คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ไม่ได้ยืนยันตัวเลยยังทำอะไรมากไม่ได้ โฮว
ขอโทษจริงๆนะคะ จะยืนยันตัวในเร็ววัน #กราบพันทิป
อย่าอุ้มกระทู้หนู หนูขอโทษ
มาเข้าเรื่องการท่าแตะหัวใจของปะป๋าและเลโกะจัง ตาม movie!verse คือการกอดของเอล์ฟ เอล์ฟไม่กอดกันเหมือนมนุษย์ และมีแฟนตปท.พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า (http://magicbunni.tumblr.com/post/108962838636/these-are-the-same-gesture-love-but-done-in)
แฟนตปท.พูดถึงการกอดแบบเอล์ฟที่เราเห็นกันใน lotr และฮอบบิท
1. ตอนคณะคนแคระไปถึงริวินเดลล์
http://38.media.tumblr.com/efbc376469d40de99914eb545ffecdce/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo2_500.gif
อันนี้เป็นอันที่พุ่งขึ้น ออกไปกว้างๆ หมายถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ให้กับทุกคน
2. ตอนฮัลเดียร์ กอดกับเลโกะจังตอน fellowship ผ่านป่าของเลดี้กาลาเดรียล
http://38.media.tumblr.com/58ea4305ce8902dcb205a2557ca2ffdf/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo3_500.gif
อันนี้เป็นการพุ่งมือไปที่คนรับ ปลายนิ้วเลยอยู่ที่เลโกลัส
3. และสุดท้ายธรันดูอิลและเลโกลัส
http://38.media.tumblr.com/8730a4f8fdbc6ec6b18fd18399c7c076/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo1_500.gif
แฟนตปท.คนนี้โน๊ตความต่างไว้ว่า
- ทั้งสองคนก้มหัวลงต่ำกว่า และ ทั้งคู่หลับตา
- ธรันดูอิลขยับมือน้อยกว่าแต่ส่งลงไปต่ำลง
- เลโกลัสขยับเยอะสุด หันข้างมาและส่งมือไปยังพ่อของตน และมือของเขาก็ไม่ได้ส่งไปข้างบน (cupped upward)
และนี่มันบอกอะไรได้มากมาย ท่าทางของธรันดูอิลดูเหมือนจะบอกว่า "พ่อรักลูก" และ "ลาก่อน" เด็กน้อยที่ยังจะอยู่ในหัวใจของฑรันดูอิล ธรันดูอิลขยับช้าๆจนเหมือนกับเหมือนตักอะไรออกมาจากตัวของตนและมอบให้กับเลโกลัส
และท่าทางของเลโกลัสนั้นน่าใจสลายจริงๆ ท่าทางที่บอกถึงความรักให้กับพ่อนั้นหมดความเป็นทางการแบบเจ้าชายและกษัตริย์ มือของเขาถูกส่งไปจนเหมือนกับจะจับกับพ่อ สำหรับคนเขียนแล้วมันเป็นการแสดงความรักที่ลึกซึเงมาก มันเหมือนกับการที่ลูกชายยื่นมือออกไปจะจับกับพ่อ และคุณพ่อที่มีเวลาอันยากลำบากกับการปล่อยลูกชายตัวเล็กของตนไป
นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเขียน ที่เราอยากบอกทุกคนว่าป๊ะป๊ารักเลโกะจังมากกกกกกกน้าาาาาาาาาาาา
อีกอย่างที่จขกท.ไปอ่านเจอคือ
หลังจากสงครามแห่งแหวนจบลง ได้มีการแบ่งแยกดินแดนของกรีนวู๊ด(เมริกวู๊ด)ใหม่ ส่วนนึงมอบให้เคเลบอร์น ส่วนนึงมอบให้บีออร์น และธรันดูอิลเอาที่ตั้งแต่ส่วนเหนือไปถึงภูเขา
