สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกในพันทิปของเรา ฝากด้วยนะคะ(ยืมไอดีเพื่อนมาโพสต์ค่ะ)
ต้องขอเกริ่นเล่าตั้งแต่เเรกเลยนะคะ อาจจะยาวนิดนึง นี่เป็นมหากาพย์ในชีวิตของเราเลยค่ะ
แม่เรามีหลานคนนึงขอแทนด้วยชื่อเอมค่ะ เอมเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างไม่ดี(มาก)แต่แม่เราเลี้ยงทั้งส่งเสียมากับมือจึงเชื่อใจเอมมากค่ะ เอมแก่กว่าเราหลายสิบปีได้ เราจึงเรียกเขาว่าน้าบ้างพี่บ้าง ตั้งแต่จำความได้เราฝังใจว่าเอมเป็นไม่ดี แต่แม่เรารักเขาเพราะเป็นหลานเราเลยเก็บความรู้สึกไว้
เอมเป็นผู้หญิงที่หน้าตาค่อนข้างสะสวยมีผู้ชายมาติดพันมาก จึงมักจะเกิดเรื่องจนต้องแต่งงานมาถึงหกครั้ง (บางครั้งถ้าแม่เราไม่ช่วยผู้ชายคงทิ้งไปแล้ว)ตรงนี้ขอไม่เจาะรายละเอียดมากนะคะ
มีครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน เอมมาที่บ้านเราเพื่อของยืมเงินประมาณหนึ่งล้านบาท สำหรับหลายๆคนอาจจะไม่ได้มากมายแต่สำหรับครอบครัวเรามันเป็นเงินก้อนโตมาก เอมร้องไห้อ้อนวอนถึงขั้นกราบเท้าพ่อเรา แต่พ่อเราท่านเป็นคนที่เข้มแข็งไม่ใจอ่อน ท่านเป็นคนดูคนเก่งมากค่ะ ท่านรู้ว่าเอมต้องเอาไปทำอะไรไม่ดีแน่ๆ และเอมไม่มีทางนำมาให้คืนได้แน่นอน ท่านจึงไม่ให้เอมยืมไป สุดท้ายเอมจึงชวดกลับไปค่ะ
แม่เราเคยแอบให้เอมยืมไปทำนากุ้งห้าแสนกับนิดหน่อยๆอีกเกือบแสน รวมประมาณหกแสนค่ะ แต่ทำไปไม่รอดแม่เราเลยประนีประนอมไว้ไม่ทวงเพราะไม่มีสัญญาด้วย แถมแม่เองก็สงสารเพราะนึกว่าไม่มีเงินจริงๆ ตอนแรกพ่อเราไม่รู้ค่ะ พอรู้นี่ท่านแทบจะขึ้นเครื่องไปเอาเรื่องค่ะเพราะเงินนั่นเป็นเงินที่แม่เราทำงานเก็บมาด้วยความยากลำบาก เมื่อก่อนตอนที่คุณแม่ยังไม่แต่งงานกันพ่อแม่เป็นพนักงานลูกจ้างที่เงินเดือนน้อยชนิดแทบไม่พอใช้แถมคุณตาเราป่วยหนักมากด้วยค่ะ แม่ต้องหาเลี้ยงสองชีวิตด้วยตัวคนเดียวทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ (เมื่อก่อนเงินเดือนไม่กี่ร้อยค่ะ) แต่แม่ก็ห้ามไว้เอมจึงรอดไป ตอนเรารู้นี่เราอยากจะยกพวกพี่น้องขึ้นเครื่องไปเอาเรื่องเลยค่ะ (พี่น้องเราไม่ค่อยมีใครอเอม)
หลายปีต่อมาพ่อของเราได้เสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายที่รุมเร้าท่าน
เรื่องจริงๆมันเริ่มขึ้นจากตรงนี้ค่ะ...
