กระทู้แรกครับ หากผิดพลาดประการณ์ใดขออภัยครับ
ผมอยากเล่าประสบการณ์ความรักของผมที่มีให้เพื่อนๆได้ฟังกัน
เรื่องราวของผมมีอยู่ว่า....
ครั้งหนึ่งผมเคยมีคนรักคนหนึ่งครับ เราคบกันมานานมากตั้งแต่เรารู้จักกันครั้งแรกที่โรงเรียนประจำ 6ปีได้ที่เราคบกัน แล้วเราเลิกกันตอนปีหนึ่งครับ เราเรียนอยู่ตนละที่กันครับ ผมเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่โคราชครับ(ม.ดัง) เขาเรียนอยู่ที่กทม.ครับ ผมไปหาเขาทุกๆ2-3สัปดาห์ได้ครับ แต่แล้ววันหนึ่งความรู้สึกของเธอที่มีต่อผมมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปครับ ผมจับมือเขา เขาก็ปัดออกตลอด จนผมสงสัยครับ เราไม่แลกรหัสเฟสกัน แต่มีครั้งหนึ่งผมอยากรู้ครับผมเลยลองเดาดูแล้วมันก็เข้าได้ครับ ผมเห็นเธอคุยกับคนอื่นชวนไปดูหนังกินข้าวด้วยกันประจำตอนอยู่มอ ผมเริ่มเกินอาการหวั่นๆในใจมากครับ ผมเริ่มหาเรื่องทะเลาะกับเขาครับ(ผมยังรู้สึกผิดมาจนทุกวันนี้อยู่เลย...) เขาบอกลาผมไปเลยครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมทำเขาเสียใจและผมไม่มีเวลาให้ แล้วเขาก็หายไปจากชีวิตผมเลยครับ
เรื่องเมื่อกี้เป็นแค่การเริ่มเรื่องครับ
เรื่องที่ผมจะเล่าจริงๆมันต่อจากนี้ครับ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นชีวิตผมเปลี่ยนไปมากครับ อยู่คนเดียวไม่ได้ เที่ยวกลางคืนกับเพื่อนทุกวันจนแทบไม่มีใครไม่รู้จักผมในร้านเหล้าแถวรอบมอนะครับ เหตุการณ์วันนั้นผ่านไปหนึ่งปี ผมขึ้นปี2 ได้เรียนในสาขาวิชาหนึ่ง คือมหาลัยผมตอนปีหนึ่งจะเป็นแค่วิศวกรรมศาสตร์เฉยๆครับ จะได้สาขาในตอนปี2 แล้วเราเริ่มรับน้องกันตอนนั้นครับ
วันนั้นหลังจากที่พี่เรียกมาทำความรู้จักกันได้ไม่กี่วันผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่เรากำลังทำพานไหว้ครูกัน(รุ่นพี่สั่ง

) เธอเหมือนเป็นคนที่เงียบๆ แปลกๆดี ตอนนั้นผมยังไม่รู้สึกอะไรหรอกครับ แต่ผมเริ่มแอบมองเขาตั้งแต่วันนั้นเพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ไหว้ครู เธอได้รับรางวัลด้วยครับเป็นมือหนึ่งสาขา ผมเห็นตอนเขายิ้มกับเพื่อนวันนั้น เหมือนความเศร้าความทุกข์ที่ผมเคยเจอมันหายไป เหมือนผมอยากยิ้มไปกับเขาด้วยเลยครับ หลังจากนั้นผมเริ่มนึกถึงแต่เขา แต่ผมยังรู้จักเขาไม่พอผมอยากคุยกับเขามาก แต่ผมไม่กล้าครับ
จากนั้นประมาณ2สัปดาห์ที่เราอยู่ในสาขาทำกิจกรรมร่วมกันมา เหมือนเธอสุขภาพไม่ค่อยดีครับเป็นลมบ่อย แต่ว่าเธอมีเพื่อนในสาขาคนหนึ่งคอยดูแลครับเป็นประธานสาขา ผมได้แค่มองโดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่คิดในใจว่าเขาคงชอบกันเพราะเพื่อนแต่ล่ะคนก็ต่างพูด และไม่ใช่แค่นั้นนะครับเธอมีเพื่อนชอบ2-3คนด้วย เธอน่ารักมากจริงๆนะ ตอนนั้นผมยังเหมือนเฉยๆ แต่ว่ามีเพื่อนผมคนหนึ่งมองออกเพราะวันนั้นเรากินเหล้ากันตอนเริ่มทำความรู้จักกัน ตอนคุยเรื่องเธอผมเอาแต่เงียบไม่พูดอะไร ก็เลยถูกสงสัย แต่ผมปฏิเสธครับว่าไม่ใช่ หลังจากนั้นเพื่อนผมที่เป็นประธานก็ไปรับ-ไปส่งเธอมาเรียนตลอด เขาดูมีความสุขขึ้นยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นเวลาอยู่กับเพื่อนเริ่มเล่นกีฬาตอนมาสนาม ตอนนั้นเหมือนว่าผมจะตัดใจจากเขาไปแล้ว แต่ว่าเรื่องราวมันไม่เป็นเหมือนที่ผมคิด เธอไม่ได้ชอบเขาครับ เพื่อนผมคนนั้นเสียใจมากเพราะถูกปฏิเสธและมักจะมานั่งกินเหล้าระบายให้พวกผมฟัง
