การเมืองระหว่างประเทศ

กระทู้คำถาม
มอสโกเผย! ผู้นำโสมแดงยืนยันเข้าร่วม “งานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะ” ที่รัสเซีย

รอยเตอร์ - คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ยืนยันว่าเขาจะเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองของรัสเซียในเดือนพฤษภาคมที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของโซเวียตเหนือเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานวันนี้ (28 ม.ค.) โดยอ้างจากโฆษกของเครมลิน
       
       การเดินทางเข้าร่วมงานดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของ คิม นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจในรัฐสันโดษแห่งนี้เมื่อปี 2011 ต่อจาก คิม จองอิล บิดาของเขาซึ่งถึงแก่อสัญกรรมอย่างกะทันหัน และมีแนวโน้มว่าจะมีขึ้นก่อนที่เขาจะไปเยือนจีน ชาติพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือ
       
       “ผู้นำรัฐราว 20 ประเทศได้ยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขาแล้ว และผู้นำเกาหลีเหนือก็อยู่ในกลุ่มนี้” ยอนฮัปอ้างจากคำตอบของสำนักงานของโฆษกเครมลินต่อคำถามที่สำนักข่าวแห่งนี้เขียนไปถาม ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน
       
       เกาหลีเหนือและรัสเซียกำลังหาทางพัฒนาความสัมพันธ์ ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการเมืองกับแดนมังกรอยู่ในช่วงตกต่ำ หลังจากที่ คิม ขึ้นครองอำนาจและท้าทายคำเตือนของนานาชาติและการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ (ยูอ็น) จัดการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 ในปี 2013
       
       เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า เกาหลีเหนือได้ส่งสัญญาณเชิงบวกออกมาหลังจากที่ ปูติน เชื้อเชิญ คิม เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองชัยชนะ
       
       รัสเซียจัดงานรำลึกเนื่องในวันครอบรอบชัยชนะดังกล่าวในทุกๆ วันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี
       
       คิม จองอิล พ่อของคิม เคยได้รับเชิญเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีเมื่อปี 2005 แต่ไม่ได้เดินทางมา ยอนฮัปรายงาน




นายกฯ ใหม่กรีซลั่น “ไม่เห็นด้วย” กับคำแถลงขู่ “คว่ำบาตรรัสเซีย” ของอียู

เอพี - นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซ ได้กล่าวตำหนิสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งแต่รัฐบาลซ้ายจัดของเขายังไม่ทันเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง
       
       ทำเนียบนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ซีปราส ระบุว่า กรีซรู้สึกไม่พอใจที่วานนี้ (27 ม.ค.) บรรดาผู้นำชาติอียูได้ร่วมกันออกคำแถลงขู่คว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ เพื่อเป็นการลงโทษที่มอสโกมีบทบาทต่อวิกฤตในยูเครน
       
       ทำเนียบนายกรัฐมนตรีซีปราสระบุในคำแถลง ที่เผยแพร่ออกมาก่อนที่รัฐบาลของเขาจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่า กรีซไม่เคยได้รับการบอกกล่าวว่า สหภาพยุโรปจะออกคำแถลงร่วม ทั้งยังไม่ได้เห็นด้วยกับเนื้อหาของถ้อยแถลงของอียู
       
       ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ออกคำแถลงร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้นสักที โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะรัสเซียเริ่มให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครนมากขึ้น ในยามที่วิกฤตสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
       
       สหภาพยุโรปได้ประกาศมาตรการทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองคว่ำบาตร กับมอสโก และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนพัวพันกับกรณีรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งเป็นอดีตดินแดนของยูเครน เมื่อปีที่แล้ว
       
       นิกอส คอตเซียส รัฐมนตรีต่างประเทศกรีซคนใหม่ ระบุว่ากรีซเองเองก็ถือเป็นชาติที่มีส่วนใน “การเจรจาหารือ” ถึงความเป็นไปได้ที่อียูจะคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ นอกจากนี้ เขาชี้ว่ามีบางประเทศ “ละเมิดกฎของอียู และพยายามมัดมือชกเรา ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะทันได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง”
       