หลังจากพ่อเราเสียไปได้หลายปี เอมพาสามีใหม่ที่มีลูกติดสองคน(อีกแล้ว...)มาหาแม่เราเพื่อขอยืมเงินสามล้านบาทไปเปิดบริษัททำธุรกิจอยู่ที่บ้านเกิดค่ะ แม่เราเป็นคนที่ใจอ่อนและไม่ค่อนทันคนบวกกับเอมเป็นหลานที่แม่เชื่อใจมาก แม่จึงให้ยืม แต่แม่ให้เซ็นสัญญาไว้ด้วยค่ะว่าอีกสามปี(ธันวา2557)จะต้องใช้คืน แม่เราไมาได้ระบุวันที่ค่ะเพราะจะให้ทางนั้นกำหนดเอง ตอนแรกที่แม่ให้เซ็นเพราะจะให้ฝ่ายนั้นสบายใจว่าทางแม่จะไม่โกงเขาแน่นอน แม่ไม่คิดดอกเบี้ยอีกต่างหาก...(แต่เขากลับมาโกงเราแทนนี้สิให้ตายเหอะ) เอมกับสามีใหม่ของแทนชื่อด้วยอั้มนะคะ เอมกับอั้มจึงให้แม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทสามสิบเปอร์เซนต์ค่ะ โดยสัญญาว่าจะมีเงินปันผลมาให้ทุกๆเดือนประมาณสามหมื่นบาท
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาเชิญแม่เราไปดูบริษัทขอวเขา เป็นบ้านเล็กๆชั้นนึงกับตู้แช่ขนาดกลางๆ(เงินเเม่เราทั้งนั้นแหละ) แต่ที่ดินเช่าเขาค่ะ ส่วนรถส่งของที่ถอยมาก็เป็นระบบผ่อนทั้งหมด ต้มทุนทั้งหมดเป็นเงินแม่เราเกือบครึ่ง
ในเดือนแรกๆเขาไม่ส่งเงินมาเลยแม่เราใจเย็นมาก เรานี่ใจร้อนแทนเลยค่ะรู้สึกไม่ชอบมาพากล แต่แม่เราบอกว่าเขาเพิ่งเริ่มทำคงยังไม่มีกำไรอะไรมาก จนหลายเดือนต่อมาก็มีเงินเข้ามาค่ะสามหมื่นบาท(ของเดือนก่อนหน้านั้นล่ะ?) เราเลยเลิกยุ่งไป แม่เราเองก็สบายใจ แต่มันไม่ได้มาทุกเดือนอย่างที่สัญญาไว้ค่ะ มาแบบกะปริบกะปรอย แบบครึ่งปีมาทีนึง แม่เราก็เออออว่า คงได้กำไรไม่มาก ด้วยความที่เชื่อใจแม่เราจึงรอค่ะ
อีกหนึ่งปีต่อมา เขามาขอโฉนดบ้านเราที่ศรีราชาไปจำนองเพื่อเอาเงินค่ะ แต่โฉนดนั้นเป็นมรดกของพ่อที่เป็นชื่อเรา เราไม่ให้ค่ะ เราด่ากลับไปด้วย เอมกับน้าอั้มเลยหน้าเสียกลับไป เราเลยโดนแม่ด่าอีกทอด....
จนนานเกือบสองปี แม่เราได้ขอเอกสารมาดูความคืบหน้าค่ะเพราะห่วงว่าเดือดร้อนอะไรไหม(จุดนี้อยากกรีดร้องมากค่ะ แม่คะอย่าไปสงสารมัน) ปรากฎพอได้เอกสารมาแม่เราก็อึ้งเลยค่ะ...
