สวัสดีค่ะ...... ไปเที่ยวดอยมาค่ะ แบบตามมีตามเกิด เลยอยากมาแบ่งปันประสบการณ์
หลังจากชวนเพื่อนได้เมื่อเดือนที่แล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลค่ะ
ตอนแรกหารถ ก็อาศัยดูเอาในพันทิพนี่ล่ะค่ะ ที่เค้าเหมารถแดงเที่ยวกันเห็นมีคนแนะนำรถลุงบุญ เราก็โทรไปถามค่ะ คิดว่ารถลุงจะคิวฮอต แต่ที่ไหนได้ลุงโคตรชิวค่ะ ลุงบอกก่อนวันไปวันนึงให้โทรมาอีกที มัดจำไม่ต้อง จ่ายตอนจบงาน เราก็เสียวเลยค่ะว่าลุงจะมามั้ย แต่สุดท้ายก็เชื่อลุงค่ะ
หลังจากหารถได้ ต่อไปก็ที่ซุกหัวนอนค่ะ ที่เราอยากได้คือที่พักในสถานีเกษตรหลวงค่ะ ราคาเหมาะกะคนเยี่ยงเรามาก หลักร้อย...... แต่เสียใจค่ะ ที่พักเต็ม บางที่ก็แพงค่ะสู้ราคาไม่ไหว สุดท้ายหาได้ที่อ่างขางโฮมเสตย์ค่ะ ห้องละ700
พอหาที่พักได้ก็หาข้อมูลไปเรื่อยค่ะ แต่ด้วยเวลาจำกัดของเราคือ2วัน ก็กลัวไปไหนไม่ได้เยอะ บวกกับเวลาเดินทางจากอ่างขาง-เชียงใหม่เกือบ 4ชั่วโมงได้
แพลนคร่าวๆเลยได้แค่.....
วันแรก
สวนส้ม(ถ้าทัน)
จุดสูงสุดดอยอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
วันสอง
ตื่นเช้าๆไปดูพระอาทิตย์ที่หมู่บ้านขอบด้ง
ไปหมู่บ้านนอแลไปไร่สตอเบอรี่ขั้นบันได
ถ้าทันไปจุดชมวิวชายแดนไทยพม่า
วันที่30 ก่อนเดินทาง ตอนเช้าเราก็โทรไปเฟิร์มกับลุงค่ะ ตกลงราคาที่4000 ส่วนลุงถามแค่เราจะไปถึงกี่โมงให้รับที่ไหนแค่นั้น......
เราก็เสียวอีกละ กลัวลุงไม่มารับ สุดท้ายก็เชื่อลุงค่ะ
การเดินทางครั้งนี้เราเดินทางกับสมบัติทัวร์ค่ะ อาศัยอ่านรีวิวเอาเค้าว่าดีสุด
ตอนเช้าตี5 กว่า ก่อนถึง ก็มีคนโทรมาค่ะ บอกว่ามารับเราแทนลุงสมบุญ ลุงมาเช้ามากค่ะ รถเราถึงเกือบ7 โมงอ่ะ
พอเจอลุงก็คุยโปรแกรมกะลุงคร่าวๆค่ะ สุดท้ายแพลนเราล่มค่ะ เลยบอกลุงว่ามีที่ไหนให้แวะก็แวะให้หน่อย ลุงเลยบอกว่าวันนี้จะพยายามเก็บที่เที่ยวให้หมดพรุ่งนี้จะได้ลงดอยทัน
พอออกจากตัวเชียงใหม่ได้สักพักก็ไปแวะกินข้าวแถวแม่แตงค่ะ ร้านไรไม่รู้ ลุงบอกอร่อยที่สุดในโลก
ก่อนเดินทางต่อก็ต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะเพราะลุงบอกจะไม่มีปั๊มอีกนาน
