ผมแค่รู้สึกอยากเล่าเรื่องนี้ให้ที่ไหนฟังซักครั้งหนึ่งละครับ เป็นเรื่องจริงไม่ได้อิงนิยายแต่อย่างใด
มันเริ่มต้นก็ครั้งผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด......ผมเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่อนุบาล1ครับ จะจำความได้ก็ซักตอนประมาณป.2 พอจะขึ้นป.3โรงเรียนเค้าจะจับแยกห้องจากห้องเดิม(เหตุผลอะไรก็ไม่ทราบ จำไม่ได้ครับ) โรงเรียนเราคนไม่เยอะครับ ชั้นปีหนึ่งก็มีแค่4ห้อง แต่ผมกับเธอเราก็ยังอยู่ห้องเดียวกัน เค้าเป็นคนที่น่ารักครับ น่ารักมากๆ มีเขี้ยวด้วยหน่อยๆ ตอนนั้นเธอยังผอม ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองชอบเค้าก็ตอนป.4-5 ละมั้งครับ
ความที่จำได้ตอนเด็กๆ ผมนี่ถือว่าเป็นคนที่กวนทีนอันดับต้นๆของห้องเลยคับ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ผมเป็นคนที่ชอบแกล้งเธอมาก(จริงๆก็แกล้งทุกคน) ชอบล้อนู่น แกล้งนี่ เอากระเป๋าไปซ่อน ขว้างชอล์กใส่บ้าง ดึงเปียถักผมออกบ้างฯลฯ แกล้งเสร็จแล้วไงต่อ...วิ่งสิครับ!! สุดท้ายก็หนีไม่รอด และแน่นอนครับท่าไม้ตายสุดคลาสสิคของเด็กหญิงในสมัยนั้นใช้ก็คือ....ตบหลัง....ใช้งานได้จริงครับ ถ้าไม่ติดคริติคอล(ดังแป๊ะ!!) ก็ต้องโดนตบใหม่ บางทีถ้าต้องการโทนเสียงเบส ให้ทำมือเป็นอุ้งก่อนตบ เสียงที่ได้ประดุจซาวด์สเตอริโอ...พอโดนตบเสร็จแล้วก็ต้องทำหลังแอ่นๆ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองสมควรได้รับ...แต่ไม่รู้เป็นอะไร พอโดนเธอตบทีไรต้องหันมายิ้มใส่กันทุกที 555+ เป็นความทรงจำที่สนุกสนานสำหรับผมมากครับ
จำได้อีกเรื่องว่า ปกติก่อนกลับบ้านของทุกวัน ผมจะไปรอแม่มารับที่ประตูข้างหลังโรงเรียนประมาณ 5-6โมงเย็น และแม่ของเธอก็มักจะมารับเวลาใกล้ๆกับแม่ผม บางวันผมก็กลับก่อน บางวันเธอก็กลับก่อน ระหว่างรอกลับเรามักจะเล่นด้วยกันเสมอ แต่ตอนป.6ผมเข้าชมรมเลยไม่มีเวลาเล่น สมัยนั้นก็แน่นอนฮะ เตยดัก ต่ายขาเดียว กระโดดข้ามช่อง ปิดแอบซ่อนหาฯลฯ จำได้ครั้งหนึ่งผมเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง ดันไปถีบเค้าที่กลางท้อง ไม่ได้ถีบแรงเลยนะครับ แต่ลองคิดดูว่ารองเท้าเบรกเกอร์ที่ไปวิ่งเล่นมา ถีบเข้ากลางท้องเธอ จะเป็นรอยอะไร...บาทาเต็มทีนคร้าบโผม แต่เธอก็เข้มแข็งมากคับ ไม่ร้องไห้ ไปล้างน้ำกลับมา ผมเห็นแม่ผมมารับแล้ว เลยแอบชิ่งหนีกลับบ้านก่อน ยังรู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับT T
แน่นอนครับ พอสนิทกันมากๆ ก็ต้องโดนเพื่อนล้อว่าแอบชอบกัน! เป็นแฟนกันเลย! ฯลฯ...ผมตอนนั้นไม่กล้าบอกว่าชอบหรอก กลัวเพื่อนมันจะล้อน่ะสิคับ เวลาล้อไม่ได้ล้อแค่สองสามวัน เอามันทั้งเทอมไปเลย สุดๆ(ส่วนใหญ่ผมก็ชอบไปล้อคนอื่นเค้าเลยโดนกลับ55+) ส่วนตัวผมก็ไม่แคร์ ใครจะล้ออะไร ผมก็ยังแกล้งเค้าเหมือนเดิม55+ ก่อนปิดเทอมป.6 เราก็ได้แลกรูปกัน ผมยังเก็บไว้ไหนซักแห่งในบ้านอยู่คับ