ไม่มีชื่อแม่เราอยู่ในรายชื่อหุ้นส่วน
แต่มีชื่อใครไม่รู้มาถือหุ้นแทนแม่เรา
ทั้งๆที่ตอนแรกมีชื่อนะคะ พอแม่ขอตรวจสอบไปมาก็หลุดออกมาค่ะ เอกสารการซื้อขายหุ้นบริษัทที่ทางนั้นขายให้คนอื่น ปกติต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้ถือหุ้นใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ กระดาษใบนั้นมีลายเซ็น แต่เป็นลายเซ็นที่ถูกปลอมขึ้นมาค่ะ เขาปลอมลายเซ็นแม่เรา!!!! ปลอมไปขายหุ้นให้คนอื่น ทั้งๆที่แม่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย หุ้นที่ขายไปถ้าเราจำไม่ผิดแม่เราควรได้สามแสนค่ะ แม่เราเริ่มกลัวว่าจะโดนโกงแล้วค่ะ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะสัญญามันสิ้นสุดปีหน้า ส่วนเรื่องลายเซ็นแม่เราโมโหมากค่ะ จนโทรไปต่อว่า ทางนั้นไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลยค่ะ แถมหัวเราะกลับมาอีกประมาณว่าหยวนๆนะป้า(หยวนบ้านบิดาท่านหรอคะสามแสนนะคะ ไม่ได้เล่นขายของเด็กๆ) ในอีกหลายๆครั้งเขาก็ยังคงทนความหน้าด้านที่ดูเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆไว้ได้ดีมากค่ะ(แหม ถ้ามีรางวัลโนเบลสาขาความหน้าด้านนี่เราขอส่งื่อเขาเข้าชิงเลยค่ะ) แม่เราโกรธมากค่ะ แล้วบอกว่ารอได้สามล้านคืนเมื่อไหร่จะฟ้องเรื่องนี้เลยเพราะนี่มันผิดกฎหมายแล้ว แม่เราจึงรอค่ะ หลังจากวันนั้นมา มีเงินเข้ามาอีกสองสามครั้ง แม่เราทั้งโทรทวง ความไว้ใจและความรักที่แม่มีให้เขาเริ่มหมดไปจนกลายเป็นความเกลียด แม่เราเครียดมากเพราะเงินก้อนนั้นเป็นเงินที่พ่อเราที่เก็บไว้ส่งเสียเราเรียนค่ะ ตอนนี้แม่ต้องอาศัยเงินจากเงินเก่าเก็บมาใข้ โรงเรียนที่เราเรียนตอนนี้ค่าใข้จ่ายค่อนข้างเยอะค่ะเพราะเรียนโรงเรียนเทคนิคที่มีชื่อเสียงมากแถมการเรียนการสอนอยู่ในระดับที่ดีมากแม่เลยไม่อยากให้เราออกค่ะ (ขอสงวนชื่อโรงเรียนค่ะ) หลังจากนั้นแม่เราก็ส่งเราไปเรียนกฎหมายเพิ่มไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่าจะให้เรามาว่าความทวงเงินให้แต่เป็น'ให้เรารู้เอาไว้จะจะได้ไม่โดนใครเขาหลอกเหมือนแม่'ตอนฟังเราเกือบร้องไห้เลยค่ะ แม่เราคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองแทบทุกครั้ง แต่กลับมาโดนหลอกใช้ความไว้ใจแบบนี้ เราโกรธเอมมาก มากจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะโกรธเกลียดใครได้ขนาดนี้ เพราะเขาทำแม่เราเป็นทุกข์มาก ท่านนอนไม่หลับเกือบทุกคืน แม่เราไม่เคยสาปแช่งมีแต่สวดมนต์ตลอด มีแต่เรานี่แหละที่สาปแช่งเช้ากลางวันเย็นทุกเวลาหลังอาหาร
มีครั้งนึงที่แม่เราโทรไปทวงค่ะ แต่ทางนั้นอ้อนวอนบอกไม่มีเงิน(