       “การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” คอตเซียสกล่าวระหว่างเข้าร่วมพิธีสืบทอดตำแหน่งต่อจากรัฐมนตรีต่างประเทศ อีแวนเจลอส เวนิเซลอส ณ กระทรวงการต่างประเทศกรีซ โดยเขาระบุว่า “ใครก็ตามว่าที่คิดว่า การที่กรีซเป็นหนี้พวกเขา แล้วเราจะต้องยอมยกอำนาจอธิปไตย และยอมสละการมีส่วนร่วมในนโยบายยุโรปนั้นคงกำลังเข้าใจอะไรผิดแล้ว”
       
       ซีปราสได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ (26) หนึ่งวันหลังเขาคว้าชัยในศึกเลือกตั้งทั่วไป ด้วยการชูนโยบายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด
       



FBI จับ “สายลับรัสเซีย” อ้างตัวเป็นนักการทูต-นายธนาคาร สืบข้อมูลวอลสตรีท หาช่องทางล่มเศรษฐกิจอเมริกา

อีฟเกนี บูร์ยาคอฟ (Evgeny Buryakov) ผู้ที่อ้างตัวเป็นนายธนาคารจากสถาบันการเงินที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของ ถูก FBI จับกุม และจะต้องขึ้นศาาลในข้อหาจารกรรมผลประโยชน์สหรัฐฯให้กับหน่วยงานข่าวกรองรัสเซีย  SVR ในช่วงปี 2010 -2014

        เอเจนซีส์ - ดูเหมือนสงครามเย็นจะกลับมาคืนอีกครั้ง เมื่อล่าสุด FBI สหรัฐฯสามารถจับสายลับรัสเซีย 3 คนที่อ้างว่าเป็นนักการทูตและนายธนาคารได้ในขณะที่พยายามรับสมัครกลุ่มผู้หญิงที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยใช้การติดต่อด้วยรหัสลับ และพบโดยตรงโดยไม่ผ่านช่องทางการติดต่อผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดักฟัง เพื่อสืบความลับทางการเงินเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพื่อหาทางทำลาย
       
       เดลีเทเลกราฟต์ รายงานเมื่อวานนี้(26)ว่า สายลับรัสเซีย 3 คนที่อ้างตัวเป็นนักการทูตและนายธนาคารถูกจับกุมโดย FBI สหรัฐฯในข้อหาจารกรรมความลับอเมริกา ซึ่งคนทั้งสามทำงานร่วมกับคนอื่นเพื่อหาความลับทางเศรษฐกิจและการเงิน รวมไปถึงการคว่ำบาตรเศรษฐกิจต่อรัสเซียในสถานการณ์ความตรึงเครียดของ 2 ชาติที่มีความสัมพันธ์เลวร้ายอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เกิดวิกฤตยูเครน
       
       โดย FBI ได้เริ่มต้นการสอบสวนสืบเนื่องมาจากคดีการจับกุมในปี 2010 ของ “คนใน” แอนนา แชมป์แมน ( Anna Chapman  ) และสาบลับอีก 9 คน ที่อยู่ในเซลที่แอบฝังตัว ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายที่กลุ่มสายลับรัสเซียทั้ง 3 ต้องการมาให้ร่วมงานด้วยเป็นกลุ่มผู้หญิงอายุน้อยนิรนามกลุ่มหนึ่ง “ที่มีความสัมพันธ์กับมาหวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งที่อยู่ในนิวยอร์ก” รวมไปถึงมีตำแหน่งในบริษัทชั้นนำในอเมริกา
       