ปัญหาคือก่อนจบผมไม่มีเบอร์เพื่อนไว้ติดต่อเลย มีแต่M(MSN) ที่ไว้แชทกับเพื่อนไม่กี่คน แต่ไม่ยักกะมีMของเธอไม่รู้หายไปไหน หรือเธอไม่เล่นผมก็จำไม่ได้ ผมเลยขาดการติดจากเธอนับแต่นั้นเป็นต้นมา
พอตอนขึ้นม.1 ส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองอยากให้ลูกๆ ไปต่อที่โรงเรียนอื่น ก็จะมีสองทีหลักๆ ผมก็ไปสอบแต่ไม่ติด แม่ผมอยากให้เรียนอีกที่ ที่ใกล้ๆบ้าน ผมเลยต้องย้ายร.ร. ส่วนเธอ ผมมารู้ตอนหลัง เธอไปสอบเหมือนกันแต่ไม่ติด เลยเรียนอยู่ที่เก่า พอจบม.3เธอก็ไปต่อโรงเรียนที่เธออยากเรียนได้(เพราะโรงเรียนเก่าที่เราเรียนด้วยกันมีถึงแค่ม.3)
5ปีหลังจากนั้น เทคโนโลยก้าวหน้าขึ้นทุกวัน คนรู้จักกันทางโลกโซเชียลได้ง่ายขึ้น วันหนึ่งเพื่อนผมมันลองให้เล่นเวปนี้ดู เดาสิคับ.....Facebook ผมก็บอกมี hi5 ก็พอละมั้ง(hi5นี่เล่นมาตั้งแต่เมื่อไรผมจำไม่ได้จริงๆ) เออเล่นก็เล่น เล่นจนทุกวันนี้กลายเป็นหน้าโฮมไปละ...พอได้คำแนะจากเพื่อนก็เล่นไป เล่นไปเล่นมา...เฮ้ย!! นั่นมันเพื่อนเก่านี่หว่า แอ๊ดไปสิ ทักแชท เฮ่ย!เปงไงบ้าง บราๆๆ...มีเฟสเพื่อนเก่าคนอื่นบ้างป่าว....ทีนี้ยาวมาเลย ไอ้นี่ อีนู่น ไอ่นั่น.....อ้าว แล้วเธอล่ะ? ทำไมไม่มีเฟสเธอ? เห้อเซ็งเลย...
2ปีหลังจากนั้น ในขณะที่กำลังเล่นเฟสอยู่ ก็ส่องไรไปเรื่อย จากนั้นเฟสก็เด้งคำขอเป็นเพื่อน ทรงเด็กเฟชชี่ปี1 อวบนิดๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ซักพักกล่องแชทเด้ง พิมพ์มา ใช่(ชื่อผม)มั้ย ใครทักแชทมาหว่า? ต้องไปส่องเฟสหน่อย................เธอ.............เธอคนนั้นจริงด้วย แล้วก็คุยต่อ ใช่...มั้ย เป็นไงบ้าง บราๆ..............โคตรมีความสุขเลย ^_^
นี่แหละครับเรื่องราวสมัยวัยก๋ากั่นของผม ต้องบอกอีกครั้งเลยนะครับเป็นเรื่องจริงล้วนๆที่ผมตั้งใจพิมพ์ออกมา ไม่ได้แต่งขึ้นมาเพื่อความบรรเทิงใดๆทั้งสิ้นครับ
ถ้าถามว่าตอนนี้ผมยังชอบเค้าอยู่มั้ย ตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกับเธอแล้ว แต่ผมอาจจะยังชอบเค้าอยู่ก็ได้555+ เค้าคงไม่รู้ตัวหรอก แต่ผมจะรู้สึกสนุกทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเก่าๆครั้งเมื่อยังเป็นเพื่อนกับเธอ
เรื่อง ชื่อโรงเรียนที่เคยเรียน จังหวัดที่อาศัยอยู่ การศึกษาของ คงบอกไม่ได้นะครับ ผมจะพยายามตอบคำถามที่ตอบได้นะครับผม
สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่แวะผ่านมาชมมาอ่านจนจบได้ ก็ขอบคุณมากมายนะครับผม
เธอ...