ธรันดูอิลเปลี่ยนชื่อป่าของตนเป็น Eryn Lasgalen หรือป่าของใบไม้สีเขียว
Lasgalen เป็นหินของตระกูลที่ธรันดูอิลรักมาก ลูกชายก็ชื่อ Legolas ที่แปลว่าใบไม้สีเขียว แล้วยังมาตั้งชื่อเมืองใหม่ว่าป่าของใบไม้สีเขียวอีก
ร้องไห้สิคะ
จบการ rant ไว้เพียงเท่านี้
โล่ง
ขอโทษจริงๆนะคะ จะยืนยันตัวในเร็ววัน #กราบพันทิป
อย่าอุ้มกระทู้หนู หนูขอโทษ
มาเข้าเรื่องการท่าแตะหัวใจของปะป๋าและเลโกะจัง ตาม movie!verse คือการกอดของเอล์ฟ เอล์ฟไม่กอดกันเหมือนมนุษย์ และมีแฟนตปท.พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า (http://magicbunni.tumblr.com/post/108962838636/these-are-the-same-gesture-love-but-done-in)
แฟนตปท.พูดถึงการกอดแบบเอล์ฟที่เราเห็นกันใน lotr และฮอบบิท
1. ตอนคณะคนแคระไปถึงริวินเดลล์
http://38.media.tumblr.com/efbc376469d40de99914eb545ffecdce/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo2_500.gif
อันนี้เป็นอันที่พุ่งขึ้น ออกไปกว้างๆ หมายถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ให้กับทุกคน
2. ตอนฮัลเดียร์ กอดกับเลโกะจังตอน fellowship ผ่านป่าของเลดี้กาลาเดรียล
http://38.media.tumblr.com/58ea4305ce8902dcb205a2557ca2ffdf/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo3_500.gif
อันนี้เป็นการพุ่งมือไปที่คนรับ ปลายนิ้วเลยอยู่ที่เลโกลัส
3. และสุดท้ายธรันดูอิลและเลโกลัส
http://38.media.tumblr.com/8730a4f8fdbc6ec6b18fd18399c7c076/tumblr_ninqzwopxt1r1j87jo1_500.gif
แฟนตปท.คนนี้โน๊ตความต่างไว้ว่า
- ทั้งสองคนก้มหัวลงต่ำกว่า และ ทั้งคู่หลับตา
- ธรันดูอิลขยับมือน้อยกว่าแต่ส่งลงไปต่ำลง
- เลโกลัสขยับเยอะสุด หันข้างมาและส่งมือไปยังพ่อของตน และมือของเขาก็ไม่ได้ส่งไปข้างบน (cupped upward)
และนี่มันบอกอะไรได้มากมาย ท่าทางของธรันดูอิลดูเหมือนจะบอกว่า "พ่อรักลูก" และ "ลาก่อน" เด็กน้อยที่ยังจะอยู่ในหัวใจของฑรันดูอิล ธรันดูอิลขยับช้าๆจนเหมือนกับเหมือนตักอะไรออกมาจากตัวของตนและมอบให้กับเลโกลัส
และท่าทางของเลโกลัสนั้นน่าใจสลายจริงๆ ท่าทางที่บอกถึงความรักให้กับพ่อนั้นหมดความเป็นทางการแบบเจ้าชายและกษัตริย์ มือของเขาถูกส่งไปจนเหมือนกับจะจับกับพ่อ สำหรับคนเขียนแล้วมันเป็นการแสดงความรักที่ลึกซึเงมาก มันเหมือนกับการที่ลูกชายยื่นมือออกไปจะจับกับพ่อ และคุณพ่อที่มีเวลาอันยากลำบากกับการปล่อยลูกชายตัวเล็กของตนไป
นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเขียน ที่เราอยากบอกทุกคนว่าป๊ะป๊ารักเลโกะจังมากกกกกกกน้าาาาาาาาาาาา
อีกอย่างที่จขกท.ไปอ่านเจอคือ
