ควรทำอย่างไร? กับความรักที่มองไม่เห็นอนาคต

กระทู้คำถาม
ผู้หญิงคนนี้เรียนจบ ป.ตรี ศิลป์ อายุ25ปี ผ่านงานมาก็พอสมควร พบเจอผู้คนหลายรูปแบบ ขึ้นเหนือลงใต้ ออกอิสาร ก็ไปมาหมดเกือบทุกที่ ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวคนเล็กคนเดียวของบ้าน มีพี่ชายอีก2คน ฐานะทางบ้านปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เป็นแค่ชาวไร่ชาวสวน ค้าขายธรรมดา....

พอผู้หญิงคนนี้เรียนจบ ก็ได้รู้จักกับผู้ชายคนนึ่ง เค้ามีนิสัยที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน แรกเราคุยกันผ่าน line โทรฯคุยกันบ้าง Skypeบ้าง แต่ก็ไม่เคยเจอหน้าเจอตัวเป็นๆกันสักที แต่ในช่วงนั้นผู้หญิงคนนี้ก็ยังไม่มีแฟน มีผู้ชายเข้ามาจีบอยู่ก็หลายคน หน้าที่การงานแต่ละคนก็ดีๆ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับเทใจให้ผู้ชายคนนึ่งที่ทำงานเป็นเพียงพนักงานเสริฟคนนึง ผู้หญิงคนนี้ตัดสินใจว่าจะไปหาผู้ชายคนนี้ หลังจากที่เสร็จจากงานที่ทำ นั่งรถไป กทม.คนเดียว และนั่นก้เป็นครั้งแรกที่นั่งรถไปเองเพียงคนเดียว พอไปถึงที่พักผู้ชายคนนี้ก็ลงมารับ ความรู้สึกครั้งแรกที่เจอกัน มันบอกว่า"ฉันเลือกเธอแล้ว".....
หลังจากนั้น ทั้งสองก็คบกันเป็นแฟน..ผู้หญิงคนนี้ก้ตัดสินใจมาอยู่ กทม.กับผู้ชายคนนี้ และหางานทำ ซึ่งก็ได้งานที่โรงพยาชื่อดังแห่งนึ่ง ตำแหน่งช่างภาพ ญ. พอทำำปได้สักพัก ก็ได้รู้จักหมอคนนึงที่เค้าต้องมาแจงงานให้ หมอคนนี้ก้พาไปกินข้าว กินไอศกรีม คุยกันเรื่องกล้อง การถ่ายภาพ และก็มีเรื่องงานด้วย หมอคนนี้ค่อนข้างใจดีกับผู้หญิงนี้ แต่ก็ด้วยความที่เป็นคนขี้ระแวง ก็เล่าให้แฟนฟัง จนกลายเป็นเรื่องทะเลาะกัน แฟนก้บอกให้ออกจากงาน หางานใหม่ทำ ตอนนั้นก้ได้แต่ทำตาม แต่ทางหัวหน้างานก็ไม่อยากให้ออก ยื่นข้อเสนอให้ทำงานต่อในแบบที่คาดไม่ถึง...พอแฟนรู้ก็ยิ่งไม่อยากให้ทำ และตอนนั้นบอกกับเรื่องที่แฟนต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไปผ่าตัด และรักษาตัว ผู้หญิงคนนี้ก็เลยตัดสินใจ ปฏิเสธข้อเสนอต่างๆไปแล้วไปต่างจังหวัดกับผู้ชายคนนี้.... พอรักษาตัวเสร็จก็กลับมากทม. เพราะแฟนต้องมาทำงานต่อ ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็ตกงานอยู่ห้อง ทำงานบ้าน ทำกับข้าว(ทั้งๆที่ทำอาหารอะไรไม่เป็นเลย) แต่ผู้หญิงคนนี้ก็พยายามทำทุกๆเพื่อผู้ชายคนนี้ จนมาวันนึงผู้ชายคนนี้บอกว่าจะออกจากงาน...ก็กลายเป็นว่าตกงานด้วยกันทั้งคู่..แต่นั่นก็เป็นช่วงที่ทั่งคู่มีความสุขที่สุดก็ว่าได้ เพราะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา กินข้าว อาบน้ำด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ไม่ห่างกันเลย..เดือนนึ่งผ่านไป แม่ของผู้ชายคนนี้ก็เรัยกตัวกลับให้ไปหางานที่บ้านทำ ตอนนั้นผู้หญิงคนนี้คิดหนักว่าจะทำิย่างไร จะไปอยู่กับผู้ชายคนนี้แล้วทิ้งทุกๆไป พ่อแม่ที่อายุมากขึ้นทุกวัน ช่วงนั้นร้องไห้ทุกวัน ใจนึงก็ไม่อยากจากคนที่รัก อีกใจก็เป็นห่วงพ่อกับแม่ แต่พอคุยกับพ่อแม่ท่านก็เข้าใจและตามใจถ้าจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชาย ผู้หญิงคนนี้ก็ตัดสินใจไปหางานทำที่บ้านฝ่ายชาย (บ้านผู้ชายอยู่ภาคใต้ แต่บ้านผู้หญิงอยู่ภาคกลาง ซึ่งระยะทางไกลกันมาก)ทั้งคู่ว่างงานและหางานอยู่ได้ประมาณสองเดือน ก้ได้งานในห้างเดียวกันแต่ที่ทำใจรำบาก คือการต้องแยกกันไปฝึกงานคนละที่ เป็นเวลาเดือนก่วาๆตัวผู้หญิงคนนี้ถูกส่งลงใต้ไปอีกซึ่งไกลกว่าเดิม ไปคนเดียว ตัวคนเดียว ไม่รู้จักใคร ตอนนั้นร้องไห้ได้แต่คิดว่า"ทำไม?....?" ส่วนแฟนไปฝึกงานที่กทม....

