สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
เราเป็นครูสอนเตรียมอนุบาลพอดี จะบอกว่าผู้ปกครองหลายท่านเข้าใจผิดนะคะ ว่าทำไมต้องไปเรียนเตรียมอนุบาล
สอนเองก็ได้ คืออย่างนี้ค่ะ
ที่รร.เตรียมอนุบาล ไม่ได้สอนให้เด็กรู้หนังสือนะคะ ไม่ได้ท่องabc อะไรทั้งนั้น อาจจะร้องเพลง งั้นสอนอะไร ทำไมต้องเรียน
1. สอนการเข้าสังคมค่ะ เด็กที่เลี้ยงอยู่ที่บ้านกับเด็กที่มาโรงเรียน ต่างกันสิ้นเชิง เด็กที่มารร.จะรู้จักการรอ การขอโทษ(10 เดือนก็ขอโทษเป็นแล้วนะคะ) การแบ่งปันของเล่น
อยู่บ้านเรียนไม่ได้ค่ะแบบนี้ แม่สอนก็ได้แค่ทฤษฏีค่ะ สอนให้รู้จักเข้าสังคม เล่นกับเพื่อนเป็น เด็กมาเตรียมอนุบาลใหม่ๆ เล่นกับเพื่อนไม่เป็นนะคะ
เพื่อนจะมาเล่นของเล่นที่ตัวเล่นอยู่ก็ร้อง หนักๆก็กัด ตีเพื่อน พ่อแม่ไม่รู้หรอกเพราะตอนอยู่กับพ่อแม่ไม่เป็น
2. สอนให้รู้จักรับผิดชอบ เค้าจะต้องรับผิดชอบกระเป๋าของเค้า กระติกน้ำ กินแล้ววางไว้ไหน เวลาไหนกิน เวลาไหนรอ รองเท้าไม่ใส่แล้วถอดใส่เป้
จะออกไปเล่นที่สนามหาหมวกมาใส่เองได้ ตอนนอนเก็บกระเป๋าเองได้ ใส่รองเท้าเองได้
3. ทักษะในชีวิตประจำวัน สอนให้รู้จักหน้าที่เวลา รู้ว่าตัวเองต้องมารร. แม่ต้องไปทำงาน กินข้าวเองได้ไม่ต้องป้อน เด็กขวบกว่าที่รร.กินข้าวเองแล้วนะคะ ไม่มีป้อนค่ะ อยู่บ้านสามขวบบางทีต้องป้อนอยู่เลย สอนเข้าห้องน้ำ ล้างมือ กินแล้วเก็บจาน สอนหมดค่ะ
4. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มารร. ได้ทำงานศิลปะต่างๆกันไปทุกวัน เพนท์สี ทากาว สัมผัสนั่นนี่ ร้องเพลง ฝึกฟังตามคำสั่ง
5. พัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ เล่นในห้องที่มีของเล่นมากมาย หรือเล่นในสนามเด็กเล่น พ่อแม่ไม่สังเกตหรอกค่ะ แต่ครูสังเกตเห็น เด็กตัวเล็กอายุแค่ขวบนึง ปีนบันได ลอดอุโมงค์ไปเล่นสไลดเองได้ ไม่ต้องจับ เด็กไม่ได้มาโรงเรียนกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ปีนไม่ได้ เข้าอุโมงค์ก็ร้อง คิดไม่ออกว่าท่าไหนดีเพราะปกติที่เล่นแม่ช่วยจับ แม่ช่วยบอก เด็กมารร. หกล้มลุกเองได้ ไม่ร้อง อยู่บ้านร้องเป็นชม.