ชัดๆ...) แต่มีน้องสาวของแม่ขอแทนด้วยน้าลัลนะคะ น้าลัลรู้เรื่องนี้ อันที่จริงสันดานเสียๆของเอมกับสามีใหม่นี่รู้กับไปเกือบทั้งจังหวัดค่ะ เพราะเป็นคนที่ไปยืมเงินเขามาทั่ว(นอกระบบ)แต่กลับไม่ยอมใข้คืน แบบเหนียวหนี้ถึงขั้นหน้าด้าน น้าลัลโทรมาบอกแม่เราว่า เอมกับสามีแล้วก็ลูกติดทั้งสองของเขาใข้ีวติอย่างสุขสบายใข้เงินมือเติบมาก กินอาหารที่ร้านดีๆทุกวัน ลูกมีไอโฟนไอแพด ถอยรถใหม่ ใส่สร้อยทองแหวนทองเต็มตัว(น้าอั้มกับลูกเขาเคยจนมาก่อนค่ะ)แถมหอบเงินก้อนโตไปฝากธนาคารซะด้วย(ไหนบอกไม่มีไง) น้าลัลบอกว่าช่วงนี้เขาทำตัวเป็นเสี่ยมาก(ไอ้พวกคางคกเอ้ย...)ทั้งๆที่เรากับแม่กินอยู่กันแบบประหยัดสุดตัว เเต่แม่เราก็พยายามหาเงินมาให้เราใข้ชีวิตสบายๆ เราก็สงสารแม่ พยายามหาเงินหางานทำ ทั้งทำงานที่อู่รถทั้งรับจากทำงานให้เพื่อนที่โรงเรียน(ดีนะอาจารย์ไม่รู้) แถมเกือบจะลาออกจากโรงรียนมาทำงานหลายครั้งแล้ว แต่แม่บอกเห็นแก่แม่เถอะ จนแม่เราเกษียณ(แม่เราทำราชการค่ะ เราเป็นลูกหลงเลยเกอนมาตอนพ่อแม่อายุมาก) เงินเดือนที่ได้กผ้น้อยลงแบบครึ่งต่อครึ่ง เรากับแม่ยิ่งลำบากหนัก แต่ทางเขากลับไม่สงสารอะไรเรากับแม่เลย แม่เราเอาแต่โทษตัวเอง แล้วพูดบ่อยๆว่า แม่ผิดเอง แม่ไม่น่าไปใจอ่อนให้มัน แม่มันโง่เอง แม่คิดดีมากไปเอง ถ้าพ่อยังอยู่พ่อคงฆ่าแม่แน่ๆ เราก็บอกแม่ว่าแม่ไม่ได้โง่หรอกแค่พวกมันเลวเกินไป แล้วพ่อไม่ฆ่าแม่หรอกแต่จะไปฆ่าอีพวกนั้นแทน...แต่แม่เราก็ยังคงเสียใจมากค่ะ เราไม่รู้จะปลอบแม่ยังไงดี ได้แต่กอดแม่แล้วพยายามเรียนให้ดี เราก็อยากให้พ่อเราอยู่นะคะเพราะพ่อเราค่อนข้างมีเส้นสายมาก น่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่แม่เราไม่ค่อยรู้จักใครมากจึงทำอะไรไม่ได้เลย
*เพิ่มเติมค่ะ* มีครั้งนึงที่เรากับแม่จะให้เราไปเซ็นกู้ธนาคารเอาเงินมาคืนแม่เราแล้วให้เขาไปติดหนี้ธนาคารแทน ปรากฎเขาติดแบล็คลิสของธนาคารค่ะ....ดิฉันนี่อึ้งเลย
จนวันนั้นมาถึง
วันที่31 ธันวาคม 2557วันสิ้นสุดสัญญา
ก่อนหน้านั้นช่วงวันที่สิบแม่เราได้ส่งจดหมายเตือนว่าหมดสัญญาไปค่ะ แต่ไร้การตอบรับ แม่เราโทรเขาก็รับครั้งหนึ่งค่ะ เขาหัวเราะแล้วพูดเหมือนมันเป็นเรื่องตลกมากค่ะเงินสามล้านเนี่ย แม่เราตะคอกกลับไปเลยว่า คุณหัวเราได้แต่ทางนี้หัวเราะไม่ออกหรอกนะ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้ให้ แต่สุดท้ายก็ไร้การตอบรับใดๆ ตอนนี้แม่เราพยายามร่างสัญญากู้ใหม่ให้เขามาเซ็นโดยให้พี่เราช่วยเอาไปให้นิติกรที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่ดูตั้งแต่ช่วงตุลาปีที่แล้ว(เรามีพี่สาวค่ะแต่พี่เราเรียนจบ ทำงานและแต่งงานแล้วเขาเลยย้ายออกไปไม่ค่อยได้ติดต่อกัน)แต่พี่เราก็ยังไม่ได้ทำให้ค่ะ บอกว่านิติกรไม่ว่างบ้างหรือไม่เจอบ้าง แล้วก็เชียร์ให้ฟ้อง แต่แม่เราบอกว่าถ้าฟ้องไปแลเวจะได้อะไร ถ้าทางนั้นเคาไม่ให้แถมถ้าเขายอมติดคุกเราก็สูญเงินไปแม่เราก็เดือดค่ะ จนตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยค่ะ
อยากจะรบกวนถามชาวพันทิปค่ะว่า
-มีใครพอมีตัวอย่างร่างสัญญากู้เงินที่รัดกุมให้ทางนั้นดิ้นไม่หลุดบ้างไหมคะ?