เดินทางกันไปเรื่อยๆจนถึงเชียงดาวค่ะที่นี่อากาศดีมากค่ะ ขนาดสายแล้วยังเห็นหมอกตามข้างทางหนามาก.... แต่ชีวิตเราเริ่มป่วงตอนเชียงดาว-ไชยปราการนี่แหละค่ะค่ะ งานละเอียดโค้งต่อโค้ง เมารถค่ะ กว่าจะหมดช่วงนั้นนี่แทบอ้วกค่ะ พอลุงจอดให้นี่เดินเซเลยค่ะ แต่ลุงบอกนี่ยังไม่เท่าไหร่เลยนะ ตอนขึ้นดอยอ่างขางยิ่งกว่านี้
พอพักซักแปบลุงก็บอกจะพาไปบ้านไม้หอมฮิโนกิค่ะบ้านที่สวยที่สุดในโลก(อีกแล้ว) 555
พอไปถึง ที่นี่จะมีเด็กหนุ่น่ตาถือว่าดีเลยค่ะ มาคอยต้อนรับแหม่ กรุบกริบเลยค่ะ แต่น้องจะเดินตามเยอะไปหน่อยค่ะ แอบอึดอัดเลย เข้าใจว่าเจ้าของบ้านคงสั่งมา โดยรวมก็สวยค่ะ แต่ติดที่เจ้าของพยายามยัดเยียดขายของไปหน่อย(ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากไม้ฮิโนกิ) แต่จะให้อุดหนุนก็ไม่ไหวค่ะพกเงินมาเที่ยวน้อย ตามมีตามเกิดค่ะ ก็เลยอุดหนุนกาแฟแทน ถือว่ารสชาดดีเลยค่ะ(บ้านไม้หอมฮิโนกิใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเรื่องกลกิโมโนด้วยค่ะ)
หลังจากบ้านฮิโนกิก็เริ่มเดินทางต่อค่ะ ลุงก็จะแวะให้ตลอดค่ะถ้ามีที่ไหนมีวิวสวยๆหน่อย ระหว่างทางก็มีเจอหนุ่มนักปั่นแวะพักค่ะ แหม่ กรุบกริบอีกละ หลังจากแวะไปรายทางก็ไปแวะสวนส้มขั้นบันไดค่ะชื่อ"สวนส้มชไมพร" อยู่ข้างทางลงไปถ่ายรูปได้
หลังจากนั้นเดินทางต่อไปชายแดนค่ะ ก่อนถึงชายแดนจะมีไร่ชาที่เราอยากไปมาก แต่เสียดายค่ะไร่ชาปิดค่ะ อดเลย เลยตรงไปเที่ยวชายแดน พอเสร็จจากชายแดนย้อนกลับมาสถานีเกษตรหลวงค่ะ ลืมบอกไประหว่างทางมีด่านอยู่หลายด่านค่ะ แอบสังเกตน้องๆทหารที่นี่ก็กรุบกริบหน้าตาดีกันทั้งน้านค่ะ
ระหว่างทางค่ะก็พอมีดอกพญาเสือโคร่งให้เห็นอยู่บ้างประปรายแต่น้อยค่ะ ส่วนใหญร่วงหมดแล้ว แล้วเราก็มาถึงสถานีเกษตรในช่วงบ่ายๆค่ะ อากาศร้อนค่ะ แดดแรงเลยทีเดียว ค่าเข้าสถานีเกษตรคนละ 50บาทค่ะ รถยนต์คันละ50
เราก็ถ่ายรูปกันไปค่ะ เสร็จแล้วกะว่าจะไปกินข้าวตรงสโมสรในสถานีเกษตร
แต่สุดท้ายอดค่ะ เค้าปิดครัว เลยต้องออกมากินข้าวตรงข้างนอกค่ะ
เดินไปจนเจอร้านถิงถิงโภชนาค่ะ ร้านนี้ดูมาจากรีวิวอีกแล้วค่ะ เค้าว่าอร่อยแต่อร่อยจ่ิงๆนะ
พอกินข้าวอิ่มแล้วก็กลับไปถ่ายรูปต่อค่ะ ตรงสวนบ๊วย อันนี้ตั้งใจมาเลยค่ะดูTimeline มากะจะมาถ่ายรูปแบบเต้ยซะหน่อย นึกว่าสวนกว้างมาก แต่จริงๆมีพื้นที่นิดเดียวแต่ก็สวยค่ะเลยสวนบ๊วยไปนิด ก็จะมีต้นพญาเสือโคร่งอยู่ข้างทางให้ดูนิดหน่อยค่ะสวยมากๆ