ผมเริ่มได้แต่สงสัยว่าเธอคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ อยากรู้จักเธอมาก แต่ที่รู้ๆว่าเธอน่ารักดีครับ ผมมองเขาอยู่แทบทุกวันไม่มีเบื่อเลยนี่พูดเลยนะ
หลังจากนั้นเรื่องราวก็ผ่านมานานพอสมควร 3 เดือนได้ที่เรารู้จักกันผมเริ่มคุยหยอกล้อเธอเล่นได้เหมือนเพื่อนปกติ ตอนปิดเทอมเราอยู่ทำซุ้มรับประริญญาให้พี่บัณฑิตกันไม่ได้กลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนๆในสาขาทั้งวันทั้งคืน สนุกมากครับ แต่ที่ไม่สนุกคือ
เหตุการณ์ตอนนั้นผมมักจะเห็นเธอมีคนคอยมารับมาส่งทุกเย็นตอนมืดๆ แล้วเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ตอนกลางวันที่เราทำงาน แล้วผมก็ได้รู้ความจริงเท่านันแหละ "เธอกลายเป็นแฟนของรุ่นพี่ในสาขาคนหนึ่งไปแล้วครับ" ตอนที่ผมทำงานมีเพื่อนผมคนหนึ่งเปิดเพลงๆหนึ่งให้ผมฟัง "แหลก" กำลังออกใหม่พอดีเลยช่วงนั้น ตอนที่ผมยังไม่รู้เรื่องผมไม่รู้สึกอะไรแถมยังด่าเพื่อนผมอีกนะ "เปิดเพลงไรวะ...ไม่เพราะเลย" แต่พอได้ฟังในตอนที่ผมรู้ว่าเธอมีแฟนแล้วผมนี้แทบเก็บน้ำตาไม่อยู่เลยครับ "ขนาดก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย_นับประสาอะไรกับหัวใจ"
แต่ผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับเหมือนกันนะเพราะผมก็หน้าตาดีสู้ใครไม่ได้และผมคงแสดงความรู้สึกของผมออกไปมากไม่พอเธอเลยไม่รู้สึก
หลังจากวันที่เขาคบกัน ผมเริ่มทำใจยอมรับล่ะครับ เพราะผมคิดว่า โชคชะตามันไม่เข้าข้างผม ผมเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาก ผมพยายามที่จะหนีจากโลกแห่งความจริงมากเลยตอนนั้น แต่มันหนีไม่พ้นหรอกครับเพราะเราเรียนสาขาเดียวกัน ผมมักจะเข้าไปส่องเฟสเขาบ่อยๆ อยากรู้ว่าเขาเป็นไงบ้างมีความสุขดีไหม เวลาเขาขึ้นสถานะอะไร หรือโพสรูปผมก็มักจะไปคอมเมนต์แซวตลอด เธอก็ตอบกลับนะ ชอบมากตรงที่เขาเป็นคนเฟรนลี่นี่แหละเวลามีแฟนล่ะไม่หยิ่งหรือเงียบหายไป พอผมทำแบบนี้ไปเรื่อยๆซักพักหนึ่ง ผมเริ่มตัดเขาออกไปไม่ขาดล่ะครับ ผมชอบเขามากจนแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลย แต่เรื่องที่เขามีแฟนอยู่แล้วมันกลับทำให้ผมเสียใจมาก ผมเอาแต่เที่ยวจนวันหนึ่งเพิ่งรู้สึกตัวว่า "เคยคิดไม่ใช่หรอว่าอยากรู้จักเขามากกว่านี้" ผมเลยกลับสู้หน้าเขาใหม่ พยายามที่จะทำตัวเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย ( ตอนนั้นเขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกอะไร ) ตั้งแต่เขามีแฟนเขาเริ่มที่จะพูดจาแรงขึ้น หรือ เป็นอยู่แล้วไม่รู้ เวลาเขาด่าหรือพูดประชดนะผมรู้สึกว่าผมอยากเอาชนะเขามากเลยคนอะไรไม่รู่น่าหมั่นไส้มาก
"คนที่ทำให้ผมยอมแพ้ได้เพียงแค่คำพูด" ผมโพสสเตตัสนี้ลงในเฟส เขามากดไลท์ด้วยตอนนั้นแอบดีใจนะ ถึงเขาไม่รู้ว่าผมสื่อถึงเขาก็เถอะ เวลาผมโพสเพลงอะไรบางเพลงเขาจะมาคอมเมนต์ว่า"ชอบเพลงนี้เหมือนกัน" "เพ้อค่ะ" แค่เขามาคอมเมนต์ผม ผมก็ดีใจมากแล้วตอนนั้น
ผมเริ่มเชื่อและว่าถ้าเราจะรักใครซักคนจริงๆ เวลาเห็นเขามีความสุขเราก็จะมีความสุข
