ศึกอินโดจีน สงครามบุกพายัพจากคำบอกเล่าของคุณตาทวด

เนื่องจากกระทู้ที่แล้วของผมhttp://pantip.com/topic/33182335ได้รับการตอบรับดีพอสมควร เลยมีกำลังใจที่จะทำอีก คราวนี้เป็นเรื่องราวของสงครามอินโดจีน แนวรบด้านพายัพ(ตะวันตกเฉียงเหนือ) ซึ่งคุณตาทวดของผมเคยถูกเกณฑ์ไปรบด้วย ตาทวดชื่อตาพล ปัจจุบันอายุ96ปี อาศัยอยู่จังหวัดสุรินทร์ แกตาบอด แต่แข็งแรงดี และมีความจำดีด้วยเนื่องจากเมื่อแกมองไม่เห็น แกย่อมต้องจดจำเรื่องราวในอดีตแทน และได้ใช้แหล่งอ้างอิงจาก
"หนังสือที่ระลึกพระราชทานเพลิงศพ พลเอกหลวงสุทธิสารรณกร"และหนังสือ"เล่าความหลังครั้งสงคราม ของคุณโกวิทตั้งตรงจิตร" ครับ เริ่มเล่านะครับ

ในฐานะที่ไทยได้ทำสัญญากับญี่ปุ่นร่วมรบดินแดนที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษในวัดพระแก้วมาแล้ว ญี่ปุ่นจึงได้สนับสนุนให้ไทยบุกดินแดนรัฐฉานด้านพายัพซึ่งอังกฤษปกครองอยู่พร้อมกับดินแดนพม่ารามัญ ญี่ปุ่นให้สัญญาแก่ไทยเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ถ้าไทยรุกรบได้ดินแดนรัฐฉานไปถึงไหน ถือว่าดินแดนนั้นได้เข้ามารวมอยู่กับราชอาณาจักรไทย ญี่ปุ่นมอบหมายให้ไทยมีภาระกิจโจมตีกองทัพอังกฤษที่ยึดครองเมืองยอง เมืองตองยี และเมืองลอยก่อ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองเมียววดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีแม่น้ำเมยเป็นพรมแดนขวางกั้น นอกจากนั้นญี่ปุ่นก็ได้มอบอำนาจให้ไทยไปตีเอารัฐฉานทางตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอนและอำเภอแม่สายของจังหวัดเชียงราย หากไทยสามารถยึดมาได้เท่าไหร่ ก็ชักธงไตรรงค์ขึ้นได้เลย ญี่ปุ่นไม่ขอเอี่ยว จอมพล ป.พิบูลสงครามมีความยินดีกับสนธิสัญญาฉบับนี้ จึงทำการจัดกองพลทันทีโดยแต่งตั้งให้ พลตรีหลวงเสรีเริงฤทธิ์ เป็นแม่ทัพพายัพ ส่วนรองแม่ทัพคือ พลตรีหลวงไพรีระย่อเดช(กองพลพายัพใช้ทหารประจำการเพียง50%ที่เหลือเป็นทหารกองหนุน เรียกเข้าฝึกหลักสูตร45วัน ส่วนหน่วยรองนั้นใช้ทหารประจำการเพียง20%เท่านั้น) สองนายพลต้องแบ่งหน้าที่กันรุกรบโจมตี และตระหนักให้ดีว่าดินแดนรัฐฉานทุกหัวเมืองนั้น กองทหารอังกฤษได้เผ่นหนีไปในพม่าส่วนที่ติดกับอินเดียแล้ว ปล่อยให้ทหารจีนกองพล93ของ จอมพลเจียงไคเช็ก เข้ายึดครองไว้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้หากไทยรบชิงดินแดนในรัฐฉาน ก็ต้องรบกับทหารจีนก๊กมินตั๋ง

เมื่อกองทัพไทยในบังคับบัญชาของแม่ทัพหลวงเสรีเริงฤิทธิ์ มุ่งเข้าโจมตีดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน เข้าไปยึดเชียงตุงนั้น ทหารจีนก๊กมินตั๋งก็มิได้ตั้งรับสู้รบอย่างเอาเป็นเอาตาย ทิ้งที่มั่นอย่างง่ายดายหนีไป ปล่อยให้ไทยเข้ายึดครอง ทางด้านเมืองสาด อันเป็นเมืองในหุบเขาเช่นเดียวกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน กองทัพของหลวงไพรีระย่อเดชก็ได้เข้าโจมตีในทุกแห่งทุกตำบล โดยเฉพาะดินแดนตอนเหนือติดกับอำเภอท่าตอน อำเภอแม่อายของไทย เหนืออำเภอแม่สายขึ้นไปทางท่าขี้เหล็กก็มีคนพูดภาษาไทยกันมากมาย เพราะส่วนใหญ่เป็นไทยใหญ่หรือไทยเขิน

เมื่อกองทัพไทยตีถึงไหน ทหารจีนก๊กมินตั๋งต่างก็หนีดีกว่าบาดเจ็บล้มตาย สู้หนีไปสูบฝิ่นดีกว่า พวกที่หนีไม่ทันก็ยอมตกเป็นเขลยของไทยสบายใจดี เพราะไทยก็ดูแลเชลยอย่างดี ตาทวดเล่าให้ฟังว่ากองทัพส่วนใหญ่ที่ยกเข้าไปตีรัฐฉาน สหรัฐไทยเดิม เชียงตุง ทหารส่วนใหญ่ ไม่ได้ตายจากการรบ หากแต่เป็นเพราะไข้ป่าหรือมาลาเรีย ทหารที่เกณฑ์มาจากภาคอิสานนั้นแข็งแรงทรหดหน่อย ยาก็มีน้อยการรักษาก็ไม่ดีต้องช่วยเหลือตนเอง อาหารก็เป็นพวกข้าวเหนียวเนื้อแดดเดียวหรือปลาแห้ง ฝนตกตลอดวันตลอดคืน แผ่นดินนองไปด้วยน้ำ โคลน เลนไปเกือบทุกแห่ง พวกกองพันรถถังก็ติดหล่มกันเป็นประจำ ทหารต้องนั่งเกวียนหรือช้างเข้าไป แม่ทัพไทยที่นำอีกสองกองพลรุกรบคราวนี้มีอีกสองท่านได้แก่ พลตรีหลวงชำนาญยุทธศาสตร์ และพันเอก
หลวงหาญสงคราม(ฟ้อน สุวรรณไศละ ซึ่งตาทวดผมอยู่ในกองพลของท่านผู้นี้)สองคุณหลวงนี้สามารถเข้าตีชิงเอาเมืองพยาคได้ แต่ก็ต้องออกแรงรบมากหน่อยถึงขนาดถึงขั้นต้องใช้เครื่องบินเข้าโจมตีทิ้งระเบิด ทหารกองพล93ของก๊กมินตั๋ง จึงยอมถอนตัวออกจากเมืองพยาค เมืองที่เป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคม เหลืออีกประมาณไม่ถึง90กิโลเมตรก็จะถึงเมืองเชียงตุง ดูได้จากแผนที่ห่วยๆที่ผมทำเองครับ

อันนี้ผมไม่ได้ทำนะหัวเราะ
สำหรับตอนนี้ จขกท เหนื่อยแล้วขอพักก่อนครับ แล้วจะมาต่อให้ใหม่
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่