ตอนนี้แหละที่ปัญหามันวิ่งเข้ามาส่ะจนรู้สึกท้อ เมื่อไปเห็นข้อความคอมเม้นในเฟสฯ ใต้รูปที่ผู้ชายโฟสวันที่เราต่างเดินทาง จากแม่ชองฝ่ายชาย ประมาณว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวถ่วงชีวิตลูกชายเค้า และนั่นก้เป็นปัญหากันจนถึงทุกวันนี้....
ผู้ชายคนนี้ทำงานอยุ่ได้3เดือน ก้ลาออก ส่วนผู้หญิงคนนี้ทำงานอยุ่ได้ 4เดือนก้ออก เพราะผู้ชายอยากให้ออก แล้วมาชวนกันทำธุรกิจส่วนตัว แต่รายได้ก้ไม่มาก ตัวผู้ชายยังมีค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรฯ ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็ผ่อนรถ สรุปแล้ว รายได้จากธุรกิจที่ทำด้วยกันเหลือไม่พอเก็บ ทางบ้านของฝ่ายชายก็ยิ่งไม่ชอบปู้หญิงคนนี้ เพราะคิดว่า มาคบเพื่อหวังผล มาเกาะลูกชายกิน แต่อยากจะบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยคบคัยที่ฐานะ และไม่เคยขอ หรือได้อะไรจากผู้ชายคนนี้เลย นอกจาก แหวนเงินราคาไม่กี่ร้อย ที่เค้าตั้งใจให้ ก็ใส่มาตลลอดไม่เคยถอด ไม่เคยขอเงินผู้ชายคนนี้ใช้สักบาท เพราะรู้ว่าเค้าไม่มีอะไรเลย มีแต่ตัวด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ก็ใช้เงินเก็บของผู้หญิงคนนี้อยู่... ผู้หญิงคนนี้ทุ่มเททุกอย่างให้ เสียสระทุกสิ่งเพื่อผู้ชายคนนี้ ยอมอยุ่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีคัยยอมรับ ทั้งเหนื่อย ท้อ จนบางทีก้อยากหลับไม่ตื่น...
ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้ก้เริ่มต้นหางานใหม่ทำ...เพราะเงินเก็บก้อนสุดท้ายจะหมด ผู้หญิงคนนี้พยามยามจะต้องหาเงินมาให้พอที่เราจะใช้ร่วมกันพอให้ได้ แต่จังหวัดที่อยุ่นี่ หางายยากมาก งานแต่ละที่เงินเดือนเริ่มที่ 7000-9000+ ซึ่งน้อยมาก กับวุฒิป.ตรี แต่ผู้หญิงคนนี้ก็รองพูดคุยกับผู้ชายว่าให้ำปหางานที่บ้านฝ่ายหญิงทำ ที่โน้นมีงานให้เยอะ เค้าอยากเป็นครู ผู้หญิงคนนี้ก้หางานครูมาให้ และเป็นจังหวะเดียวกับมีบริษัท นิตยสาร นึ่งโทรฯให้ผู้หญิงคนนี้ไปสัมภาษงาน ก็คุยกันไว้ว่าเราจะไปเริ่มต้นสร้างอนาคตกันที่โน้น ผู้หญิงคนนี้ดีใจนะที่ผู้ชายคนนี้จะไปทำงานที่โน้นด้วย....แต่แล้ว แม่ฝ่ายชายก็ไม่ให้ไป...ทุกอย่างพัง ฝันดับ โอกาสที่ผู้หญิงคนนี้ฝันอยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ นิตยสาร... จบลง เพราะผู้ชายคนนี้เคยบอกว่าถ้าเราต้องอยู่ห่างกันไกลรึฝ่ายหญิงกลับไ ก็คือ เลิกกันดีกว่า ผู้หญิงคนนี้ก็เลยชวนไปทำงานมี่บ้านด้วย ตรงลงกันแล้วว่าจะไปด้วยกัน แต่สุดท้ายก้ไม่ได้ไป... มองไม่เห็นแม้แต่อนาคต..... ผู้หญิงคนนี้ไม่อยากเลิก เลยต้องทิ้งความฝัน.... แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ทำได้แค่พูดประชดไปให้ฝ่ายชายหาแฟนใหม่ ที่รวยๆ ทำงานดี พูดเก่ง แม่จัได้ดีใจ'...

ปล.ผู้ชายอายุ27 จะเข้า28 แต่ยังไม่มีอะไรเลย เงินเก็บไมมี รถไม่มี งานมั่นคงไม่มี....
ผู้หญิงอายุ25 มีรถยนต์1คัน มีเงินเก็บบ้างนิดหน่อยแต่ตอนนี้ใกล้หมดแล้ว เพราะใช้จ่ายสองคน

ท้อ เหนื่อย เสียใจ อยู่ที่นี่เหมือนตัวคนเดียว เพื่อนไม่มี ที่ปรึกษาไม่มี ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ เลิกกัน แล้วกลับย้าน ทำตามใันที่อยากทำ หรืออยู่ที่นี่เพื่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่