผิดตำแหน่ง และการให้ยานาไซด์ได้ลงเล่นได้นานถึง 70 นาที ทั้งที่ปกติ LVG จะเปลี่ยนนักเตะเร็วกว่านี้
Worst Of th match ที่เป็นคน ได้แก่ ยานาไซด์ที่ครองตำแหน่งนี้ 2 แมทช์ติดต่อกัน ครึ่งแรกนอกจากจะเป็น ‘พ่อเลี้ยง’ แล้ว (LVG น่าจับไปปรับทัศนะคตินะ) ยังจ่ายบอลให้เพื่อนติดๆ ขัดๆ ไปหมด สังเกตุได้ชัดว่าบอลเกมรุกจะไปหยุดที่ยานาไซด์ ครึ่งหลังแม้จะพยายามประสานงานกับชอว์ได้ดีขึ้น แต่ก็มีช็อตเลี้ยง ยิงข้ามคานให้เห็น
ส่วน MOM ได้แก่ เดเกอา ที่เซฟให้ทีมหลายครั้งหลายหนทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ลูกที่เสียไป เป็นแฉลบบลินด์ ทำให้ลูกเปลี่ยนทิศ ไม่อย่างนั้นอาจจะเซฟได้
รองลงมาคือบลินด์ที่เล่นเกมรับได้ดีมาก แถมมีการจ่ายบอลได้ดีที่สุดในทีม และยังยิงประตูตีเสมอได้อีกด้วย
1. ครึ่งแรก แมนฯยูมาในระบบ 4-4-2 แบบมีปีก เดเกอาเป็นประตู แบ็คขวาคือชอว์ เซ็นเตอร์คือโรโฮและโจนส์ แบ็คซ้ายคือวาเลนเซีย กลางรับเป็นบลินด์ รูนรับตำแหน่งปีกชวา ดิมาเรียเป็นปีกซ้าย ยานาไซด์ยืนกลาง โดยมี RVP และฟัลเกาเป็นกองหน้า
2. นาทีที่ 5 ซงพลาดทำให้ RVP มีโอกาสยิงแต่ประตูเวสต์แฮมเซฟไว้ได้
3. จากนั้น เวสต์แฮมก็เพรสซิ่งแมนฯยูซึ่งทำได้ผลเมื่อแมนฯยูต่อบอลแทบไม่ขึ้น เวสต์แฮมมีโอกาสยิงหลายครั้งแต่เดเกอาเซฟได้
4. ครึ่งหลัง แผงกลางรุกมีการสลับตำแหน่ง ให้รูนยืนกลาง ยานาไซด์เน้นทางซ้าย ดิมาเรียเน้นทางขวา แต่ก็ยังทำเกมไม่ได้เหมือนครึ่งแรก
5. นาทีที่ 50 จากลูกเตะมุม รูนีย์เคลียร์บอลไม่ดี ทำให้กองหน้าเวสต์แฮมเก็บบอลได้ และเดาะแล้วพลิกบอลมายิงแฉลบบลินด์เข้าประตูไป
6 หลังได้ประตู เวสต์แฮมหันมาตั้งรับ โดยฟัลเกากับดิมาเรียมีโอกาสส่องไกล ส่วน RVP ยิงไม่ดี ประตูเวสต์แฮมเซฟได้
7. นาทีที่ 70 LVG เปลี่ยนเฟไลนี่มาแทนยานาไซด์ เพื่อทีมจะได้บอมม์ให้เฟไลนี่โหม่งเช็ดให้แผงรุกทำประตู รูนีย์และดิมาเรียเน้นริมเส้นอีกครั้ง
8. จากนั้น ฟัลเกาทำชิ่งกับ RVP แต่ยิงออกอย่างไม่น่าเชื่อ และ RVP หลุดเข้าไปยิง แต่ประตูเวสต์แฮมเซฟได้ (ปกติ RVP จะยิงได้ดีกว่านี้)
9. ซึ่งระหว่างนั้น เดเกอาก็ต้องเซฟลูกยิงของเวสต์แฮมเป็นระยะๆ
10. ทดเวลาบาดเจ็บ โรโฮโยนเข้ากรอบเขตโทษ แต่กองหลังเวสต์แฮมโหม่งสกัดไม่ดี เข้าทางบลินด์ที่ซัดบอลเข้าประตูไป
11. สุดท้าย ชอว์โดนใบเหลืองใบที่ 2 ทำให้นัดหน้ามีปัญหาว่าจะหาใครเล่นแทนเขา และ LVG เปลี่ยนฟัลเกาออก ให้สมอลลิ่งลงเล่นแทน เป็นการถ่วงเวลา และให้มาช่วยเกมรับ แต่อีกไม่นาน กรรมการก็เป่านกหวีดหมดเวลา
โดยนอกจากที่แมนนยูจะมีปัญหาการเดินเกมรุกเพราะการจ่ายบอลจากแดนกลางไปแผงรุกช้าแล้ว กองหลังยังมีปัญหากับลูกโด่ง แล้วกองกลางยังแพ้เกมเพรสซิ่งมาตลอด ทำให้ก่อนเวสต์แฮมขึ้นทำ ทีมแทบไม่สามารถทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
นอกจากที่ LVG จะใช้คนผิดตำแหน่งอีกด้วย โดยน่าจะให้เออร์ไรร่าลงเป็นกลางคู่บลินด์ มาต้าลงแทนยานาไซด์ และให้รูนเล่นหน้าแทน RVP/ฟัลเกา โดยให้คนที่ถูกแทนเป็นสำรอง แล้วกำชับให้เล่นบอลจากกลางสู่หน้าให้เร็วขึ้นและเล่นบอลจังหวะเดียวมากกว่านี้
ส่วนที่ LVG บอกจะจัดนักเตะเล่นตามฟอร์มที่เห็นในสนามซ้อม จริงๆ ก็พอจะโอเค แต่ถ้าเขายังเปลี่ยนนักเตะนัดละ 1-2 คนโดยตลอด แล้วเมื่อไหร่ ทีมเวิร์คจะเกิดได้ นั่นน่าจะเป็นปัญหาสำคัญมากกว่า