หลังจากออกจากสถานีเกษตรก็ไปตามหาที่พักค่ะ ที่พักเราเข้าไปในซอยแถวข้างหน้าสถานีค่ะ ที่พักก็เป็นห้องเล็กๆค่ะไม่มีพัดลม แต่อากาศในห้องคือเย็นมากค่ะ ตอนนั้นกะว่าจะชวนเพื่อนกินสุกี้ตรงที่พักเป็นสุกี้ยูนนาน แต่ดูราคาแล้วแอบแพงค่ะ เลบตกลงกันว่าจะไปกินบุฟเฟ่ต์ในสถานีเกษตรคนละ300 พอไปบอกลุง ลุงก็เหมือนคุณพ่อเลยค่ะ บ่นว่าแพง ไม่ต้อไปหรอกเดี๋ยวลุงพาไปข้างหน้ามีของกินเยอะแยะ
พอออกไปข้างหน้าก็ไม่ผิดหวังค่ะ อากาศดี มีชาวเขาเอาของมาขายมีของกินขาย ก็เสียตังค์กันไปค่ะ
ก่อนนนอนก็นัดกะลุงไว้ว่าเจอกันตอน 6โมงเช้าจะไปดูพระอาทิต์ขึ้น ตอนนั้นสามทุ่มกว่าได้ เนื่องจากเพลียกันมาก็หลับกันเลยค่ะ จากที่ตอนแรกในห้องเย็นมาก แต่ตอนนอนผ้าห่มก็อุ่นอยู่ค่ะ
ตอนเช้าตามที่นัดกะลุงไว้ก็เก็บของขึ้นรถออกเดินทางไปที่จุดชมวิวบ้านขอบด้งค่ะ ตรงนั้นตอนเช้าก็จะมีของขายเยอะแยะเลยมีโจ๊กเห็ดหอม ซาลาเปาโอวัลติน ชา กาแฟ แต่โอวัลวินกะโกโก้แอบแพงไปนิดค่ะไม่อร่อยด้วย เราก็รอกันประมาณชั่วโมงกว่าค่ะ เห็นแต่หมอกะลมเย็นๆ พระอาทิตย์ไม่มาซักที สุดท้ายเลยชวนลุงไปไร่สตอวเบอรี่บ้านนอแลเลย
เดินทางประมาณ 10นาทีก็ถึงบ้านนอแล unseen จริงๆค่ะฟินมาก ไร่สตอวเบอรี่ที่นี่สวยมาก อากาศดี๊ดีค่ะ เด็กชาวเขามอมแมมน่ารัก แอบคุยกะน้องคนนึงชื่อพงษ์ ถามน้องว่าทำไมเค้าเก็บสตอวเบอรี่ไม่แดง น้องบอกว่าเก็บส่งโครงการหลวงถ้าแดงโครงการหลวงไม่เอาค่ะ
ที่นี่เป็นที่ที่เราอยู่กันนานสุดเพราะชอบมาก ตอวเบอรี่ก็อร่อย สด ปลอดสาร
เสร็จไร่สตอเบอรี่ก็เตรียมตัวลงดอยเข้าเมืองค่ะ
ลุงพามากินข้าวซอยเสมอใจค่ะลุงบอกอร่อยที่สุดในโลก
แต่ข้าวซอยที่นี่อร่อยจริงๆตามลุงว่าค่ะ
หลังจากกินข้าวเสร็จก็เริ่มไม่มีที่ไปจริงๆแล้วค่ะ เลยบอกให้ลุงพามาส่งตรงประตูท่าแพแล้วค่อยมารับกะหาร้านชิคๆเก๋ๆนั่ง ที่ไหนได้สุดท้ายเข้าวัดค่ะ มานั่งเล่นกันอยู่วัดพันอ้นรอเวลาถนนคนเดินตั้งเสร็จ
ระหว่างนั่งรอก็กินค่ะ ในวัดมีของกินหลายอย่างเลย ตอนเย็นพอของเริ่มตั้งก็เดินเล่นในถนนคนเดินค่ะที่สุดท้ายก่อนกลับ....