ผมเริ่มคิดแล้วว่าผมจะอยู่รอเขาได้ จนวันหนึ่งมีคนคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตผมครับ เราเจอกันตอนที่เที่ยวกลางคืนบ่อยๆ ผมรู้สึกมีความสุขมากเลยไม่เคยคิดว่าจะมีคนทีสนใจผมอยู่ เราคุยกันได้ประมาณสองเดือนเธอบอกผมว่าจะลาออก วันนั้นเธอบอกผมว่าให้ไปเจอกันที่ร้านๆหนึ่งตอนสามทุ่มนะ แล้ววันนั้นเธอ(มือหนึ่ง)เขาโพสเพลง"เธอทั้งนั้น"ขึ้นมาในเฟส ผมเปิดไปเห็น ก็คิดขึ้นได้พอดีว่าผมจะอยู่รอเขาไม่ใช่หรอ ก็เลยคอมเมนต์ไปว่า "ขอบคุณสวงสวรร์ที่ทำให้เจอกัน ขอบคุณคนบนนั้นที่ทำให้ฉันได้พบเธอ กำลังฟังเพลงนี้พอดีเลย..." แล้วคืนนั้นผมก็ไม่ได้ไปครับ หลังจากเหตุการณ์วั้นนั้นผมก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย ทักมาหาผมอีกทีตอนวันเกิดผมนู่น
เวลาผ่านไปเกือบปีที่เรารู้จักกัน ผมได้แต่นั่งรอเขาโพสผมจะไปโพสแซวเขาเล่นแค่คิดว่าได้คุยกันแค่นี้ก็พอแล้ว ต่อหน้าผมไม่กล้าคุยหรอก
วันหนึ่งช่วงเข้าใกล้วันเกิดผมพอดีมีเพื่อนในสาขาผมบวชคนหนึ่งอยู่จังหวัดเดียวกับเธอด้วย ผมไม่คิดอะไรเลยครับ ผมตอบตกลงเลยว่าจะไปแน่นอน ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนได้ใกล้เขามากขึ้นผมเริ่มจำว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ผมคิดว่าวันเกิดปีนี้ผมโคตรโชคดีเลยได้ทำบุญงานบวชเพื่อน ได้อยู่ใกล้คนที่แอบรัก แต่หลังจากวันนั้นก็กลับเงียบหายไปเหมือนเดิมมีแต่ผมที่นั่งรอเขาโพสเหมือนเดิม
แล้วเขาก็โพสบางอย่างขึ้นมาเหมือนกับว่าด่าตัวเองว่าไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ ผมก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเขาก็ปิดเฟสหายไปเลยครับ อยากจะโทรไปถามก็ได้แต่นั่งจ้องเบอร์โทรศัพท์ จนกลับมาเจอกันอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย เธอบอกว่าเธอโสดไปแล้ว ผมอยากรู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม แต่ผมไม่ชอบถาม ก็ได้แต่เก็บคำถามเอาไว้แล้วคิดในใจว่าวันหนึ่งจะเป็นผมได้ไหมทีจะไปดูแลเขาแทน
แต่คนที่เข้าไปแทนกลับไม่ใช่ผมครับเป็นเพื่อนของผมแทนที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาเหมือนกัน แต่เพื่อนผมเขาไม่คิดอะไรครับเขามีอะไรก็มักจะเล่าให้ผมฟัง ก็มีบางช่วงบ้างทีเธอคุยกับผมตอนนั้นผมคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ใจผมเริ่มหวั่นไหวอีกครั้งครับหลังจากที่เธอเข้าหาผมแค่ในโลกออนไลน์ แต่ชีวิตจริงไม่ได้ผ่านเข้ามา ตอนนั้นมีผญ.คนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมอีกครั้ง ครั้งนี้ผมลังเลใจตัวเองมากเลยปรึกษาเพื่อนเพื่อนบอกให้ผมเปิดใจได้แล้วคนที่รออยู่ไม่มีทางสมหวังหรอก
ผมเลยโพสสเตตัสไปว่า "เหมือนกับว่าผมกำลังจะหยุดวิ่งแล้ว..." แต่เธอคนนั้นกลับมาคอมเมนต์ผมว่า "เป็นอะไรหรอ...." ทั้งๆที่เขาเสียใจอยู่แท้ๆ กลับถามผมออกมา ผมหมดความลังเลใจและตัดสินใจเลยว่าไหนๆก็รอมาแล้วไม่ยอมปล่อยให้เสียเวลาแน่นอน