สอนเองก็ได้ คืออย่างนี้ค่ะ
ที่รร.เตรียมอนุบาล ไม่ได้สอนให้เด็กรู้หนังสือนะคะ ไม่ได้ท่องabc อะไรทั้งนั้น อาจจะร้องเพลง งั้นสอนอะไร ทำไมต้องเรียน
1. สอนการเข้าสังคมค่ะ เด็กที่เลี้ยงอยู่ที่บ้านกับเด็กที่มาโรงเรียน ต่างกันสิ้นเชิง เด็กที่มารร.จะรู้จักการรอ การขอโทษ(10 เดือนก็ขอโทษเป็นแล้วนะคะ) การแบ่งปันของเล่น
อยู่บ้านเรียนไม่ได้ค่ะแบบนี้ แม่สอนก็ได้แค่ทฤษฏีค่ะ สอนให้รู้จักเข้าสังคม เล่นกับเพื่อนเป็น เด็กมาเตรียมอนุบาลใหม่ๆ เล่นกับเพื่อนไม่เป็นนะคะ
เพื่อนจะมาเล่นของเล่นที่ตัวเล่นอยู่ก็ร้อง หนักๆก็กัด ตีเพื่อน พ่อแม่ไม่รู้หรอกเพราะตอนอยู่กับพ่อแม่ไม่เป็น
2. สอนให้รู้จักรับผิดชอบ เค้าจะต้องรับผิดชอบกระเป๋าของเค้า กระติกน้ำ กินแล้ววางไว้ไหน เวลาไหนกิน เวลาไหนรอ รองเท้าไม่ใส่แล้วถอดใส่เป้
จะออกไปเล่นที่สนามหาหมวกมาใส่เองได้ ตอนนอนเก็บกระเป๋าเองได้ ใส่รองเท้าเองได้
3. ทักษะในชีวิตประจำวัน สอนให้รู้จักหน้าที่เวลา รู้ว่าตัวเองต้องมารร. แม่ต้องไปทำงาน กินข้าวเองได้ไม่ต้องป้อน เด็กขวบกว่าที่รร.กินข้าวเองแล้วนะคะ ไม่มีป้อนค่ะ อยู่บ้านสามขวบบางทีต้องป้อนอยู่เลย สอนเข้าห้องน้ำ ล้างมือ กินแล้วเก็บจาน สอนหมดค่ะ
4. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มารร. ได้ทำงานศิลปะต่างๆกันไปทุกวัน เพนท์สี ทากาว สัมผัสนั่นนี่ ร้องเพลง ฝึกฟังตามคำสั่ง
5. พัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ เล่นในห้องที่มีของเล่นมากมาย หรือเล่นในสนามเด็กเล่น พ่อแม่ไม่สังเกตหรอกค่ะ แต่ครูสังเกตเห็น เด็กตัวเล็กอายุแค่ขวบนึง ปีนบันได ลอดอุโมงค์ไปเล่นสไลดเองได้ ไม่ต้องจับ เด็กไม่ได้มาโรงเรียนกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ปีนไม่ได้ เข้าอุโมงค์ก็ร้อง คิดไม่ออกว่าท่าไหนดีเพราะปกติที่เล่นแม่ช่วยจับ แม่ช่วยบอก เด็กมารร. หกล้มลุกเองได้ ไม่ร้อง อยู่บ้านร้องเป็นชม.
ความคิดเห็นที่ 13
อยู่ที่ความพร้อมของเด็ก ของคุณแม่ และปัจจัยแวดล้อมจริงๆค่ะ
อย่าไปตำหนิว่าเตรียมอนุบาลไม่ดี หรือ เอาเด็กอยู่กับบ้านไม่ดี ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ความเหมาะสม ซึ่งแต่ละบ้านก็แตกต่างกัน
ถ้าเด็กอยู่กับคุณแม่ที่บ้าน มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส คุณแม่เล่นกับลูกได้ สนุกสนาน มีกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่น
ไม่เน้นวิชาการ สามารถชักชวน โน้มน้าวให้เด็กสนุกและขลุกกับคุณแม่ได้ หรือมีญาติพี่น้องที่สามารถเล่นสนุกกับลูก ทำให้ลูก
เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ก็ยังไม่จำเป็นต้องไปเข้าเตรียมอนุบาลค่ะ
ในทางกลับกัน ถ้าเด็กอยู่บ้าน มีแต่ผู้สูงอายุ หรือพี่เลี้ยงที่มีเวลา เอาใจใส่เด็กน้อย ไม่ค่อยอยากจะขยับตัว ไปโน่นมานี่กับเด็ก