มันเริ่มต้นก็ครั้งผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด......ผมเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่อนุบาล1ครับ จะจำความได้ก็ซักตอนประมาณป.2 พอจะขึ้นป.3โรงเรียนเค้าจะจับแยกห้องจากห้องเดิม(เหตุผลอะไรก็ไม่ทราบ จำไม่ได้ครับ) โรงเรียนเราคนไม่เยอะครับ ชั้นปีหนึ่งก็มีแค่4ห้อง แต่ผมกับเธอเราก็ยังอยู่ห้องเดียวกัน เค้าเป็นคนที่น่ารักครับ น่ารักมากๆ มีเขี้ยวด้วยหน่อยๆ ตอนนั้นเธอยังผอม ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองชอบเค้าก็ตอนป.4-5 ละมั้งครับ
ความที่จำได้ตอนเด็กๆ ผมนี่ถือว่าเป็นคนที่กวนทีนอันดับต้นๆของห้องเลยคับ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ผมเป็นคนที่ชอบแกล้งเธอมาก(จริงๆก็แกล้งทุกคน) ชอบล้อนู่น แกล้งนี่ เอากระเป๋าไปซ่อน ขว้างชอล์กใส่บ้าง ดึงเปียถักผมออกบ้างฯลฯ แกล้งเสร็จแล้วไงต่อ...วิ่งสิครับ!! สุดท้ายก็หนีไม่รอด และแน่นอนครับท่าไม้ตายสุดคลาสสิคของเด็กหญิงในสมัยนั้นใช้ก็คือ....ตบหลัง....ใช้งานได้จริงครับ ถ้าไม่ติดคริติคอล(ดังแป๊ะ!!) ก็ต้องโดนตบใหม่ บางทีถ้าต้องการโทนเสียงเบส ให้ทำมือเป็นอุ้งก่อนตบ เสียงที่ได้ประดุจซาวด์สเตอริโอ...พอโดนตบเสร็จแล้วก็ต้องทำหลังแอ่นๆ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองสมควรได้รับ...แต่ไม่รู้เป็นอะไร พอโดนเธอตบทีไรต้องหันมายิ้มใส่กันทุกที 555+ เป็นความทรงจำที่สนุกสนานสำหรับผมมากครับ
จำได้อีกเรื่องว่า ปกติก่อนกลับบ้านของทุกวัน ผมจะไปรอแม่มารับที่ประตูข้างหลังโรงเรียนประมาณ 5-6โมงเย็น และแม่ของเธอก็มักจะมารับเวลาใกล้ๆกับแม่ผม บางวันผมก็กลับก่อน บางวันเธอก็กลับก่อน ระหว่างรอกลับเรามักจะเล่นด้วยกันเสมอ แต่ตอนป.6ผมเข้าชมรมเลยไม่มีเวลาเล่น สมัยนั้นก็แน่นอนฮะ เตยดัก ต่ายขาเดียว กระโดดข้ามช่อง ปิดแอบซ่อนหาฯลฯ จำได้ครั้งหนึ่งผมเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง ดันไปถีบเค้าที่กลางท้อง ไม่ได้ถีบแรงเลยนะครับ แต่ลองคิดดูว่ารองเท้าเบรกเกอร์ที่ไปวิ่งเล่นมา ถีบเข้ากลางท้องเธอ จะเป็นรอยอะไร...บาทาเต็มทีนคร้าบโผม แต่เธอก็เข้มแข็งมากคับ ไม่ร้องไห้ ไปล้างน้ำกลับมา ผมเห็นแม่ผมมารับแล้ว เลยแอบชิ่งหนีกลับบ้านก่อน ยังรู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับT T
แน่นอนครับ พอสนิทกันมากๆ ก็ต้องโดนเพื่อนล้อว่าแอบชอบกัน! เป็นแฟนกันเลย! ฯลฯ...ผมตอนนั้นไม่กล้าบอกว่าชอบหรอก กลัวเพื่อนมันจะล้อน่ะสิคับ เวลาล้อไม่ได้ล้อแค่สองสามวัน เอามันทั้งเทอมไปเลย สุดๆ(ส่วนใหญ่ผมก็ชอบไปล้อคนอื่นเค้าเลยโดนกลับ55+) ส่วนตัวผมก็ไม่แคร์ ใครจะล้ออะไร ผมก็ยังแกล้งเค้าเหมือนเดิม55+ ก่อนปิดเทอมป.6 เราก็ได้แลกรูปกัน ผมยังเก็บไว้ไหนซักแห่งในบ้านอยู่คับ