หลังจากนั้นผมเริ่มคุยไลน์กับเธอมาตลอดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกันแหละกัน นั่ง นอน รอตอบไลน์เขาทั้งวัน มีบางเวลาที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน เหมือนเขาอยากรู้จักผมมากขึ้นแล้วผมก็อยากรู้จักเขามากขึ้น ผมยังจำประโยคจากหนังเรื่องสามวันสองคืนได้เลยว่า "มันอาจจะรอนานหน่อยแต่เราจะไม่ปล่อยให้มันเสียเวลา...เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันจะคุ้มค่าไปตลอดชีวิต" แล้ววันหนึ่งแฟนเก่าผมก็มาทั้งเฟสผมผมยังตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่คิดจะกลับไปเริ่มใหม่แล้วแล้วก็ส่งบทสนทนาของผมกับแฟนเก่าผมให้เธอดู เธอก็พูดเหมือนกับว่า"เขาไม่เคยหายไปไหนเพียงแต่ว่าผมพยายามจะทำให้เขาหายไป" แต่ในใจผมตอนนั้นสนใจแต่เธอคนเดียวและก็ผมเหมือนกับว่าเวลาที่ผมรอมันใกล้จะจบลงแล้ว
จากที่ผมเคยเที่ยวผมหยุดเที่ยวหยุดสุบบุหรี่ไปเลย เหมือนกับว่าผมได้เริ่มใหม่แล้วมั้ง____แต่ก็ได้แค่เหมือนครับ เขาบอกผมว่า"เขาไม่อยากเสียความเป็นเพื่อนไป เขาจะไม่คบกับคนในสาขาเดียวกันเด็ดขาด" ผมอยากบอกผมว่าผมรักเขาก็ทำไม่ได้ ผมเสียใจมากทั้งที่หลอกเขาว่าผมจะไม่เสียใจ ผมพยายามที่จะส่งเรื่องราวชีวิตของผมลงไปในรายการวิทยุชื่อดังรายการหนึ่ง(เรื่องจริงมีเยอะกว่านี้ครับผมย่อมาอยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง) ครั้งแรกผมได้รับการตอบกลับมาแต่ผมกลับไม่ว่าง ครั้งที่สองตอนที่อยากบอกความรู้สึกช่วงใกล้หน้าหนาว
ผมถอยกลับออกมารอเขาตรงที่เดิม แต่ว่าความรู้สึกการรอมันกลับต่างกันมาก เหมือนผมทำผิดครั้งยิ่งใหญ่ใหญ่มากจริงๆ โดยที่เขาคงจะไม่เข้าใจด้วย เพราะเหมือนผมเริ่มที่จะหนีหน้าเขา ไม่เข้าเรียน ไม่ไปสนาม แต่จริงๆกลับไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมใช้บางอย่างมานานมากเขาเคยถามว่าผมเลิกหรือผมบอกเขาไปว่าผมเลิกไปแล้ว ตอนนั้นผมเหมือนจะห้ามใจอยู่จริงๆแหละ แต่เริ่มมันถล่ำลึกลงมามาก เรียนไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็จำไม่ได้ วันๆเอาแต่ฟุ้งซ่านเรื่องเที่ยวเสียงเพลงดังๆ คะแนนสอบผมก็น้อย เวลามีอะไรผิดใจหน่อยผมจะหงุดหงิดมาก ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลยผมยังจำคติที่เธอเขียนไว้ในประวัติว่า"ไม่มีที่ว่าง สำหรับคนที่ไม่แสวงหาตัวเอง" ผมผิดหวังในตัวเองมากเวลานึกถึงคำๆนี้ ผมอยากเปลี่ยนตัวเองใหม่อยากเป็นคนที่เขาเลือก ผมเลยเริ่มที่จะห่างออกมา แต่เธอชอบโทษว่าตัวเองเลว ไม่ดีแบบนู้นนี้ ผมไม่อยากเห็นเขาคิดแบบนี้เลยผมอยากเห็นเขามีความสุขถ้าเกลียดผมได้ก็เกลียดเลย ผมพยายามที่จะลากตัวเองไปเจอเขาพยามจะพูดทุกอย่าง อยากเป็นเพื่อนเขาเหมือนเก่า แต่เหมือนว่าโอกาสมันไม่มี ผมแค่อยากจะขอโทษทุกอย่างที่ทำได้ไม่รู้ว่าเขารับฟังหรือเปล่า
เพราะยังไงสุดท้ายแล้วผมก็ยังเลือกรอเขาที่เดิมเหมือนเดิมอยู่ดี ถึงตอนนี้จะเป็นอีกครั้งที่มีคนผ่านเข้ามาอีกครั้ง เข้าบอกกับผมว่าให้เปิดใจให้เขาได้แล้วเขารอผมนานแล้ว ผมคิดว่าผมเริ่มใหม่กับใครไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะผมก็รอเขามานานแล้วเหมือนกัน แล้วผมก็เลือกที่จะรอวันหนึ่งว่าผมอยากบอกจากปากผมเองว่าผมรักเขา
ขอบคุณสำหรับพื้นที่ระบายครับ

เคยรอใครซักคนมานานและยังคิดว่าจะรอต่อไป ทั้งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ไหมครับ ???