ถนนคนเดินที่นี่ยาวมากเลย ของเยอะด้วย ชอบสุดๆค่ะ แต่ไม่ชอบตรงแก๊งทัวร์จีนนี่แหละ ชอบเบียด ผลัก ดัน แซง ส่วนรูปภาพที่เราถ่ายมามีน้อยมากค่ะ ไว้รอได้รูปจากเพื่อนแล้วจะเอามาลงให้ดูเพิ่มนะคะ
ท้ายสุดค่ะสัญญากะลุงไว้ว่าจะช่วยโปรโมทให้
ลุงแทน รถแดง
086-1832682, 093-0432169
เพื่อนๆคนไหนสนใจติดต่อรถขึ้นดอยหรือไปเที่ยวไหนติดต่อลุงได้เลยค่ะ ลุงใจดี ขับรถดี
เหมารถแดงเที่ยวดอย
หลังจากชวนเพื่อนได้เมื่อเดือนที่แล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลค่ะ
ตอนแรกหารถ ก็อาศัยดูเอาในพันทิพนี่ล่ะค่ะ ที่เค้าเหมารถแดงเที่ยวกันเห็นมีคนแนะนำรถลุงบุญ เราก็โทรไปถามค่ะ คิดว่ารถลุงจะคิวฮอต แต่ที่ไหนได้ลุงโคตรชิวค่ะ ลุงบอกก่อนวันไปวันนึงให้โทรมาอีกที มัดจำไม่ต้อง จ่ายตอนจบงาน เราก็เสียวเลยค่ะว่าลุงจะมามั้ย แต่สุดท้ายก็เชื่อลุงค่ะ
หลังจากหารถได้ ต่อไปก็ที่ซุกหัวนอนค่ะ ที่เราอยากได้คือที่พักในสถานีเกษตรหลวงค่ะ ราคาเหมาะกะคนเยี่ยงเรามาก หลักร้อย...... แต่เสียใจค่ะ ที่พักเต็ม บางที่ก็แพงค่ะสู้ราคาไม่ไหว สุดท้ายหาได้ที่อ่างขางโฮมเสตย์ค่ะ ห้องละ700
พอหาที่พักได้ก็หาข้อมูลไปเรื่อยค่ะ แต่ด้วยเวลาจำกัดของเราคือ2วัน ก็กลัวไปไหนไม่ได้เยอะ บวกกับเวลาเดินทางจากอ่างขาง-เชียงใหม่เกือบ 4ชั่วโมงได้
แพลนคร่าวๆเลยได้แค่.....
วันแรก
สวนส้ม(ถ้าทัน)
จุดสูงสุดดอยอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
วันสอง
ตื่นเช้าๆไปดูพระอาทิตย์ที่หมู่บ้านขอบด้ง
ไปหมู่บ้านนอแลไปไร่สตอเบอรี่ขั้นบันได
ถ้าทันไปจุดชมวิวชายแดนไทยพม่า
วันที่30 ก่อนเดินทาง ตอนเช้าเราก็โทรไปเฟิร์มกับลุงค่ะ ตกลงราคาที่4000 ส่วนลุงถามแค่เราจะไปถึงกี่โมงให้รับที่ไหนแค่นั้น......
เราก็เสียวอีกละ กลัวลุงไม่มารับ สุดท้ายก็เชื่อลุงค่ะ
การเดินทางครั้งนี้เราเดินทางกับสมบัติทัวร์ค่ะ อาศัยอ่านรีวิวเอาเค้าว่าดีสุด
ตอนเช้าตี5 กว่า ก่อนถึง ก็มีคนโทรมาค่ะ บอกว่ามารับเราแทนลุงสมบุญ ลุงมาเช้ามากค่ะ รถเราถึงเกือบ7 โมงอ่ะ
พอเจอลุงก็คุยโปรแกรมกะลุงคร่าวๆค่ะ สุดท้ายแพลนเราล่มค่ะ เลยบอกลุงว่ามีที่ไหนให้แวะก็แวะให้หน่อย ลุงเลยบอกว่าวันนี้จะพยายามเก็บที่เที่ยวให้หมดพรุ่งนี้จะได้ลงดอยทัน
พอออกจากตัวเชียงใหม่ได้สักพักก็ไปแวะกินข้าวแถวแม่แตงค่ะ ร้านไรไม่รู้ ลุงบอกอร่อยที่สุดในโลก
ก่อนเดินทางต่อก็ต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะเพราะลุงบอกจะไม่มีปั๊มอีกนาน