       อีฟเกนี บูร์ยาคอฟ (Evgeny Buryakov) ผู้ที่อ้างตัวเป็นนายธนาคารจากสถาบันการเงินที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของ ถูก FBI จับกุม และจะต้องขึ้นศาาลในข้อหาจารกรรมผลประโยชน์สหรัฐฯให้กับหน่วยงานข่าวกรองรัสเซีย  SVR ในช่วงปี 2010 -2014 และผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ถูกระบุในคำฟ้องคือ อีกอร์ สโปริเชฟ ( Igor Sporyshev) และวิกเตอร์ โปดอบนีย์ (Victor Podobnyy) ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่การทูตรัสเซียประจำนิวยอร์ก และประจำองค์การสหประชาชาติ แต่ทว่าทั้ง สโปริเชฟและโปดอบนีย์นั้นได้เดินทางออกจากสหรัฐฯไปก่อนหน้านี้ และได้รับการคุ้มครองทางการทูต
       
       ในคำร้องร่วม 26 หน้า ชี้ว่า บูร์ยาคอฟมีความสนใจที่จะเรียนรุ้การซื้อขายของวอลสตรีทแบบไฮสปีด และโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ (automated trading algorithms ) รวมไปถึงการไร้เสถีรภาพของตลาด ซึ่งความสนใจเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์อเมริกันรู้สึกแปลกใจ และคิดว่าชายผุ้นี้อาจต้องการเรียนรู้เพื่อที่ต้องการจะล่มระบบตลาดหลักทรัพย์อเมริกาโดยการทำให้การซื้อขายการหุ้นและหลักทรัพย์ที่อ่อนไหวง่ายปั่นป่วนผ่านทางโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ ซึ่งพรีท บารารา ( Preet Bharara) อัยการสหรัฐฯที่จะนำสืบในคดีนี้ชี้ว่า คดีนี้เผยให้เห็นความตรึงเครียดที่ชัดเจนระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย
       
       นอกจากนี้สื่ออังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า สายลับทั้งสามคนสืบหาข้อมูลผลประโยชน์สหรัฐฯให้กับหน่วยงานข่าวกรองรัสเซีย  SVR และมีความพยายามที่จะจ้างวานผู้ที่มีถิ่นพำนักในสหรัฐฯเพื่อเป็นแหล่งข้อมูล “ที่มีบางส่วนสามารถระบุชื่อและบางส่วนไม่” อ้างอิงจากคำฟ้อง
       
       และพบว่าทั้งบูร์ยาคอฟ สโปริเชฟ และโปดอบนีย์ถูกสั่งการให้มุ่งค้นหาข้อมุลโดยเฉพาะในส่วนที่สหรัฐฯต้องการจะคว่ำบาตรรัสเซีย และความสามารถของสหรัฐฯในการที่จะพัฒนาแหล่งพลังงานอื่น FBI แถลง
       
       ในการติดต่อระหว่างสายลับพบว่ามีการใช้รหัสข้อความ รวมไปถึงการพบปะแบบตัวต่อตัวเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในแบบทั้งจากคำพูดและการเขียนด้วยลายมือ โดยพบว่าสายลับหมีขาวเลี่ยงที่จะใช้การติดต่อผ่านทางเทคโนโลยีเพื่อเลี่ยงการถูกสอดแนม เช่น อีเมล หรือโทรศัพท์ ซึ่งรหัสลับรวมไปถึง คำสามัญ เช่น ตั๋ว หนังสือ รายขื่อ และร่ม”
       
       “เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2012 ไปจนถึงกลางเดือนกันนายน 2014 FBI สามารถสอดแนมบูร์ยาคอฟและสโปริเชฟ ทั้งอิเลกทรอนิก และแบบซึ่งหน้า ในการพบปะของคนทั้งคุ่กว่า 48 ครั้ง ซึ่งรวมไปถึงการนัดหมายส่วนหนึ่งที่พบว่า บูร์ยาคอฟได้ส่งกระเป๋า นิตยสาร หรือแผ่นกระดาษ มอบให้กับนักการทูตรัสเซียรายนี้ในที่สาธารณะ ซึ่งความเสี่ยงในการถูกสอดแนมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับต้องพบในที่ส่วนบุคคล” รายงานจากคำฟ้อง 26 หน้า
       