-มีใครพอจะทราบว่าเวลาฟ้องร้องนี่ดำเนินเรื่องอย่างไรได้บ้างคะ?
-ถ้าเขายอมติดคุกแล้วเราก็ไม่ได้เงินคืนใช่ไหมคะ?
-ถ้าเขาไม่มีทรัพท์สินมาขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาคืนเรานี่เราทำยังไงได้บ้างคะ?
-ดอกเบี้ย15%ต่อปีนี่น้อยไปไหมคะ เห็นมีคนบอกว่าตามกฎหมายเรียกได้เท่านี้
-เราควรพูดปลอบแม่ยัวไวดีคะ แม่เราเครียดมาก
ขอแท๊กสุขภาพจิตด้วยนะคะ อยากรู้ว่เาราควรปลอบแม่เรายังไงดี แม่เราเครียดมาก
โดนโกงเพราะเชื่อใจคนใกล้ตัว
ต้องขอเกริ่นเล่าตั้งแต่เเรกเลยนะคะ อาจจะยาวนิดนึง นี่เป็นมหากาพย์ในชีวิตของเราเลยค่ะ
แม่เรามีหลานคนนึงขอแทนด้วยชื่อเอมค่ะ เอมเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างไม่ดี(มาก)แต่แม่เราเลี้ยงทั้งส่งเสียมากับมือจึงเชื่อใจเอมมากค่ะ เอมแก่กว่าเราหลายสิบปีได้ เราจึงเรียกเขาว่าน้าบ้างพี่บ้าง ตั้งแต่จำความได้เราฝังใจว่าเอมเป็นไม่ดี แต่แม่เรารักเขาเพราะเป็นหลานเราเลยเก็บความรู้สึกไว้
เอมเป็นผู้หญิงที่หน้าตาค่อนข้างสะสวยมีผู้ชายมาติดพันมาก จึงมักจะเกิดเรื่องจนต้องแต่งงานมาถึงหกครั้ง (บางครั้งถ้าแม่เราไม่ช่วยผู้ชายคงทิ้งไปแล้ว)ตรงนี้ขอไม่เจาะรายละเอียดมากนะคะ
มีครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน เอมมาที่บ้านเราเพื่อของยืมเงินประมาณหนึ่งล้านบาท สำหรับหลายๆคนอาจจะไม่ได้มากมายแต่สำหรับครอบครัวเรามันเป็นเงินก้อนโตมาก เอมร้องไห้อ้อนวอนถึงขั้นกราบเท้าพ่อเรา แต่พ่อเราท่านเป็นคนที่เข้มแข็งไม่ใจอ่อน ท่านเป็นคนดูคนเก่งมากค่ะ ท่านรู้ว่าเอมต้องเอาไปทำอะไรไม่ดีแน่ๆ และเอมไม่มีทางนำมาให้คืนได้แน่นอน ท่านจึงไม่ให้เอมยืมไป สุดท้ายเอมจึงชวดกลับไปค่ะ
แม่เราเคยแอบให้เอมยืมไปทำนากุ้งห้าแสนกับนิดหน่อยๆอีกเกือบแสน รวมประมาณหกแสนค่ะ แต่ทำไปไม่รอดแม่เราเลยประนีประนอมไว้ไม่ทวงเพราะไม่มีสัญญาด้วย แถมแม่เองก็สงสารเพราะนึกว่าไม่มีเงินจริงๆ ตอนแรกพ่อเราไม่รู้ค่ะ พอรู้นี่ท่านแทบจะขึ้นเครื่องไปเอาเรื่องค่ะเพราะเงินนั่นเป็นเงินที่แม่เราทำงานเก็บมาด้วยความยากลำบาก เมื่อก่อนตอนที่คุณแม่ยังไม่แต่งงานกันพ่อแม่เป็นพนักงานลูกจ้างที่เงินเดือนน้อยชนิดแทบไม่พอใช้แถมคุณตาเราป่วยหนักมากด้วยค่ะ แม่ต้องหาเลี้ยงสองชีวิตด้วยตัวคนเดียวทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ (เมื่อก่อนเงินเดือนไม่กี่ร้อยค่ะ) แต่แม่ก็ห้ามไว้เอมจึงรอดไป ตอนเรารู้นี่เราอยากจะยกพวกพี่น้องขึ้นเครื่องไปเอาเรื่องเลยค่ะ (พี่น้องเราไม่ค่อยมีใครอเอม)