เดินทางกันไปเรื่อยๆจนถึงเชียงดาวค่ะที่นี่อากาศดีมากค่ะ ขนาดสายแล้วยังเห็นหมอกตามข้างทางหนามาก.... แต่ชีวิตเราเริ่มป่วงตอนเชียงดาว-ไชยปราการนี่แหละค่ะค่ะ งานละเอียดโค้งต่อโค้ง เมารถค่ะ กว่าจะหมดช่วงนั้นนี่แทบอ้วกค่ะ พอลุงจอดให้นี่เดินเซเลยค่ะ แต่ลุงบอกนี่ยังไม่เท่าไหร่เลยนะ ตอนขึ้นดอยอ่างขางยิ่งกว่านี้
พอพักซักแปบลุงก็บอกจะพาไปบ้านไม้หอมฮิโนกิค่ะบ้านที่สวยที่สุดในโลก(อีกแล้ว) 555
พอไปถึง ที่นี่จะมีเด็กหนุ่น่ตาถือว่าดีเลยค่ะ มาคอยต้อนรับแหม่ กรุบกริบเลยค่ะ แต่น้องจะเดินตามเยอะไปหน่อยค่ะ แอบอึดอัดเลย เข้าใจว่าเจ้าของบ้านคงสั่งมา โดยรวมก็สวยค่ะ แต่ติดที่เจ้าของพยายามยัดเยียดขายของไปหน่อย(ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากไม้ฮิโนกิ) แต่จะให้อุดหนุนก็ไม่ไหวค่ะพกเงินมาเที่ยวน้อย ตามมีตามเกิดค่ะ ก็เลยอุดหนุนกาแฟแทน ถือว่ารสชาดดีเลยค่ะ(บ้านไม้หอมฮิโนกิใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเรื่องกลกิโมโนด้วยค่ะ)
หลังจากบ้านฮิโนกิก็เริ่มเดินทางต่อค่ะ ลุงก็จะแวะให้ตลอดค่ะถ้ามีที่ไหนมีวิวสวยๆหน่อย ระหว่างทางก็มีเจอหนุ่มนักปั่นแวะพักค่ะ แหม่ กรุบกริบอีกละ หลังจากแวะไปรายทางก็ไปแวะสวนส้มขั้นบันไดค่ะชื่อ"สวนส้มชไมพร" อยู่ข้างทางลงไปถ่ายรูปได้
หลังจากนั้นเดินทางต่อไปชายแดนค่ะ ก่อนถึงชายแดนจะมีไร่ชาที่เราอยากไปมาก แต่เสียดายค่ะไร่ชาปิดค่ะ อดเลย เลยตรงไปเที่ยวชายแดน พอเสร็จจากชายแดนย้อนกลับมาสถานีเกษตรหลวงค่ะ ลืมบอกไประหว่างทางมีด่านอยู่หลายด่านค่ะ แอบสังเกตน้องๆทหารที่นี่ก็กรุบกริบหน้าตาดีกันทั้งน้านค่ะ
ระหว่างทางค่ะก็พอมีดอกพญาเสือโคร่งให้เห็นอยู่บ้างประปรายแต่น้อยค่ะ ส่วนใหญร่วงหมดแล้ว แล้วเราก็มาถึงสถานีเกษตรในช่วงบ่ายๆค่ะ อากาศร้อนค่ะ แดดแรงเลยทีเดียว ค่าเข้าสถานีเกษตรคนละ 50บาทค่ะ รถยนต์คันละ50
เราก็ถ่ายรูปกันไปค่ะ เสร็จแล้วกะว่าจะไปกินข้าวตรงสโมสรในสถานีเกษตร
แต่สุดท้ายอดค่ะ เค้าปิดครัว เลยต้องออกมากินข้าวตรงข้างนอกค่ะ
เดินไปจนเจอร้านถิงถิงโภชนาค่ะ ร้านนี้ดูมาจากรีวิวอีกแล้วค่ะ เค้าว่าอร่อยแต่อร่อยจ่ิงๆนะ
พอกินข้าวอิ่มแล้วก็กลับไปถ่ายรูปต่อค่ะ ตรงสวนบ๊วย อันนี้ตั้งใจมาเลยค่ะดูTimeline มากะจะมาถ่ายรูปแบบเต้ยซะหน่อย นึกว่าสวนกว้างมาก แต่จริงๆมีพื้นที่นิดเดียวแต่ก็สวยค่ะเลยสวนบ๊วยไปนิด ก็จะมีต้นพญาเสือโคร่งอยู่ข้างทางให้ดูนิดหน่อยค่ะสวยมากๆ