หลังจากสงครามแห่งแหวนจบลง ได้มีการแบ่งแยกดินแดนของกรีนวู๊ด(เมริกวู๊ด)ใหม่ ส่วนนึงมอบให้เคเลบอร์น ส่วนนึงมอบให้บีออร์น และธรันดูอิลเอาที่ตั้งแต่ส่วนเหนือไปถึงภูเขา
ธรันดูอิลเปลี่ยนชื่อป่าของตนเป็น Eryn Lasgalen หรือป่าของใบไม้สีเขียว
Lasgalen เป็นหินของตระกูลที่ธรันดูอิลรักมาก ลูกชายก็ชื่อ Legolas ที่แปลว่าใบไม้สีเขียว แล้วยังมาตั้งชื่อเมืองใหม่ว่าป่าของใบไม้สีเขียวอีก
ร้องไห้สิคะ
จบการ rant ไว้เพียงเท่านี้
โล่ง
สมาชิกหมายเลข 4364342 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2997191 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 1765025 ถูกใจ, N_Banch ซึ้ง, fanstevie g ซึ้ง, kazu ซึ้ง, โดราโดรา ทึ่ง, PalmParichart ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 1988951 ถูกใจ, แมวนั่งเหงา เฝ้าปลาทู ถูกใจรวมถึงอีก 13 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
The Hobbit
The Hobbit: The Battle of Five Armies
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
[Hobbit] ความรักไม่มีใครมองเห็น เสด็จพ่อธรันดูอิลกับกรีนลีฟ
อีกอย่างคือความเย็นชาที่ดูจะมีต่อลูก มีหลายคนคิดว่าเสด็จเตี่ยธรันดูอิลไม่ค่อยได้ดูแลเลโกลัส กรีนลีฟซะเท่าไหร่
อีกทั้งยังใจร้ายขับไล่เทารีเอลไปจากเมริกวู๊ดอีกด้วย
วันนี้เราอยากจะขอความเห็นใจจากพ่อแม่พี่น้อง มามองความรักมุมนึงที่ธรันดูอิลมีให้ลูก
กระทู้นี้จะโฟกัส movie!verse เรื่องในภาพยนตร์มากกว่าหนังสือนะคะ เพราะในหนังสือที่คุณโทลคีนเขียน เห็นได้ชัดว่าธรันดูอิลช่างเป็นคนดีเสียนี่กระไร ในขณะที่ในหนังไม่ได้แสดงภาพธรันดูอิลเป็น good guy ขนาดนั้น
ด้วยความที่ลงรูปไม่ได้ ก็กรุณาทำใจกับจขกท.หน่อยนะคะ
และจขกท.ไม่ใช่ผู้รู้ในแวดวงของคุณโทลคีนเท่าไหร่
มีอะไรช่วยบอกหน่อยนะจ๊ะ พูดดีๆนะขอร้อง อย่าดุนะ จขกท.กลัว
warning: กระทู้นี้มาเพื่อ rant โดยเฉพาะ
#ทีมเอล์ฟป่า
ท้าวความตามเรื่องอย่างที่หลายคนรู้ คุณป๋านั้นเกิดในยุคแรก ผ่านสงครามมา คุณพ่อเสียชีวิตกลางสนามรบ แถมใน movie!verse ยังเจอมังกร เรียกได้ว่าเจอความสูญเสียมากมายก่ายกอง พอมีเมีย เมียก็มาตายที่กุนดาบัด เอาเป็นว่าคนรอบข้างของธรันดูอิลนั้นเสียชีวิตหมดเลย เสด็จป๋ายังเป็นเอล์ฟจำนวนน้อยที่หลงเหลือจนสงครามแหวนที่อยู่มาตั้งแต่ยุคแรก สำหรับเอล์ฟนั้นเวลามีคู่/คนรัก มันจะเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก มีคู่ชีวิตเพียงคนเดียว (และเหมือนจะสูญเสียความรู้สึกทางเพศหลังจากมีลูกแล้วด้วยมั้งนะ? อุ๊บ) เพราะมีชีวิตยาวนานเป็นพันปี ความรักของเอล์ฟเลยเป็นไปช้าๆ มากกว่าวันเดียวรักเลยตายแทนกันได้อย่างคิลีและเทารีเอล (วันเดียวสำหรับเอล์ฟนี้มันยังไม่ถึง2-3ชม.ดีของมนุษย์?)