หลายปีต่อมาพ่อของเราได้เสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายที่รุมเร้าท่าน
เรื่องจริงๆมันเริ่มขึ้นจากตรงนี้ค่ะ...
หลังจากพ่อเราเสียไปได้หลายปี เอมพาสามีใหม่ที่มีลูกติดสองคน(อีกแล้ว...)มาหาแม่เราเพื่อขอยืมเงินสามล้านบาทไปเปิดบริษัททำธุรกิจอยู่ที่บ้านเกิดค่ะ แม่เราเป็นคนที่ใจอ่อนและไม่ค่อนทันคนบวกกับเอมเป็นหลานที่แม่เชื่อใจมาก แม่จึงให้ยืม แต่แม่ให้เซ็นสัญญาไว้ด้วยค่ะว่าอีกสามปี(ธันวา2557)จะต้องใช้คืน แม่เราไมาได้ระบุวันที่ค่ะเพราะจะให้ทางนั้นกำหนดเอง ตอนแรกที่แม่ให้เซ็นเพราะจะให้ฝ่ายนั้นสบายใจว่าทางแม่จะไม่โกงเขาแน่นอน แม่ไม่คิดดอกเบี้ยอีกต่างหาก...(แต่เขากลับมาโกงเราแทนนี้สิให้ตายเหอะ) เอมกับสามีใหม่ของแทนชื่อด้วยอั้มนะคะ เอมกับอั้มจึงให้แม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทสามสิบเปอร์เซนต์ค่ะ โดยสัญญาว่าจะมีเงินปันผลมาให้ทุกๆเดือนประมาณสามหมื่นบาท
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาเชิญแม่เราไปดูบริษัทขอวเขา เป็นบ้านเล็กๆชั้นนึงกับตู้แช่ขนาดกลางๆ(เงินเเม่เราทั้งนั้นแหละ) แต่ที่ดินเช่าเขาค่ะ ส่วนรถส่งของที่ถอยมาก็เป็นระบบผ่อนทั้งหมด ต้มทุนทั้งหมดเป็นเงินแม่เราเกือบครึ่ง
ในเดือนแรกๆเขาไม่ส่งเงินมาเลยแม่เราใจเย็นมาก เรานี่ใจร้อนแทนเลยค่ะรู้สึกไม่ชอบมาพากล แต่แม่เราบอกว่าเขาเพิ่งเริ่มทำคงยังไม่มีกำไรอะไรมาก จนหลายเดือนต่อมาก็มีเงินเข้ามาค่ะสามหมื่นบาท(ของเดือนก่อนหน้านั้นล่ะ?) เราเลยเลิกยุ่งไป แม่เราเองก็สบายใจ แต่มันไม่ได้มาทุกเดือนอย่างที่สัญญาไว้ค่ะ มาแบบกะปริบกะปรอย แบบครึ่งปีมาทีนึง แม่เราก็เออออว่า คงได้กำไรไม่มาก ด้วยความที่เชื่อใจแม่เราจึงรอค่ะ
อีกหนึ่งปีต่อมา เขามาขอโฉนดบ้านเราที่ศรีราชาไปจำนองเพื่อเอาเงินค่ะ แต่โฉนดนั้นเป็นมรดกของพ่อที่เป็นชื่อเรา เราไม่ให้ค่ะ เราด่ากลับไปด้วย เอมกับน้าอั้มเลยหน้าเสียกลับไป เราเลยโดนแม่ด่าอีกทอด....