ผมอยากเล่าประสบการณ์ความรักของผมที่มีให้เพื่อนๆได้ฟังกัน
เรื่องราวของผมมีอยู่ว่า....
ครั้งหนึ่งผมเคยมีคนรักคนหนึ่งครับ เราคบกันมานานมากตั้งแต่เรารู้จักกันครั้งแรกที่โรงเรียนประจำ 6ปีได้ที่เราคบกัน แล้วเราเลิกกันตอนปีหนึ่งครับ เราเรียนอยู่ตนละที่กันครับ ผมเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่โคราชครับ(ม.ดัง) เขาเรียนอยู่ที่กทม.ครับ ผมไปหาเขาทุกๆ2-3สัปดาห์ได้ครับ แต่แล้ววันหนึ่งความรู้สึกของเธอที่มีต่อผมมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปครับ ผมจับมือเขา เขาก็ปัดออกตลอด จนผมสงสัยครับ เราไม่แลกรหัสเฟสกัน แต่มีครั้งหนึ่งผมอยากรู้ครับผมเลยลองเดาดูแล้วมันก็เข้าได้ครับ ผมเห็นเธอคุยกับคนอื่นชวนไปดูหนังกินข้าวด้วยกันประจำตอนอยู่มอ ผมเริ่มเกินอาการหวั่นๆในใจมากครับ ผมเริ่มหาเรื่องทะเลาะกับเขาครับ(ผมยังรู้สึกผิดมาจนทุกวันนี้อยู่เลย...) เขาบอกลาผมไปเลยครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมทำเขาเสียใจและผมไม่มีเวลาให้ แล้วเขาก็หายไปจากชีวิตผมเลยครับ
เรื่องเมื่อกี้เป็นแค่การเริ่มเรื่องครับ
เรื่องที่ผมจะเล่าจริงๆมันต่อจากนี้ครับ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นชีวิตผมเปลี่ยนไปมากครับ อยู่คนเดียวไม่ได้ เที่ยวกลางคืนกับเพื่อนทุกวันจนแทบไม่มีใครไม่รู้จักผมในร้านเหล้าแถวรอบมอนะครับ เหตุการณ์วันนั้นผ่านไปหนึ่งปี ผมขึ้นปี2 ได้เรียนในสาขาวิชาหนึ่ง คือมหาลัยผมตอนปีหนึ่งจะเป็นแค่วิศวกรรมศาสตร์เฉยๆครับ จะได้สาขาในตอนปี2 แล้วเราเริ่มรับน้องกันตอนนั้นครับ
วันนั้นหลังจากที่พี่เรียกมาทำความรู้จักกันได้ไม่กี่วันผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่เรากำลังทำพานไหว้ครูกัน(รุ่นพี่สั่ง
จากนั้นประมาณ2สัปดาห์ที่เราอยู่ในสาขาทำกิจกรรมร่วมกันมา เหมือนเธอสุขภาพไม่ค่อยดีครับเป็นลมบ่อย แต่ว่าเธอมีเพื่อนในสาขาคนหนึ่งคอยดูแลครับเป็นประธานสาขา ผมได้แค่มองโดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่คิดในใจว่าเขาคงชอบกันเพราะเพื่อนแต่ล่ะคนก็ต่างพูด และไม่ใช่แค่นั้นนะครับเธอมีเพื่อนชอบ2-3คนด้วย เธอน่ารักมากจริงๆนะ ตอนนั้นผมยังเหมือนเฉยๆ แต่ว่ามีเพื่อนผมคนหนึ่งมองออกเพราะวันนั้นเรากินเหล้ากันตอนเริ่มทำความรู้จักกัน ตอนคุยเรื่องเธอผมเอาแต่เงียบไม่พูดอะไร ก็เลยถูกสงสัย แต่ผมปฏิเสธครับว่าไม่ใช่ หลังจากนั้นเพื่อนผมที่เป็นประธานก็ไปรับ-ไปส่งเธอมาเรียนตลอด เขาดูมีความสุขขึ้นยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นเวลาอยู่กับเพื่อนเริ่มเล่นกีฬาตอนมาสนาม ตอนนั้นเหมือนว่าผมจะตัดใจจากเขาไปแล้ว แต่ว่าเรื่องราวมันไม่เป็นเหมือนที่ผมคิด เธอไม่ได้ชอบเขาครับ เพื่อนผมคนนั้นเสียใจมากเพราะถูกปฏิเสธและมักจะมานั่งกินเหล้าระบายให้พวกผมฟัง
ผมเริ่มได้แต่สงสัยว่าเธอคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ อยากรู้จักเธอมาก แต่ที่รู้ๆว่าเธอน่ารักดีครับ ผมมองเขาอยู่แทบทุกวันไม่มีเบื่อเลยนี่พูดเลยนะ