เพราะฉะนั้นรักมาก เวลาเสียไปก็ยิ่งเจ็บมาก ธรันดูอิลคงรู้สูญเสียจนไม่สามารถพูดถึงเรื่องนั้นได้อีก จนทำให้เป็นคนเหมือนเย็นชากับเรื่องความรัก แต่จริงๆแล้วเพราะรักมากเกินไปต่างหาก พูดถึง gem of lasgalen หรือคริสตัลสีขาวที่ล้ำค่ามากๆนั้น ใน movie!verse ธรันดูอิลกล่าวว่ามันเป็น heirloom ของเขา ความจริงตาม book!verse มันคือหินที่ธรันดูอิลส่งไปที่คนแคระแห่งเอเรเบอร์เพื่อขอให้ทำสร้อยคอให้ภรรยา แต่กลายเป็นว่าธรอร์ คุณปู่ของธอรินกลับไม่ยอมคืนให้ (ใน movie!verse ตอน ee scenes จะเห็นได้ว่าสร้อยคอนั้นทำเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมให้ธรันดูอิล)
เหตุผลที่ธรอร์ไม่ยอมคืนให้ ใน book!verse ได้กล่าวเอาไว้ว่า สร้อยคอนั้นอาจจะสวยเกินไปจนไม่อยากคืนให้ สรุปคือธรันดูอิลไม่ได้สร้อยคอกลับมา อาจจะแพลนว่าจะเอากลับไป แต่มังกรก็กลับมาถล่มเอเรเบอร์เสียก่อน สร้อยคอที่เป็นความทรงจำเดียวของภรรยานั้นก็เลยหายสาบสูญไป ในเมื่อหลุมศพภรรยาก็ไม่มีแม้แต่จะให้ร้องไห้ด้วย บ้านเก่า(โดลกูดูร์)ก็ถูกยึด มันแทบจะไม่มีอะไรเหลือให้ดูต่างหน้าแทนสร้อยคออันนี้แล้ว
ในหนังสือมีการกล่าวเอาไว้ว่า ธรันดูอิลมัวแต่นึกถึงสร้อยคอของภรรยา จนลืมนึกถึงผลของความรักของทั้งคู่ นั้นก็คือเลโกลัส กรีนลีฟ. แต่ใน movie!verse นั้นเราพอจะมีหลักฐานหรือข้อคิดเห็นจากแฟนตปท.มาเรื่องความรักที่ธรันดูอิลมีให้แก่เลโกลัส
สำหรับเอล์ฟที่มีอายุนับหลายพันปี และสำหรับเอล์ฟที่คนรักได้ตายลงไปหมด สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือลูกชาย เลโกลัส ธรันดูอิลรู้ดีว่าข้างนอกนั้นอันตรายเพราะธรันดูอิลเข้าใจตอนที่ออร์คตัวนั้นพูดอย่างแจ่มแจ้ง (และเขาก็เคยได้รับแผลที่เจ็บแสบจากสงครามที่ต่อต้านมอร์ก็อธและเซารอนมาแล้ว) ในช่วงนึงของความคิดคงอยากจะปกป้องลูกชายคนเดียวของเขา แต่บางทีเกราะป้องกันก็เหมือนห้องที่ขังกรีนลีฟเอาไว้ ยิ่งรักมากยิ่งห่วงมากยิ่งหวงมาก
ธรันดูอิลอาจจะดูเหมือนเอล์ฟที่เย่อหยิ่งไม่สนใจใคร แต่นั้นเพราะเป็นคนกลัวความสูญเสียมากเกินต่างหาก เป็นเพราะครั้งนึงเคยแคร์มากไปต่างหากเลยเป็นแบบนี้ ไม่มีทางที่กษัตริย์อย่างธรันดูอิลจะยอมยกพลมาจนถึงเอเรบอร์ แต่หันหลังกลับไปเพราะไม่อยากมาช่วยตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะรู้ว่าถึงสู้ไปก็มีแต่ตายกับตาย มิหนำซ้ำยังอาจจะโดนมังกรเผาเมืองตัวเองอีก ธรันดูอิลเห็นความสำคัญของชีวิตของไพร่พลของตน(ที่ต้องมาตายให้กับคนแคระที่มันไม่ยอมคืนสร้อยคอของเมียรักให้)มากกว่าศักดิ์ศรี