จนนานเกือบสองปี แม่เราได้ขอเอกสารมาดูความคืบหน้าค่ะเพราะห่วงว่าเดือดร้อนอะไรไหม(จุดนี้อยากกรีดร้องมากค่ะ แม่คะอย่าไปสงสารมัน) ปรากฎพอได้เอกสารมาแม่เราก็อึ้งเลยค่ะ...
ไม่มีชื่อแม่เราอยู่ในรายชื่อหุ้นส่วน
แต่มีชื่อใครไม่รู้มาถือหุ้นแทนแม่เรา
ทั้งๆที่ตอนแรกมีชื่อนะคะ พอแม่ขอตรวจสอบไปมาก็หลุดออกมาค่ะ เอกสารการซื้อขายหุ้นบริษัทที่ทางนั้นขายให้คนอื่น ปกติต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้ถือหุ้นใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ กระดาษใบนั้นมีลายเซ็น แต่เป็นลายเซ็นที่ถูกปลอมขึ้นมาค่ะ เขาปลอมลายเซ็นแม่เรา!!!! ปลอมไปขายหุ้นให้คนอื่น ทั้งๆที่แม่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย หุ้นที่ขายไปถ้าเราจำไม่ผิดแม่เราควรได้สามแสนค่ะ แม่เราเริ่มกลัวว่าจะโดนโกงแล้วค่ะ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะสัญญามันสิ้นสุดปีหน้า ส่วนเรื่องลายเซ็นแม่เราโมโหมากค่ะ จนโทรไปต่อว่า ทางนั้นไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลยค่ะ แถมหัวเราะกลับมาอีกประมาณว่าหยวนๆนะป้า(หยวนบ้านบิดาท่านหรอคะสามแสนนะคะ ไม่ได้เล่นขายของเด็กๆ) ในอีกหลายๆครั้งเขาก็ยังคงทนความหน้าด้านที่ดูเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆไว้ได้ดีมากค่ะ(แหม ถ้ามีรางวัลโนเบลสาขาความหน้าด้านนี่เราขอส่งื่อเขาเข้าชิงเลยค่ะ) แม่เราโกรธมากค่ะ แล้วบอกว่ารอได้สามล้านคืนเมื่อไหร่จะฟ้องเรื่องนี้เลยเพราะนี่มันผิดกฎหมายแล้ว แม่เราจึงรอค่ะ หลังจากวันนั้นมา มีเงินเข้ามาอีกสองสามครั้ง แม่เราทั้งโทรทวง ความไว้ใจและความรักที่แม่มีให้เขาเริ่มหมดไปจนกลายเป็นความเกลียด แม่เราเครียดมากเพราะเงินก้อนนั้นเป็นเงินที่พ่อเราที่เก็บไว้ส่งเสียเราเรียนค่ะ ตอนนี้แม่ต้องอาศัยเงินจากเงินเก่าเก็บมาใข้ โรงเรียนที่เราเรียนตอนนี้ค่าใข้จ่ายค่อนข้างเยอะค่ะเพราะเรียนโรงเรียนเทคนิคที่มีชื่อเสียงมากแถมการเรียนการสอนอยู่ในระดับที่ดีมากแม่เลยไม่อยากให้เราออกค่ะ (ขอสงวนชื่อโรงเรียนค่ะ) หลังจากนั้นแม่เราก็ส่งเราไปเรียนกฎหมายเพิ่มไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่าจะให้เรามาว่าความทวงเงินให้แต่เป็น'ให้เรารู้เอาไว้จะจะได้ไม่โดนใครเขาหลอกเหมือนแม่'ตอนฟังเราเกือบร้องไห้เลยค่ะ แม่เราคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองแทบทุกครั้ง แต่กลับมาโดนหลอกใช้ความไว้ใจแบบนี้ เราโกรธเอมมาก มากจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะโกรธเกลียดใครได้ขนาดนี้ เพราะเขาทำแม่เราเป็นทุกข์มาก ท่านนอนไม่หลับเกือบทุกคืน แม่เราไม่เคยสาปแช่งมีแต่สวดมนต์ตลอด มีแต่เรานี่แหละที่สาปแช่งเช้ากลางวันเย็นทุกเวลาหลังอาหาร
มีครั้งนึงที่แม่เราโทรไปทวงค่ะ แต่ทางนั้นอ้อนวอนบอกไม่มีเงิน(
*เพิ่มเติมค่ะ* มีครั้งนึงที่เรากับแม่จะให้เราไปเซ็นกู้ธนาคารเอาเงินมาคืนแม่เราแล้วให้เขาไปติดหนี้ธนาคารแทน ปรากฎเขาติดแบล็คลิสของธนาคารค่ะ....ดิฉันนี่อึ้งเลย
จนวันนั้นมาถึง
วันที่31 ธันวาคม 2557วันสิ้นสุดสัญญา
ก่อนหน้านั้นช่วงวันที่สิบแม่เราได้ส่งจดหมายเตือนว่าหมดสัญญาไปค่ะ แต่ไร้การตอบรับ แม่เราโทรเขาก็รับครั้งหนึ่งค่ะ เขาหัวเราะแล้วพูดเหมือนมันเป็นเรื่องตลกมากค่ะเงินสามล้านเนี่ย แม่เราตะคอกกลับไปเลยว่า คุณหัวเราได้แต่ทางนี้หัวเราะไม่ออกหรอกนะ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้ให้ แต่สุดท้ายก็ไร้การตอบรับใดๆ ตอนนี้แม่เราพยายามร่างสัญญากู้ใหม่ให้เขามาเซ็นโดยให้พี่เราช่วยเอาไปให้นิติกรที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่ดูตั้งแต่ช่วงตุลาปีที่แล้ว(เรามีพี่สาวค่ะแต่พี่เราเรียนจบ ทำงานและแต่งงานแล้วเขาเลยย้ายออกไปไม่ค่อยได้ติดต่อกัน)แต่พี่เราก็ยังไม่ได้ทำให้ค่ะ บอกว่านิติกรไม่ว่างบ้างหรือไม่เจอบ้าง แล้วก็เชียร์ให้ฟ้อง แต่แม่เราบอกว่าถ้าฟ้องไปแลเวจะได้อะไร ถ้าทางนั้นเคาไม่ให้แถมถ้าเขายอมติดคุกเราก็สูญเงินไปแม่เราก็เดือดค่ะ จนตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยค่ะ
อยากจะรบกวนถามชาวพันทิปค่ะว่า
-มีใครพอมีตัวอย่างร่างสัญญากู้เงินที่รัดกุมให้ทางนั้นดิ้นไม่หลุดบ้างไหมคะ?
-มีใครพอจะทราบว่าเวลาฟ้องร้องนี่ดำเนินเรื่องอย่างไรได้บ้างคะ?
-ถ้าเขายอมติดคุกแล้วเราก็ไม่ได้เงินคืนใช่ไหมคะ?
-ถ้าเขาไม่มีทรัพท์สินมาขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาคืนเรานี่เราทำยังไงได้บ้างคะ?
-ดอกเบี้ย15%ต่อปีนี่น้อยไปไหมคะ เห็นมีคนบอกว่าตามกฎหมายเรียกได้เท่านี้
-เราควรพูดปลอบแม่ยัวไวดีคะ แม่เราเครียดมาก
ขอแท๊กสุขภาพจิตด้วยนะคะ อยากรู้ว่เาราควรปลอบแม่เรายังไงดี แม่เราเครียดมาก