หลังจากนั้นเรื่องราวก็ผ่านมานานพอสมควร 3 เดือนได้ที่เรารู้จักกันผมเริ่มคุยหยอกล้อเธอเล่นได้เหมือนเพื่อนปกติ ตอนปิดเทอมเราอยู่ทำซุ้มรับประริญญาให้พี่บัณฑิตกันไม่ได้กลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนๆในสาขาทั้งวันทั้งคืน สนุกมากครับ แต่ที่ไม่สนุกคือ
เหตุการณ์ตอนนั้นผมมักจะเห็นเธอมีคนคอยมารับมาส่งทุกเย็นตอนมืดๆ แล้วเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ตอนกลางวันที่เราทำงาน แล้วผมก็ได้รู้ความจริงเท่านันแหละ "เธอกลายเป็นแฟนของรุ่นพี่ในสาขาคนหนึ่งไปแล้วครับ" ตอนที่ผมทำงานมีเพื่อนผมคนหนึ่งเปิดเพลงๆหนึ่งให้ผมฟัง "แหลก" กำลังออกใหม่พอดีเลยช่วงนั้น ตอนที่ผมยังไม่รู้เรื่องผมไม่รู้สึกอะไรแถมยังด่าเพื่อนผมอีกนะ "เปิดเพลงไรวะ...ไม่เพราะเลย" แต่พอได้ฟังในตอนที่ผมรู้ว่าเธอมีแฟนแล้วผมนี้แทบเก็บน้ำตาไม่อยู่เลยครับ "ขนาดก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย_นับประสาอะไรกับหัวใจ"
แต่ผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับเหมือนกันนะเพราะผมก็หน้าตาดีสู้ใครไม่ได้และผมคงแสดงความรู้สึกของผมออกไปมากไม่พอเธอเลยไม่รู้สึก
หลังจากวันที่เขาคบกัน ผมเริ่มทำใจยอมรับล่ะครับ เพราะผมคิดว่า โชคชะตามันไม่เข้าข้างผม ผมเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาก ผมพยายามที่จะหนีจากโลกแห่งความจริงมากเลยตอนนั้น แต่มันหนีไม่พ้นหรอกครับเพราะเราเรียนสาขาเดียวกัน ผมมักจะเข้าไปส่องเฟสเขาบ่อยๆ อยากรู้ว่าเขาเป็นไงบ้างมีความสุขดีไหม เวลาเขาขึ้นสถานะอะไร หรือโพสรูปผมก็มักจะไปคอมเมนต์แซวตลอด เธอก็ตอบกลับนะ ชอบมากตรงที่เขาเป็นคนเฟรนลี่นี่แหละเวลามีแฟนล่ะไม่หยิ่งหรือเงียบหายไป พอผมทำแบบนี้ไปเรื่อยๆซักพักหนึ่ง ผมเริ่มตัดเขาออกไปไม่ขาดล่ะครับ ผมชอบเขามากจนแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลย แต่เรื่องที่เขามีแฟนอยู่แล้วมันกลับทำให้ผมเสียใจมาก ผมเอาแต่เที่ยวจนวันหนึ่งเพิ่งรู้สึกตัวว่า "เคยคิดไม่ใช่หรอว่าอยากรู้จักเขามากกว่านี้" ผมเลยกลับสู้หน้าเขาใหม่ พยายามที่จะทำตัวเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย ( ตอนนั้นเขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกอะไร ) ตั้งแต่เขามีแฟนเขาเริ่มที่จะพูดจาแรงขึ้น หรือ เป็นอยู่แล้วไม่รู้ เวลาเขาด่าหรือพูดประชดนะผมรู้สึกว่าผมอยากเอาชนะเขามากเลยคนอะไรไม่รู่น่าหมั่นไส้มาก
"คนที่ทำให้ผมยอมแพ้ได้เพียงแค่คำพูด" ผมโพสสเตตัสนี้ลงในเฟส เขามากดไลท์ด้วยตอนนั้นแอบดีใจนะ ถึงเขาไม่รู้ว่าผมสื่อถึงเขาก็เถอะ เวลาผมโพสเพลงอะไรบางเพลงเขาจะมาคอมเมนต์ว่า"ชอบเพลงนี้เหมือนกัน" "เพ้อค่ะ" แค่เขามาคอมเมนต์ผม ผมก็ดีใจมากแล้วตอนนั้น
ผมเริ่มเชื่อและว่าถ้าเราจะรักใครซักคนจริงๆ เวลาเห็นเขามีความสุขเราก็จะมีความสุข