ไม่สนุกกับการเล่นกับเด็ก เลี้ยงเด็กแค่ปัจจัยด้านกายภาพ คือ อาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนนม เอาเข้านอน ทำให้เด็กเหงาหรือขาด
การเรียนรู้จากการได้เล่น อันนี้ค่อยพิจารณาส่งเข้าเตรียมอนุบาลค่ะ
ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะคะ จะเห็นว่า เราเขียนว่า การเรียนรู้ผ่านการเล่นเกือบทั้งหมด เราไม่สนับสนุนให้ส่งเด็กวัยนี้ไปนั่งเรียนเขียนอ่าน
ท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก หรือ A ถึง Z แล้วพ่อแม่มานั่งภูมิใจว่า เด็กวัยยังไม่สามขวบท่องได้หมด นับเลขได้ถึงตรงนั้นตรงนี้ อย่าเร่ง
เด็กเลยค่ะ นอกเสียจากคุณจะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ของเล่นอย่างหนึ่งของเด็ก
ข้อเสียหลักๆของการส่งลูกไปเตรียมอนุบาลที่คุณแม่ควรคำนึงให้มากๆ คือ โรคติดต่อค่ะ โดยเฉพาะหวัด ไข้หวัด เป็นเวียนกันเกือบตลอด
ทั้งปีค่ะ
อย่าไปตำหนิว่าเตรียมอนุบาลไม่ดี หรือ เอาเด็กอยู่กับบ้านไม่ดี ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ความเหมาะสม ซึ่งแต่ละบ้านก็แตกต่างกัน
ถ้าเด็กอยู่กับคุณแม่ที่บ้าน มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส คุณแม่เล่นกับลูกได้ สนุกสนาน มีกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่น
ไม่เน้นวิชาการ สามารถชักชวน โน้มน้าวให้เด็กสนุกและขลุกกับคุณแม่ได้ หรือมีญาติพี่น้องที่สามารถเล่นสนุกกับลูก ทำให้ลูก
เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ก็ยังไม่จำเป็นต้องไปเข้าเตรียมอนุบาลค่ะ
ในทางกลับกัน ถ้าเด็กอยู่บ้าน มีแต่ผู้สูงอายุ หรือพี่เลี้ยงที่มีเวลา เอาใจใส่เด็กน้อย ไม่ค่อยอยากจะขยับตัว ไปโน่นมานี่กับเด็ก
ไม่สนุกกับการเล่นกับเด็ก เลี้ยงเด็กแค่ปัจจัยด้านกายภาพ คือ อาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนนม เอาเข้านอน ทำให้เด็กเหงาหรือขาด
การเรียนรู้จากการได้เล่น อันนี้ค่อยพิจารณาส่งเข้าเตรียมอนุบาลค่ะ
ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะคะ จะเห็นว่า เราเขียนว่า การเรียนรู้ผ่านการเล่นเกือบทั้งหมด เราไม่สนับสนุนให้ส่งเด็กวัยนี้ไปนั่งเรียนเขียนอ่าน
ท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก หรือ A ถึง Z แล้วพ่อแม่มานั่งภูมิใจว่า เด็กวัยยังไม่สามขวบท่องได้หมด นับเลขได้ถึงตรงนั้นตรงนี้ อย่าเร่ง
เด็กเลยค่ะ นอกเสียจากคุณจะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ของเล่นอย่างหนึ่งของเด็ก
ข้อเสียหลักๆของการส่งลูกไปเตรียมอนุบาลที่คุณแม่ควรคำนึงให้มากๆ คือ โรคติดต่อค่ะ โดยเฉพาะหวัด ไข้หวัด เป็นเวียนกันเกือบตลอด
ทั้งปีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 44