ในหนังนั้น เลโกลัสดูเหมือนจะไม่เคยได้ออกไปนอกเขตเมริกวู๊ด (หรือออกไปแค่ใกล้ๆ) ทั้งที่เอล์ฟซิลวันคนอื่นดูมีความคิดที่ออกไปในโลกกว้างมากกว่ามาก เห็นอะไรกว่ามาก ถึงจะปล่อยให้ลูกชายไปสู้กับแมงมุม บลาๆ แต่คงเป็นเพราะรู้ว่ายังไงลูกชายก็ไม่ตาย หรือยังไงก็ส่งพลไปช่วยได้อยู่แล้ว (กองทัพของเมริกวู๊ดตอนนั้นมีเอล์ฟเยอะที่สุดเทียบกับที่อื่น)
มีแฟนตปท.เคยมองหนังของ PJ แบบละเอียดขึ้น แล้วก็เหมือนจะให้หลักฐานยืนยันว่าเลโกลัสไม่ใช่โตมาโดยขาดความรัก ความใส่ใจนะ และความสัมพันธ์ของเลโกะจังกับคุณพ่อก็ดีนะ (http://myrkvidrs.tumblr.com/post/109339404831/ive-always-been-very-much-on-the-side-of)
ตอนจับออร์คมาสอบสวน ธรันดูอิลตัดคอของออร์คทั้งที่บอกว่าจะปล่อยมันไป เลโกลัสกล่าวขึ้นมาว่าทำไมเตี่ยทำงั้นอ่ะ พ่อสัญญาว่าจะปล่อยเจ้านี่ไปไม่ใช่เหรอ? แฟนตปท.คนนี้กล่าวว่า เลโกลัสไม่ได้อายหรือเขินที่จะพูด เขาถามพ่อในแนวที่ร้อนใจ และยังประหลาดใจที่พ่อหลอกเจ้าออร์คแบบนั้นด้วย และนั่นคงบอกได้ว่าธรันดูอิลปรกติไม่ใช่คนแบบนี้ เลโกะจังดูตกใจ และเลโกะจังยังดูไม่หงุดหงิดสุดๆเพราะคิดว่ายังมีเรื่องที่ออร์คสามารถบอกพวกเขาได้อีก หลังจากนั้นอาเตี่ยก็บอกว่าไม่มีอะไรที่เจ้าออร์คสามารถบอกข้าได้แล้ว สั่งปิดประตูห้ามใครเข้าออก บลาๆ มันดูเย็นชาแต่คำพูดนั้นไม่ส่งให้เลโกลัส"โดยตรง" ธรันดูอิลไม่เคยพูดจาแรงๆกับลูก และเลโกลัสเองก็ยังดูเหมือนไม่คิดว่าพ่อจะลงโทษตัวเองซักนิดสำหรับการถาม
ตอนนี้คงเป็นตอนที่ธรันดูอิลโกรธ เพราะเขาเคยผ่านสงครามและเจอมังกร และรู้ว่ามันร้ายแรงขนาดไหน ตอนที่เลโกะจังถามว่า เปลวไฟแห่งสงครามคืออะไร และตอนที่โกรธ(และกลัว)ขนาดนี้คงเป็นตอนที่ธรันดูอิลจะสามารถพูดจารุนแรงกับเลโกะจังได้ (เหมือนตอนที่ทำกับธอริน) ธรันดูอิลไม่ได้ตอบโดยตรงและก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย
ตอนที่เทารีเอลหายออกไปจากเมริกวู๊ด เลโกลัสก็ขัดคำสั่งปะป๊าโดยการไปตามเอล์ฟที่ตนรักมา คงเพราะรู้ว่าเดี๋ยวป๋าคงยกโทษและปล่อยให้เขากับเทารีเอลกลับมา (เสด็จเตี่ยคงมี soft spot ให้ลูกของตนเองเสมอ เลโกลัสเลยขัดคำสั่งไปทุกอย่างจริ๊ง)
เลโกะจังรู้ว่าปะป๋าโกรธมาก และคงผิดหวังกับเทารีเอลที่เคยดูแลมาเกือบ 600 ปี แต่ธรันดูอิลจะยกโทษให้นะตอนที่กลับมา ภาพของเด็จเตี่ยสำหรับเลโกลัสไม่ใช่กษัตริย์ที่ใจร้ายใส่ระกำขนาดนั้น (แต่สำหรับเทารีเอลแล้วอาจจะต่าง มาพูดต่อหน้าว่าหยุดให้ความหวังเลโกะจังได้ไง ปะป๋านี่ปกป้องหวงเลโกะเกินเหตุ ลูกพ่ออายุ 3,000 ปีแล้วนะในหนังอ่ะ) และจริงๆแล้วธรันดูอิลไม่ใช่คนใจร้ายกับเหล่าเอล์ฟ อีกทั้งเรายังเห็นตอน botfa ด้วยว่าธรันดูอิลดูตกใจเสียใจกับศากศพของเอล์ฟที่เกลื่อนพื้น