ปัญหาคือก่อนจบผมไม่มีเบอร์เพื่อนไว้ติดต่อเลย มีแต่M(MSN) ที่ไว้แชทกับเพื่อนไม่กี่คน แต่ไม่ยักกะมีMของเธอไม่รู้หายไปไหน หรือเธอไม่เล่นผมก็จำไม่ได้ ผมเลยขาดการติดจากเธอนับแต่นั้นเป็นต้นมา
พอตอนขึ้นม.1 ส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองอยากให้ลูกๆ ไปต่อที่โรงเรียนอื่น ก็จะมีสองทีหลักๆ ผมก็ไปสอบแต่ไม่ติด แม่ผมอยากให้เรียนอีกที่ ที่ใกล้ๆบ้าน ผมเลยต้องย้ายร.ร. ส่วนเธอ ผมมารู้ตอนหลัง เธอไปสอบเหมือนกันแต่ไม่ติด เลยเรียนอยู่ที่เก่า พอจบม.3เธอก็ไปต่อโรงเรียนที่เธออยากเรียนได้(เพราะโรงเรียนเก่าที่เราเรียนด้วยกันมีถึงแค่ม.3)
5ปีหลังจากนั้น เทคโนโลยก้าวหน้าขึ้นทุกวัน คนรู้จักกันทางโลกโซเชียลได้ง่ายขึ้น วันหนึ่งเพื่อนผมมันลองให้เล่นเวปนี้ดู เดาสิคับ.....Facebook ผมก็บอกมี hi5 ก็พอละมั้ง(hi5นี่เล่นมาตั้งแต่เมื่อไรผมจำไม่ได้จริงๆ) เออเล่นก็เล่น เล่นจนทุกวันนี้กลายเป็นหน้าโฮมไปละ...พอได้คำแนะจากเพื่อนก็เล่นไป เล่นไปเล่นมา...เฮ้ย!! นั่นมันเพื่อนเก่านี่หว่า แอ๊ดไปสิ ทักแชท เฮ่ย!เปงไงบ้าง บราๆๆ...มีเฟสเพื่อนเก่าคนอื่นบ้างป่าว....ทีนี้ยาวมาเลย ไอ้นี่ อีนู่น ไอ่นั่น.....อ้าว แล้วเธอล่ะ? ทำไมไม่มีเฟสเธอ? เห้อเซ็งเลย...
2ปีหลังจากนั้น ในขณะที่กำลังเล่นเฟสอยู่ ก็ส่องไรไปเรื่อย จากนั้นเฟสก็เด้งคำขอเป็นเพื่อน ทรงเด็กเฟชชี่ปี1 อวบนิดๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ซักพักกล่องแชทเด้ง พิมพ์มา ใช่(ชื่อผม)มั้ย ใครทักแชทมาหว่า? ต้องไปส่องเฟสหน่อย................เธอ.............เธอคนนั้นจริงด้วย แล้วก็คุยต่อ ใช่...มั้ย เป็นไงบ้าง บราๆ..............โคตรมีความสุขเลย ^_^
นี่แหละครับเรื่องราวสมัยวัยก๋ากั่นของผม ต้องบอกอีกครั้งเลยนะครับเป็นเรื่องจริงล้วนๆที่ผมตั้งใจพิมพ์ออกมา ไม่ได้แต่งขึ้นมาเพื่อความบรรเทิงใดๆทั้งสิ้นครับ
ถ้าถามว่าตอนนี้ผมยังชอบเค้าอยู่มั้ย ตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกับเธอแล้ว แต่ผมอาจจะยังชอบเค้าอยู่ก็ได้555+ เค้าคงไม่รู้ตัวหรอก แต่ผมจะรู้สึกสนุกทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเก่าๆครั้งเมื่อยังเป็นเพื่อนกับเธอ
เรื่อง ชื่อโรงเรียนที่เคยเรียน จังหวัดที่อาศัยอยู่ การศึกษาของ คงบอกไม่ได้นะครับ ผมจะพยายามตอบคำถามที่ตอบได้นะครับผม
สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่แวะผ่านมาชมมาอ่านจนจบได้ ก็ขอบคุณมากมายนะครับผม