ขอแชร์ประสบการณ์โดยตรงของเราละกันนะคะ คือเรามีลูก 2 คน คนโตเราไม่ได้พาไปเรียนที่ไหนเลย เพราะสารพัดจะกังวล ลูกคนแรกน่ะค่ะ ก็เหมือนๆคุณแม่ส่วนใหญ่ แต่พอคนที่ 2 เราพาคนเล็กไปเรียนที่ Small World International Nursery ถ้ามองในมุมที่เรียกว่าโอกาสของเด็กๆ เราว่าเป็นทางเลือกที่ดีเลยค่ะ เหมือนเราเริ่มปูพื้นฐานให้น้อง จะได้เริ่มเรียนรู้ไวขึ้น ได้ซึมซับการใช้ชีวิต ความคิดต่างๆ ได้รู้จักเพื่อนๆ ช่วงแรกน้องก็เกร็ง แต่พอเจอเพื่อนสักพัก ก็เริ่ม relax ยิ้มได้หัวเราะออก ครูที่นี่เข้ากับเด็กๆได้ดีเลยค่ะ แนะนำว่าถ้าน้องดูพร้อมแล้วมาเรียนแบบนี้ ดีเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ถ้ามีเวลาเลี้ยงเองเต็มที่ไม่จำเป็นเลยค่ะ สอนเองได้ทุกอย่างทั้งวิชาการ(ภาษาอังกฤษ ไทย เลข)ให้สมกับวัยเด็กเล็ก
ศิลปะ เชาน์ปัญญา พอใกล้จะเข้าอ.1 น้องจะไวมากค่ะ คุณครูเบาภาระการสอนไปเยอะเลย แถมน้องจะได้ไม่เสี่ยงป่วยด้วย
ข้อดีอีกอย่างนึงของการสอนอย่างหลากหลายก่อนเตรียมเข้าเรียน เราจะได้รู้เลยค่ะว่าลูกเราสนใจอะไรเป็นพิเศษจะได้ส่งเสริมได้ถูก
ลูกสาวเราเข้าอ.1 เลยเหมือนกัน สอนทุกอย่างแบบไม่ยัดเยียดแค่สอนทุกวัน วันละเล็กน้อย โดยไม่ได้จัดระเบียบอะไรมากมาย ปรากฎว่าผลลัพธ์เกินคาดมาก ทุกวันนี้คุยแต่ภาษาอังกฤษกับคนในบ้านซึ่งไม่มีใครโต้ตอบเค้าเป็นภาษาอังกฤษเลย แววมาตั้งแต่สอนABC จะชอบมากและสนใจสื่อเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น ไทยนี่ไม่ค่อยสนใจแต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่าลูกเด่นภาษา ชอบเรียนรู้ด้านภาษาทุกอย่าง
ศิลปะ เชาน์ปัญญา พอใกล้จะเข้าอ.1 น้องจะไวมากค่ะ คุณครูเบาภาระการสอนไปเยอะเลย แถมน้องจะได้ไม่เสี่ยงป่วยด้วย
ข้อดีอีกอย่างนึงของการสอนอย่างหลากหลายก่อนเตรียมเข้าเรียน เราจะได้รู้เลยค่ะว่าลูกเราสนใจอะไรเป็นพิเศษจะได้ส่งเสริมได้ถูก
ลูกสาวเราเข้าอ.1 เลยเหมือนกัน สอนทุกอย่างแบบไม่ยัดเยียดแค่สอนทุกวัน วันละเล็กน้อย โดยไม่ได้จัดระเบียบอะไรมากมาย ปรากฎว่าผลลัพธ์เกินคาดมาก ทุกวันนี้คุยแต่ภาษาอังกฤษกับคนในบ้านซึ่งไม่มีใครโต้ตอบเค้าเป็นภาษาอังกฤษเลย แววมาตั้งแต่สอนABC จะชอบมากและสนใจสื่อเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น ไทยนี่ไม่ค่อยสนใจแต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่าลูกเด่นภาษา ชอบเรียนรู้ด้านภาษาทุกอย่าง
แสดงความคิดเห็น
จำเป็นไหม ? ต้องเรียนเตรียมอนุบาล
คือเราสับสนมากเลย ว่าจะให้ลูกเรียนเตรียมอนุบาลดีไหมอ่าค่ะ
ตอนนี้ลูกเรา 2 ขวบ 3 เดือนแล้วค่ะ
จำเป็นไหมค่ะที่ต้องเรียน แล้วเค้าสอนอะไรบ้าง ?
เราเป็นแม่ fulltime. นะค่ะ
เลยสับสนว่าจะสอนเค้าเอง หรือเตรียมอนุบาล
ยังไงก็ขอคำปรึกษาแม่ๆหน่อยนะค่ะ