หลังจากออกจากสถานีเกษตรก็ไปตามหาที่พักค่ะ ที่พักเราเข้าไปในซอยแถวข้างหน้าสถานีค่ะ ที่พักก็เป็นห้องเล็กๆค่ะไม่มีพัดลม แต่อากาศในห้องคือเย็นมากค่ะ ตอนนั้นกะว่าจะชวนเพื่อนกินสุกี้ตรงที่พักเป็นสุกี้ยูนนาน แต่ดูราคาแล้วแอบแพงค่ะ เลบตกลงกันว่าจะไปกินบุฟเฟ่ต์ในสถานีเกษตรคนละ300 พอไปบอกลุง ลุงก็เหมือนคุณพ่อเลยค่ะ บ่นว่าแพง ไม่ต้อไปหรอกเดี๋ยวลุงพาไปข้างหน้ามีของกินเยอะแยะ
พอออกไปข้างหน้าก็ไม่ผิดหวังค่ะ อากาศดี มีชาวเขาเอาของมาขายมีของกินขาย ก็เสียตังค์กันไปค่ะ
ก่อนนนอนก็นัดกะลุงไว้ว่าเจอกันตอน 6โมงเช้าจะไปดูพระอาทิต์ขึ้น ตอนนั้นสามทุ่มกว่าได้ เนื่องจากเพลียกันมาก็หลับกันเลยค่ะ จากที่ตอนแรกในห้องเย็นมาก แต่ตอนนอนผ้าห่มก็อุ่นอยู่ค่ะ
ตอนเช้าตามที่นัดกะลุงไว้ก็เก็บของขึ้นรถออกเดินทางไปที่จุดชมวิวบ้านขอบด้งค่ะ ตรงนั้นตอนเช้าก็จะมีของขายเยอะแยะเลยมีโจ๊กเห็ดหอม ซาลาเปาโอวัลติน ชา กาแฟ แต่โอวัลวินกะโกโก้แอบแพงไปนิดค่ะไม่อร่อยด้วย เราก็รอกันประมาณชั่วโมงกว่าค่ะ เห็นแต่หมอกะลมเย็นๆ พระอาทิตย์ไม่มาซักที สุดท้ายเลยชวนลุงไปไร่สตอวเบอรี่บ้านนอแลเลย
เดินทางประมาณ 10นาทีก็ถึงบ้านนอแล unseen จริงๆค่ะฟินมาก ไร่สตอวเบอรี่ที่นี่สวยมาก อากาศดี๊ดีค่ะ เด็กชาวเขามอมแมมน่ารัก แอบคุยกะน้องคนนึงชื่อพงษ์ ถามน้องว่าทำไมเค้าเก็บสตอวเบอรี่ไม่แดง น้องบอกว่าเก็บส่งโครงการหลวงถ้าแดงโครงการหลวงไม่เอาค่ะ
ที่นี่เป็นที่ที่เราอยู่กันนานสุดเพราะชอบมาก ตอวเบอรี่ก็อร่อย สด ปลอดสาร
เสร็จไร่สตอเบอรี่ก็เตรียมตัวลงดอยเข้าเมืองค่ะ
ลุงพามากินข้าวซอยเสมอใจค่ะลุงบอกอร่อยที่สุดในโลก
แต่ข้าวซอยที่นี่อร่อยจริงๆตามลุงว่าค่ะ
หลังจากกินข้าวเสร็จก็เริ่มไม่มีที่ไปจริงๆแล้วค่ะ เลยบอกให้ลุงพามาส่งตรงประตูท่าแพแล้วค่อยมารับกะหาร้านชิคๆเก๋ๆนั่ง ที่ไหนได้สุดท้ายเข้าวัดค่ะ มานั่งเล่นกันอยู่วัดพันอ้นรอเวลาถนนคนเดินตั้งเสร็จ
ระหว่างนั่งรอก็กินค่ะ ในวัดมีของกินหลายอย่างเลย ตอนเย็นพอของเริ่มตั้งก็เดินเล่นในถนนคนเดินค่ะที่สุดท้ายก่อนกลับ....
ถนนคนเดินที่นี่ยาวมากเลย ของเยอะด้วย ชอบสุดๆค่ะ แต่ไม่ชอบตรงแก๊งทัวร์จีนนี่แหละ ชอบเบียด ผลัก ดัน แซง ส่วนรูปภาพที่เราถ่ายมามีน้อยมากค่ะ ไว้รอได้รูปจากเพื่อนแล้วจะเอามาลงให้ดูเพิ่มนะคะ
ท้ายสุดค่ะสัญญากะลุงไว้ว่าจะช่วยโปรโมทให้
ลุงแทน รถแดง
086-1832682, 093-0432169
เพื่อนๆคนไหนสนใจติดต่อรถขึ้นดอยหรือไปเที่ยวไหนติดต่อลุงได้เลยค่ะ ลุงใจดี ขับรถดี