กลับมาตอนที่ธรันดูอิลส่งเอล์ฟมาตามเลโกลัสกลับไป ทั้งที่เลโกลัสขัดคำสั่งแต่ธรันดูอิลก็ยังอุตส่าห์ส่งเอล์ฟซิลวันมาตามลูกกลับบ้าน เลโกลัสก็พูดเหมือนว่ากลับกันเถอะเทารีเอล เลโกะจังก็ดูไม่กลัวเลยที่ขัดคำสั่งเสด็จเตี่ย ดูเหมือนเป็นอะไรที่ธรรมดามั๊กมากก เอล์ฟที่ส่งสารมาทำหน้าเหมือนลำบากใจ แล้วบอกว่าเทารีเอลถูกเนรเทศแล้ว หน้าของเลโกลัสแบบหะ อะไรนะ นี่ไม่ใช่หน้าของเอล์ฟที่เคยถูกขัดใจแล้วก็ไม่ได้อะไรในแบบตัวเอง นี่คือหน้าของเอล์ฟหนุ่มที่ชินกับการที่ได้อะไรตามทางตนเองมากกว่า
แฟนตปท.บอกว่าเลโกะจังคงโกรธ และการที่เงาของเซารอนฉายทับเมริกวู๊ดมันทำให้เอล์ฟในนั้นล้วนแต่ถูกกระทบ (คงมีผลต่อสภาพจิตใจอันแสนใสสะอาด ออร์คกลุ่มแรกยังเป็นพวกเอล์ฟที่ถูกความมืดครอบงำแล้วก็ยอมแพ้เยย) และนอกจากนั้นเลโกะจังก็เริ่มเปลี่ยนความคิดและอยากออกไปสู้ในโลกกว้าง
เลโกลัสพูดถึงคุณแม่ตอนอยู่ที่กุนดาบัดว่า ปะป๋าไม่เคยพูดถึงแม่ ไม่มีหลุมศพ ไม่มีความทรงจำอะไร ไม่มีอะไรเลย (โฮววว กอดปลอบ) แต่การที่ธรันดูอิลไม่เคยพูดถึงคุณแม่ก็ไม่ได้หมายความว่าเลโกะจังจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักนะ
มาถึงตอน BOTFA ตอนดราม่าสุดติ่งกระดิ่งแมว
เทารีเอลนางจ่อธนูตรงหน้ากษัตรย์จ้าาาาาา (ราชาที่ตนขัดคำสั่ง ยังจะเอาลูกเขามาเสี่ยงตายอีก ไม่ใช่บอกว่านางไม่รู้สึกผิดนะ แต่คงเป็นเพราะรักคิลีมาก เจอกันวันเดียวรักแล้ว PJJJJJJJJJJJJJJ) การที่เอาอาวุธจ่อหน้ากษัตริย์ของตน แถมตั้งท่าเหมือนพร้อมยิงอีกต่างหาก แถมยังกล่าวหาว่ากษัตริย์เอล์ฟไม่มีหัวใจอีก ทั้งที่รักเมียจะตายอยู่แล้ว ธรันดี้โกรธดิ
อันนี้ลงลิ้งค์รูปให้เห็นหน้าตอนโกรธของเด็จเตี่ย
http://media.tumblr.com/8298ba7ed9bba0510c60c105aab972aa/tumblr_inline_nikmdvJZ461qmn9qh.jpg
แล้วก็ตัดธนูของเทารีเอลฉับ ทั้งที่โกรธขนาดนั้น ถ้าเป็นกษัตริย์องค์อื่นคงฟันคงเทารีเอลไปแล้วจ้า แต่ธรันดูอิลพูดต่อว่า เธอรู้อะไรเรื่องความรัก สิ่งที่เธอรู้สึกกับเจ้าคนแคระนั้นมันไม่จริง คงพูดไปด้วยความโกรธจัด เพราะธรันดูอิลรู้ถึงความรัก เพราะรู้และเพราะรักก็เลยเสียใจมากจนเป็นแบบนี้ เป็นกษัตริย์ที่ปิดตัว แต่แล้วลูกชายก็เอาดาบมากันเอล์ฟซิลวันที่โคตรจะขัดใจปะป๋า
"If you harm her, you will have to kill me"
คำพูดของเลโกะจัง หน้าของธรันดูอิลนั้นช็อคอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีทางอยู่แล้วที่ธรันดูอิลจะฆ่าลูกชายตัวเองได้ลงคอ
ใบหน้าที่แสนเจ็บปวดของเด็จเตี่ย
http://media.tumblr.com/6dfcbec8f7d919ff31a2c3656a62b821/tumblr_inline_nikmjhRotM1qmn9qh.jpg
http://media.tumblr.com/4d470cabaf4e23a18ff83b377f37d495/tumblr_inline_nikmjlV6Dc1qmn9qh.jpg