ผมเริ่มคิดแล้วว่าผมจะอยู่รอเขาได้ จนวันหนึ่งมีคนคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตผมครับ เราเจอกันตอนที่เที่ยวกลางคืนบ่อยๆ ผมรู้สึกมีความสุขมากเลยไม่เคยคิดว่าจะมีคนทีสนใจผมอยู่ เราคุยกันได้ประมาณสองเดือนเธอบอกผมว่าจะลาออก วันนั้นเธอบอกผมว่าให้ไปเจอกันที่ร้านๆหนึ่งตอนสามทุ่มนะ แล้ววันนั้นเธอ(มือหนึ่ง)เขาโพสเพลง"เธอทั้งนั้น"ขึ้นมาในเฟส ผมเปิดไปเห็น ก็คิดขึ้นได้พอดีว่าผมจะอยู่รอเขาไม่ใช่หรอ ก็เลยคอมเมนต์ไปว่า "ขอบคุณสวงสวรร์ที่ทำให้เจอกัน ขอบคุณคนบนนั้นที่ทำให้ฉันได้พบเธอ กำลังฟังเพลงนี้พอดีเลย..." แล้วคืนนั้นผมก็ไม่ได้ไปครับ หลังจากเหตุการณ์วั้นนั้นผมก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย ทักมาหาผมอีกทีตอนวันเกิดผมนู่น
เวลาผ่านไปเกือบปีที่เรารู้จักกัน ผมได้แต่นั่งรอเขาโพสผมจะไปโพสแซวเขาเล่นแค่คิดว่าได้คุยกันแค่นี้ก็พอแล้ว ต่อหน้าผมไม่กล้าคุยหรอก
วันหนึ่งช่วงเข้าใกล้วันเกิดผมพอดีมีเพื่อนในสาขาผมบวชคนหนึ่งอยู่จังหวัดเดียวกับเธอด้วย ผมไม่คิดอะไรเลยครับ ผมตอบตกลงเลยว่าจะไปแน่นอน ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนได้ใกล้เขามากขึ้นผมเริ่มจำว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ผมคิดว่าวันเกิดปีนี้ผมโคตรโชคดีเลยได้ทำบุญงานบวชเพื่อน ได้อยู่ใกล้คนที่แอบรัก แต่หลังจากวันนั้นก็กลับเงียบหายไปเหมือนเดิมมีแต่ผมที่นั่งรอเขาโพสเหมือนเดิม
แล้วเขาก็โพสบางอย่างขึ้นมาเหมือนกับว่าด่าตัวเองว่าไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ ผมก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเขาก็ปิดเฟสหายไปเลยครับ อยากจะโทรไปถามก็ได้แต่นั่งจ้องเบอร์โทรศัพท์ จนกลับมาเจอกันอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย เธอบอกว่าเธอโสดไปแล้ว ผมอยากรู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม แต่ผมไม่ชอบถาม ก็ได้แต่เก็บคำถามเอาไว้แล้วคิดในใจว่าวันหนึ่งจะเป็นผมได้ไหมทีจะไปดูแลเขาแทน
แต่คนที่เข้าไปแทนกลับไม่ใช่ผมครับเป็นเพื่อนของผมแทนที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาเหมือนกัน แต่เพื่อนผมเขาไม่คิดอะไรครับเขามีอะไรก็มักจะเล่าให้ผมฟัง ก็มีบางช่วงบ้างทีเธอคุยกับผมตอนนั้นผมคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ใจผมเริ่มหวั่นไหวอีกครั้งครับหลังจากที่เธอเข้าหาผมแค่ในโลกออนไลน์ แต่ชีวิตจริงไม่ได้ผ่านเข้ามา ตอนนั้นมีผญ.คนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมอีกครั้ง ครั้งนี้ผมลังเลใจตัวเองมากเลยปรึกษาเพื่อนเพื่อนบอกให้ผมเปิดใจได้แล้วคนที่รออยู่ไม่มีทางสมหวังหรอก
ผมเลยโพสสเตตัสไปว่า "เหมือนกับว่าผมกำลังจะหยุดวิ่งแล้ว..." แต่เธอคนนั้นกลับมาคอมเมนต์ผมว่า "เป็นอะไรหรอ...." ทั้งๆที่เขาเสียใจอยู่แท้ๆ กลับถามผมออกมา ผมหมดความลังเลใจและตัดสินใจเลยว่าไหนๆก็รอมาแล้วไม่ยอมปล่อยให้เสียเวลาแน่นอน
หลังจากนั้นผมเริ่มคุยไลน์กับเธอมาตลอดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกันแหละกัน นั่ง นอน รอตอบไลน์เขาทั้งวัน มีบางเวลาที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน เหมือนเขาอยากรู้จักผมมากขึ้นแล้วผมก็อยากรู้จักเขามากขึ้น ผมยังจำประโยคจากหนังเรื่องสามวันสองคืนได้เลยว่า "มันอาจจะรอนานหน่อยแต่เราจะไม่ปล่อยให้มันเสียเวลา...เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันจะคุ้มค่าไปตลอดชีวิต" แล้ววันหนึ่งแฟนเก่าผมก็มาทั้งเฟสผมผมยังตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่คิดจะกลับไปเริ่มใหม่แล้วแล้วก็ส่งบทสนทนาของผมกับแฟนเก่าผมให้เธอดู เธอก็พูดเหมือนกับว่า"เขาไม่เคยหายไปไหนเพียงแต่ว่าผมพยายามจะทำให้เขาหายไป" แต่ในใจผมตอนนั้นสนใจแต่เธอคนเดียวและก็ผมเหมือนกับว่าเวลาที่ผมรอมันใกล้จะจบลงแล้ว
จากที่ผมเคยเที่ยวผมหยุดเที่ยวหยุดสุบบุหรี่ไปเลย เหมือนกับว่าผมได้เริ่มใหม่แล้วมั้ง____แต่ก็ได้แค่เหมือนครับ เขาบอกผมว่า"เขาไม่อยากเสียความเป็นเพื่อนไป เขาจะไม่คบกับคนในสาขาเดียวกันเด็ดขาด" ผมอยากบอกผมว่าผมรักเขาก็ทำไม่ได้ ผมเสียใจมากทั้งที่หลอกเขาว่าผมจะไม่เสียใจ ผมพยายามที่จะส่งเรื่องราวชีวิตของผมลงไปในรายการวิทยุชื่อดังรายการหนึ่ง(เรื่องจริงมีเยอะกว่านี้ครับผมย่อมาอยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง) ครั้งแรกผมได้รับการตอบกลับมาแต่ผมกลับไม่ว่าง ครั้งที่สองตอนที่อยากบอกความรู้สึกช่วงใกล้หน้าหนาว
ผมถอยกลับออกมารอเขาตรงที่เดิม แต่ว่าความรู้สึกการรอมันกลับต่างกันมาก เหมือนผมทำผิดครั้งยิ่งใหญ่ใหญ่มากจริงๆ โดยที่เขาคงจะไม่เข้าใจด้วย เพราะเหมือนผมเริ่มที่จะหนีหน้าเขา ไม่เข้าเรียน ไม่ไปสนาม แต่จริงๆกลับไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมใช้บางอย่างมานานมากเขาเคยถามว่าผมเลิกหรือผมบอกเขาไปว่าผมเลิกไปแล้ว ตอนนั้นผมเหมือนจะห้ามใจอยู่จริงๆแหละ แต่เริ่มมันถล่ำลึกลงมามาก เรียนไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็จำไม่ได้ วันๆเอาแต่ฟุ้งซ่านเรื่องเที่ยวเสียงเพลงดังๆ คะแนนสอบผมก็น้อย เวลามีอะไรผิดใจหน่อยผมจะหงุดหงิดมาก ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลยผมยังจำคติที่เธอเขียนไว้ในประวัติว่า"ไม่มีที่ว่าง สำหรับคนที่ไม่แสวงหาตัวเอง" ผมผิดหวังในตัวเองมากเวลานึกถึงคำๆนี้ ผมอยากเปลี่ยนตัวเองใหม่อยากเป็นคนที่เขาเลือก ผมเลยเริ่มที่จะห่างออกมา แต่เธอชอบโทษว่าตัวเองเลว ไม่ดีแบบนู้นนี้ ผมไม่อยากเห็นเขาคิดแบบนี้เลยผมอยากเห็นเขามีความสุขถ้าเกลียดผมได้ก็เกลียดเลย ผมพยายามที่จะลากตัวเองไปเจอเขาพยามจะพูดทุกอย่าง อยากเป็นเพื่อนเขาเหมือนเก่า แต่เหมือนว่าโอกาสมันไม่มี ผมแค่อยากจะขอโทษทุกอย่างที่ทำได้ไม่รู้ว่าเขารับฟังหรือเปล่า
เพราะยังไงสุดท้ายแล้วผมก็ยังเลือกรอเขาที่เดิมเหมือนเดิมอยู่ดี ถึงตอนนี้จะเป็นอีกครั้งที่มีคนผ่านเข้ามาอีกครั้ง เข้าบอกกับผมว่าให้เปิดใจให้เขาได้แล้วเขารอผมนานแล้ว ผมคิดว่าผมเริ่มใหม่กับใครไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะผมก็รอเขามานานแล้วเหมือนกัน แล้วผมก็เลือกที่จะรอวันหนึ่งว่าผมอยากบอกจากปากผมเองว่าผมรักเขา
ขอบคุณสำหรับพื้นที่ระบายครับ