แคท รุก 3G ตั้งเป้าขยายลูกค้ามายได้ล้านรายภายในปีนี้ หวังรายได้กว่า 2 พันล้าน โตเท่าตัวจากปี 57 เตรียมทุ่มงบก้อนใหญ่สุดทำตลาด 200 ล้านบาท เพิ่มดีลเลอร์อีก 500 ราย เผยปัจจุบันให้สิทธื์กลุ่มทรูฯ ขอเช่าโครงข่ายบนย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ทำเงินได้กว่า 24,000 ล้านบาท
สมยศ อุดมโชคไพบูลย์ ผู้ชวยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มบริการลูกค้ารายย่อย) สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำตลาดโทรศัพท์มือถือ 3G ในแบรนด์ "มาย" ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องทำการตลาดให้สมดุลกับงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งทำให้ดำเนินการเรื่องซิมมายได้ไม่เต็มที่ แต่ในปี 2558 นี้ ตามแผนธุรกิจที่เสนอให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้วางงบประมาณในการทำตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้จำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยลงทุนมา
ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักในการทำตลาดปีนี้ จะเน้นสร้างความรับรู้ในแบรนด์ให้มากที่สุด โดยให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วไปมากขึ้นและมีโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 13,900 แห่ง ซึ่งจะทำการตลาดในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.58 ในการออกโฆษณาแมส คอมมูนิเคชั่น ผ่านสื่อโทรทัศน์ และวิทยุ ในเดือนส.ค.58 จะเริ่มวางแผนการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย เว็บไซค์ทั่วไป ซึ่งเป้าหมายคือ มาย ต้องเป็นที่รับรู้ของประชาชนว่าเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายที่ 4 ของตลาด
ส่วนผลการดำเนินงานของมายในปี 2557 นั้น มายมีรายได้ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 980 ล้านบาท ส่วนลูกค้านั้นในปีที่ผ่านมามีจำนวน 600,000 ราย แบ่งเป็นลูกค้าเติมเงิน (พรีเพด) 450,000 ราย ลูกค้ารายเดือน (โพสต์เพด) 150,000 ราย สำหรับปี 2558 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้จากมาย 2,286 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้าเติมเงิน 640,000 ราย และรายเดือน 360,000 ราย และตั้งใจจะเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนให้มากกว่า 50% ลูกค้าเติมเงินมีรายได้ 90 บาทต่อเดือน และลูกค้ารายเดือนมีรายได้ 450 บาท ส่วนรายได้จากบริการขายส่งบริการบนโครงข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) ให้กับกลุ่มทรูฯในปี 2557 มีรายได้ 24,410 ล้านบาท แต่ในปี 2558 คาดว่ารายได้จะลดลงเป็น 23,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากค่าบริการโรมมิ่งในระบบเรียลมูฟไปยังเรียล ฟิวเจอร์ลดลงจากเเดิมที่มีรายได้ราว 4,000 ล้านบาท
อีกทั้ง ช่องทางการจัดจำหน่ายของมายปัจจุบันมีอยู่ 136 แห่ง ส่วนตัวแทนจำหน่ายมีอยู่แล้ว 500 ราย และในปีนี้กำลังเจรจากับพันธมิตรเพื่อจะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายอีกเท่าตัวให้เป็น 1,000 ราย นอกจากนี้ยังมีช่องทางการเติมเงินออนไลน์ได้ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่นได้ในต้นเดือนก.พ.นี้ด้วย ในส่วนของกรณีนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีคำสั่งให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเติมเงินต้องแสดงตัวนั้น บมจ.กสท ให้ความร่วมมือมาตลอดอยู่แล้ว ส่วนการคิดค่าบริการเป็นวินาทีต้องให้ความชัดเจนจากกสทช.ก่อน
ที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.adslthailand.com/post/แคท-รุก-3g-เตรียมทุ่มงบก้อนใหญ่ทำตลาด-200-ล้านบาท-เพิ่มดีลเลอร์อีก-500-ราย#.VMdVR2NKB0M.twitter
แคท รุก 3G เตรียมทุ่มงบก้อนใหญ่ทำตลาด 200 ล้านบาท เพิ่มดีลเลอร์อีก 500 ราย
สมยศ อุดมโชคไพบูลย์ ผู้ชวยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มบริการลูกค้ารายย่อย) สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำตลาดโทรศัพท์มือถือ 3G ในแบรนด์ "มาย" ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องทำการตลาดให้สมดุลกับงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งทำให้ดำเนินการเรื่องซิมมายได้ไม่เต็มที่ แต่ในปี 2558 นี้ ตามแผนธุรกิจที่เสนอให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้วางงบประมาณในการทำตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้จำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยลงทุนมา
ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักในการทำตลาดปีนี้ จะเน้นสร้างความรับรู้ในแบรนด์ให้มากที่สุด โดยให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วไปมากขึ้นและมีโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 13,900 แห่ง ซึ่งจะทำการตลาดในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.58 ในการออกโฆษณาแมส คอมมูนิเคชั่น ผ่านสื่อโทรทัศน์ และวิทยุ ในเดือนส.ค.58 จะเริ่มวางแผนการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย เว็บไซค์ทั่วไป ซึ่งเป้าหมายคือ มาย ต้องเป็นที่รับรู้ของประชาชนว่าเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายที่ 4 ของตลาด
ส่วนผลการดำเนินงานของมายในปี 2557 นั้น มายมีรายได้ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 980 ล้านบาท ส่วนลูกค้านั้นในปีที่ผ่านมามีจำนวน 600,000 ราย แบ่งเป็นลูกค้าเติมเงิน (พรีเพด) 450,000 ราย ลูกค้ารายเดือน (โพสต์เพด) 150,000 ราย สำหรับปี 2558 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้จากมาย 2,286 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้าเติมเงิน 640,000 ราย และรายเดือน 360,000 ราย และตั้งใจจะเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนให้มากกว่า 50% ลูกค้าเติมเงินมีรายได้ 90 บาทต่อเดือน และลูกค้ารายเดือนมีรายได้ 450 บาท ส่วนรายได้จากบริการขายส่งบริการบนโครงข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) ให้กับกลุ่มทรูฯในปี 2557 มีรายได้ 24,410 ล้านบาท แต่ในปี 2558 คาดว่ารายได้จะลดลงเป็น 23,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากค่าบริการโรมมิ่งในระบบเรียลมูฟไปยังเรียล ฟิวเจอร์ลดลงจากเเดิมที่มีรายได้ราว 4,000 ล้านบาท
อีกทั้ง ช่องทางการจัดจำหน่ายของมายปัจจุบันมีอยู่ 136 แห่ง ส่วนตัวแทนจำหน่ายมีอยู่แล้ว 500 ราย และในปีนี้กำลังเจรจากับพันธมิตรเพื่อจะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายอีกเท่าตัวให้เป็น 1,000 ราย นอกจากนี้ยังมีช่องทางการเติมเงินออนไลน์ได้ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่นได้ในต้นเดือนก.พ.นี้ด้วย ในส่วนของกรณีนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีคำสั่งให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเติมเงินต้องแสดงตัวนั้น บมจ.กสท ให้ความร่วมมือมาตลอดอยู่แล้ว ส่วนการคิดค่าบริการเป็นวินาทีต้องให้ความชัดเจนจากกสทช.ก่อน
ที่มา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้