       นอกจากนี้ FBI ได้ลอบวางเครื่องดักฟังไว้ในตึกแห่งหนึ่งที่ถูกใช้โดย SVR ในแมนแฮตตัน และสามารถบันทึกคำสนทนาระหว่างสายลับไว้ได้ โดยสหรัฐฯสามารถจับตามองความเคลื่อนไหว ตลอดจนหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อ รวมไปถึงใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 1 คน
       
       และนอกจากนี้ยังพบว่า มีการใช้สำนักข่าวที่มีรัฐบาลรัสเซีนเป็นเจ้าของ อิตาร์ทาส ในการหาข่าวลับ โดยการป้อนคำถามทให้กับสำนักข่าวในการสืบหาความลับวอลสตรีท
       
       ในขณะเดียวกัน สื่ออังกฤษรายงานว่า สถานทูตรัสเซียประจำนิวยอร์กไม่ออกความเห็นในการจับกุมครั้งนี้




จีนผงาด! “หยวน” ติดโผแชมป์ “อันดับ 5” สกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ต่างประเทศมากที่สุดในโลก

รอยเตอร์ – เงิน “หยวน” ของจีนติดอันดับสกุลเงินตราที่ถูกใช้เพื่อการชำระหนี้ต่างประเทศมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมข้ามประเทศเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2014 สมาคมสื่อสารการเงินระหว่างธนาคารนานาชาติ (SWIFT) ประกาศวันนี้(28)
       
       รัฐบาลจีนต้องการส่งเสริมให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ระหว่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะของจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก แต่ขณะเดียวกัน ปักกิ่งก็ยังมีนโยบายควบคุมค่าเงินอย่างเข้มงวด
       
       หยวน หรือ “เหรินหมินปี้” (RMB) ขยับแซงดอลลาร์แคนาดาและดอลลาร์ออสเตรเลียขึ้นมาอยู่ใน Top 5 ของสกุลเงินที่มีการใช้ชำระหนี้แพร่หลายที่สุดในโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยไต่สูงขึ้นถึง 8 อันดับในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี จากที่เคยอยู่อันดับ 13 ของโลก เมื่อเดือนมกราคม ปี 2013
       
       SWIFT แถลงว่า สัดส่วนการชำระหนี้ด้วยเงินหยวนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.17 ในเดือนธันวาคม และมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าเงินเยนญี่ปุ่นซึ่งมีส่วนแบ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.69
       
       โดยภาพรวมแล้ว การชำระหนี้ต่างประเทศผ่านสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นถึง 102 เปอร์เซ็นต์ ในปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าพุ่งแรงที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของสกุลเงินอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์
       
       นักวิเคราะห์บางคนถึงกับทำนายว่า เงินหยวนจะกลายมาเป็นคู่แข่งกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวทีการเงินโลกได้ในอีกไม่ช้า
       
       “นี่คือบทพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยมในความเป็นสากลของเหรินหมินปี้ และยืนยันว่าเงินหยวนกำลังจะเปลี่ยนจากการเป็นสกุลเงินที่เริ่มเติบโต (emerging) ไปสู่การเป็นสกุลเงินเพื่อการชำระหนี้ทางธุรกิจตามปกติ (business as usual)” วิม เรย์แมเกอร์ส หัวหน้าแผนกตลาดธนาคารของ SWIFT ระบุในถ้อยแถลง
       
       ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ต่างประเทศมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.64 ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนอันดับสองได้แก่ ยูโร (ร้อยละ 28) และปอนด์สเตอร์ลิง (ร้อยละ 7.92)
       
       รัฐบาลจีนได้จัดทำระบบหักบัญชีผ่านสกุลเงินหยวนใน 10 ประเทศและภูมิภาค และยังมีข้อตกลงสว็อปเงินตราต่างประเทศกับธนาคารกลางอีก 28 แห่ง
       
       สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า จะเริ่มประกาศตัวเลขการลงทุนทั้งขาเข้าและขาออกเป็นสกุลเงินหยวนเท่านั้น และยกเลิกการแจ้งสถิติด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทางกระทรวงฯ ยอมรับว่า นโยบายนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของจีนที่จะส่งเสริมบทบาทของเงินหยวนในเวทีการเงินโลก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่