http://media.tumblr.com/ec1c9321f3c69f3c80e03c368e497508/tumblr_inline_nikmjyvyuq1qmn9qh.jpg
โถๆๆๆๆๆๆ เด็จป๋าคอตกเลย น้ำตาจิไหล ตอนที่เลโกลัสโต้พ่อกลับไปแบบนั้น มันมีทั้งความงงงวยและเสียใจหัวใจสลายของธรันดูอิล ไม่มีการตะโกนด่า ไม่มีคำสั่ง ไม่มีคำขู่ลงโทษอะไรทั้งนั้น ธรันดูอิลไม่สามารถจะเงยคอขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ มันมีแต่ความช็อคและเสียใจในใบหน้าของธรันดูอิล
สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่เอล์ฟที่เย็นชาต่อลูก ธรันดูอิลรักลูกมากถึงจนเสียใจรู้สึกแย่ขนาดนี้เพราะคำพูดของลูกไม่กี่คำ
แต่เอาจริงๆ มันมีแค่ตอนนี้เท่านั้นที่ธรันดูอิลทำแบบนี้
กับธอริน? ทั้งหยิ่งยะโสแล้วก็ความเป็นศัตรูใส่กัน
กับเทารีเอล? ออกคำสั่งและน่าสะพรึงกลัวเพราะความโกรธ
กับแกนดาล์ฟ? แสนจะชัดเจนกับความรำคาญที่มี เห็นได้ชัดว่าธรันดูอิลไม่อยากเป็นหมากหนึ่งในแผนของพ่อมดเทา
กับบาร์ด? อันนี้เป็นธรรมและดูดีทีเดียว แต่ก็ยังดูห่างเหิน
กับพวกออร์ค? ไปไกลตาเลยป่ะ ยินดีต้อนรับสู่โทโสของเอล์ฟยุคหนึ่งจ้าาาาา
แต่กับเลโกลัส ไม่มีอารมณ์ หงุดหงิดโกรธหรืออะไรเลยสำหรับลูกชาย ถึงแม้ว่าธรันดูอิลจะมีเหตุผลที่จะโกรธลูกได้อย่างเต็มที่
และมันก็กลับมาตอนสุดท้ายที่เจอกันที่เรเวนฮิล ธรันดูอิลดูเหมือนจะตามหาเลโกลัสอยู่ เขาไม่มีผู้ติดตามมาด้วยทั้งที่ไปไหนก็มี แต่นี่เพื่อลูกชายยอมเดินมาทั่วถิ่นที่ออร์คตั้งฐานเพื่อตามหาลูกชาย หน้าของธรันดูอิลตอนที่เจอกรีนลีฟคือหน้าของเอล์ฟที่รักลูกชายสุดหัวใจ ถึงแม้ว่าเลโกลัสจะพูดจาไม่ดีใส่ป๊ะป๊า ไหนจะขัดคำสั่ง แต่ธรันดูอิลก็ยังตามหาลูก ไม่มีความโกรธคืออะไรเลย มีแค่พ่อที่อยากเห็นว่าลูกชายปลอดภัยดีเท่านั้น
และอีกอย่างที่ทำให้ผู้เขียนเห็นความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้คือ ธรันดูอิลไม่ได้สั่งอะไรลูกชาย ไม่มีการบังคับให้กลับเมริกวู๊ด ไม่มี. มีแต่พ่อที่เข้าใจว่าอะไรที่เลโกลัสต้องการและดีที่สุดสำหรับเขา ธรันดูอิลเคารพในการตัดสินใจของลูก เสียงของธรันดูอิลอ่อนลง และตอนที่ธรันดูอิลพูด เลโกลัสยังหยุดฟังพ่อ
ตอนจบนั้นเป็นตอนที่ทำให้เราใจสลายที่สุด ตอนที่ธรันดูอิลพูดถึงภรรยาที่ตายไป และแม่ของเลโกลัส ธรันดูอิลที่ไม่เคยพูดถึงภรรยากับลูกสักครั้ง อาจจะเป็นเพราะกังวลว่าอาจจะไม่ได้เห็นลูกอีก อย่างน้อยบอกลูกว่าแม่เขารักขนาดไหน รักมากกว่าชีวิต (อาจจะมีสิทธิว่ามะม๊าตายตอนปกป้องลูก)
หน้าอันแสนเจ็บปวดของปะป๊า
http://media.tumblr.com/8b137b64eab9da9653d9db98672ded72/tumblr_inline_nimc1x5i8f1qmn9qh.jpg